หลิงหยวนลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยังนำปลาสีทองตัวนี้กลับไปด้วยชายชราที่เห็นหลิงหยวนได้ปลาหลายตัวเหมือนเดิมก็เอ่ยชมแต่เมื่อเห็นปลาสีทองชายชราก็สีหน้าเปลี่ยนไปเพราะในความเชื่อของหมู่บ้านปลาสีทองมีหนวดคือบุตรแห่งัที่ยังไม่เติบโต
“นี่นี่ ปลาตัวนี้เ้าได้มาอย่างไร” ชายชรากล่าว
“ข้าตกได้แต่เพราะสีของมันแปลกๆเกล็ดก็ดูใหญ่และแข็งข้าเลยคิดว่าไม่น่ากินเท่าไหร่จะเป็อะไรไหมที่ข้าจะเลี้ยงมัน” หลิงหยวนกล่าว
“อืมน่าจะได้นะ” ชายชราลังเลตอนแรกอยากจะให้หลิงหยวนปล่อยไปแต่ไม่รู้เพราะอะไรกลับรู้สึกว่าเ้าปลาตัวนี้อยากถูกเลี้ยงมากกว่า
หลิงหยวนได้ขุดบ่อขึ้นมาและใช้หินปูพื้นแล้วตักน้ำมาเติมจนในที่สุดก็มีบ่อปลาเล็กๆปลาสีทองที่ได้บ้านใหม่ก็ว่ายไปมาอย่างมีความสุข
“ฮ่าฮ่า ข้าทำสำเร็จแล้วเ้าสองคนนั้นมัวแต่ลังเลไม่ตัดสินใจสักทีเท่านี้ไม่เพียงแต่อาการาเ็เก่าจะหายดีอย่างช้าๆแต่ข้าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต”ปลาสีทองมองไปยังหลิงหยวนด้วยแววตาเคารพ
ในสายตาของบรรพบุรุษัผู้นี้สามารถมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นได้นั่นคือวิถีหรือเต๋าตัวตนของหลิงหยวนผู้นี้เหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาจากเต๋าอันยิ่งใหญ่ราวกับมหาเทพที่สร้างแดนต่างๆและเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วนขึ้นมาดังนั้นสำหรับบรรพบุรุษของเผ่าอสูรแล้วพวกมหาเทพคือบิดามารดาที่ให้กำเนิดพวกเขาขึ้นมา
แต่ขณะเดียวกันก็เป็ตัวตนที่สามารถทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นได้วันต่อมาหลิงหยวนได้ขึ้นเขาไปหาของป่ากลับพบกับไก่ตัวหนึ่งตอนแรกหลิงหยวนคิดจะจับไก่ตัวนี้มาตุ๋นให้กับท่านปู่ท่านย่าแต่ว่าอีกฝ่ายกลับวิ่งเข้ามาหาตนและทิ้งตัวยอมให้ตนจับไปทำให้หลิงหยวนตัดใจฆ่าไม่ลงและเตรียมหาไก่ป่าตัวใหม่แต่ก็หันไปเห็นแมวตัวสีขาวคาบไก่ป่าตัวอ้วนมาหาตนตัวหนึ่งเมื่อคาบมาวางไว้ตรงหน้าตนแล้วแมวขาวก็ทิ้งตัวนอนหงายออดอ้อนอยู่ข้างๆขาของตน
“นี่มันเื่อะไรกัน”หลิงหยวนไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนจึงสับสนอย่างมากเมื่อวานก็มีปลาตัวสีทองวันนี้กลับมีไก่ตัวสีแดงผิดปกติแล้วแมวขาวที่อยู่ก็คาบไก่ป่ามาให้
หลิงหยวนลังเลก่อนจะหยิบไก่ป่าขึ้นมาและเดินกลับบ้านพวกไก่สีแดงและแมวขาวต่างก็เดินตามมาอย่างติดๆชายชราที่เห็นว่าหลิงหยวนพาตัวแปลกๆกลับมาอีกครั้งก็แปลกใจแต่ว่าก็ปล่อยผ่านไปและให้หลิงหยวนเลี้ยงพวกมัน
“พวกเราอยู่กับเขาได้อีกไม่นานบางทีการมีสัตว์เลี้ยงพวกนี้อยู่ด้วยเขาก็คงไม่ต้องเหงาอีกต่อไป” หญิงชรากล่าว
