ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 99 องค์ชายสี่ก่อกบฏ

            “เฮ้อออ...... คงใกล้ถึงเวลาที่ผนึกจะคลายแล้วอย่างนั้นหรือนี่วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินเอาหละในเมื่อเจ้าเองก็คงรับรู้เรื่องราวต่าง ๆมาบ้างแล้วข้าก็ไม่ต้องปิดบังเจ้าอีกต่อไปเจดีย์ฟ้าสวรรค์นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝึกฝนเหล่าจอมยุทธ์ของโลกนี้จริงๆ  แล้วข้าเองก็ตามหาคนที่มีความสามารถมาตลอด เจ้าของเจดีย์ฟ้าสวรรค์คนก่อนนั้นมีทักษะยุทธ์ระดับพระเจ้า”

            “ระดับพระเจ้าอย่างนั้นหรือท่านผู้อาวุโส”

            “ใช่เจ้าฟังไม่ผิดระดับพระเจ้าเพียงแต่ว่าเขาต้องจากไปก่อนวัยอันควรเพราะพวกเขาต้องร่วมกันผนึกโลกใบนี้และหลบซ่อนโลกใบนี้ทั้งใบและยังกดพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดของโลกใบนี้เอาไว้โดยตลอดถึงแม้พวกเขาจะมีชีวิตที่ยืนยาวแต่การใช้พลังตลอดนับล้านปีก็คงต้องสิ้นสุดเข้าสักวันเจ้าของเดิมของเจดีย์นี้เลยส่งข้าออกมาเพื่อตามหารุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์และมีความพร้อมที่จะเสียสละเพื่อมวลมนุษย์”

            “แล้วท่านหาพบบ้างหรือไม่?”                                                                      

            “พูดง่าย แต่ทำนะมันยาก ข้าเดินทางหามาตลอดจนพวกมนุษย์ทั้งหลายที่ทราบเรื่อง ต่างพยายามครอบครองข้า โดยเฉพาะช่วงที่เริ่มต้นข้าถูกชาวยุทธ์ที่มีพลังฝีมือระดับพระเจ้าหลายคนเกือบจะจับได้แต่ข้าก็หลบหนีออกมาได้ทัน แต่ก็ต้องสูญเสียพลังงานจำนวนมาก จนทำให้ข้าหลับไปและรอให้พลังกลับคืนมาแต่ด้วยพลังฟ้าดินของโลกใบนี้ถูกผนึกทำให้ข้าต้องใช้ระยะพักฟื้นยาวนานจนมาพบกับเจ้านี่แหละ”

            “เอาหละเรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลังข้าจะสอนเจ้าหลอมรวมวิหารหงส์เพลิงก่อนให้เป็นส่วนหนึ่งของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ส่วนวิหารอื่น ๆ ก็ใช้วิธีการเช่นเดียวกัน”

            “อันดับแรกเจ้าต้องเข้าควบคุมเจดีย์ฟ้าสวรรค์โดยใช้จิตวิญญาณของเจ้าสื่อกับเจดีย์ฟ้าสวรรค์จากนั้นจึงใช้อำนาจของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ควบคุมและหลอมรวมวิหารหงส์เพลิงเข้ามาภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์จากนั้น..................................อู่หวังฉีอธิบายวิธีการให้เฟิ่งหยูอย่างละเอียดตลอดระยะเวลาที่เฟิ่งหยูทำการหลอมรวมวิหารหงส์เพลิงเข้ากับเจดีย์ฟ้าสวรรค์อู่หวังฉีจะคอยแนะนำเขาอยู่ตลอดเวลาอย่างใกล้ชิดจวบจนกระทั่วเวลาภายนอกผ่านไปถึงสิบสี่วันเฟิ่งหยูจึงสามารถหลอมรวมวิหารหงส์เพลิงให้เป็นส่วนหนึ่งของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ได้สำเร็จ”

            ลำแสงโพยพุ่งออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์เฟิ่งหยูยืนดูอาณาบริเวณภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่องมันขยายตัวออกไปอีกหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว พลังงานฟ้าดินและพลังงานต้นกำเนิดหนาแน่นและเข้มข้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

            “ในที่สุดเจ้าก็สามารถเปิดชั้นที่สี่ของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ได้เอาหละเจ้าหนูออกมาได้แล้ว”อู่หวังฉีพลันเอ่ยขั้นมา

            ลำแสงสีแดงเพลิงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์อย่างรวดเร็ว

            “คารวะท่านผู้อาวุโสอู่หวังฉี ข้าน้อยเหยียนไท่ไม่ได้เจอกันนานเลยนะขอรับ”

            ชายชราสวมชุดเกราะสีแดงเพลิง เขาคือดวงจิตหงส์เพลิงที่สามารถออกมาจากวิหารหงส์เพลิงและกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

