“แด๊ดดี้~~” ออมเล็ตได้กินข้าวไข่เจียวคำหนึ่งประหนึ่งว่ากำลังได้วิ่งเล่นอยู่ในสวนทุ่งลาเวนเดอร์ อารมณ์ความรู้สึกที่มันตายด้านไปแล้วพลันปะทุขึ้น เขาอารมณ์ดีมากจนเผลอหันไปเรียกท่านพ่อด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตสีทองสุกสกาวเปล่งประกายระยิบระยับ ใบหน้าหวานยิ้มพริ้มพรายชวนใจสั่นโลกใบนี้พลันมีสีสันขึ้นมาทันตาทีเดียว
เป็ความรู้สึกมันดีมากเมื่อปลายลิ้นได้ลิ้มรสััของข้าวหอมที่กำลังร้อนๆพร้อมกับไข่เจียวนุ่มฟูเพิ่มรสชาติด้วยซอสมะเขือเทศ... ข้าวไข่เจียวจานนี้นี่มันรสมือแม่มาเองแล้ว!
“อังศ์...”
คุณชายสามอังศุมาลินเพียงแค่ลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่งเพราะอารมณ์ดี... แต่คนในห้องครัวที่ยังมีสติดี ณ ขณะนี้พวกเขาได้เกือบลืมหายไปแล้วโดยเฉพาะท่านจอมพลลีโอนาร์ทผู้โดนดาเมจแอคแทคในครั้งเข้าอย่างจัง!
อ้อ รวมถึงชายหนุ่มผู้มาใหม่อีกคนที่เข้ามาได้ยินน้ำเสียงเรียกบิดาอันอ่อนหวานลากยาวนั้น...
“กำลัง... กำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ”
ไทเกอร์... คุณชายไทเกอร์ หรือคุณชายรองอติวิชญ์ ลูกชายคนรองของตระกูลพิชิตไชยศรี ปัจจุบันเป็ดอกเตอร์นักวิจัยอัจฉริยะแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ ชายหนุ่มมีใบหน้าคมเข้มดุดัน รูปกายสูงใหญ่แข็งแกร่งรับสืบยีนเด่นจากผู้เป็บิดาจอมพล แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้มีระดับพลังกายสูงเทียบเท่าพี่ชายคนโตที่เป็ทหารยศพันโทแต่เขาก็มีระดับพลังจิตที่สูงมากพร้อมด้วยระดับไอคิวของนักวิจัยอัจฉริยะสืบยีนเด่นจากท่านแม่
ดอกเตอร์ไทเกอร์เข้ามาห้องครัวได้พอดีเพราะตามกลิ่นหอมของอาหารบางอย่างมา ไม่คิดว่าตอนนี้จะเป็่เวลาที่ดีขนาดนี้… ไม่ว่าจะกลิ่นหอมของอาหาร ไม่ว่าจะอาหารที่น่ารับประทานที่เขาไม่เคยได้ััมาก่อนก็ตามแต่ยังสู้การได้ยินน้ำเสียงอ่อนหวานได้เห็นรอยยิ้มพริ้มพรายของร่างแน่งน้อยผู้เป็น้องชายของเขาไม่ได้เลย
เขาเดินเข้ามาในห้องครัวมองท่านพ่อก่อนมาหยุดสายตาที่ร่างเล็กของน้องสาม... เงียบลงเพราะกำลังรู้สึกประหม่ามาก ก่อนจะกลั้นใจเริ่มพูดคุยกับน้องชายคนนี้เป็ครั้งแรก
“น้องออมกำลังทำอะไรอยู่.... ครับ” ดอกเตอร์ไทเกอร์เอ่ยน้ำเสียงเข้ม เงียบลงสักพักก่อนจะลงท้ายด้วย ‘ครับ’ ให้ดูอ่อนนุ่มลง หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเพราะตื่นเต้น ไม่รู้ว่าน้องจะตอบเขาไหม
บางทีเขาก็คิดประโยคหรือคำพูดไม่ค่อยออกเพราะกับน้องชายตัวเล็กบอบบางคนนี้เป็คนปิดกั้นตนเองมากจนน่ากลัว เขาจึงเกรงว่าจะพูดอะไรหรือทำอะไรออกไปให้น้องรู้สึกแย่ กลัวและปิดกั้นตนเองมากกว่าเดิม
โอ้โห ‘ครับ’ พี่อ่ะพี่อะไรจะละมุนดีขนาดนี้... พี่ไข่เจียวไม่เข้าใจว่าทำไมคนบ้านนี้ถึงได้มีออร่าแห่งความหล่อเหลาเบอร์หนึ่งมาแรงขนาดนี้!