หลังจากนั้นชายชราและหญิงชราก็เริ่มแก่ตัวลงมาเรี่ยวแรงเริ่มไม่มีทำให้งานทั้งหมดเป็ของหลิงหยวนทั้งการปลูกข้าวิญญาขายให้กับศิษย์ของสำนักอวี้ฮวาที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านของตนมากนัก
ทุกๆปีจะมีศิษย์จากสำนักอวี้ฮวามาที่หมู่บ้านต่างๆเพื่อซื้อข้าวิญญาในราคาที่ถูกกว่าปกติซึ่งชาวบ้านได้ทำข้อตกลงกับสำนักอวี้ฮวาเอาไว้ว่าหากมีสัตว์อสูรโผล่มาให้สำนักช่วยลงมือจัดการดังนั้นราคาของข้าวิญญาจึงถูกลง
แต่ว่าหลายปีมานี้สัตว์อสูรกลับไม่เคยมาก่อนกวนเลยสักครั้งทำให้ชาวบ้านเริ่มสงสัยแล้วว่าเป็สำนักอวี้ฮวาที่ลงมือจัดการหรือเปล่า
แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เช่นนั้นพวกสัตว์อสูรต่างไม่กล้าลงมาจากเทือกเขาเพราะกลัวบรรพบุรุษของอสูรอย่างัทองาวิหดา และพยัคฆ์ขาวาต่างหาก
“เหตุใด่นี้ข้าวิญญาจึงน้อยลงกว่าทุกปี”ศิษย์คนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าไม่ชอบใจเมื่อเห็นว่าข้าวิญญาที่ชาวบ้านขายเริ่มลดลง
“ตอนนี้ในหมู่บ้านคนลดลงพวกหนุ่มสาวหลังจากโตขึ้นก็พากันออกจากหมู่บ้านผู้ชายหากไม่ถูกเลือกเข้าสำนักก็ไปทำงานที่เมืองหลวงส่วนหญิงสาวส่วนใหญ่ก็ไปหาสามีรวยๆในเมืองหลวงหมดแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
“ทำไมถึงเป็เช่นนี้”ศิษย์ของสำนักอวี้ฮวากล่าว
“เฮ้อปลูกข้าวิญญาล้วนต้องใช้แรงและความอดทนส่วนใหญ่พวกเราขายข้าวเพื่อแลกกับความปลอดภัยกำไรเลยน้อยทำให้ยากมากที่จะมีเงินเก็บดังนั้นหนุ่มสาวจึงไม่อยากทำอาชีพนี้ในหมู่บ้านตอนนี้ก็เหลือแค่เด็กคนนั้นคนเดียวเท่านั้น” หัวหน้าหมู่บ้านชี้ไปทางหลิงหยวนที่นำข้าวิญญามาขาย
“่นี้สัตว์อสูรไม่ได้ออกมาทำร้ายผู้คนใช่หรือไม่”ศิษย์ของสำนักอวี้ฮวาไม่ได้โทษคนในหมู่บ้านอีกถึงอย่างไรก็เป็ทางเลือกของพวกเขา
“ไม่เลยั้แ่ 10ปีก่อนสัตว์อสูรก็ไม่เคยปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่พวกเราที่ออกไปเก็บของป่าใกล้ๆเทือกเขาแห่งนั้นก็ไม่เคยเจอสัตว์อสูรสักตัว”หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
“น่าแปลกหรือว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นคงต้องกลับไปรายงานสำนัก” ศิษย์คนนั้นกล่าวเสร็จก็จ่ายเหรียญทองให้กับพวกชาวบ้านแล้วนำข้าวิญญาเก็บไว้ในแหวนมิติแล้วจากไป
“ด้วยเงินเหล่านี้น่าจะซื้อยาให้ท่านปู่และท่านย่าได้บ้าง”หลิงหยวนนับเงินในถุงก่อนจะรีบวิ่งกลับไปบ้าน
“อาหยวนอีกสองวันพ่อค้าจะมาขายของที่นี่อย่าลืมซะละ” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว”หลิงหยวนกล่าว
