พีพีทิ้งก้นนั่งลงบนพื้นแล้วกอดเข่ามองดูรอบๆ พร้อมกับถอนหญ้าเขียวขจีเล่นไปด้วยก่อนจะพูดขึ้น “ฌอนมึงว่าเพื่อนเราอีกสี่คนมันจะตุยห่ากันยังว่ะ..”
“อาจจะยังน๊าา~ กูไม่รู้สิ.. นกเทพน่ารักกับเทพีหน้าตึงนั่นยังไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติมเลย แถมเกมส์หนีามนุษย์ต่างดาวของไอ้แฮมเราก็ผ่านกันมาได้ทั้งหมด คงมีชีวิตเหี้ยๆกันอยู่ครบนั่นแหละ..มั้งนะ ฮ่ะๆๆๆ~”
“กูก็ว่างั้น! ฮ่ะๆๆๆๆๆ~”
เต้าหู้กับปาโก๋หัวเราะออกมาตามฉอนกับพีพีที่เหมือนจะสนุกไปกับเกมส์ความฝันจนเล่าทุกอย่างจากามนุษย์ต่างดาวที่เพิ่งผ่านกันมาอย่างได้อรรถรสเมามันกันทั้งคู่
แปล็บบบบบ!!! เปรี้ยงงง!!!!
ทุกคนต่างรีบลุกขึ้นจากพื้นหญ้ากันอย่างไวเมื่อจู่ๆจากท้องฟ้าที่เคยดำทะมึนผันเปลี่ยนเป็เรืองแสงแวบแปลกสลับกับสีส้มขาวและแดง และก้อนเมฆขนาดใหญ่บนท้องฟ้าก็ได้ปล่อยประจุไฟฟ้าสู่พื้นดินลงมาหลายที่พร้อมกันไม่ขาดสายจนเต้าหู้นั้นสะดุ้งจนใจจนรีบมุดตัวไปหลบอยู่ข้างหลังของปาโก๋ตามสัญชาตญาณเอาตัวรอดอย่างไว
ฟี้วววววววววว~
เมฆปั่นป่วนได้สลายกลายเป็ชั้นๆซ้อนกันคล้ายแพนเค้กลอยอยู่คงที่บนท้องฟ้าได้เรียกกระแสลมคล้ายจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงขึ้น
ฌอนยื่นมือไปจับหัวไหล่ของเต้าหู้ทั้งสองข้างก่อนคนตัวสูงจะค่อยๆหมุนเด็กตัวเล็กให้หันหน้ากลับมาหาตัวเอง แล้วโอบกอดร่างบางที่สั่นระริกให้แนบเข้ากับอกกว้างของตัวเองไว้แน่น….
ในขณะที่ทุกคนบนผืนโลกกำลังมองไปบนท้องฟ้าพร้อมกัน แสงประกายวาบสีฟ้าครามตัดกระจายแสงสีขาว คล้ายกับแสงทะลุมิติก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่กว้างขวางอันไร้ขอบเขต ราวกับกำลังจะมีวัตถุบางอย่างเคลื่อนผ่านรูหนอนที่ไร้ขีดจำกัดความเร็วสูงสุดในเอกภพออกมายังไงยังงั้น
เต้าหู้กำชายเสื้อยืดของฌอนไว้แน่นพร้อมกับกอดรอบเอวสอบพี่เขาไปด้วยความรู้สึกที่กำลังหวาดกลัว
และไม่กี่อึดใจต่อมา.. คลื่นเสียงสะท้อนสั่นะเืในอากาศของนกเทพมอร์โรซีเบิร์ดก็ได้ดังก้องสนั่นไปทั่วผ่านช่องรูหนอนสว่างสะท้อนดวงตาของแสงทะลุมิติแทนการปรากฏตัวของนกเทพและเทพีเหมือนกับทุกรอบที่ผ่านมา
“ยินดีต้อนรับมนุษย์ทุกท่านเข้าสู่สนามรบของเกมส์เอาชีวิตรอดในมอร์นาโรสแลนด์มาร์คนะขอร้าบบบ~”
มอร์โรซีเบิร์ดเริ่มพูดผ่านแสงประกายวาบสีฟ้าครามออกมา พร้อมกับปรากฏหน้าจอกลางท้องฟ้าขนาดใหญ่เป็ภาพประกอบให้ทุกคนเห็นภาพและเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับการเล่นเกมส์ในฝันนี้พร้อมกันไปด้วย