ยกเว้นนายออมเล็ตคนเดียว...
“น้องออมครับ”
“ข้าว... ไข่เจียวนุ่มฟูกับข้าวไข่เจียว ซอสมะเขือเทศ” ออมเล็ตคิดอยู่นานว่าจะตอบหรือไม่ตอบดีจนสุดท้ายตัดสินใจตอบกลับไปเพราะกำลังอารมณ์ดี เมื่ออารมณ์ดีก็ควรจะพูดใหม่มากหน่อย
“.....” เสียงของน้องสามหวานล้ำไพเราะมาก ดอกเตอร์ไทเกอร์ถึงกับนิ่งไป... น้องชายตัวเล็กคุยกับเขาแล้ว
จอมพลลีโอนาร์ทและเหล่าคุณพ่อบ้านเพิ่งได้สติกลับมาทว่าเป็ดอกเตอร์ไทเกอร์ลูกชายคนรองของบ้านกลับสติหลุดลอยไปแทนแล้ว
.....
ออมเล็ตกะพริบปริบๆมองแต่ละคนพลางคิดว่าคนบ้านนี้นี่ยังไงเนี่ย? ก่อนที่ต่อมาจะสะดุ้งน้อยๆเมื่อเรือนร่างสูงใหญ่กำยำของท่านพ่อเคลื่อนเข้ามาใกล้เมื่อใดก็ไม่ทราบ มือหนานั้นยกขึ้นลูบศีรษะเขาให้พยายามเบาที่สุด
ดูเป็การกระทำที่น่าเอ็นดูมาก... อืม พ่อเอ็นดูหนู แต่หนูอ่ะเอ็นดูพ่อนั่นแหละ ทำไมมือไม้มันแข็งทื่อแบบนี้ล่ะพ่อ?!
ปล่อยเื่ราวในห้องครัวไปเถอะ... ออมเล็ตปล่อยให้ท่านพ่อลูบหัวอยู่ครู่หนึ่งค่อยรีบถอยกรูดออกทันที จากนั้นมาต่อที่ห้องอาหารเถอะโดยภายในห้องทานอาหารในวันนี้ประกอบไปด้วยท่านพ่อจอมพล ท่านพี่ดอกเตอร์และเขาน้องออมเล็ตเอง
ในที่สุดจะได้ทานอาหารประกอบด้วยฝีมือตนเองแล้ว!
ราเชนเริ่มเสิร์ฟอาหารเป็ข้าวไข่เจียวฝีมือของเขาสามจานพูนๆให้ทุกคน เสิร์ฟต่อด้วยไข่เจียวนุ่มฟูเพิ่มอีกสามจานพร้อมถ้วยซอสมะเขือเทศน้อยๆและ... อาหารสังเคราะห์เหลวๆนั่นอีก
อยากจะทานก็ทานเถอะแต่เขาไม่กินหรอกมีอาหารอร่อยๆขนาดนี้ใครจะสนใจอาหารสังเคราะห์ที่มีดีแต่เติมพลังงานทว่ารสชาติไม่ได้เื่ขนาดนั้น ฉะนั้นเมื่อข้าวไข่เจียวของเขามาถึงเขาก็รีบจัดการจ้วงลงท้องทันทีแทบไม่เงยมองหน้าใครแต่ก็ไม่กินมูมมามจนเสียมารยาทบนโต๊ะอาหาร
เอ๋ เหมือนจะลืมอะไรไป... เงยหน้ามองเห็นท่านพ่อและท่านพี่รองที่เอาแต่นั่งมองเขากิน ไม่ยอมลงมือทานสักทีพลันรู้สึกเขินๆปนประหม่านิดๆอยู่เหมือนกัน ดวงตากลมโตใสแจ๋วมองกลอกไปมาน่าเอ็นดูคิดอะไรก่อนจะเอ่ยพูดแนะนำเมนูให้ทุกคนด้วยน้ำเสียงติดจะเรียบนิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิม
“ข้าวครับ ข้าวหอมอร่อย... ข้าวไข่เจียวทานคู่กับซอสมะเขือเทศเพิ่มรสชาติ ส่วนไข่เจียวนุ่มฟูก็ทานคู่กับซอสเหมือนกันแต่ถ้าไม่ชอบซอสทานเปล่าๆก็ได้ครับผมปรุงรสไข่เจียวก่อนทอดแล้ว ทานได้เลยครับ”
พูดจบออมเล็ตก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารในจานตัวเองต่อทันทีไม่เงยหน้ามองใครทั้งสิ้น... อ่า รู้สึกร้อนๆอ่ะ ร้อนหน้าร้อนหูยังไงไม่รู้ นี่เรียกว่า ‘เขิน’ หรือเปล่า? ไอ้เ้าคุณชายสามอังศุมาลินแค่พูดกับครอบครัวตัวเองเองจะเขินอายทำไมเนี่ย!