ในปีนี้หลิงหยวนปลูกข้าวิญญาด้วยตัวเองทุกขั้นตอนหลิงหยวนทำเองทั้งหมดทำให้ข้าวิญญาของหลิงหยวนนั้นไม่ธรรมดาอย่างยิ่งและศิษย์ของสำนักอวี้ฮวาก็ไม่มีทางรู้เื่นี้ได้ กว่าจะรู้ตัวก็คงอีกนาน
หลิงหยวนกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมแต่ต่างกันตรงที่ทุกครั้งที่ออกไปหาปลาหรือหาของป่าจะมีไก่ตัวหนึ่งและแมกอีกตัวหนึ่งติดตามไปด้วยทำให้ปลาสีทองในบ่อค่อนข้างอิจฉาอย่างมาก
ขณะเดียวกันในสำนักอวี้ฮวาซึ่งเป็หนึ่งในสำนักของเผ่ามนุษย์เป็สำนักที่ค่อนข้างแข็งแกร่งในระดับหนึ่งในสำนักที่ทั้งหมด 5ยอดเขารวมยอดเขาเ้าสำนักด้วยทุกๆปีจะมีการคัดเลือกศิษย์จากภายนอกเข้ามาในสำนักตลอดเวลา
ศิษย์สำนักอวี้ฮวาที่ซื้อข้าวิญญาจากหมู่บ้านของหลิงหยวนกลับมาถึงก็ได้รายงานตัวและบอกเื่ทั้งหมดให้กับผู้าุโฟัง
“เฮ้อทุกวันนี้สำนักต่างๆเริ่มพากันแย่งตัวผู้ฝึกตนจากหมู่บ้านต่างๆทำให้คนที่ปลูกข้าวิญญาให้กับพวกเราเริ่มลดน้อยลงเกรงว่าอีกไม่กี่ปีหมู่บ้านแห่งนั้นก็คงไม่มีใครอยู่แล้ว”ผู้าุโในสำนักส่ายหน้า
“ใช่แล้วผู้าุโหมู่บ้านแห่งนั้นบอกว่าตลอด 10ปีมานี้สัตว์อสูรในเทือกเขาแห่งทวยเทพไม่ออกมารบกวนเลย นี่มันผิดปกติหรือไม่”
“นี่มันผิดปกติทุกๆ 1-2ปีต้องมีสัตว์อสูรออกมาทำร้ายผู้คนสักครั้งหรือมากกว่านั้นแต่ไม่ปรากฏออกมาถึง 10ปีเห็นได้ชัดว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น” ผู้าุโกล่าว
“ข้าก็ว่างั้นส่วนนี่คือข้าวิญญาที่ข้าซื้อมาได้”
ศิษย์สำนักอวี้ฮวานำข้าวิญญาหลายถุงออกมาแต่หนึ่งในนั้นคือข้าวิญญาที่หลิงหยวนปลูกเองกับมือขณะนั้นเองบนท้องฟ้าร่างหนึ่งที่ขี่กระบี่บินลอยเข้ามาในสำนักก็หยุดลงมองลงมายังศิษย์และผู้าุโที่กำลังจดบันทึกข้าวิญญาที่ซื้อมา
“กลิ่นอายเช่นนี้มัน”หญิงสาวที่สวมขุดสีฟ้ามีน้ำเต้าสุราอยู่ที่เอวรีบลงไปยังจุดที่ศิษย์และผู้าุโอยู่ทันที
“เอ๊ะคารวะเ้ายอดฉินอวี้ซี” ผู้าุโและศิษย์เห็นอีกฝ่ายก็รีบแสดงความเคารพทันทีเพราะอีกฝ่ายเป็ถึงหนึ่งใน4 เ้ายอดเขาที่มีอำนาจรองจากเ้าสำนักเท่านั้น
“ข้าวิญญา10 ถุงนี้เ้าไปได้มาจากไหน” ฉินอวี้ซีมองไปยังข้าวิญญาทั้ง10 ถุงที่หลิงหยวนเป็คนปลูกด้วยแววตาเป็ประกาย
“เรียนท่านเ้ายอดเขาข้าซื้อมาจากหมู่บ้านที่อยู่ทางใต้ของเทือกเขาแห่งทวยเทพ” ศิษย์ชายเล่าทุกอย่างให้กับฉินอวี้ซีฟังทำให้นางหรี่ตาลงคนที่ปลูกข้าวิญญาชั้นยอดได้ไม่มีทางเป็เพียงคนธรรมดาแน่ต้องรู้ก่อนว่าข้าวิญญาชั้นยอดเทียบได้กับโอสถรวมปราณที่ศิษย์ในขอบเขตกลั่นปราณและสร้างรากฐานใช้กัน
“ข้าวทั้ง10 ถุงนี้ข้าขอละกัน ส่วนนี่คือค่าชดเชย ว่าแต่หมู่บ้านนั้นอยู่ตรงไหนนะ” ฉินอวี้ซีที่พึ่งกลับมาขอแผนที่จากอีกฝ่ายก่อนจะโยนหินิญญาทิ้งไว้แล้วจากไปอย่างเร่งรีบ
