หลังจากบอกความ้าของตนเองไปแล้วจ้าวเลี่ยงเฟิ่งก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าการที่ิญญาของตนกับหลินเย่วชิงนั้นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใด แต่อย่างน้อยการที่แม่นางน้อยผู้นี้สามารถมองเห็นและสื่อสารกับิญญาได้ก็คงจะช่วยเป็ประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ภายในห้องนอนเงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวเลี่ยงเฟิ่งเห็นสายตาที่แสดงความเข้มแข็งคู่นั้นของหลินเยว่ชิง ถึงแม้ว่ามันจะเผยขึ้นมาให้เห็นเพียงครู่เดียวแต่ก็ทำให้นางใจชื้นขึ้นมา หญิงสาววัยแรกแย้มคนนี้ที่นางเห็นว่าอ่อนแอมาบัดนี้ก็คงจะมีกำลังใจลุกขึ้นสู้ได้บ้างแล้ว
คำว่าเป็สหายและจะอยู่เคียงข้างสำหรับหลินเยว่ชิงแล้วนั้นไม่ได้ทำให้นางเปิดใจรับิญญาตนนี้สักเท่าไร ั้แ่เกิดมานางยังไม่เคยมีสหายเลยแม้แต่คนเดียวก็จริง ที่สำนักศึกษาอย่าว่าแต่สหายเลยแค่คนจะเอ่ยคำพูดกับนางแม้เพียงครึ่งคำยังหาได้ยาก นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนพูดแบบนี้กับนาง แต่ว่าการที่จะเป็สหายกับิญญานั้นก็ยังคงรู้สึกประหลาดอยู่ไม่น้อย
“ข้ายอมให้ท่านอยู่ด้วยก็ได้” หลินเยว่ชิงพูด นางมองที่ดวงิญญาโปร่งแสงของจ้าวเลี่ยงเฟิ่งอีกครั้ง เผยอปากเหมือนจะพูดต่อแต่กลับเปลี่ยนใจแล้วสงบคำไว้
ความขลาดกลัวที่มีั้แ่แต่เด็กทำให้หลินเยว่ชิงเป็คนไม่กล้าพูด ไม่แม้แต่จะแสดงความคิดเห็นหรือความ้าของตนเองออกมาเสียด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกที่นางจะเลือกเก็บถ้อยคำเอาไว้เวลาต้องเผชิญหน้ากับผู้อื่น
เมื่อเห็นกิริยาสงบปากสงบคำของหลินเยว่ชิงแล้ว จ้าวเลี่ยงเฟิ่งก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้จึงเป็ฝ่ายพูดออกมาแทน
“ก็ได้ ข้าจะอยู่เฉยๆ ไม่ก้าวก่ายเื่ของเ้าอีกหากไม่จำเป็”
หลินเยว่ชิงพยักหน้าเป็คำตอบ หลังจากนั้นจึงได้เริ่มเก็บกวาดห้องของตนเอง เศษผักตกกระจายเต็มพื้น น้ำแกงที่หกเรี่ยราดทำให้พื้นห้องกลายเป็คราบขึ้นมา นางหยิบเศษอาหารเ่าั้ขึ้นมาใส่ถ้วยทีละชิ้น ใบหน้าที่ก้มลงมองความสกปรกที่พื้นเริ่มหม่นหมองขึ้นมาอีกครา
ั้แ่บ่ายเมื่อวานหลินเยว่ชิงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย นี่ก็ปาเข้าไปยามอู่แล้ว ท้องที่ว่างเปล่าจึงส่งเสียงร้องออกมาจนคาดว่าแม้แต่ิญญาที่ยืนอยู่ไกลออกไปยังได้ยินเสียง
ทุกครั้งที่นางถูกลงโทษไม่ให้กินข้าว จะต้องรอจนกว่าฮูหยินรองจะอนุญาตแล้วให้บ่าวยกสำรับอาหารมาให้ ถึงแม้ว่านางจะหิวมากเพียงใดถ้าไม่ได้รับอนุญาตต่อให้ไปขอร้องคนครัวพวกเขาก็ไม่สามารถให้นางกินได้ พวกบ่าวไพร่ก็ไม่มีใครที่อยู่ฝ่ายนางพอจะช่วยเหลือนางได้สักคน จึงได้แต่ดื่มน้ำรองท้องให้พอรู้สึกหายหิวขึ้นมาบ้างก็เท่านั้น
ถึงว่าจะมีเงินเก็บไว้อยู่บ้าง เบี้ยหวัดในแต่ละเดือนที่ได้มาน้อยนิดจนแทบจะไม่พอซื้อขนมกุ้ยฮวากินเสียด้วยซ้ำ แต่นางก็เก็บหอมรอมริบไม่เคยใช้เลยสักตำลึง เผื่อวันข้างหน้าหากได้ออกไปจากที่นี่ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก
ั้แ่เมื่อวานหลินเยว่ชิงก็ไม่ได้มีอาการหวาดกลัวิญญาของเ้าเลี่ยงเฟิ่งอีก นางเริ่มตอบคำถามของจ้าวเลี่ยงเฟิ่งบ่อยขึ้น กล้าที่จะลอบมองจ้าวเลี่ยงเฟิ่งมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับว่าเป็ฝ่ายเริ่มต้นพูดก่อน ถึงกระนั้นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คือสีหน้าของนางยังคงหดหู่เหมือนเดิม