แผนที่: ประเทศไทย ความโหดและภูมิศาสตร์บางพื้นที่อาจถูกเนรมิตรขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็ด่านในสนามรบ
โดยจะสุ่มให้ผู้เล่นแต่ละทีมมีจุดเริ่มต้นทีมละจังหวัดแล้วแต่ระบบจะนำพา
ผู้เล่นทั้งหมด: จำนวน 168 คน ทีมละ 4 คน แบ่งออกเป็ 42 ทีม
การแบ่งทีม: ถ้าในกลุ่มมาด้วยกันเกิน 4 คน ระบบจะสุ่มสมาชิกที่เหลือไปเฉลี่ยอยู่กับทีมอื่นให้อัตโนมัติ
ระยะเวลาการเล่น: 7 วัน หรือ 168 ชั่วโมง
อุปกรณ์ที่ให้ในแต่ละทีม: สร้อยข้อมืออัจฉริยะพร้อมกับหน้าจอััมัลติฟังก์ชั่นขนาดใหญ่ความละเอียดสูง ที่แสดงเวลาในการทำภารกิจโดยการนับถอยหลังให้ รวมไปถึงใช้เป็แผนที่ และสามารถโทรออกได้ 10 นาที และรับสายได้ไม่จำกัด ซึ่งจะมีให้ทีมละ 1 อันเพียงเท่านั้น
อุปกรณ์ประจำตัว: สร้อยคอเม็ดสร้อยเล็กสีเงินที่ระบุชื่อผู้เล่นและตัวย่อของจังหวัด
อาวุธ เสื้อเกราะ ยา กล่องสเบียง และยานพาหนะ ประจำทีม สามารถเดินทางตามหาได้จากแผนที่ในสร้อยข้อมืออัจฉริยะ
ภารกิจ: ผู้เล่นในเกมส์ความฝันนี้จะต้องเดินทางไปถึงแลนด์มาร์คพิเศษคือกรุงเทพมหานคร ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ได้ ซึ่งการต่อสู้ระหว่างทางที่เกิดขึ้นคือโรคร้าย ความหิวโหยและขาดแคลนทรัพยากร ซอมบี้ สัตว์ดุร้าย และรวมไปถึง การต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกันเอง
* 3 ทีมแรกที่ถึงแลนด์มาร์คพิเศษก่อน จะสามารถช่วยเพื่อนในกลุ่มและทีมที่ตายในสนามรบให้มีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งแค่เราเป็คนเดียวในกลุ่มหรือทีมที่รอดตายไปถึงแลนด์มาร์คได้สำเร็จก็จะสามารถช่วยชีวิตทุกคนไว้ได้แล้ว
* ถ้าเข้าแลนด์มาร์คพิเศษเป็ทีมที่ 4 เป็ต้นไป ทุกคนที่เข้าแลนด์มาร์คจะรอดชีวิตแค่คนที่ก้าวเข้าแลนด์มาร์คเพียงเท่านั้น ไม่สามารถช่วยเพื่อนที่ตายไปแล้วในสนามรบก่อนหน้าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้
กติกา: ห้าม!! ใช้ปืนทุกชนิดยิงคนในเกมส์ ซึ่งสิ่งที่สามารถใช้ปืนต่อสู้ได้มีเพียงนักรบพิเศษของหน่วยมอร์โรซีเบิร์ด สัตว์ดุร้าย และซอมบี้ ที่ถูกจำลองขึ้นมาในสนามรบนี้เพียงเท่านั้น ถ้าใครฝ่าฝืนกฏใช้ปืนยิงคนอื่นจนาเ็และล้มตาย ด้วยความตั้งใจ คนนั้นๆก็จะโดนทำโทษให้หายไปเลยตลอดกาล!!
