อากิระ เทมเพสต์ และลูน่า ผู้เล่นเพียงแค่ 3 คนแต่กลับกดดันพวกโอเกอร์ที่มีราวๆ 30 กว่าคนเอาไว้ได้ โอเกอร์ที่นึกไม่ถึงว่าศัตรูจะลอบเข้ามาได้ถึง 3 คนแถมยังขนาบเขาเอาไว้ได้ ก็ถึงขั้นใจนหน้าซีด
“นี่ พวกแกคิดจะทำอะไรกันแน่ บุกเข้ามาถึงปราสาทกิลด์ของฉันแบบนี้เื่ไม่จบง่ายๆหรอกนะโว้ย”โอเกอร์กล่าวข่มขู่พวกอากิระ
“หืม พวกคุณเป็ฝ่ายหาเื่ผมก่อน แล้วจะมาพูดอะไรเอาป่านนี้ครับ”อากิระพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย “อีกอย่างผมก็แค่มาเพื่อบอกคำเตือนเท่านั้น”
“คำเตือนบ้าอะไรของแก”โอเกอร์สบถออกมา
“เลิกฟังมันพล่ามเถอะน่าอากิระ”เทมเพสต์พูดขัดขึ้น
“รีบจัดการให้จบเถอะค่ะพี่”ลูน่ากล่าวเร่ง
“อืม นั่นสินะ”อากิระกล่าวตอบออกมาพลางเดินเข้าหาโอเกอร์
“ก..แก”โอเกอร์รีบชักดาบออกมา ดาบของเขาเป็ดาบสองมือขนาดใหญ่เท่าตัวของอากิระ
“จะเตือนอะไรฉันไม่รู้หรอก แต่ว่าแกตายซะเถอะ”โอเกอร์พูดแล้วฟาดดาบเข้าใส่อากิระอย่างรวดเร็ว
ดาบขนาดใหญ่ที่ฟาดลงมานั้นควรจะฟาดลงใส่ร่างของอากิระ ทว่าสิ่งที่ดาบนั้นฟาดโดนมีเพียงพื้นดินที่ว่างเปล่า โอเกอร์ยังไม่ทันได้เคลื่อนไหวต่อก็รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งมาััตรงกลางหลังของเขา เขาจึงค่อยๆหันหน้าไปมอง
ผู้ที่อยู่ด้นหลังของโอเกอร์คือชายผมสีดำ ผู้มีั์ตาสีแดงดั่งโลหิต ชายผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาจนถึงเมื่อครู่กำลังวางมือไว้บนหลังของเขาและที่หลังของชายคนนั้นก็มีลูกแก้วเวทมนต์ลอยอยู่ 3 ลูก
“ส่วนมากคนที่พูดแบบคุณจะเป็ฝ่ายโดนฆ่าตายซะเองนะครับ” อากิระเอ่ยขึ้นมาเสียงเย็น
ศรวายุ 3 ดอก
พริบตานั้นลูกแก้วเวทมนต์ทั้ง 3 ลูกก็วิ่งวนไปบนแขนของอากิระก่อนจะกลายสภาพเป็ศรเวทย์ธาตุลมแล้วเข้าปะทะร่างของโอเกอร์จนโอเกอร์กระเด็นไป
“อ้าก…..”
