หลังจากจบมื้ออาหารทั้งสี่คนก็ตกลงที่จะขึ้นไปคุยกันที่ห้องประชุมเล็กที่ทำงานส่วนตัวของซือเย่และฉิงิ
“ก่อนอื่นเลยผมต้องขอโทษอีกครั้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทตระกูลเกา ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะออกมาแล้วแต่การที่ผมไม่ตรวจสอบให้ดีทำให้นัดของคุณผิดพลาดนั้นก็ถือว่าผมต้องเป็คนรับผิดชอบส่วนหนึ่ง”
“ไม่ต้องคิดมากเลย ใครมันจะไปรู้ว่าติดต่อผ่านบริษัทเข้ามาแล้วจะเจอแบบนี้คนผิดมันก็ทางนี้เองที่ไม่ได้โทรตรงหานาย เอาเป็ว่าเื่นั้นให้มันจบไปไม่ต้องคิดมากแล้ว” เดฟพูดกับฉิงิอย่างจริงจังั้แ่รู้จักกันสมัยเรียนมัธยมจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยทั้งคู่ต่างรู้นิสัยกันเป็อย่างดีคนแบบฉิงิไม่มีทางปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นอีก
“งั้นเรามาเข้าเื่กันดีมั้ยคะ”ซือเย่เห็นทั้งคู่ยิ้มให้กันแล้วจึงพูดขึ้น
“ดีครับ เรามาคุยเื่ในอนาคตของพวกเรากันดีกว่า”ลูคัสเห็นด้วย
การคุยกันในวันนี้กลายเป็การเจรจาธุรกิจขนาดใหญ่ถึงขั้นลงทุนหลักพันล้านเพราะลูคัสและฉิงิเองเห็นตรงกันว่าหากต้องจ้างโรงงานผลิตให้แบรนด์เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าการสร้างเองก็เป็การลงทุนระยะยาวที่คุ้มไม่น้อย
“งั้นเอาเป็ตามนี้ก่อนนะรับผมกับซือเย่จะเป็คนหาพื้นที่สร้างโรงงานส่วนคุณกับเดฟคงต้องหาบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจในประเทศอยู่แล้วให้ช่วยเื่การนำเข้าก่อนใน่แรก”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงส่วนเื่ที่จะให้แบรนด์มาลงร้านที่ห้างทีนี่ฉันสนใจนะถ้ายังมีที่เหลือแล้วทำเลโอเคฉันสามารถเซ็นสัญญาได้เลย เพราะจริง ๆแล้วดีลที่คุยไว้กับตระกูลเกาก็จะเพิ่มตัวนี้ด้วย ลูคัสก็มาเพราะอยากสกรีนห้างและดูTraffic คนเดินห้างอยู่แล้ว”
“งั้นดีเลยค่ะ เดี๋ยวจัดการเื่นี้ให้เลย” ซือเย่ยิ้มให้แล้วเดินออกไปขอผังของห้างทันทีจากข่าวการขาดทุนและการเติบโตของห้างจีทำให้หลายแบรนด์เลือกที่จะไม่ต่อสัญญา นั่นทำให้บางพื้นที่ในห้างจะว่างลงซึ่งแน่นอนว่ายังมีทำเลดี ๆ เหลือให้เลือกได้อีก
“ดูเหมือนว่าหลาย ๆ แบรนด์จะพลาดโอกาสดี ๆ ไปแล้วนะเนี่ย” เดฟพูดขึ้นเมื่อเห็นผังตำแหน่งที่ว่างของห้าง
“อืม งั้นเอาตรงนี้แหละ ขนาดกำลังดีเลย แบรนด์เดิมเป็เสื้อผ้าแน่ ๆว่าแต่แล้วทำไมเราไม่เอาเคธมาเปิดด้วยล่ะ”ลูคัสเลือกได้ทันทีที่เห็นและแปลกใจไม่น้อยที่ไม่เห็นแบรนด์เสื้อผ้าดังอย่างเคธแบรนด์ของซือเย่และเคธี่
“แค่อยากลองท้าทายความสามารถกันหน่อยค่ะบางทีเราอาจไม่้าทำเลที่ดีที่สุด”ซือเย่ยิ้มให้พี่ชายคนสนิท แน่นอนว่าเธอกับเคธี่ไม่มองเพียงแค่ทำเลอยู่แล้วร้านค้าทางการแห่งแรกที่ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าจะธรรมดาได้ยังไงกัน