“คำเตือนที่สำคัญอีกข้อนะขอรับ! ในสานามรบนี้ เจ็บจริง!! และตายจริง!! ผู้เล่นโปรดเล่นแบบมีสติและระมัดระวังกันด้วยนะขอร้าบ~ ด้วยความปราถนาดีจากนกเทพมอร์โรซีเบิร์ด ฮ่าๆๆๆ~”
สิ้นเสียงของมอร์โรซีเบิร์ดที่เอ่ยจบไป ก็ได้เกิดแสงกำลังสว่างสูงคล้ายแสงจากโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่สาดขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับเริ่มประมวลผลปรากฏเป็การแนะนำตัวของแต่ละคนที่อยู่ในทีมและจังหวัดต่างๆ เพื่อแจ้งให้ผู้เล่นทั้งหมดทราบไปพร้อมกันว่าทีมไหนอยู่พื้นที่ใดบ้าง
หลังจากแนะนำใบหน้าพร้อมชื่อและทีมของผู้เล่นจนครบทุกคน ประกายการผสานสีของสีเขียว สีแดง สีม่วง และสีฟ้า ที่ดูคล้ายม่านแสงเต้นระบำอยู่บนท้องฟ้า ได้มีกลุ่มก้อนหนึ่งเรียงกันเป็ตัวเลขบอกชั่วโมง นาที และวินาทีที่นับถอยหลังไปด้วย พรางมีเสียง ติ๊ก~ ต๊อก~ ดังขึ้นมาทุกวินาทีไปด้วย…
เมฆกลุ่มก้อนมหึมาและคลื่นเสียงพร้อมภาพต่างๆที่ปรากฏบนท้องฟ้าได้อันตรธานหายไป เหลือไว้เพียงเรืองแสงระยิบระยับสีชมพูเป็คลื่นพริ้วสวยลอยตัวแสดงตัวหนังสือบอกชื่อจังหวัดนั้นๆให้มองเห็นได้สะดวกยามที่ทุกคนนั้นแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าทั้งกลางวันและกลางคืน…
.
.
.
.
Bueng Kan Province (จังหวัดบึงกาฬ) > ห่างจากแลนด์มาร์คพิเศษ ประมาณเจ็ดร้อยกิโลเมตร
เต้าหู้ผละตัวเองออกจากวงแขนอบอุ่นของฌอนด้วยท่าทางเขินอายก่อนจะกระเด้งตัวออกห่างพี่เขาไปสองก้าวทันที “ขะ..ขอบคุณมากฮ่ะ..”
ฌอนยิ้มกว้างก่อนจะเอามือไปขยี้ผมของเด็กแก้มแดงตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ในจังหวะที่สร้อยข้อมืออัจฉริยะที่อยู่บนแขนของเต้าหู้นั้นหายดำสนิทแล้วปรากฏมัลติฟังก์ชั่นต่างๆขึ้นมาจนทั้งสามคนนั้นรีบกรูมาล้อมดูพร้อมกันอย่างไว
ทุกคนเลื่อนดูแผนที่และพูดคุยทำข้อตกลงกันภายในทีม โดยจะแบ่งให้ปาโก๋กับเต้าหู้ใช้สร้อยข้อมือโทรออกหาเพื่อนได้ห้านาที ส่วนฌอนกับพีพีก็มีเวลาจำกัดโทรได้ห้านาทีเช่นเดียวกัน
จ้อกกก~
เสียงท้องที่ร้องขึ้นมาของเต้าหู้ทำเอาพี่อีกสามคนหันไปมองน้องเล็กสุดเป็ตาเดียวกันด้วยความเอ็นดู..