อากิระยืนนิ่งมองโอเกอร์ด้วยสภาพนิ่งเฉย แน่นอนว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ยืนมองเฉยๆเท่านั้นเพราะรอบตัวเขามีลูกแก้วเวทมนต์ปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ
โอเกอร์ที่ตั้งหลักได้ก็มองไปทางอากิระด้วยความเครียดแค้น เขาประมาทเกินไป จนไม่นึกว่าอากิระจะมีทักษะระดับสูงอย่างก้าวพริบตาเขาจึงเสียท่าให้กับอากิระ
อากิระค่อยๆก้าวเข้าหาโอเกอร์ ทางด้านโอเกอร์เองก็กระชับดาบขึ้นมาแล้วระวังตัวมากขึ้นเขาเองก็ค่อยก้าวเข้าหาอากิระเช่นกัน
อากิระและโอเกอร์ต่างจ้องฝ่ายตรงข้ามแล้วค่อยๆเดินเข้าหากันเป็วงกลม จนกระทั่งมาหยุดโดยที่มีระยะห่างจากฝ่ายตรงข้ามราวๆ 10 เมตร จากนั้นอากิระและโอเกอร์ก็พุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็วโอเกอร์เหวี่ยงดาบเข้าใส่ร่าง อากิระในแนวขวาง ทางด้านอากิระก็ใช้ก้าวพริบตาหลบการโจมตีแล้วไปปรากฏตัวด้านหลังของโอเกอร์
โอเกอร์ที่คิดเอาไว้แล้วก็ใช้แรงเหวี่ยงของดาบในการหมุนตัวอย่างรวดเร็วแล้วตวัดดาบฟันใส่ร่างอากิระที่อยู่ด้านหลัง ทางด้านอากิระก็ก้มลงสุดตัวแล้วใช้มือหนึ่งยันพื้นไว้จึงสามารถหลบดาบที่วาดเข้าหาร่างของตัวเองไปได้ แล้วก็ฟันดาบในมือสวนกลับเข้าใส่โอเกอร์
โอเกอร์รีบรั้งดาบออกมารับการโจมตีของอากิระเอาไว้ได้ จากนั้นก็ออกแรงผลักกลับไปแล้วฟาดดาบลงใส่ ร่างอากิระ อากิระที่ถูกแรงของโอเกอร์ผลักกลับมาก็รีบตั้งหลักและหลบการโจมตีของโอเกอร์ แล้วสวนกลับการโจมตีกลายเป็ศึกแลกดาบที่ดุเดือด
“หวา เ้าพวกนั้นสู้กันมันส์หยดเลยฟ่ะ”เทมเพสต์พูดออกมาขณะมองดูการต่อสู้ของอากิระ
ตูม!!!!
เสียงะเิที่ดังขึ้นส่งให้เทมเพสต์หันกลับไปมองด้านหลัง ภาพที่เทมเพสต์เห็นคือร่างของผู้เล่นกิลด์ั์สีครามที่แน่นิ่งอยู่ในสภาพที่ดำเป็ตอตะโก
“อย่ามัวเหม่อสิคะพี่เทมเพสต์ เราต้องจัดการคนพวกนี้ไม่ให้ไปขัดแข้งขัดขาของพี่ชายได้นะคะ”ลูน่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตำหนิ
“คร้าบๆ”เทมเพสต์กล่าวลากเสียง พลางส่ายศีรษะ
นี่ถ้าเธอเล็งพลาดนิดเดียวคนที่จะกลายเป็ตอตะโกคงเป็เขาไปแล้ว! เทมเพสต์คิดแล้วก็พุ่งเข้าไปหาพวกผู้เล่นกิลด์ั์สีครามที่อยู่ใกล้ๆทันที
“อาว-ลา-น้า”เทมเพสต์กล้าวด้วยน้ำเสียงขี้เล่น แต่ทว่าหมัดที่เต็มไปด้วยออร่าสีฟ้าของเขานั้นกลับเป็เหมือนเคียวของพญามัชจุราชสำหรับพวกผู้เล่นกิลด์ั์สีคราม
หมัดทลายพิภพ
แรงจากการโจมตีของเทมเพสต์ส่งผลให้พื้นแตกออกเป็วงกว้างพร้อมกับผู้เล่นกิลด์ั์สีครามที่อยู่ในรัศมีการโจมตีาเ็ไปมากมาย โดยเฉพาะพวกผู้เล่นที่อยู่ใกล้ตัวเขานั้นกลายเป็แสงหายไปในทันที
พวกผู้เล่นกิลด์ั์สีครามนั้นลดลงไปอย่างรวดเร็วจนในตอนนี้พวกเขาเหลือเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งเท่านั้น เทมเพสต์ และลูน่า ร่วมมือกันก็สามารถจัดการกับลูกน้องของโอเกอร์ได้อย่างไม่ยากเย็น
