ตอนที่ 5
เพชรหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อไหลซึมทั่วร่าง หยาดโลหิตสีแดงฉานประดับประดาตามแขนขา เบื้องหน้าเขาคือฝูงอสูรเงาเกือบ 60 ตัว ดวงตาสีแดงเพลิงของพวกมันวาวโรจน์ในความมืดมิด พร้อมที่จะขย้ำเขาให้แหลกเป็ชิ้นๆ หลังจากการต่อสู้อันยาวนานกว่าสองชั่วโมง พลังจิตของเพชรเพิ่มขึ้นเป็ 25 หน่วย แต่ตอนนี้เหลือเพียง 15 หน่วยเท่านั้น เขาต้องยื้อชีวิตไว้ให้นานที่สุด เพราะทุกครั้งที่สังหารอสูรเงา เขาจะได้รับพลังงานบางส่วนจากพวกมันมาเติมเต็ม
เพชรแปรเปลี่ยนร่างกายบางส่วนให้กลายเป็สัตว์ร้าย ปีกขนาดใหญ่สีดำขลับกางออกด้านหลัง พยุงร่างของเขาให้ลอยขึ้นเหนือพื้นดิน เขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หลบหลีกการโจมตีจากอสูรเงาที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง กรงเล็บแหลมคมของเขาตวัดฟาดฟันอสูรเงาตัวหนึ่งที่กำลังซุ่มโจมตีจากด้านหลัง เสียงเนื้อฉีกกระชากดังสนั่น อสูรเงาตัวนั้นแหลกสลายกลายเป็เถ้าธุลี
ปึก! อสูรเงาอีกตัวพุ่งเข้ามาโจมตีจากด้านซ้าย เพชรเปลี่ยนมือข้างหนึ่งให้กลายเป็โล่หนาหนัก ป้องกันการโจมตีนั้นไว้ได้ทันท่วงที ในขณะเดียวกัน กรงเล็บอีกข้างของเขาก็แทงสวนกลับเข้าไปในร่างของอสูรเงาตัวนั้นอย่างแม่นยำ
"แกไม่มีทางรอดไปได้!" เสียงคำรามดังก้องกังวานมาจากอสูรเงาตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของพวกมัน มันพุ่งเข้าใส่เพชรด้วยความเร็วสูง กรงเล็บของมันคมกริบราวกับใบมีด
เพชรเบี่ยงตัวหลบการโจมตีนั้นได้อย่างหวุดหวิด เขาใช้ปีกกระพืออย่างรวดเร็ว พุ่งทะยานขึ้นไปบนอากาศอีกครั้ง เขาเปลี่ยนมืออีกข้างเป็ดาบ สะบัดมันไปมากลางอากาศ เกิดเป็คลื่นพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ พุ่งเข้าใส่ฝูงอสูรเงาที่อยู่ด้านล่าง
ตูม! คลื่นพลังงานะเิออกอย่างรุนแรง อสูรเงาหลายตัวถูกพลังงานนั้นฉีกกระชากจนร่างแหลกสลาย แต่พวกมันก็ยังคงดาหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน
เพชรคำรามลั่น ดวงตาสีแดงเพลิงของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า เขาตัดสินใจที่จะใช้พลังทั้งหมดที่มีอยู่ เขาพุ่งลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง ร่างกายของเขาหมุนคว้างกลางอากาศ กรงเล็บและดาบของเขาฟาดฟันอสูรเงาที่อยู่รอบตัวอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องของอสูรเงาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งหอคอย
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เืและเถ้าธุลีของอสูรเงาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เพชรต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่น
เพชรหมุนตัวกลางอากาศ พุ่งร่างเข้าใส่อสูรเงาที่เหลืออยู่ด้วยความเร็ว กรงเล็บของเขาฉีกกระชากร่างของพวกมันเป็ชิ้นๆ เืสีดำทะลักออกมาเปรอะเปื้อนทั่วร่างของเขา แต่เขาก็ไม่สนใจ ยังคงฟาดฟันต่อไปอย่างไม่ยั้ง
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! เสียงเนื้อฉีกกระชากดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหอคอย อสูรเงาที่เหลืออยู่เริ่มแตกกระเจิง พวกมันรู้แล้วว่าไม่อาจต้านทานพลังของเพชรได้อีกต่อไป