ฌอนที่หัวเราะดังกว่าใครพูดขึ้นมาเป็คนแรก “น้องเต้าหู้หิวแล้ว.. พี่ก็หิวเหมือนกัน ก่อนเดินทางไปหาสเบียงและของอย่างอื่น พี่ว่าเราหาอะไรกินกันก่อนดีกว่านะครับ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย.. โดยเฉพาะเต้าหู้ที่ยิ้มจนแก้มปริตาลุกวาวเมื่อได้ยินว่าตัวเองกำลังจะได้มีอะไรบางอย่างตกถึงท้องแล้วในตอนนี้
ทั้งสี่คนเดินไปตามถนนลูกรังที่มีฝุ่นคลุ้งกระจายขึ้นมาบางๆเพราะเป็เขตพื้นที่ที่ใช้สัญจรไปทุ่งนาของคนที่อยู่แถวนี้ เต้าหู้และปาโก๋ที่เกิดและโตอยู่ในพื้นที่เจริญด้านความเป็อยู่ที่สะดวกสบายตามแบบฉบับเด็กในเมืองกรุงฯ ต่างก็มองทุกอย่างรอบตัวด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขและตื่นเต้นกันทั้งพี่ทั้งน้อง
ทุ่งนาผืนกว้างสุดสายตามีต้นข้าวสีเขียวขจีที่กำลังเจริญเติบโตตามฤดูกาล กลิ่นไอดิน ความเย็นของสายลม และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ยิ่งทำให้ที่แห่งนี้มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่น่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น
พีพีเดินนำหน้า ปาโก๋เดินตามคนที่สอง ส่วนเต้าหู้ที่กำลังชะเง้อคอมองนกบนท้องฟ้าบ้าง มองไส้เดือนที่อยู่ข้างทางบ้าง ได้เดินตามเป็คนที่สาม ส่วนฌอนเลือกเดินเป็คนสุดท้ายของแถวเพราะจะได้มองเด็กที่อยู่ไม่นิ่งข้างหน้าได้ถนัด
“พี่ฌอนฮ่ะ..” เต้าหู้วิ่งมาเดินขนาบข้างฌอน พร้อมกับยิ้มน่ารักจนแก้มบุ๋มโชว์ลักยิ้มให้คนตัวสูงไปด้วย
“ครับผม”
“เมื่อตะกี้หู้ได้ยินพี่พีเล่าให้พี่โก๋ฟังว่าพี่พีกับพี่ฌอนเป็คนจังหวัดนี้กันฮ่ะ..”
“ใช่ครับ..” คำตอบของฌอนทำเอาดวงตาใสคู่โตของเต้าหู้นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นทันที
“ว้าว~ บ้านพวกพี่น่าอยู่กันจังเลยนะฮ่ะ.. หู้เคยเห็นแต่วิวธรรมชาติน่าอยู่แบบนี้แค่ในทีวี ไม่คิดว่าสถานที่จริงๆจะทำให้เรารู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายได้ขนาดนี้~”
“หู้ชอบหรอครับ..”
“ชอบฮ่ะ! หู้ชอบมากกก~ ฮ่ะๆๆ~”
“อยากมาอยู่มั้ยหล่ะครับ” ฌอนถามแบบทีเล่นทีจริงแกล้งเด็กสดใสข้างตัวพร้อมกับหรี่ตามองไปด้วย
“แค่อยากมาเที่ยวฮ่ะ.. แต่อยู่นานๆเลยคงอยู่ไม่ได้เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านของหู้.. หู้กับพี่โก๋เป็คนกรุงเทพฯฮ่ะ..”
“หรอครับ.. แล้ว.. หู้อยากมาอยู่ที่นี่กับพี่มั้ยครับ”
ขวับ!!