ทางด้านโอเกอร์ที่สู้กับอากิระอยู่นั้นแม้จะดูเหมือนเป็การต่อสู้ที่สูสี แต่ทว่าความจริงไม่ได้เป็ดั่งที่ตาเห็น ร่างของโอเกอร์นั้นค่อยๆมีาแเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ร่างของอากิระนั้นไม่มีาแเลยแม้แต่น้อย ที่เป็แบบนี้ไม่ใช่ว่าเขารับการโจมตีพลาดบ่อย ถ้านับกันตามจริงเขารับการโจมตีของอากิระพลาดไม่ถึง 3 ครั้งเลยด้วยซ้ำ
ทว่าาแจำนวนมากที่ปรากฏบนร่ากายนี้เป็เพราะว่าบางครั้งที่อากิระโจมตีเข้ามาแม้เขาจะยกดาบกันไว้ได้ทันก็ตาม แต่ดาบของอากิระกลับทะลุผ่านการป้องกันเข้ามาถึงตัวเขาได้ ราวกับว่าดาบของอากิระไม่มีตัวตน
โอเกอร์ที่เริ่มเสียเปรียบมากขึ้นทุกทีก็ตัดสินใจที่จะใช้ไม้ตายของตนบ้าง
จิติญญาแห่งความบ้าคลั่ง
ทักษะ จิติญญาแห่งความบ้าคลั่ง (เพิ่มพลังโจมตีและความเร็ว 2 เท่า ลดพลังป้องกัน 50%)
เพียงพริบตาร่างของโอเกอร์ก็ปรากฏออร่าสีแดงมาคลุมร่างเอาไว้ จากนั้นทั้งความเร็วและพละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก การโจมตีของโอเกอร์ทั้งหนักหน่วงและรวดเร็วจนการเคลื่อนไหวของอากิระเริ่มปั่นป่วน
อากิระที่ได้เปรียบโอเกอร์มาตลอดเริ่มที่จะลำบากขึ้นอย่างมาก เพราะแต่เดิมเขาก็สู้แรงโอเกอร์ไม่ไหวแล้วแต่เพราะความเร็วที่มากกว่าอากิระจึงสามารถสู้กับโอเกอร์ได้อย่างไม่ยากเย็น
ทว่าตอนนี้ความเร็วของโอเกอร์กลับเพิ่มขึ้นจนเร็วยิ่งกว่าเขา แถมพลังโจมตีของโอเกอร์ที่แต่เดิมก็มากกว่าเขาอยู่แล้วกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก ในตอนนี้อากิระจึงต้องใช้ฝีมือล้วนๆ ในการรับมือศัตรูที่มีค่าพลังเหนือกว่าเขาทั้งหมด
อากิระรู้ตัวว่าตัวเองไม่มีทางรับดาบของโอเกอร์ไว้ได้อย่างแน่นอนจึงทำได้เพียงเคลื่อนตัวหลบการโจมตีเท่านั้น อากิระต้องหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง ดาบของโอเกอร์ก็ฟาดเฉียดร่างเขามากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
แล้วเวลาที่อากิระพลาดก็มาถึง อากิระต้องะโหลบดาบของโอเกอร์ที่ฟาดมาในแนวนอนหมายตัดขาของเขา
“ฉันรอเวลานี้อยู่เลย”โอเกอร์พูดออกมาแล้วฟาดใส่อากิระที่เท้าพึ่งจะแตะถึงพื้น
อากิระพึงจะลงถึงพื้นยังไม่ทันได้ตั้งหลักก็เห็นดาบของโอเกอร์ฟาดเข้ามาอย่างรวดเร็วอากิระจึงต้องรีบยกดาบขึ้นมากันเอาไว้อย่างช่วยไม่ได้ และแน่นอนว่าด้วยแรงของโอเกอร์ทำให้อากิระกระเด็นออกไปทันที
แต่ไม่ทันที่ร่างของอากิระจะกระเด็นออกไปใกลนักโอเกอร์ก็ฟาดดาบเข้าใส่ร่างของอากิระอีกครั้ง และดาบนี้นอกจากจะเร็วกว่าที่ผ่านมาแล้วยังมีออร่าที่เข้มข้นอย่างมากอีกด้วย
ดาบผ่าภูผา