ไม่รู้ว่าเป็เพราะการที่มีิญญาอยู่ใกล้ทำให้นางรู้สึกหดหู่หรือว่าหดหู่กับชีวิตของตนเองอยู่แต่เดิมแล้ว
เ้าเลี่ยงเฟิ่งเดินมายืนอยู่ตรงหน้าหลินเยว่ชิงก่อนจะเอ่ยถาม “เ้าไม่กลัวข้าแล้วหรือ”
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งเห็นว่าหลินเยว่ชิงไม่หลบตา ไม่ถอยไปอยู่ติดผนัง ไม่ก้มหน้าก้มตาปักผ้าอย่างเดียวก็ทำให้นางพอจะสังเกตได้ว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ได้กลัวตนเองมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว
“อืม” หลินเยว่ชิงตอบเพียงสั้นๆ
ด้วยใคร่รู้ว่าหลินเยว่ชิงปักอะไรอยู่จ้าวเลี่ยงเฟิ่งจึงได้ยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ จนเกือบจะชนกับศีรษะของหลินเยว่ชิง แต่ว่าใกล้ขนาดนี้หลินเยว่กลับไม่ใเลยสักนิดแสดงว่าเป็คนแข็งแกร่งขึ้นมาแล้วจริงๆ สร้างความประหลาดใจให้กับนางอยู่บ้างจึงอดที่จะถามอีกไม่ได้ “เหตุใดจึงไม่กลัวข้าแล้ว”
เหมือนกับว่าสมาธิตอนนี้ได้ถูกรบกวนไปแล้วหลินเยว่ชิงจึงวางมือที่ปักผ้าลง แสดงสีหน้าออกมาว่าไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกรบกวนเวลา แต่ในเมื่อไหนๆ ก็ไม่มีอารมณ์ปักต่อ จึงได้สนทนากับจ้าวเลี่ยงเฟิ่งเสียถือว่าเป็การพักสายตา
“ก็ท่านไม่ได้น่ากลัว อีกอย่างพอมีท่านอยู่ใกล้ๆ ข้าก็ไม่เห็นิญญาตนอื่นมาป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ กายข้าอีกเลย” หลินเยว่ชิงตอบ นางไม่รู้ว่าิญญาตนนี้เป็ใครมาจากไหน ทว่าการแต่งกายก็พอดูออกว่าเป็สตรีมีฐานะ ถึงกระนั้นนางก็ไม่ได้สนใจที่จะถาม โลกคนเป็กับคนตายนั้นต่างกัน ยึดโยงไปก็ไร้ประโยชน์ ที่สำคัญเหตุผลที่นางกล่าวว่าอีกฝ่ายไม่ได้น่ากลัวก็ไม่เกินจริง เพราะิญญาตนนี้มาในสภาพคล้ายมนุษย์ ต่างกันเพียงแค่มีความโปร่งแสงอยู่ก็เท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินเยว่ชิงก็แปลกใจในตนเองที่สามารถแยกแยะและมองสิ่งที่ต่างออกไปจากเดิมได้มากขึ้นเล็กน้อย เพราะเมื่อไม่นานมานี้ นางยังปฏิเสธและหวาดกลัวิญญาทุกตนอยู่เลยแท้ๆ
เป็เวลาเดือนกว่าแล้วที่หลินเยว่ชิงไม่เห็นดวงิญญาตนอื่นนอกจากจ้าวเลี่ยงเฟิ่ง เื่นี้นางเองก็ประหลาดใจเช่นกัน เมื่อก่อนจะมีิญญาตนอื่นมาวนเวียนรอบกายอยู่เรื่อยๆ บ้างก็มาในสภาพที่สมบูรณ์เหมือนกับิญญาตรงหน้า บ้างก็มาในสภาพที่น่ากลัวสยดสยองราวกับว่าก่อนตายได้ประสบเคราะห์กรรมที่น่าอนาถ บางครั้งถึงกับมาหลายตนพร้อมกัน ทำให้นางหวาดกลัวจนถึงกับไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
“เ้าพบเห็นิญญาบ่อยแค่ไหน” จ้าวเลี่ยงเฟิ่งถาม น้ำเสียงเจือความเห็นใจ
“บ่อย น่าจะทุกสองถึงสามวันได้ แต่ก็มีิญญาบางตนที่มาหาข้าทุกวัน” หลินเยว่ชิงตอบ
ในฐานะที่จ้าวเลี่ยงเฟิ่งมีความรู้ในเื่เช่นนี้อยู่ไม่น้อย การพบเห็นิญญาตนเดิมมบ่อยๆ นั้นแสดงว่าิญญาตนนั้นมีความผูกพันกับผู้ที่เห็นหรือไม่ก็้าขอความช่วยเหลืออะไรบางอย่าง หลินเยว่ชิงผู้นี้คงจะยังไม่เข้าใจถึงได้ไม่สามารถจัดการกับิญญาเหล่านี้ได้ ได้แต่นั่งหวาดกลัวจนกว่าิญญาเ่าั้จะจากไปเอง แต่ถ้ามันไม่ยอมจากไปนางก็ต้องทนพบเห็นอยู่ทุกวัน
เื่นี้เ้าเลี่ยงเฟิ่งเองก็ประหลาดใจระคนเห็นใจหลินเยว่ชิงเช่นกัน ที่ผ่านมาดรุณีน้อยผู้นี้คงต้องพบเห็นิญญามามากมาย ประสบพบเจอกับการถูกรังควานจากิญญาเ่าั้จนไม่เป็อันทำอะไร นางคงหวาดกลัวมาทั้งชีวิตแล้ว