เต้าหู้ทำหน้าตกตะลึงก่อนจะหยุดเดินแล้วจ้องใบหน้าหล่อของฌอนนิ่งๆไม่ขยับตัวเดินต่อ จนคนที่แกล้งกระซิกกระแซะน้องได้ตวัดวงแขนไปกอดคอเต้าหู้ให้ก้าวขาเดินต่อไปด้วยกันก่อนจะขำออกมาด้วยความเอ็นดูน้องไปด้วย
“เต้าหู้รู้มั้ยครับ.. ว่าจังหวัดบึงกาฬอยู่ภาคไหนของประเทศไทย” ฌอนเปลี่ยนเื่คุยเพื่อให้เต้าหู้นั้นไม่รู้สึกอึกอัดกับการจู่โจมของตัวเองไปมากกว่านี้
‘ต้องค่อยเป็ค่อยไปกับน้องก่อนสินะ..’
เต้าหู้มองแขนแกร่งที่โอบพาดบนไหล่เล็กของตัวเองก่อนจะหันไปมองใบหน้าของฌอนสลับกันไปมา ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่เข้าใจของความสนิทสนมแบบปุบปับที่พี่เขาแสดงออกในตอนนี้ “..ไม่รู้ฮ่ะ..”
“ลองทายสิครับ”
“พี่ฌอนบอกใบ้ให้หน่อยสิฮ่ะ.. หู้แยกลักษณะของคนกับจังหวัดไม่ออก อีกอย่าง.. พี่ฌอนก็พูดภาษากลางด้วย.. หรือพี่ฌอนพูดภาษากลางเป็ภาษาหลักเหมือนคนกรุงเทพฯฮ่ะ..”
“ฮ่ะๆๆ~ ไม่ใช่ครับ.. พี่พูดภาษาหลักอีกภาษานึง.. อืม~ พี่ใบ้ให้ดีกว่า.. ถ้าหู้ตอบถูกพี่มีรางวัลให้ด้วยนะครับ”
“รางวัลอะไรหรอฮ่ะ”
“ไม่บอกครับ ตอบให้ถูกก่อนถึงจะรู้ได้ว่ารางวัลคืออะไร ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะโกงนะ รางวัลมันอยู่กับตัวพี่นี่แหละ”
เต้าหู้หรี่ตามองฌอนคืนบ้าง ก่อนจะอมยิ้มน่ารักออกมาแล้วพยักหน้ารับหงึกหงักเบาๆ..
“หู้เคยได้ยินคำนี้มั้ยครับ.. ตาฮัก.. ” เต้าหู้ยิ้มบางก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ ไปกับการพูดและเน้นเสียงที่ต่างออกไปจากภาษาไทยกลางของฌอนก่อนหน้านี้
“น่ากอดมั้ยฮ่ะ..”
“ลองกอดอีกรอบไหมหล่ะครับ.. จะได้รู้ว่าน่ากอดไหม”
ขวับ!!
เต้าหู้หันขวับมองฌอนด้วยดวงตาที่เบิกโพลงโตเท่ากับไข่ห่านอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนคนตัวสูงตรงหน้านั้นหยอดประโยคสองแง่สองง่ามขึ้นอีกรอบแบบไม่ทันได้ตั้งตัว!!