จอมพลลีโอนาร์ทกับดอกเตอร์ไทเกอร์กลับมาได้สติอีกครั้ง ไม่รู้ว่าบุคคลระดับพวกเขานั้นต้องเผลอเหม่อลอยไปกี่ครั้งแล้วเพราะเพียงปฏิกิริยาของร่างแน่งน้อยน่าเอ็นดูของบ้าน
พวกเขาก็ไม่อยากให้ออมเล็ตที่เริ่มมีท่าทีที่ดีขึ้นต้องรู้สึกแย่จึงรีบลงมือรับประทานอาหารที่เ้าตัวทำอย่างตั้งใจและจะเอ่ยกล่าวชมให้ได้ด้วย
.....
ทว่าเมื่อวินาทีที่ปลายลิ้นได้ััเข้าเนื้อเม็ดข้าวสีขาวนวลหนึบหนับนุ่มละมุนลิ้นร้อนอุ่นๆมีกลิ่นหอมชวนรับประทานพร้อมเนื้อไข่เจียวนุ่มๆฟูๆและซอสมะเขือเทศเล็กน้อยนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ไม่อาจหยุดทานแล้วพูดอะไรได้เลย.... เป็รสชาติอร่อยที่ไม่เคยได้ลิ้มรสััที่ไหน รสชาติอร่อยล้ำที่อาหารสังเคราะห์เทียบไม่ได้เลยแม้แต่นิด
ใบหน้าคมเข้มดุดันของบุรุษทั้งสองฉายแววความผ่อนคลายลง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวูบวาบหนึ่ง แม้ความเงียบกริบเข้าครอบคลุมแต่ทว่าหาได้อึดอัดไม่ เป็บรรยากาศผ่อนคลายล่องลอยเบาบางแผ่ซ่านทั่วห้องอาหารยิ่งทำให้มื้อนี้เป็มื้อที่น่ารับประทานและทานได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
กลายเป็บรรยากาศที่เงียบๆทว่าผ่อนคลายเจือด้วยความอบอุ่นกับการทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนในครอบครัว
ออมเล็ตในฐานะผู้ประกอบอาหารก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ารสชาติอาหารจะถูกปากคนทานหรือไม่ แล้วก็อยากเห็นรีแอคชั่นของคนหน้าไร้อารมณ์บ้านนี้ด้วย เมื่อคนโลกอนาคตได้ทานอาหารของคนจากยุคศตวรรษที่ 21 จะมีรีแอคชั่นยังไง?!
เขาแอบชำเลืองมองผ่านแวบหนึ่งก็ให้รู้สึกพอใจแค่เท่านี้... อืม จะให้เอาอะไรมากกับ DNA หน้าตายด้านไร้อารมณ์ของคนบ้านนี้กัน แค่บรรยากาศที่ปลดปล่อยแผ่ซ่านออกมาก็อธิบายแทนคำพูดหรือรีแอคชั่นต่างๆแล้ว ยอดเยี่ยมมาก!
ท่านพ่อกับท่านพี่รองคนทานอาหารมีความสุข คนทำอาหารอย่างเขาก็มีความสุขเหมือนกัน มื้อนี้ออมเล็ตจึงทานอาหารได้เพิ่มอีกหนึ่งจานเป็ที่ดีใจแก่ทุกคนมาก...