เพชรคำรามลั่น ดวงตาสีแดงเพลิงของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า เขาใช้พลังจิตทั้งหมดที่มีอยู่ปลดปล่อยคลื่นพลังงานออกมาจากร่าง คลื่นพลังงานสีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง ฉีกกระชากร่างของอสูรเงาที่เหลืออยู่ให้แหลกสลาย
ตูม! เสียงะเิดังสนั่น อสูรเงาตัวสุดท้ายแหลกสลายกลายเป็เถ้าธุลี เพชรยืนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เหงื่อและเืไหลซึมทั่วร่าง แต่ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายแห่งชัยชนะ
"จบสักที..." เพชรพึมพำกับตัวเอง เขาทรุดร่างลงนั่งกับพื้น พักเหนื่อยจากการต่อสู้อันยาวนาน เขาเงยหน้ามองไปยังช่องพลังจิตบนหน้าต่างสถานะ พลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นเป็ 30 หน่วยแล้ว
"เหลืออีกไม่ไกล..." เพชรพึมพำ เขาเหลือบมองไปยังทางเดินที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ชั้นบนของหอคอย เขาจะต้องขึ้นไปให้ถึงชั้นบนสุดให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เพชรลุกขึ้นยืนอีกครั้ง รวบรวมพลังที่เหลืออยู่ เขาเดินโซเซไปยังทางเดินที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ชั้นบนของหอคอย เขาไม่รู้ว่าข้างบนนั้นจะมีอะไรรอเขาอยู่ แต่เขาก็จะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะถึงจุดหมาย
เมื่อเพชรก้าวล่วงเข้าสู่ชั้นที่สองของหอคอย ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือห้องโถงกว้างใหญ่ไพศาล เนืองแน่นไปด้วยอสูรเงาถึงสองร้อยตน พวกมันยืนตระหง่านเรียงรายเป็ทัพหน้า ดวงตาสีเพลิงแดงฉานวาวโรจน์ในความมืดมิด จับจ้องมาที่เพชรด้วยสายตาที่ดุร้ายทวีคูณ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของพวกมัน กดดันให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งราวกับภูผาทะลาย
"คำราม!" เพชรแผดเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วห้องโถง พลังจิตของเขาพลุ่งพล่านราวกับลาวาเดือด ร่างกายของเขาแผ่รังสีอำมหิตออกมา เขาพุ่งทะยานเข้าใส่อสูรเงาด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวราวกับพายุทอร์นาโดโหมกระหน่ำ ฉีกกระชากร่างของอสูรเงาที่อยู่รายล้อมให้แหลกสลายเป็จุล
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! เสียงเนื้อฉีกกระชากดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง เืสีดำทะลักออกมาเปรอะเปื้อนทั่วร่างของเพชร แต่เขาก็มิได้ใส่ใจ ยังคงฟาดฟันต่อไปอย่างไม่ยั้ง การต่อสู้ในชั้นนี้ดุเดือดกว่าชั้นแรกเป็ทวีคูณ อสูรเงาแข็งแกร่งและว่องไวขึ้น พวกมันโจมตีประสานกันอย่างเป็ระบบ สร้างกำแพงเงาขึ้นมาขวางทางเพชร พวกมันใช้กรงเล็บแหลมคมโจมตีจากทุกทิศทาง ทำให้เพชรต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเป็ทวีคูณ
เพชรเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของอสูรเงาตัวหนึ่ง แต่ก็ถูกอีกตัวหนึ่งฟาดเข้าที่สีข้างอย่างจัง ปึก! เสียงกระดูกกระทบกันดังลั่น เพชรกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แต่เขาก็มิได้ยอมจำนน เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ แปรเปลี่ยนร่างไปมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเพชรขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อบวมพอง ขนสีดำขลับงอกออกมาจากทั่วร่าง กรงเล็บแหลมคมยาวเหยียด เขี้ยวแหลมคมโผล่ออกมา เขาพุ่งทะยานเข้าใส่อสูรเงาด้วยความเร็วสูง