“ฮ่ะๆๆๆ~”ฌอนหัวเราะชอบใจกับใบหน้าที่เหวอค้างไปของเต้าหู้ ก่อนเขาจะเอามือของตัวเองช่วยดันคางของเต้าหู้ให้ขึ้นไปงับปากไว้ตามเดิม แล้วเปลี่ยนจากกอดคอน้องเป็จับมือคนตัวเล็กพาเดินไปข้างหน้าพร้อมกันแทน
“พี่เฉลยให้หู้เลยดีกว่า.. อยากให้รางวัลน้องแล้ว”
“รางวัลดีหรือไม่ดีฮ่ะ.. ทำไมพี่ฌอนอยากให้หู้จังเลย..” เต้าหู้ว่าพลางก้มมองมือใหญ่ที่กุมมือตัวเองแน่น สลับกับหันขึ้นไปมองเสี้ยวหน้าหล่อของฌอนด้วยสายตาระแวงสงสัยไปด้วย
“รางวัลก็ต้องดีสิครับผม.. ฮ่ะๆๆๆ~” เป็อีกครั้งที่ฌอนยกมือขึ้นไปขยี้ผมของเต้าหู้จนมันยิ่งยุ่งเหยิงไปกันใหญ่
“เต้าหู้ฟังพี่นะครับ.. ตาฮัก… แปลว่า.. น่ารัก”
ฌอนพาเต้าหู้หยุดเดินก่อนที่คนตัวสูงจะยิ้มกว้างแล้วมองด้วยสายตาลึกซึ้งเข้าไปในดวตากลมโตเป็ประกายของน้อง…
“น้องเต้าหู้.. ตาฮักมากครับ”
“..ขะ.. ขอบคุณฮ่ะ..”
จุ๊บบบบ~
ฌอนโน้มใบหน้าลงไปจูบที่หน้าผากของเต้าหู้ทีนึงอย่างแ่เบา เล่นเอาคนตัวเล็กถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความใทันที
“พี่ฉอนจุ๊บหน้าผากหู้ทำไมฮ่ะ!”
“ให้รางวัลเด็กตาฮักไงครับ..”
คำพูดของฌอนทำเอาเต้าหู้นั้นได้แต่ เอ๊ะ! แล้วก็เอียงคอสงสัยอยู่หลายวิ ว่าคำถามของพี่เขากับรางวัลที่ให้ตัวเองนั้น จู่ๆมันเกิดผนวกเข้ามาหากันไปได้ยังไง แต่เต้าหู้ก็ยังไม่ทันเอ่ยถามอะไรกับฌอนออกไป เสียงอึกทึกะโลั่นขึ้นของพีพีกับปาโก๋ที่เดินไปตามคันนาก่อนหน้าก็ได้ดังขัดจังหวะคนทั้งคู่ที่จ้องตากันอยู่นั้นขึ้นมาก่อน
“น้องมาดูปูนากับพี่เร็ววว!!” ปาโก๋ที่เดินตามพีพีลงไปจับปูน้ำจืดในนาข้าวขึ้นมารีบชูมือทั้งสองข้างที่จับปูอยู่ให้เต้าหู้ดูด้วยความตื่นเต้นทันที
“เฮ้ยไอ้หมอสุดหล่อ!! วันนี้กูจะพามึงฝากท้องกับเมนูอีสานบ้านเฮานะเว้ยเพื่อนนน ฮ่ะๆๆๆ~”
พีพีที่ขาเปื้อนโคลนและจับปูน้ำจืดไว้ทั้งสองมือที่ยืนอยู่ข้างกันกับปาโก๋ะโคุยกับฌอนขึ้นอีกคน
.
.
.
.
.