มื้ออาหารนี้ถือเป็การรับประอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตของจอมพลลีโอนาร์ทและดอกเตอร์ไทเกอร์เลย พอรับประทานอาหารเสร็จพวกเขาทั้งสองคนตั้งใจว่าจะพูดคุยกล่าวชมเ้าตัวเล็กของบ้านให้ได้ทั้งได้รับคำแนะนำจากจิตแพทย์อย่างลิลลี่ด้วย
ทว่าใครจะคิดว่าทั้งคนพ่อคนลูกจะใจตรงขนาดนี้เอ่ยพูดพร้อมกันทั้งประโยคคล้ายกันไปอีก...
“ข้าวไข่เจียวของลูกอร่อยมาก” “ข้าวใข่เจียวของน้องอร่อยมาก”
“.....” ออมเล็ตก็คือหัวเราะในใจแล้วอ่ะ เขากะพริบตาปริบๆมองใบหน้าคมคร้ามของท่านพ่อและท่านพี่รองที่ยังตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ได้
“ไทเกอร์เป็ดอกเตอร์นักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสถาบันวิทยาศาสตร์และยังติดอันดับในเครือข่ายดวงดาวด้วย...” จอมพลลีโอนาร์ทนึกถึงเื่หนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจเมื่อคิดถึงใบหน้าหวานล้ำไร้อารมณ์ของลูกชายที่แสดงออกความไม่ชอบใจที่มีต่อ ‘หม้อหุงข้าว’ ในตอนนั้นจึงเอ่ยขึ้น
“ถ้าลูกอยากได้อะไรก็ลองบอกพี่เขาดูสิ”
“มีของที่น้องอยากได้เหรอ” ดอกเตอร์ไทเกอร์ฟังที่ท่านพ่อกล่าวจึงถามกลับ ไม่คิดว่ามีสิ่งใดที่น้องน้อยอยากได้แล้วจะไม่ได้ เขาสงสัยไม่น้อย... และยินดีที่น้องชายตัวเล็กคนนี้เริ่มแสดงความ้าและแสดงความรู้สึกของตนเองออกมาบ้าง
เื่ของออมเล็ตน้องน้อยคนนี้แม้ภายนอกจะแสดงออกอย่างเ็าไร้อารมณ์ทว่าภายในนั้นใครจะรู้ดีเท่าตัวเขาเอง...
“น้องอยากได้อะไร...”
“อิ่มแล้วขอตัวครับ” ออมเล็ตลุกขึ้นรีบกลับห้องนอน คิดว่าวันนี้เขาพูดมากและแสดงออกมากเกินไปแล้ว เดี๋ยวก่อนขอกลับไปตั้งตัวแป๊บนะ
ขอวิ่งหนีก่อนละกัน... ถ้าถามถึงของที่น้องอยากได้เหรอ โอ๊ย มีเยอะแยะตาแป๊ะขายถั่วเลยละ เดี๋ยวไปเขียนลิสต์มาให้เลยพี่เสือ!
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
“พี่ไทเกอร์... ขอเข้าไปนะครับ”
ดอกเตอร์ไทเกอร์ยืนอยู่หน้าห้องนอนของออมเล็ตน้องชายคนที่สามของบ้านที่เขาไม่เคยมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่เลย พร้อมกับพ่อบ้านใหญ่ราเชนที่ตามมาด้วยเพราะเป็คนที่ใกล้ชิดน้องน้อยที่สุดแล้ว อืม น่าจะเรียกว่าใกล้ชิดได้กระมังนะ(ใกล้ชิดกว่าคนอื่นๆ)
เนื่องจากหลังรับประอาหารเสร็จน้องชายตัวเล็กก็รีบกลับห้องนอนทันทีโดยยังไม่ทันได้พูดยังไม่ทันได้ทราบเลยว่าสิ่งที่้านั้นคืออะไร... เขาจึงมาหา เขาอยากจะเป็คนที่ลองเข้าหาน้องสามดูบ้างว่าจะเป็อย่างไร สิ่งที่น้องอยากได้สิ่งที่น้อง้าเขาก็อยากจะหามาให้น้อง
ราเชนยิ้มให้กับภาพนี้เื่ราวในวันนี้... แสดงออกให้เหมือนครอบครัวบ้านอื่นเขาบ้างเถอะ คิดในหัวเท่านั้นไม่มีทางเอ่ยออกไปหรอก