            “เอาหละ เอาหละ ไม่ต้องมากพิธีแล้วตอนนี้พวกเราต้องทำตามเจตนารมณ์ของเจ้าของเดิมของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ให้สำเร็จดั่งความตั้งใจของเขา เจ้าเองก็ต้องช่วยในส่วนของเจ้าอยู่แล้ว”

            “เอ๋ ทำไมข้าถึงได้กลิ่นอายของสายเลือดวิหกเพลิงแถวนี้หละท่านผู้อาวุโสอู่หวังฉี”

            “คงเป็นกลิ่นอายของเสี่ยวเลี่ยงนะ สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ที่นี่ ตอนนี้เฟิ่งหยูให้ออกไปเปิดหูเปิดตาโลกภายนอกอยู่ไม่กี่วันคงกลับมาแล้วหละ”

            “เช่นนี้เอง”

            “ผู้อาวุโสข้าต้องขอตัวก่อน ตอนนี้ข้าคงต้องออกไปทำธุระบางอย่างก่อน”

            เฟิ่งหยูอำลาผู้อาวุโสทั้งสองก่อนออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ไป

             

            ทางด้านอาณาจักรหงส์เพลิง..............

            องค์ชายผิงอานและองค์ชายเหวินเทียนที่เดินทางด้วยค่ายกลมิติมาอาณาจักรหงส์เพลิงตามแผนการที่นัดแนะกันไว้ก่อนหน้า

            “ทำไมเฟิ่งหยูถึงยังไม่กลับมาสักทีพรุ่งนี้ก็เป็นวันงานพิธีเคารพบรรพบุรุษแล้ว”

            “เฟิ่งหยูคงติดธุระอยู่ที่ไหนสักแห่งเป็นแน่ไม่ต้องห่วงยังไงเขาก็เป็นคนพูดเองพวกเราจัดเตรียมกองกำลังตามจุดที่คุยกันไว้ก่อนเถอะ เผื่อว่าเขามาช้า พวกเรายังคงสามารถดำเนินการตามแผนได้อยู่”

            “อื่ม ก็จริงของท่านว่าแต่ตอนนี้กองกำลังของท่านเตรียมพร้อมกันหรือยัง”องค์ชายเหวินเทียนพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล

            “ข้าได้จัดเตรียมกองกำลังไว้พร้อมแล้วและให้พวกเขาซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านไม่ต้องกังวล”

            “หากน้องสี่ของข้าคิดก่อกบฏจริงๆ พวกเราคงต้องรบกันตรงที่ราบตรงนี้”องค์ชายผิงอานขี้ไปตรงจุดหนึ่งบนแผนที่ ที่วางอยู่บนโต๊ะที่พวกเขายืนปรึกษากันอยู่

            “งานพิธีจะเริ่มขึ้นในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ เสร็จพิธีก็คงเลยเที่ยงหากว่าน้องสี่จะทำการกบฎก็คงต้องอาศัยช่วงเวลาที่พวกเราเข้าไปในสุสานบรรพชน”

            “ช่วงนั้นข้าคงต้องอาศัยท่านควบคุมสั่งการกองทัพของข้าหากเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ เพราะตัวข้าและเหล่าราชวงศ์คงอยู่ภายในสุสานบรรพชนกันหมด “

            “เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วง หากมีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือผิดสังเกตข้าจะควบคุมสถานการณ์ไว้ให้ท่านเอง”

            ผิงอานกังวลเป็นอย่างมากหากไม่เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ ก็คงดีแต่หากมีการก่อการกบฏขึ้นจริง ๆในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่เขาต้องทำศึกกับน้องชายของตนเองหาใช่ศัตรูจากที่อื่น...........

             

            เช้าวันรุ่งขึ้น........

            ขบวนเสด็จของกษัตริย์อาณาจักรหงส์เพลิงออกเดินทางไปยังสุสานบรรพชนอย่างยิ่งใหญ่เหล่าขุนนางน้อยใหญ่และเหล่าราชวงศ์ต่างเดินทางมุ่งตรงไปยังสุสานบรรพชนอย่างไม่ขาดสายเมื่อเหล่าองค์ชายและขุนนางพร้อมทางราชวงศ์หงส์เพลิงมากันครบถ้วน

            พวกเขาเดินเข้าไปในสุสานบรรพชนอย่างพร้อมเพียงเพื่อทำการสักการะบรรพบุรุษ

            ในระหว่างที่องค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรหงส์เพลิงทำการทำพิธีสักการะบรรพบุรุษอยู่ในสุสานบรรพชนผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วยามนั้น

            ทางด้านนอกพลันเกิดความวุ่นวายกองกำลังของตระกูลตงและกองกำลังขององค์ชายสี่ก็เริ่มเคลื่อนไหวในทันที