“เปิดตัวเมื่อไหร่บอกพี่ด้วยแล้วกัน กำลังหาชุดคู่ไปออกงานน่ะ”
“ใช่ ๆ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ คนกันเอง” เดฟยิ้ม เพราะรู้สึกว่าซือเย่นั้นเข้าถึงได้ง่ายกว่าบรรดาเพื่อนของลูคัส ตัวเขาเองมีเพื่อนไม่มากเมื่อได้เพิ่มมาอีกหนึ่งคนทำให้อารมณ์ดีไม่น้อย
ทั้งสี่คนคุยกันต่ออีกเกือบชั่วโมงถึงรายละเอียดคร่าวๆ และแผนการดำเนินงานแล้วจึงแยกย้ายกัน
มื้อเย็นวันนี้ทั้งคู่เลือกที่จะซื้อของสดเข้าไปทำอาหารเองที่ห้องพัก
“งั้นเดี๋ยวผมขอตัวเลยนะครับเจอกันพรุ่งนี้ครับบอส คุณหนูหลิว” เหวินเปาที่เมื่อเปลี่ยนมาทำงานที่นี่ก็กลายเป็คนที่ยุ่งแทบจะตลอดเวลาเพราะข้อมูลและเอกสารที่ต้องเรียนรู้ไหนจะงานที่ต้องคอยซัพพอร์ตฉิงิ เมื่อเลิกงานเ้าตัวก็คิดถึงเพียงแค่อ่างแช่น้ำและเตียงนุ่มๆ ที่ห้องแล้ว
“เจอกันพรุ่งนี้ที่ห้องเวลาเดิมนะ ทานข้าวด้วยกันก่อนค่อยมาทำงาน” ฉิงิไม่ลืมที่จะชวนมือขวาของตนให้ร่วมมื้อเช้าส่วนซือเย่ก็ยิ้มให้แล้วโค้งขอบคุณ
“คุณหนูจะไปเลือกเองหรือครับ” เทียนฉีถามย้ำ
“ใช่ค่ะ พี่ฉีไปเดินเล่นรอก็ได้ เดี๋ยวถ้าซื้อของเสร็จแล้วซือเย่โทรหา” ซือเย่ยิ้มให้มือขวาของตนก่อนจะเดินควงแขนคนรักไปแน่นอนว่าเธอรู้ว่าพี่ฉีไม่ปล่อยให้เธอเดินซื้อของตามลำพังกับคนรักแน่เพราะไม่ใช่เพียงพี่ฉีที่ถูกส่งมาคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเวลาที่ผ่านมาซือเย่มีการ์ดคอยตามดูแลทุกครั้งที่ออกจากบ้านอย่างน้อยสี่คนที่จะกระจายตัวกันอยู่รอบ ๆ ซึ่งในอดีตเธอทำพลาดไปเพราะความดื้อรั้นของเธอทำให้ส่งการ์ดทั้งหมดกลับไปที่ตระกูลหลิวจนเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเธอหลายครั้งซึ่งครั้งแรกก็คือเหตุการณ์ที่ทำให้เธอได้เจอกับฉิงิในวันที่พลัดตกน้ำแล้วเป็ตะคริวทำให้จมน้ำจนต้องนอนโรงพยาบาลนั่นแหละ
“วันนี้อยากทานอะไร”ฉิงิเดินเข็นรถตามซือเย่ที่กำลังเดินดูวัตถุดิบในโซนตู้แช่แข็ง
“กำลังดูเนื้อค่ะ พี่ิว่ามื้อเย็นเราเป็เสต็กโอเคมั้ย”นับเป็โชคดีของเธอที่พี่ินั้นไม่เลือกกินและไม่มีอาหารประเภทไหนที่แพ้ทำให้สามารถเลือกอาหารได้หลากหลายแต่อาหารที่ซือเย่ชอบที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็อาหารที่พี่ิเป็คนทำให้ยังไงล่ะ
“เอาสิ มาเดี๋ยวพี่เลือกให้”ฉิงิไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปช่วยเลือกเนื้อทันที
ทั้งคู่เดินเลือกซื้อของกันโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาคนอื่นที่มองมาเป็ระยะแม้ว่าทั้งคู่จะใส่หน้ากากอนามัยเพื่อปิดหน้าก็ตาม
“วันหลังไม่ออกมาซื้อเองแล้วนะ” ผมกระซิบบอกซือเย่