Nakhon Ratchasima Province (จังหวัดนครราชสีมา) > ห่างจากแลนด์มาร์คพิเศษ ประมาณสามร้อยกิโลเมตร
ทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของดอกบัวสายสีชมพูที่บานสะพรั่งเต็มท้องน้ำอยู่ด้านหลังบ้านเรือนไม้ ไม่ได้ทำให้จิตใจของคนที่ยืนเหม่มลอยอยู่ริมสระนั้นรู้สึกผ่อนคลายและสงบนิ่งขึ้นมาได้เลยสักนิด
วินเซนต์ที่ปฏิเสธร่วมกินอาหารมื้อเช้ากับกลุ่มเพื่อนที่อยู่ใต้ถุนบ้าน ได้เดินเลี่ยงออกมาจ้องมองสร้อยข้อมือที่แขนตัวเองด้วยใจที่ว้าวุ่นและกระวนกระวายจนอกแทบจะะเิ เขาอยากจะรีบกดโทรออกหาใครบางคนมาก แต่เพื่อนอีกสามคนกำชับไว้ว่ารอคุยกับอีกฝั่งพร้อมกันหลังจากที่ทุกคนนั้นกินข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยดีก่อน
‘กองทัพ.. ต้องเดินด้วยท้อง.. ท้องอิ่มก่อนค่อยวางแผนเดินหน้าพร้อมกันต่อไป’
เมื่อเป็คำพูดที่เบียร์วุ้น กุยช่าย และฮันนี่เห็นพ้องกันว่าควรจะทำเช่นนั้น วินเซนต์แม้จะเป็คนห้าวหั่นไม่สนใจใคร ก็จำเป็ต้องเอาตามที่เสียงส่วนใหญ่ของเพื่อนนั้นว่ากัน แม้จะไม่ค่อยชอบใจที่ต้องมารอคนอื่นแบบนี้ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อยนึงแล้ว.. ที่รับรู้ว่าเต้าหู้นั้นยังคงปลอดภัยดี…
“วินเซนต์!!! แดกข้าวแดกปลาก่อนมั้ยเพื่อน!! มึงไม่กินอะไรลงท้องเลยแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้ตายห่าก่อนได้เจอหน้าแฟนกันพอดีนะเว้ย!! ฮ่าๆๆๆๆ~”
เบียร์วุ้นที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่กับกุยช่ายและฮันนี่ ได้ชูกระป๋องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับขึ้นมาหลอกล่อวินเซนต์ให้กลับเข้าไปกินด้วยกันอีกครั้ง แต่คนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่นิ่งๆแค่ตวัดสายตาดำขลับไปมองแวบเดียวเพียงเท่านั้น ก่อนเขาจะก้มลงไปจ้องหน้าจอสร้อยข้อมือตัวเองตามเดิม
ซึ่งปฏิกิริยายามที่วินเซนต์โดนเพื่อนคนอื่นแซวว่า เป็แฟนของเต้าหู้ นั้นได้ต่างออกไปจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง..
ปกติเขาที่ทำท่าขยะแขยงและรังเกียจสถานะที่เพื่อนยัดเยียดให้แบบนี้ จะต้องะโด่ากราดคนแซวยับไม่นับแผลไปแล้ว แต่รอบนี้วินเซนต์กลับแค่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และอยู่กับตัวเองเงียบๆเพียงเท่านั้น
ฮันนี่ทอดมองวินเซนต์จากไกลๆตรงนี้แล้วก็ได้แต่นึกสงสาร…
ั้แ่ที่วินเซนต์รู้ว่าเต้าหู้ไม่ได้ทะลุเข้ามาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยกัน ั้แ่่ที่วินเซนต์รู้ว่าเต้าหู้กับปาโก๋นั้นอยู่อีกจังหวัดนึงที่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร มันก็ยิ่งทำให้วินเซนต์ยิ่งเหม่อลอยและเครียดขรึมหนักเข้าไปอีก
แม้กระทั่งว่าทุกคนช่วยกันไปเอารถยนต์ อาวุธ เสื้อเกราะ ยา และกล่องสเบียงมาได้แล้วในตอนนี้ แต่วินเซนต์ก็ยังคงมีสีหน้าที่อมทุกข์ไม่คลาย จนถึงขั้นไม่ยอมกินข้าวกินน้ำเหมือนคนอื่นเลยจนฮันนี่นั้นยิ่งรู้สึกเป็ห่วง
คนนึงกำลังัักับความรู้สึกดีๆจากคนแปลกหน้าที่กำลังก้าวล้ำเข้ามา...
อีกคนนึงก็กำลังค้นพบคุณค่าและความสำคัญของใครบางคนเมื่อต้องอยู่ห่างไกลกัน….
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะค๊า~
เนื้อหาบางส่วนเป็เพียงจินตนาการของไรท์เพียงเท่านั้นน๊า รีดทุกคนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ
ขอให้ทุกวันเป็วันที่ดีของนักอ่านทุกคนนะคะ ห่วงใยนะ จุ๊ฟๆๆ