เพราะภายในห้องเงียบกริบเขาจึงเปิดประตูห้องนอนของคุณชายสามอังศุมาลินเข้าไป เดิมดอกเตอร์ไทเกอร์ก็แปลกใจเพราะปกติหากคนในห้องเงียบแปลว่า ‘ห้ามเข้า’ อืม น้องชายของเขาคงจะตรงข้ามสินะ
ภายในห้องนอนของน้องชายตัวเล็กของบ้านตกแต่งเรียบง่ายเพียงสีขาวอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีสีอื่นปะปนเลย ไม่รู้ทำไมเมื่อดอกเตอร์ไทเกอร์เห็นเช่นนี้ก็อดปวดใจไม่ได้... สีขาวของห้องนี้ดูเงียบเหงาและไร้พลังแห่งความมีชีวิตเกินไป
“ท่านพ่อบอกว่าน้องถามถึงหม้อหุงข้าว?” ดอกเตอร์ไทเกอร์เดินผ่านมาถึงบริเวณระเบียงสีขาวเห็นร่างเล็กของน้องชายกำลังนั่งเท้าคางมองออกไปข้างนอกอยู่ เขาเลือกนั่งลงข้างๆเว้นระยะห่างกำลังพอดีไม่ให้น้องอึดอัด
ส่วนออมเล็ตน่ะเหรอ... เกร็งมาก ไม่คิดว่าคนที่เข้าหาเขาคนแรกถึงห้องนอนจะเป็พี่ชายคนรองสุดอัจฉริยะคนนั้นแต่ก็ไม่แสดงความตื่นตระหนกอะไร เขานั่งเล่นพลางฟังที่ท่านพี่รองพูดด้วย
รีบเลย... รีบพูดเลยพี่ น้องก็อยากพูดเหมือนกัน รีบพูดเข้าประเด็นเลยนะ
“วิธีการหุงข้าวของน้องไม่เหมือนใครแล้วข้าวที่น้องหุงได้ก็ไม่เหมือนใคร... อร่อยมาก”
เมื่อดอกเตอร์ไทเกอร์พูดคำว่า ‘อร่อยมาก’ ออกมา ออมเล็ตก็หันมามองใบหน้าของเขาดวงตาระยิบระยับครู่หนึ่งคล้ายดีใจ แม้จะเพียงแค่แวบเดียวสายตาอันแหลมคมของนักวิจัยก็มองทัน เขาจึงเอ่ยชมซ้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าคมดุดันน้ำเสียงเข้มเคร่ง
“อร่อยจริงๆ”
“ขอบคุณครับ แต่จะดีกว่านี้ ถ้ามี...” คนชมต้องกล่าวขอบคุณ ฉะนั้นออมเล็ตจึงไม่เมินเฉยแน่นอนเขากล่าวขอบคุณท่านพี่รองก่อน พร้อมทำทีอยากเอ่ยต่อไม่อยากเอ่ยต่อพอเป็พิธีหน่อยจนทั้งพี่รองไทเกอร์ทั้งราเชนต่างก็ยืนฟังลุ้นๆว่าเขาจะพูดหรือไม่พูดจนเขานึกขำๆ สุดท้ายตัดสินใจพูดแล้วแบบกลั้นใจกลัวๆ
“ถ้ามีหม้อหุงข้าวอัตโนมัติ”
“หม้อหุงข้าวอัตโนมัติ?”
แล้วปัจจุบันนี้หม้อหุงข้าวยังไม่อัตโนมัติพออีกเหรอ?
ดอกเตอร์ไทเกอร์เป็นักวิจัยอัจฉริยะแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ ด้วยคำว่า ‘ความอัจฉริยะ’ ขอบเขตการทำงานของเขาไม่ใช่แค่วิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เท่านั้นแต่หมายถึงวิจัยทุกสิ่งที่เขาสนใจ ฉะนั้นเขาจึงมักจะมีนิสัยความกระตือรือร้นต่อสิ่งที่เป็คำถามและสิ่งใหม่ๆน่าสนใจเสมอ
เมื่อออมเล็ตน้องชายตัวน้อยที่มักปิดกั้นตนเองเอ่ยพูดกับเขาก็ดีใจมากและก็สนใจมากด้วยถึงสิ่งที่น้องพูดถึง อยากจะพูดสนทนายาวเป็หางว่าวเลยแต่ก็เกรงว่าน้องจะรู้สึกกลัว เขาจึงค่อยๆกดความรู้สึกอันตื่นเต้นพลุ่งพล่านนี้ลงก่อน... ค่อยๆ ต้องค่อยๆ ห้ามทำน้องตื่นตระหนกกลัวเด็ดขาด!