“ทำไมคะ มาเดินกับน้องแล้วพี่เบื่อหรอ”เ้าตัวทำหน้าเศร้าแต่ผมรู้ดีว่าเ้าตัวน่ะไม่ได้เศร้าอะไรหรอกออกจะสนุกเสียด้วยซ้ำที่เห็นผมเป็แบบนี้
“หวงจะตายแล้วครับ”ใครใช้ให้เธอเป็จุดดึงสายตาของพวกผู้ชายที่มาเดินซื้อของกันขนาดมีผมเดินด้วยยังมองตามแทบเหลียวหลัง คนพวกนี้มันเหลือเกินจริง ๆ
“คิก ก็ได้แต่มองค่ะ มีคนนี้คนเดียวแหละที่ได้ควงแขนซือเย่”น้องยิ้มแล้วก้มลงมองแขนของเราทั้งคู๋ที่ยังคล้องกันอยู่ตลอดั้แ่เข้ามาซื้อของ
“ไปครับกลับห้องกัน โทรเรียกพี่ฉีหรือยัง”ผมคว้าถุงทั้งหมดมาถือไว้เอง หลังจ่ายเงินเรียบร้อย
“เรียกแล้วค่ะ เราออกไปรอที่หน้าประตูห้างได้เลย”น้องดึงแขนออกก่อนจะเข้ามาจับมือผมแล้วเดินนำไปยังประตูที่นัดไว้
อีกด้านหนึ่งณ บริษัทตระกูลเกา
“หมายความว่ายังไง” ซีเซินโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ได้ดั่งใจ
“เราได้ติดต่อไปยังทางนั้นแล้วครับแต่ฝ่ายนั้นแจ้งมาว่าทางเราทำผิดเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้จึงจะขอยกเลิกทั้งหมด”
เลขาได้แต่รายงานให้เ้านายของตนฟังและหวังว่าเ้านายจะไม่อารมณ์เสียไปมากกว่านี้
“ก่อนหน้านี้ใครเป็คนดูแล”
“เหวินเปาครับ”
“แล้วมันไปไหน! ไม่เห็นหน้ามันมาหลายวันแล้ว งานการไม่ทำหรือไง”
“เหวินเปาส่งจดหมายลาออกไว้เมื่อสองวันก่อนค่ะคืนของและเอกสารทุกอย่างไว้และไม่ได้เข้ามาแล้วค่ะ”ผู้ช่วยเลขาอีกคนรีบตอบเ้านาย
“ก็ไปตามมันกลับมา ให้มันมาจัดการลูกค้ารายนี้ให้เรียบร้อยเสนอเงินให้มันไป จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา ทำไมเื่แค่นี้คิดกันไม่ได้ ไปเลยนะไปจัดการให้เรียบร้อย ถ้ายังมีใครเอาปัญหาปัญญาอ่อนขึ้นมารายงานอีกจะไล่ออกให้หมดเลย จ้างมาทำงานไม่ได้จ้างให้มาชี้นิ้วสั่ง!” ซีเซินผู้ไม่เข้าใจระบบการทำงานแถมยังไม่เคยเข้ามาทำงานมาก่อนะเิใส่ลูกน้องที่ยืนอยู่ เพราะเมื่อมีประกาศแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็รองประธานปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นก็ถาโถมเข้ามาไม่ได้หยุดไม่ว่าจะเื่เล็กน้อยไปจนถึงเื่ใหญ่ที่ต้องเรียกบอร์ดบริหารประชุมทำให้หลายวันนี้ซีเซินที่อารมณ์ร้อนอยู่แล้วกลายเป็ะเิเวลาสำหรับทุกคนในบริษัท
“เสียงดังอะไรกัน” เกาเฉินอู๋ประธานบริษัทคนปัจจุบันของกลุ่มบริษัทตระกูลเกา หรือพ่อแท้ ๆของเกาซีเซินเดินเข้ามา
“มีปัญหากับคู่ค้านิดหน่อยครับทางนั้นเขาแจ้งมาว่าเราผิดเงื่อนไขเลยจะไม่มีการเจรจาแต่ผมให้คนไปตามคนที่รับผิดชอบมาเคลียแล้วครับ”
“อืม อย่าทำตัวไร้ความรับผิดชอบเหมือนพี่แกก็พอ เฮอะ”เมื่อพูดถึงลูกชายคนโต เฉินอู๋ก็หงุดหงิดขึ้นมา