ฉีกกระชากร่างของพวกมันด้วยกรงเล็บและเขี้ยว ปีกขนาดใหญ่สีแดงเพลิงกางออก พาเพชรเหินขึ้นสู่กลางอากาศ เขาโฉบเฉี่ยวไปมา ปล่อยลูกไฟสีแดงเพลิงเข้าใส่อสูรเงา เผาผลาญพวกมันให้กลายเป็เถ้าธุลี ร่างกายของเพชรยาวเหยียด กลายเป็อสรพิษขนาดใหญ่ เกล็ดสีดำเงาวาวปกคลุมทั่วร่าง เขาเลื้อยไปมา พ่นพิษสีม่วงเข้มเข้าใส่อสูรเงา ละลายร่างของพวกมันให้หายไป ใช้ความสามารถของสัตว์แต่ละชนิดให้เป็ประโยชน์สูงสุด เขาฟาดฟันอสูรเงาที่อยู่รายล้อมอย่างบ้าคลั่ง เืและเถ้าธุลีฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเืพล่าน
พชรทะยานร่างฝ่าด่านอสูรเงาอย่างต่อเนื่อง จากชั้นที่สองสู่ชั้นที่สาม และทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละชั้น จำนวนอสูรเงาเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ ความแข็งแกร่งและความว่องไวของพวกมันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพชรต้องใช้พละกำลังและสติปัญญาอย่างสุดความสามารถ เพื่อเอาชีวิตรอดจากฝูงอสูรเงาที่ดาหน้าเข้ามาโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน
ในชั้นที่เจ็ดของหอคอยเนินสีเื บรรยากาศกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ห้องโถงขนาดมหึมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า ตรงกลางห้องมีบัลลังก์ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน และบนบัลลังก์นั้นมีอสูรเงาตัวมหึมานั่งอยู่เพียงลำพัง มันมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าอสูรเงาตัวอื่นๆ อย่างเทียบไม่ติด ดวงตาสีแดงเพลิงของมันเปล่งประกายอำมหิต จ้องมองมาที่เพชรอย่างเยือกเย็น
"เ้าเก่งมาก...ที่มาถึงชั้นนี้ได้" มันเอ่ยเสียงก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "เกือบพันปีแล้วที่ไม่มีใครมาถึงชั้นนี้ได้"
"แต่มันก็จบแค่นี้แหละ" มันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"ใครจะไปยอมจบกันล่ะ เ้าโง่!" เพชรคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล เขาเร่งพลังจิตแปรเปลี่ยนร่างเป็สัตว์ผสมพันธุ์พิสดาร ร่างกายท่อนล่างของเขาเป็ของเสือโคร่งทรงพลัง กรงเล็บแหลมคมงอกออกมาจากมือทั้งสองข้าง และปีกนกขนาดใหญ่กางออกด้านหลัง
เพชรพุ่งทะยานร่างเข้าใส่อสูรเงาตัวมหึมาอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของเขาฟาดฟันเข้าใส่อสูรเงาอย่างบ้าคลั่ง แต่ร่างของอสูรเงากลับแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า มันยกกรงเล็บขนาดมหึมาขึ้นมาปัดป้องการโจมตีของเพชร และสวนกลับด้วยการฟาดฟันที่รุนแรงกว่า
การต่อสู้ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เพชรใช้ความว่องไวของปีกบินโฉบเฉี่ยวไปมา ปล่อยลูกไฟสีแดงเพลิงเข้าใส่อสูรเงา แต่ร่างของอสูรเงากลับปกคลุมไปด้วยเกราะพลังงานสีดำที่ป้องกันการโจมตีของเพชรได้ทั้งหมด
อสูรเงาตัวมหึมาคำรามลั่น มันปล่อยพลังงานสีดำออกมาจากร่าง พลังงานนั้นแปรเปลี่ยนเป็เงาขนาดมหึมาพุ่งเข้าโจมตีเพชร เพชรเบี่ยงตัวหลบเงาดำนั้นอย่างหวุดหวิด แต่ก็ถูกกรงเล็บของอสูรเงาฟาดเข้าที่สีข้างอย่างจัง ร่างของเพชรกระเด็นกระแทกกับผนังห้องโถงอย่างแรง
เพชรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เขาแปรเปลี่ยนร่างอีกครั้ง คราวนี้ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำเงาวาว ดวงตาสีแดงเพลิงเปล่งประกายอำมหิต และเขี้ยวแหลมคมโผล่ออกมาจากปาก เขาแปรเปลี่ยนร่างเป็อสรพิษั์