ดาบของโอเกอร์ฟาดเข้าใส่ร่างของอากิระเต็มแรง ร่างของอากิระปลิวออกไปราวกับว่าวที่ขาดจากสายป่านและไปกระแทกเข้ากับปราสาทของกิลด์ั์สีครามจนผนังปราสาทส่วนนั้นแตกพังลงมาจนร่างอากิระจมหายเข้าไปในซากปราสาทนั้นทันที บริเวณพื้นที่ถูกดาบของโอเกอร์ฟันก็ถูกผ่ายาวไปจนถึงผนังปราสาทที่อากิระจมหายไป
“ฮ่าฮ่าฮ่า เป็ยังไงล่ะไอ้สวะ บังอาจมาเป็ศัตรูกับฉันคนนี้”โอเกอร์ะเิเสียง
ทว่าด้านหลังพนังปราสาทที่พังลงอากิระที่ควรจะเจ็บหนักกลับลุกขึ้นมา ขึ้นมาได้ราวกับแทบไม่เ็ปอะไร พอเขาตรวจดูพลังชีวิตก็พบว่าพลังชีวิตลดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
‘ทั้งๆที่พลังป้องกันของเรามีน้อยมากแท้ๆ แต่ที่พลังชีวิตลดลงไปเพียงแค่นี้…แบบนี้นี่เองความสามารถของแหวนเชื่อมต่อปฐีทำงานพอดีสินะ’
อากิระหลับตาลงและกำหนดลมหายใจเข้าออก ควบคุมอารมณ์ของตนให้เย็นลง
‘คิดให้ดีสิ ตอนนี้เราแพ้เ้านั่นทั้งเื่แรงและพลังก็จริง แต่ความคล่องตัวเรามีเหลือกว่าและที่สำคัญเรายังพอมีทักษะที่เอามาพลิกแพลงได้อีก เพราะงั้นเราต้องใช้ทุกอย่างที่เรามีอย่างใจเย็น ถ้าใช้ความสามรถที่มีได้อย่างเต็มที่เราชนะแน่’
ในระหว่างที่กำลังคิดอากิระก็ทำการร่ายเวทมนต์และหน่วงเอาไว้จนในที่สุดก็ปรากฏลูกแก้วเวทมนต์สีทองขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา 1 ลูก จากนั้นก็ค่อยๆปรากฏลูกแก้วเวทมนต์ขนาดเล็กขึ้นมาอีกเรื่อยๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้สวะหมดน้ำยาแล้วรึไงถึงไม่ยอมโผล่ออกมาซักทีน่ะ หา”โอเกอร์หัวเราะกล่าวเสียงดัง
ทางด้านลูน่าและเทมเพสต์ที่จัดการกับสมุนของั์สีครามเรียบร้อยแล้วมองดูการต่อสู้ของอากิระและโอเกอร์อยู่นั้นก็ได้ยินคำสบประมาทของโอเกอร์อย่างชัดเจน
“หนอย”ลูน่าที่ได้ยินคำของโอเกอร์ก็รู้สึกโกรธจัด แต่ก่อนที่เธอจะทำอะไรก็ถูกเทมเพสต์รั้งเอาไว้
“ใจเย็นหน่อยสิลูน่า เธอน่าจะรู้จักพี่ชายเธอดีนะ”เทมเพสต์พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเป็ครั้งแรก “อากิระน่ะไม่เสร็จง่ายๆแบบนี้หรอก”
สิ้นเสียงอากิระก็พุ่งออกมาจากซากอาคาร โอเกอร์ที่เห็นอากิระพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก็ฟาดดาบสวนกลับทันที อากิระที่เห็นดาบวาดเข้ามาก็หมุนข้อเท้าแล้วเบี่ยงตัวหลบไปได้อย่างไม่ยากเย็น
โอเกอร์พอเห็นว่าอากิระหลบดาบของตนได้ก็เปลี่ยนทิศทางของดาบแล้วฟาดเข้าหาร่างของอากิระ ซึ่งอากิระก็ยังคงหลบหลีกไปได้
โอเกอร์เริ่มหวั่นใจอีกครั้งทั้งๆที่พลังโจมตีและความเร็วของเขายังเหมือนเดิม แต่ทว่าคราวนี้อากิระกลับหลบการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดาย
อากิระเบี่ยงตัวหลบการโจมตีสลับกับการใช้ก้าวพริบตาเสริมในจังหวะที่หลบได้ยากจึงทำให้หลบการโจมตีของโอเกอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระหว่างที่หลบหลีกไปมาอากิระก็สามารถโจมตีสวนกลับได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้าแบนร่างโอเกอร์ค่อยเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง
โอเกอร์ที่เดิมโจมตีใส่อากิระอยู่ฝ่ายเดียวนั้นตอนนี้เขาต้องเริ่มป้องกันบ้างแล้ว การถูกโจมตีในสภาพนี้นั้นเป็อะไรที่เสียเปรียบเป็อย่างมาก เพราะผลของทักษะจิติญญาแห่งความบ้าคลั่งทำให้พลังป้องกันของเขาลดลงไปจนเหลื่อเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แถมด้วยความสามารถของดาบผลึกมายาก็ยิ่งทำให้โอเกอร์เสียเปรียบมากขึ้นไปอีก
ทันใดนั้นอากิระก็วาดดาบขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ตัวเขา เขาจึงรีบยกดาบมาป้องกันดาบของ อากิระได้สำเร็จ ทว่าขณะที่เขากำลังจะโล่งใจก็ปรากฏศรเวทย์จำนวน 4 ลูกพุ่งเข้าใส่ร่างเขา
“อั้ก…”โอเกอร์ที่โดนโจมตีกัดฟันออกแรงผลักอากิระจนอากิระเซออกไป แล้วรีบฟาดดาบใส่ร่างอากิระตรงๆ
ทว่าที่มือของอากิระกลับปรากฏหอกสายฟ้าขึ้นมา แล้วอากิระก็แทงหอกเข้าใส่ใบดาบของโอเกอร์ จากนั้นหอกสายฟ้าของอากิระก็ะเิออกด้วยแรงะเิส่งให้ร่างของโอเกอร์กระเด็นออกไปแล้วล้มกลิ้งลงไปหยุดอยู่ใกล้ๆกับปราสาท พอเขาตั้งหลักได้และมองกลับไปยังอากิระก็ต้องเบิกตากว้าง
หกศรมนตรา – หอกอสนีบาต
ที่มือของอากิระปรากฏหอกสายฟ้าพร้อมกับลูกแก้วเวทมนต์หกลูกวนล้อมรอบหอกสายฟ้านั้น จากนั้นอากิระก็ขว้างหอกเข้าใส่โอเกอร์อย่างสุดแรง
แต่ทว่าก่อนที่หอกอัสนีจะเข้าปะทะกับร่างโอเกอร์นั้น โอเกอร์ที่รู้ตัวว่าหากรับการโจมตีนี้เข้าไปเขาจะต้องตายอย่างแน่นอนจึงพยายามหาทางรอดและในตอนนั้นเองเขาก็เห็นสิ่งนึ่งที่อยู่ข้างตัว
ตูม!!!!!
หลังจากที่ฝุ่นควันที่เกิดจากการะเิจางลงไป ภาพที่สะท้อนให้อากิระได้เห็นก็คือ ร่างของNPCรับใช้คนหนึ่งที่มีสภาพาเ็สาหัส ทำให้อากิระเข้าใจได้ทันทีว่าโอเกอร์มันได้ใช้ร่างของNPC รับใช้มารับการโจมตีของเขา ทำให้อากิระคิดขึ้นมาในใจได้ทันที
‘เ้าเศษสวะนี่มันเลวสุดขั้วเลยนี่นา’
ทันทีที่ความคิดแล่นเข้ามาสีหน้าของอากิระก็สงบนิ่ง แววตาของเขาไม่ได้ฉายแววใดๆออกมาทั้งสิ้นบรรยากาศรอบตัวก็พลันสงบนิ่งลง
“นั่นมัน หรือว่า”เทมเพสต์กล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“พี่อากิระโกรธแล้วค่ะ”ลูน่ากล่าวต่อ
อากิระมองไปยังโอเกอร์สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในความคิดมีเพียงคำเดียว
‘ยังไงวันนี้มันก็ต้องตาย’
อากิระแผ่จิตสังหารออกมาแต่ทว่าจิตสังหารในคราวนี้ต่างจากปกติเพราะอากิระได้แผ่พลังเวทย์ออกมาด้วย
‘ผู้เล่นอากิระผ่านเงื่อนไขการแผ่จิตสังหารและพลังเวทย์ออกมาในปริมาณที่สามารถรวมเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ผู้เล่นอากิระได้รับทักษะพิเศษ จิตสังหารผสานมนตราค่ะ’
จิตรสังหารผสานมนตรา – หายนะแห่งเพลิง