“คุณพ่อไม่ต้องเป็ห่วงครับ ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังส่วนเื่หุ้นส่วนของพี่ิที่คุณพ่อสั่งให้เปลี่ยนมือเื่นี้ผมว่ารอให้พี่ิกลับมาจัดการดีมั้ยครับ เผื่อว่าพี่เขา..” ซีเซินทำหน้าเป็ห่วงพี่ชายแต่แท้จริงภายในกำลังยุให้ผู้เป็พ่อโอนหุ้นเ่าั้มาเป็ของตนโดยที่ไม่ต้องลำบากต่างหาก
“จะไปสนใจมันทำไม!พรุ่งนี้เดี๋ยวให้ทนายมาจัดการโอนให้เป็ชื่อแกซะในเมื่อมันคิดว่ามันโตแล้วอยู่รอดได้ก็เื่ของมัน”พูดจบเฉินอู๋ก็เดินออกไปทันที
“เป็ไปตามแผนนะครับคุณชาย”โจชัวมือขวาของซีเซินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แล้วเื่ที่ให้ไปสืบถึงไหนแล้ว”
“ยังไม่พบว่าไปพักอยู่ที่ไหนครับ เพราะจากที่เราส่งคนไปดูตามบ้านเพื่อน ๆยังไม่มีใครเจอคุณฉิงิเลย”
“ตามต่อไป คนอย่างมันไม่มีทางยอมอยู่เฉย ๆ แน่จนกว่ามรดกทั้งหมดจะเป็ของฉัน ห้ามประมาทเด็ดขาด คุณพ่อยังพูดถึงมันอยู่ฉันกลัวว่ามันจะทำให้คุณพ่อเปลี่ยนใจ”
“คุณชายไม่ต้องเป็ห่วงครับ” โจชัวรับคำนาย
“กลับมาแล้วหรือคะคุณ ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนค่ะ” รั่วซีเดินถือแก้วน้ำเย็นออกมารับสามีเมื่อแม่บ้านแจ้งว่ามีของเธอกลับมาแล้ว
“ขอบคุณนะที่รัก” เฉินอู๋ยิ้มให้ภรรยาของตน
“วันนี้งานยุ่งเหรอคะ ดูคุณเหนื่อย ๆ”รั่วซีรับกระเป๋าแล้วเดินตามไปยังห้องรับแขกของคฤหาสน์
“ก็นิดหน่อยน่ะ ่นี้กำลังจะสรุปรายงานไตรมาส”
“ซีเซินเป็ยังไงบ้างคะคุณ ลูกทำให้คุณลำบากหรือเปล่า บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องหาตำแหน่งให้ซีเซินหรอกให้ลูกช่วยงานคุณไปก่อน ทำแบบนี้ฉิงิจะยิ่งน้อยใจนะคะ”รั่วซีไม่พลาดที่จะสุมไฟให้ร้ายลูกชายบุญธรรม
“นี่อิ๋งอิ๋งไปไหนล่ะ เพิ่งปิดเทอมไม่ใช่หรอ”เฉินอู๋เปลี่ยนเื่ถามถึงลูกสาวคนเล็ก
“แกมาขอไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ จริง ๆแกจะไปขอคุณตั้งหลายวันแล้วแต่ฉันเห็นคุณยุ่งกับที่บริษัทเลยไม่ได้ให้แกไปกวนไม่โกรธลูกนะคะ”
“ไม่หรอก ปิดเทอมทั้งทีให้ลูกไปพักผ่อนกับเพื่อนบ้างก็ดีแล้วลูกมีเงินติดตัวไปเท่าไหร่เดี๋ยวผมโอนให้เพิ่มแล้วกัน”
“ขอบคุณนะคะ” รั่วซียิ้ม
“เื่แค่นี้ไม่ต้องขอบคุณหรอก อิ๋งอิ๋งก็เป็ลูกสาวเรานะ ค่าขนมเล็ก ๆน้อย ๆ จะเป็อะไรไป”เฉินอู๋พูดตามปกติโดยที่ไม่ได้สังเกตุตนเองเลยว่ากับฉิงินั้นไม่เคยได้รับเงินค่าขนมนอกรอบเลยสักครั้งและหากมีการขอไปเที่ยวกับเพื่อนก็มักจะโดนด่าว่าี้เีทำตัวไร้ประโยชน์จนกลายเป็ว่าฉิงินั้นไม่เคยได้ไปเที่ยวกับเพื่อนนอกเหนือจากทริปที่ทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยบังคับเท่านั้น
-------------------------------------
นิยายเื่นี้แต่งจบแล้ว นำมาลงให้อ่านฟรีจนจบก่อนติดเหรียญ
หากไม่อยากรอ สามารถอุดหนุน Ebook ได้บน Meb / Pinto / Dek-D / Naiin / Ookbee