“เอ่อแล้วจะจัดการอย่างไร”ศิษย์ชายกล่าว
“จดบันทึกเอาไว้ก็พอ”ผู้าุโคุ้นชินกับนิสัยของฉินอวี้ซีอยู่แล้วจึงไม่แปลกใจอะไรหลายปีมานี้ในบรรดายอดเขาทั้งหมดยอดเขาเมฆากลับอ่อนแอที่สุดไม่ใช่ว่าฉินอวี้ซีอ่อนแอแต่เป็เพราะศิษย์ในยอดเขามีแค่ 1คนเท่านั้นและเ้ายอดเขาอย่างฉินอวี้ซีได้ทุ่มทรัพยากรทั้งหมดให้กับศิษย์ผู้นี้คนเดียวดีกว่าจะมอบให้กับศิษย์ไร้ประโยชน์หลายคน
หลายวันต่อมาฉินอวี้ซีมาถึงหมู่บ้านของหลิงหยวนก็แผ่จิตััออกไปก่อนจะมองไปยังต้นอ่อนของข้าวิญญาที่กำลังเติบโตนางมองไปไร่นาที่เป็ของหลิงหยวนด้วยแววตาเป็ประกาย
“ไม่ผิดแน่เ้าของข้าวิญญาผู้นี้เป็คนปลูกข้าวิญญาชั้นยอด”ฉินอวี้ซีลงมาจากท้องฟ้าทำให้พวกชาวบ้านพากันใเพราะนานๆทีจะได้เห็นเทพเซียนขี่กระบี่บินผ่านมา
“ท่านเซียนมีธุระอะไรกับหมู่บ้านของพวกเราหรือไม่”ผู้ใหญ่บ้านกล่าว
“ที่ตรงนั้นเป็ของใคร”ฉินอวี้ซีชี้ไปทางแปลงข้าวิญญาของหลิงหยวน
“เป็ของตาเฒ่าหลิงแต่ตอนนี้หลานชายของเขาเป็คนปลูกข้าวิญญาแทน หรือว่าข้าวิญญามีปัญหา” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่มีปัญหาอะไรหรอกข้าแค่ถูกใจฝีมือการปลูกข้าวิญญาเท่านั้น แล้วเขาอยู่ไหนช่วยพาข้าไปพบเขาหน่อย”ฉินอวี้ซีกล่าว
ชาวบ้านมองนางเซียนที่งดงามอย่างฉินอวี้ซีด้วยแววตาสงสับเซียนที่งดงามเช่นนี้เหตุใดถึงอยากพบกับคนธรรมดาอย่างหลิงหยวนกัน
แม้หลิงหยวนจะมีหน้าตาที่น่ารักตามวัยเด็กและโตไปจะต้องเป็หนุ่มรูปงามแน่แต่ตอนนี้ถึงอย่างไรอายุก็แค่12 ปีเท่านั้นเอง
ผู้ใหญ่บ้านรับพาฉินอวี้ซีไปยังบ้านของหลิงหยวนทันทีเมื่อไปถึงก็เห็นว่าในลานบ้านมีแมวสีขาวกำลังนอนหลับอยู่บนต้นไม้ข้างๆบ่อน้ำและมีไก่ตัวสีแดงเกาะอยู่บนกิ่งไม้เช่นกันส่วนหลิงหยวนกำลังตุ๋นไก่ที่พึ่งจับมาได้
“หลิงหยวนหลิงหยวนมีคน้าพบเ้า” ผู้ใหญ่บ้านส่งเสียงออกมาทำให้หลิงหยวนที่กำลังทำอาหารต้องหันกลับมามอง
“ว้าวเด็กน้อยคนนี้มีแววเป็ชายรูปงามมากๆ” ฉินอวี้ซีแววตาเป็ประกายเมื่อมองไปยังหลิงหยวนราวกับว่าเด็กน้อยตรงหน้าของนางคือสิ่งที่ธรรมชาติจงใจสร้างขึ้นมาคือผลงานชิ้นเอกของ์และปฐีอย่างแท้จริง
“นางผู้หญิงคนนี้กล้าใช้สายตาเช่นนี้มองนายท่านได้อย่างไรข้าฆ่านางเลยดีไหม” แมวสีขาวส่งกระแสจิตหาไก่สีแดงข้างๆ
“อดทนไว้คอยดูไปก่อน หากนางกล้าคิดร้ายกับนายท่านข้าจะเผานางให้ตาย” ไก่สีแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“ผู้หญิงสองคนนี้เ้าอารมณ์จริงๆ”ปลาสีทองถอนหายใจเมื่อเห็นทั้งสองเริ่มออกอาการหวงนายท่านของตนเสียแล้ว