(จิตสังหารผสานมนตรา จะยึดคุณสมบัติพื้นฐานจากรูปแบบทักษะจิตสังหารของผู้เล่นแล้วเพิ่มคุณสมบัติพิเศษตามธาตุของพลังเวทย์ที่ผู้เล่นใช้ผสานกับจิตสังหาร)
โอเกอร์รู้สึกได้ว่าทั้งพลังต่างๆที่ตนมีลดลงไปลดลง อีกทั้งพลังชีวิตของตนลดลงไปเรื่อยๆอีกด้วย เขามองไปยังอากิระอย่างหวาดหวั่น พริบตานั้นอากิระก็ใช้ก้าวพริบตาเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว โอเกอร์รีบฟาดดาบลงใส่อากิระที่อยู่ตรงหน้าทันที
และในวินาทีก่อนที่ดาบจะัักับร่างของอากิระนั้นร่างของอากิระก็แยกออกเป็สองร่าง
เวทย์มายา – ร่างกระจกเงามายา
แล้วทั้งสองร่างก็ตวัดดาบตัดแขนทั้งสองข้างของโอเกอร์ขาดออกทันที แล้วอากิระก็ใช้มือบีบคอของโอเกอร์ไว้ จากนั้นอากิระก็ปล่อยดาบออกจากมือแล้วยื่นมือออกมาตรงหน้าของโอเกอร์
ทันทีที่มือของอากิระหยุดลงที่หน้าของโอเกอร์ลูกแก้วเวทมนต์ลูกสุดท้ายของเขาก็ลอยมาอยู่ตรงฝ่ามือด้านนั้นทันที แน่นอนว่าร่างกระจกเงามายาที่จะรับทุกอย่างมาจากร่างจริงในตอนที่เรียกออกมานั้นก็ต้องมีเวทย์มนต์เดียวกันหน่วงเอาไว้อย่างแน่นอน และมือของร่างกระจกเงามายาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของโอเกอร์พร้อมกับลูกแก้วเวทมนต์เช่นเดียวกัน
“นี่แหละคือคำเตือนของฉัน การหาที่พวกแกเื่ผู้เล่นอื่นไปทั่วน่ะ มันจะนำหายนะมาให้เหมือนกับวันนี้ คราวหน้าจะหาเื่ใครก็ดูให้มันดีๆล่ะ”
ผสานมนตรา – เวทย์ดวงดาว ประกายแสงดารา์ 2 บท
ลำแสงสีทองที่พุ่งออกมาจากมือของร่างทั้งสองนั้นผสานรวมเป็หนึ่งเดียวและพุ่งเข้าทะลุผ่านร่างของโอเกอร์ ไปจนถึงปราสาทกิลด์
บรึ้ม!!!!!!!!!!!!!
เสียงะเิในครั้งนี้ดังยิ่งกว่าที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ติด ร่างของโอเกอร์สูญสลายหายไปก่อนที่จะทันได้กลายเป็แสง พื้นแตกออกเป็ทางยาว และสุดท้ายปราสาทหินอ่อนของกิลด์ั์สีครามก็พังทลายลงจนกลายเป็เพียงซากของสิ่งปลูกสร้าง
แน่นอนว่าในการต่อสู้ครั้งนี้ฝ่ายโอเกอร์สูญเสียไปมากพอสมควร เพราะว่าสำหรับเกม เดสทินี่ แฟนตาเซีย ออนไลน์แล้ว หากผู้เล่นถูกผู้เล่นด้วยกันสังหารจะสูญเสียระดับไปหนึ่งระดับ แต่หากถูกผู้เล่นที่มีระดับน้อยกว่าตนห้าระดับขึ้นไปสังหารแล้วล่ะก็จะต้องสูญเสียระดับไปถึงสามระดับเลย อีกทั้งหากปราสาทกิลด์ถถูกทำลายนอกเหนือจากากิลด์ หรือ กิจกรรมาแล้วล่ะก็ ทางระบบจะไม่รับผิดชอบ ผู้เล่นจะต้องเป็คนซ่อมแซมเอง
จากนั้นทุกสิ่งก็ตกอยู่ในความเงียบงัน อากิระหยิบดาบของตนขึ้นมาแล้วเขากับเทมเพสต์ และลูน่า ก็หันหลังแล้วเดินไปทางสะพานด้านหลังของปราสาทกิลด์ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้รอบปราสาทเต็มไปด้วยผู้เล่นกิลด์ั์สีครามล้อมรอบเอาไว้ และวันนี้ภาพที่ไม่น่าเชื่อก็ปรากฏให้พวกั์สีครามทุกคนได้เห็นกับตาของพวกตน ภาพวาระสุดท้ายของโอเกอร์และความพินาศของปราสาทกิลด์