อสรพิษั์พุ่งทะยานร่างเข้าใส่อสูรเงาตัวมหึมา มันอ้าปากกว้าง พ่นพิษสีม่วงเข้มเข้าใส่อสูรเงา พิษนั้นกัดกร่อนเกราะพลังงานสีดำของอสูรเงาอย่างรวดเร็ว อสูรเงาคำรามลั่นด้วยความเ็ป มันยกกรงเล็บขนาดมหึมาขึ้นมาฟาดฟันเข้าใส่ร่างของอสรพิษั์ เกล็ดสีดำเงาวาวของอสรพิษั์แตกกระจาย แต่ร่างของมันก็ยังคงพุ่งเข้าโจมตีอสูรเงาอย่างไม่ยั้ง
การต่อสู้ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ อสรพิษั์เลื้อยไปมา พ่นพิษเข้าใส่อสูรเงาอย่างต่อเนื่อง อสูรเงาฟาดฟันกรงเล็บเข้าใส่ร่างของอสรพิษั์อย่างบ้าคลั่ง เืสีดำทะลักออกมาจากาแของทั้งคู่
ในที่สุด อสรพิษั์ก็สามารถกัดกร่อนเกราะพลังงานสีดำของอสูรเงาได้สำเร็จ มันพุ่งเข้ากัดกินร่างของอสูรเงาอย่างรวดเร็ว อสูรเงาดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากคมเขี้ยวของอสรพิษั์ได้ ร่างของอสูรเงาค่อยๆ สลายหายไป เหลือเพียงผลึกสีดำขนาดใหญ่ตกลงบนพื้น
ร่างของเพชรทรุดลงเล็กน้อย หอบหายใจถี่กระชั้น เืสีดำไหลรินจากาแทั่วร่าง แต่ดวงตาของเขายังคงเปล่งประกายแห่งชัยชนะ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังบัลลังก์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องโถง บัลลังก์นั้นไม่ได้เป็เพียงแค่เก้าอี้ธรรมดา แต่เป็สิ่งก่อสร้างที่เต็มไปด้วยลวดลายสลักเสลาอันวิจิตรบรรจง ทำจากหินสีดำสนิทที่เปล่งประกายลึกลับ ลวดลายบนบัลลังก์นั้นดูคล้ายกับอักษรโบราณที่เพชรไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากมัน
เพชรค่อยๆ ก้าวเดินไปยังบัลลังก์นั้น ทีละก้าว ทีละก้าว ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่าง เมื่อเขาเข้าใกล้บัลลังก์มากขึ้น แสงสีทองก็เริ่มส่องประกายออกมาจากพื้นผิวของมัน แสงนั้นค่อยๆ ทวีความสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนทั่วทั้งห้องโถงสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
ทันใดนั้น เสียงทุ้มก้องกังวานก็ดังขึ้นจากบัลลังก์ เสียงนั้นดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง ราวกับเสียงของเทพเ้า
"ผ่านบททดสอบ..." เสียงนั้นกล่าว "ได้รับอาร์ติแฟกต์ หอคอยเนินสีเื"
พร้อมกับเสียงนั้น แสงสีทองก็พุ่งขึ้นจากบัลลังก์ สร้างเป็ลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นไปยังเพดานห้องโถง ลำแสงนั้นค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นวัตถุสีแดงเข้มที่ลอยอยู่เหนือบัลลังก์ มันคืออาร์ติแฟกต์ หอคอยเนินสีเื วัตถุนั้นมีรูปร่างคล้ายกับผลึก แต่มีลวดลายสลักเสลาที่ซับซ้อนกว่ามาก
เพชรจ้องมองอาร์ติแฟกต์นั้นด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่เคยเห็นสิ่งใดที่งดงามและทรงพลังเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจมหาศาลที่แผ่ออกมาจากมัน พลังอำนาจที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างได้
เพชรเอื้อมมือไปคว้าอาร์ติแฟกต์นั้น และมันก็ลอยลงมาอยู่ในมือของเขาอย่างง่ายดาย เมื่อเขาจับอาร์ติแฟกต์นั้นไว้ในมือ เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่ไหลผ่านร่างกายของเขา พลังอำนาจที่ทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งกว่าที่เคยเป็มา