            “ รายงาน องค์ชายเหวินเทียน กองกำลังขององค์ชายสี่ และตระกูลตงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วพะยะค่ะ”

            “พวกมันมีกำลังพลมากน้อยเท่าไหร่”

            “กองกำลังของตระกูลตงและตระกูลที่เข้าร่วมกับพวกเขามีประมาณสามล้านคนเริ่มปิดล้อมเมืองหงส์เพลิงแล้ว ทหารรักษาเมืองกำลังตรึงกำลังเอาไว้อยู่ยังไม่ได้เกิดการสู้รบขึ้น ส่วนกองกำลังขององค์ชายสี่ กำลังมุ่งตรงมาทางนี้กำลังพลน่าจะอยู่ที่สองล้านห้าแสนคนพะยะค่ะ”

            “อื่มเป็นศึกใหญ่ไม่ใช่น้อยเลยนะ กองกำลังของทางฝ่ายเราที่จัดเตรียมไว้ที่นี่มีน้อยกว่ากำลังพลของตระกูลตง แต่ก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่นักเพราะทางตระกูลตงคงยังไม่ยอมเคลื่อนไหวบุกชิงเมืองก่อนเป็นแน่คงรอผลการรบที่อยู่ทางด้านนี้มากกว่า”

            “ส่วนกำลังพลของเราทางด้านนี้มีจำนวนน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยแต่ทหารแต่ละคนองค์ชายผิงอานต่างฝึกฝนมาอย่างดี คงต้านพวกมันได้ตอนนี้ก็อยู่ที่กลยุทธ์ของใครจะเหนือกว่ากันเท่านั้น”องค์ชายเหวินเทียนคิดวิเคราะห์ตามหลักและเหตุผลที่เขาเคยได้ศึกษามา

            “หากเฟิ่งหยูมาทันก็คงจะดี”

            “เอาหละพวกเจ้าแจ้งไปยังกองกำลังหน่วยต่าง ๆ  ให้หลบซ่อนตัวให้ดี อย่าให้จับได้ปล่อยให้พวกเขามารวมพลในจุดที่องค์ชายผิงอานกำหนดไว้ แล้วเราค่อยล้อมกรอบพวกมันอย่ากระทำการใดก่อนที่จะได้รับคำสั่งเด็ดขาด” องค์ชายเหวินเทียนสั่งการอย่างรวดเร็ว

            ทางด้านของเฟิ่งหยู............

            หลังจากออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์เฟิ่งหยูจึงส่งจิตสัมผัสเรียกเสี่ยวเลี่ยงกลับมาแต่ผ่านไปนานเสี่ยวเลี่ยงก็ยังไม่ยอมกลับมาเฟิ่งหยูเป็นห่วงเสี่ยวเลี่ยงเป็นอย่างมาก เขาจึงออกตามหาไปทั่วทั้งภูเขาหงส์เพลิงแต่ก็ไร้วี่แวว เพราะเขาแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล

            จวบจนรุ่งเช้า เสี่ยวเลี่ยงบินกลับมากพร้อมกับวิหกอีกตัวหนึ่ง ทั้งคู่ต่างมีอาการบาดเจ็บโดยเฉพาะวิหคตัวที่บินมากับเสี่ยวเลี่ยงมันบาดเจ็บจนเลือดท่วมตัวและไหลหยดเป็นทางตลอดที่บินมา

            เฟิ่งหยูจึงรีบนำทั้งสองเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ในทันทีเมื่ออู่หวังฉีและ เหยียนไท่เห็นดังนั้น จึงรีบมาช่วยรักษาให้วิหคตัวนั้นโดยทันทีโชคดีที่อู่หวังฉีได้เตรียมโอสถสำหรับสัตว์อสูรไว้ก่อนหน้าจึงทำให้อาการบาดเจ็บของเสี่ยวเลี่ยงและ วิหคอีกตัวหนึ่งหายในระยะเวลาไม่นาน

            “เฟิ่งหยูพิจารณาดูวิหคตัวที่ผู้อาวุโสทั้งสองช่วยชีวิตมันไว้ด้วยความสงสัย”

            “ท่านผู้อาวุโส ทำไมวิหคตัวนี้มันแปลก ๆทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่ามันมีกลิ่นอายเดียวกันกับท่านผู้อาวุโสเหยียนไท่”เฟิ่งหยูเอ่ยออกมา

            เหยียนไท่คิ้วขมวดพวกเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการรักษาจนไม่ได้สังเกตอย่างละเอียดถี่ด้วน

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆๆ” กลับเป็นอู่หวังฉีหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

            “เหยียนไท่ นี่มันลูกหลานของเจ้าไม่ใช่หรือถึงแม้สายเลือดของมันจะไม่เข้มข้น แต่ข้าก็สัมผัสมันได้”

