อสูรสยบสวรรค์

    อสูรสยบสวรรค์ ตอนที่ 55 : หลอมไขกระดูกราชันย์เทพหงส์สวรรค์

    เมื่อปลอดผู้คนนนท์จึงเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม 


    " ถุด " นนท์บ้วนเลือดทิ้ง


    " หนักเหมือนกัน หากกายไม่แกร่งพอสงสัยตายแน่ " ว่าแล้วจึงหยิบโอสถเหลวทิพย์สมุนไพรเทเข้าปากแล้วนั่งเพื่อฟื้นฟูร่างกาย


    " โอสถเหลวทิพย์สมุนไพรฟื้นฟูร่างกายได้เร์วจริง " นนท์ปรับสภาพร่างกายอยู่พักใหญ่


    " ได้สู้กับมารแล้วรู้สึกว่า คงถึงเวลาทะลวงขั้นพลังแล้ว " นนท์หยิบตำราสูตรโอสถออกมาเพื่อหาสูตรโอสถทะลวงพลังขั้นกายนิรันดร์สูงสุด


    " เจอแล้ว " นนท์ตรวจสอบสมุนไพรในแปลงปลูก พลางพยักหน้า สะบัดมือเรียกหม้อหลอมโอสถหงษ์มังกรออกมา และสะบัดมืออีกครั้งเรียกสมุนไพรสิบชุด แล้วจึงโยนสมุนไพรทั้งสิบชุดเข้าหม้อหลอมโอสถหงษ์มังกร เร่งส่งเปลวเพลิงปฐพีเพื่อทำการหลอมโอสถทะลวงกายนิรันดร์สูงสุด


    " ติ๊ง " เสียงอันไพเราะดังออกมา โอสถสีเขียวหยกเงาวาวหนึ่งร้อยห้าสิบเม็ดปรากฎต่อหน้า นนท์รีบนำโอสถเข้าเก็บในขวดหยกทันที 


    " เริ่ม " นนท์กลืนโอสถทะลวงกายนิรันดร์สูงสุดลงไป


    " อึก " โอสถเริ่มละลาย ความเย็นไหลรินลงสู่ตันเถียน 


    " เอ๋ ไม่พอ " นนท์จึงกลืนลงไปอีกหนึ่งเม็ด


    " ยังไม่พอ " นนท์จึงกลืนโอสถทะลวงกายนิรันดร์ลงไปอีกสามเม็ดในครั้งเดียว


    " ตูม " เสียงระเบิดในตันเถียน


    " กายนิรันดร์สูงสุดขั้นที่หนึ่ง สอง " นนท์พยัหน้าแล้วจึงปรับสมดุลร่างกาย


    " เจ้าหนุ่ม เจ้าควรหลอมไขกระดูกของหงษ์สวรรค์ และไขกระดูกของราชันย์เทพมังกรใหม่ " จิตทัศนะกล่าว


    " ผู้อาวุโสเพราะเหตุใด " นนท์สงสัย


    " ข้าสัมผัสได้ถึงความไม่สมบรูณ์ของวิชาเทพอสูรในกายของเจ้า จึงเป็นเหตุให้เจ้าได้รับบาดเจ็บจากต่อสู้กับมารตนนั้น เพราะที่เจ้าหลอมก่อนนี้ เป็นเพียงเลือดของหงษ์สวรรค์ มิใช่ไขกระดูก ส่วนไขกระดูกของราชันย์เทพมังกรทองนั้น เนื่องจากอายุของไขกระดุกนานเกินไปจึงทำให้อานุภาพของไขกระดูกราชันย์เทพมังกรทองลดลงอย่างมาก หากเจ้าหลอมไขกระดูกหงษ์สวรรค์และไขกระดูกราชันย์เทพมังกรใหม่ จะมีผลต่อวิชาเทพอสูรเป็นอย่างมาก " จิตทัศนะกล่าว


    " แล้วข้าจะไปหาไขกระดูกของหงษ์สวรรค์จากที่ใด " นนท์ทำหน้านิ่ว


    " หึ มิใช่เจ้าได้มาแล้วรึ " จิคทัศนะแขวะ


    " ใช่ " นนท์พลันเร่งไปที่โลกเล็กของราชันย์เทพมังกรทอง ใช้จิตเข้าตรวจสอบถ้ำต่างๆ 


    " เจอแล้ว " ว่าแล้วจึงพุ่งเข้าไปที่ถ้ำของหงษ์สวรรค์ หน้าถ้ำกลิ่นอายบรรพกาลอบอวล ห้วงมิติกระเพื่อมขยับ แรงกดดันแผ่กระจายออกมาจากถ้ำ นนท์ขยับกายเยื้องย่างเข้าไปอย่างเชื่องช้า 


    " นี่มัน " นนท์ถึงกับตาค้าง ร่างสีทองของหงษ์สวรรค์อยู่ต่อหน้า 


    " เจ้าหนุ่ม นี่คือร่างของราชันย์เทพหงษ์สวรรค์ทอง เจ้าจงกลั่นเอาไขกระดูกออกมาเสีย " จิตทัศนะกล่าว