            เหยียนไท่รีบตรวจสอบทันที พร้อมกับร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตื่นเต้น

            “ใช่ ใช่จริง ๆ  ท่านผู้อาวุโสเป็นสายเลือดของข้า ไม่น่าเชื่อว่าจะยังคงหลงเหลืออยู่”

            เหยียนไท่ไม่รอช้ารีบนำเลือดหยดหนึ่งของเขาดีดใส่หน้าผากของวิหคตัวนั้นทันทีเพียงไม่นานวิหคตัวนั้นพลันเกิดคลื่นพลังแผ่กระจายออกไปทั่ว มันสยายปีกสองข้างออกตัวของมันขยายใหญ่จนมีขนาดเกือบ สิบศอก (ห้าเมตร)ทั่วร่างเปล่งประกายโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิง จุดสีขาวสามจุดตรงกลางหน้าผากเป็นได้อย่างเด่นชัด

            สายเลือดของมันถูกกระตุ้นโดยเหยียนไท่ทำให้มันกลายเป็นหงส์เพลิงสายเลือดบริสุทธิ์ในทันที  หงส์เพลิงตัวนั้นกระพือปีก โผบินไปรอบ ๆต้นพฤกษาโลกาพร้อมดูดซับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดเข้าไปภายในตัวของมันอย่างรวดเร็ว

            “ท่านผู้อาวุโสมันคือ หงส์เพลิงอย่างนั้นหรือ?”

            “ก่อนหน้ามันคือวิหคตัวหนึ่งที่มีสายเลือดของหงส์เพลิงอยู่ภายในกายแต่ตอนนี้เหยียนไท่ ได้ปลุกสายเลือดของหงส์เพลิงภายในตัวของมันขึ้นมาแล้วและใช้เลือดบริสุทธิ์ของเหยียนไท่เองชำระล้างทำให้สายเลือดของหงส์เพลิงภายในกายของมันบริสุทธิ์ตอนนี้มันจึงกลายเป็นหงส์เพลิงที่มีสายเลือดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง หรือเรียกง่ายๆ  ว่าตอนนี้มันกลายเป็นหงส์เพลิงไปแล้ว “อู่หวังฉี อธิบายให้เฟิ่งหยูเข้าใจ

            ทางด้านอาณาจักรหงส์เพลิง

            หลังจากที่กษัตริย์ผิงลู่ได้ทำการสักการะบรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้นำพาเหล่าขุนนางและเหล่าราชวงศ์หงส์เพลิงออกจากสุสานบรรพบุรุษเมื่อเดินออกมาได้ไม่นานก็ได้มีนายทหารวิ่งมาแจ้งข่าวให้ทราบ

            “รายงานฝ่าบาท ตอนนี้มีกองกำลังยกพลมาปิดล้อมทั่วบริเวณแล้วพะยะค่ะ”

            องค์กษัตริย์ได้ยินดังนั้นจึงรีบหันไปมองทางผิงอาน และมองไปยังองค์ชายสี่แต่กลับมองหาองค์ชายสี่ไม่เจอ ไม่รู้ว่าเขาหายไปตอนไหน

            “ตงหลี่คัง ไปไหน” กษัตริย์ผิงลู่เอยถามด้วยเสียงอันดัง

            ทุกคนต่างหันไปมองหาตงหลี่คังแต่กับไม่พบแม้แต่เงาแม้แต่พี่น้องของเขาก็พลันหายไปกันหมด

            “เสด็จพ่อ ตงหลี่คัง และน้องของเขาออกไปตั้งแต่พิธีการเริ่มไปประมาณหนึ่งชั่วยามได้”

            “ไปเถอะออกไปดูข้างนอกกันก่อนเถอะ”

            เมื่อองค์กษัตริย์นำทุกคนออกมาด้านนอกสุสานบรรพบุรุษพลันสายตาของทุกคนต้องเบิกกว้างกองทหารนับล้านคนตั้งกองกำลังประจันหน้ากันอยู่เบื้องหน้า เมื่อมองไกลออกไปกษัตริย์ผิงลู่และเหล่าราชวงศ์ต่างมองเห็นองค์ชายสี่ พร้อมด้วยพี่น้องยืนอยู่หลังแนวรบของฝ่าย

            “องค์ชายสี่ก่อกบฏ เสียงเหล่าขุนนางพลันดังขึ้น”

            หลายคนเริ่มตั้งสติไม่อยู่ บางคนถึงกลับหวาดกลัวจนเป็นลมล้มพับไปก็มีส่วนทางราชวงศ์ก็ไม่ต่างกันกับพวกขุนนางเท่าไหร่นักมีเพียง กษัตริย์ผิงลู่ และองค์ชายผิงอานเท่านั้นที่ยังคงมีสติครบถ้วนและยังคงไม่มีท่าทีหวั่นเกรงใดๆ

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244