    นนท์จึงเริ่มกลั่นไขกระดูกของราชันย์เทพหงษ์สวรรค์ทอง ไขกระดูกของราชันย์เทพหงษ์สวรรค์ทองสามหยดลอยอยู่ต่อหน้า หมอกควันสีทองลอยคละคลุ้งทั่วโถงถ้ำ กลิ่นอายบรรกาลแผ่กระจาย แสงสวรรค์ล่องลอยลงมาจากเบื้องบน 


    " คว๊า " หมอกควันสีทองรวนตัวกลับกลายเป็นร่างเงาของหงษ์สวรรค์สีทองสามตน โฉบบินวนเวียนอยู่เบื้องบน นนท์จึงกางค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่าและเริ่มทำการหลอมไขกระดูก


    " เริ่ม " นนท์เริ่มหลอมไขกระดูกราชันย์เทพหงษ์สวรรค์ทองสามหยด พร้อมหมุนวนเคล็ดวิชาเทพอสูร แสงสวรรค์พลันปกคลุมร่างของนนท์ ไขกระดูกของราชันย์เทพหงษ์สวรรค์ทองทะลวงผ่านตันเถียน ไหลซึมไปตามเส้นเลือด แทรกผ่านเส้นเอ็น ไหลเข้าโอบล้อมกล้ามเนื้อ ก่อนหลอมรวมไปสู่ไขกระดูก ปรับเปลี่ยนยกระดับไขกระดูกของนนท์อีกรอบ 


    " ตูม " เสียงระเบิดดังขั้นที่ตันเถียน กายนิรันดร์ขั้นที่สาม สี่ ห้า... วิญญาณนิรันดร์ขั้นต้นขั้นที่หนึ่ง สอง นนท์ถึงกับตะลึง ก่อนเร่งปรับสมดุลร่างกาย ผ่านไปหกชั่วยาม 


    " ผู้อาวุโส เหตุใดจึงทะลวงขั้นพลังได้มากเพียงนี้ " นนท์เอ่ยถามด้วยความสงสัย


    " เจ้าหนุ่ม นี่มิใช่ไขกระดูกหงษ์สวรรค์ทั่วไป แต่เป็นไขกระดูกของราชันย์เทพหงษ์สวรรค์ทองจึงมีพลังมากมายยิ่ง หากเป็นผู้อื่นใช้แค่หนึ่งหยดก็ทะลวงพลังได้หนึ่งขั้นใหญ่แล้ว แต่กับเจ้าช่างสิ้นเปลืองยิ่งนัก " จิตทัศนะกล่าว นนท์ได้แต่ยิ้มเจื่อน


    " ผู้อาวุโส หากข้าหลอมในเวลาที่อยู่ขั้นปฐพีจะเป็นเช่นไร " นนท์ถาม


    " หากเจ้าหลอมเวลานั้น คงทะลวงได้แค่ขั้นพลังย่อย " นนท์พยักหน้า


    " ผู้อาวุโสข้าว่าอีกซักพักใหญ่ถึงหลอมไขกระดูกราชันย์เทพมังกรทอง ท่านเห็นเป็นเช่นไร " นนท์ถาม


    " นั่นเป็นความคิดที่ดี " จิตทัศนะตอบ


    " ขอบคุณผู้อาวุโส สำหรับคำแนะนำ " ว่าแล้วนนท์จึงไปที่ห้องฝึกเพื่อดูภรรยาทั้งห้า


    " คงไม่มีปัญหาอะไร " นนท์พึมพำ แล้วชักนำจิตไปที่ชายป่าเมืองหลวง เจดีย์แปดเหลี่ยมพลันเคลื่อนย้ายในพริบตา 


    ที่หน้าประตูเมืองหลวง นนท์จ่ายหนึ่งเหรียญทองเพื่อเข้าเมือง พร้อมเร่งเดินไปที่หอโอสถเพื่อหลบเลี่ยงปัญหา 


    ที่หน้าหอโอสถ นนท์สำรวจอาคารของหอโอสถ


    " อาคารทรงกลมสูงสิบชั้น ตกแต่งแบบธรรมดาเน้นใข้งาน " นนท์จึงยื่นป้ายหยกให้ยามดู


    " เชิญขอรับอาจารย์โจว " ยามพานนท์เข้ามาในหอโอสถ 


    " พี่ชายข้าต้องการทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นเป็นอาจารย์หลอมโอสถระดับแปด " นนท์กล่าวกับผู้ดูแล


    " เจ้านี่นะ หน้าอ่อนๆเช่นเจ้าเต็มที่ก็คงทดสอบได้แค่อาจารย์ระดับสาม เหตุใดเจ้าจึงกล้าจะมาทดสอบเป็นอาจารย์ระดับแปด " เสียงอันดังของผู้ดูแลซึ่งเป็นอาจารย์หลอมโอสถระดับห้า ทำให้ผู้คนที่อยู่มนหอโอสถชั้นที่หนึ่งถึงกับหัวเราะจนท้องแข็ง 


    " แล้วนี่คืออะไร " นนท์ชูป้ายหยกประจำตัวอาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ดให้ผู้ดูแล สายตาของคนทั้งชั้นพลันแข็งค้าง 


    " พ่อหนุ่ม เจ้ามาที่นี่เพื่อทำการทดสอบรึ " อาจารย์ผู้คุมสอบเอ่ยปากถาม


    " ขอรับ ข้าโจวนนท์อาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ด มาขอทดสอบเลื่อนขั้นเป็นอาจารย์หลอมโอสถระดับแปดขอรับ " นนท์ตอบพร้อมยื่นป้ายหยกประจำตัวให้กับอาจารย์คุมสอบ 


    " อาจารย์โจว ฮ่าๆๆ ท่านมาที่เมืองเหลยเมื่อใด " สารพัดคำถามที่ถาโถมเข้าใส่นนท์ของเหล่าอาจารย์คุมสอบ


    " แล้ววันนี้ท่านจะหลอมโอสถใด " หัวหน้าอาจารย์คุมสอบซึ่งเป็นอาจารย์หลอมโอสถระดับแปดเอ่ย


    " ข้าจะหลอมโอสถปรานปฐพีขอรับ " นนท์กล่าวจบ เสียงอื้ออึงของผู้คน 


    " อาจารย์โจวท่านมีสูตรโอสถรึ " เสียงชราดังมาจากข้างใน


    " ข้ามีสูตรขอรับ แต่ยังขาดสมุนไพรบางอย่าง ข้าหวังว่าที่นี่จะมี " นนท์ยื่นรายชื่อสมุนไพรให้กับห้วหน้าผู้คุมสอบ


    " สมุนไพรเหล่านี้ ที่หอโอสถแห่งนี้นั้นมี แต่ราคาของมันถือว่าแพงมาก " หัวหน้าผู้คุมสอบยักล่าวเสียงเครียด


    " ผู้อาวุโส หากข้าหลอมมิสำเร็จข้าจะจ่ายเงินเป็นค่าสมุนไพรนั้น แต่หากข้าหลอมสำเร็จข้าจะแบ่งโอสถให้กับหอสมุนไพรกึ่งหนึ่ง ท่านเห็นเป็นเช่นไร " แท้จริงแล้วนี่เป็นแผนของนนท์ที่จะให้ประโยชน์กับหอโอสถมากๆ เพื่อที่หอโอสถจะเกรงใจเข้าช่วยเหลือในเรื่องราวต่างๆ เหล่าอาจารย์คุมสอบเริ่มปรึกษากัน


    " อาจารย์โจว ตกลงตามที่ท่านว่า " หัวหน้าผู้คุมสอบกล่าว 


    " หากเป็นเช่นนี้ ข้าคงเริ่มทำการทดสอบได้แล้ว " นนท์เอ่ยถาม


    " อาจารย์โจว อยู่ที่ท่าน " เมื่อได้ยิน นนท์จึงให้ผู้ดูแลไปหยิบสมุนไพรและเตาหลอมโอสถมาให้ 


    " อาจารย์โจว เหตุใดมิไปยังห้องหลอมโอสถ " เสียงหนึ่งดังขึ้น


    " สำหรับข้าแล้วที่สถานที่ใดข้าก็หลอมโอสถได้ " เมื่อทุกอย่างครบ นนท์จึงเริ่มทำการหลอมโอสถปรานปฐพี ผ่านไปสี่ชั่วยาม


    " ติ๊ง " เป็นเสียงที่ฟังกี่ครั้งก็ไม่เบื่อดังขึ้น กลิ่นหอมของสมุนไพรโชยออกมา นนท์สะบัดมือโอสถปรานปฐพีลอยออกมาจากหม้อหลอมโอสถสี่เม็ด นนท์นำโอสถที้งสี่ใส่ถาดหยกที่เตรียมไว้ 


    " อาจารย์ทุกท่านเชิญตรวสอบ " นนท์ยื่นถาดโอสถปรานปฐพีให้เหล่าอาจารย์คุมสอบดู


    " เป็นโอสถปรานปฐพีจริงๆด้วย " 


    " เป็นโอสถระดับแปด ความบริสุทธิ์เก้าส่วน ทั้งสี่เม็ดเท่ากันหมด " เสียงอื้อึงของเหล่าอาจารย์


    " สมกับคำล่ำลือจริงๆว่าอาจารย์โจวนั้นเป็นอัจฉริยะ " เสียงชื่นชมยังดังมิขาด


    " อาจารย์โจว นี่เป็นป้ายหยกแสดงฐานะของอาจารย์หลอมโอสถระดับแปด " นนท์รับป้ายมาตรวจสอบ


    " ขอบคุณผู้อาวุโส ตามข้อตกลงข้าขอรับโอสถสองเม็ด " นนท์หยิบโอสถปรานปฐพีสองเม็ดใส่ขวดหยก 


    " อาจารย์ทุกท่านนี่คือสูตรโอสถปรานปฐพี ข้ามอบให้กับหอโอสถขอรับ " นนท์ยื่นสูตรโอสถให้กับหอโอสถ และพูดคุยกับอาจารย์ทั้งหลายอยู่พักใหญ่ก่อนจากมา