ดอกเตอร์ไทเกอร์เลือกที่จะนั่งเงียบอย่างตั้งใจฟัง... เงียบ ตั้งใจฟังมากจริงๆ ทั้งส่งเสียงเชียร์ในใจด้วยว่า รีบพูด รีบพูดนะน้อง!
หลังจากนี้การสนทนาระหว่างคุณชายรองอติวิชญ์กับคุณชายสามอังศุมาลินจึงเริ่มขึ้นอย่างไหลลื่นแปลกๆ...
“หม้อหุงข้าวอัตโนมัติแบบที่น้องว่าเป็แบบไหนหรือ?”
“หม้อหุงข้าวอัตโนมัติแบบตั้งโปรแกรมการหุงได้หลากหลายและละเลียดมากขึ้น ไม่ต้องใส่น้ำรอบข้างแบบนึ่งให้เดือด แต่มีการตั้งเวลาที่พอดีและคำนวณปริมาณน้ำที่พอดีกับปริมาณข้าวสารที่ตวงใส่ในหม้อ การควบคุมอุณหภูมิในการหุงแบบอัตโนมัติ มีระบบนึ่งข้าวหรืออุ่นข้าวด้วยไอน้ำลอยตัว
พอกดปุ่มเริ่มสตาร์ทจนเมื่อข้าวสุกแล้วก็มีเสียงเตือนขึ้นเอง... ข้าวหอมสุกกำลังพอดีไม่ใช่ข้าวดิบกับข้าวแฉะ แต่เป็ข้าวที่หุงสุกถูกต้อง เม็ดข้าวขาวนวลจรุงหนึบหนับพอดี กลิ่นข้าวหอมหวนอ่อนๆน่ากิน รสชาตินุ่มอร่อยละมุนลิ้นเหมือนกับที่ท่านพี่รองได้ทานวันนี้ครับ”
“แล้วน้องรู้ได้ยังไงว่าข้าวดิบหรือข้าวแฉะ?”
“ข้าวดิบก็คือข้าวที่ใส่น้ำน้อย ข้าวแฉะคือข้าวที่ใส่น้ำมาก... ข้าวของผม ขะ—ของน้องเป็ ‘ข้าวหอมอร่อย’ ”
‘ข้าวหอมอร่อย’ หอมและอร่อยจริงๆนั่นแหละ เขาก็คิดว่าข้าวที่น้องออมเล็ตหุงอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย มองดวงตากลมโตใสแจ๋วสีทองสุกสกาว... น้องชายของเขาน่าเอ็นดูเกินไปแล้ว มือของดอกเตอร์ไทเกอร์สั่นน้อยๆอยากจะยื่นเข้าไปลูบศีรษะลูบแก้มปลอบน้องชายตัวน้อยว่าไม่ต้องกลัวเขา
“ถ้าน้องอยากได้หม้อหุงข้าวพี่ก็จะหาหม้อหุงข้าวมาให้”
ไม่นะ... พี่ไข่เจียวชอบคีพลุคไม่อยากจะพูดยาวๆหรอกนะ ก็บอกแล้วจะพูดอย่างประหยัดถ้อยประหยัดคำ พูดเฉพาะเท่าที่จำเป็... อืม เื่กินเื่ใหญ่เป็เื่จำเป็ ฉะนั้นจะพูดเื่นี้ให้มากหน่อยก็แล้วกัน
ดอกเตอร์ไทเกอร์ออกจากห้องนอนของน้องสามออมเล็ตก็พบเข้ากับท่านพ่อที่ยืนอยู่พอดี... บรรยากาศนี้แปลกๆยังไงไม่รู้ ราเชนคิดว่าคงเพราะคนในครอบครัวบ้านนี้ไม่เหมือนครอบครัวบ้านอื่นแน่ๆบรรยากาศมันถึงได้อธิบายไม่ถูกเช่นนี้
“น้องพูดหรือเปล่า”
“ท่านพ่อ”
“ ? ”
“น้อง ‘น่ารัก’ มาก”
กดไลท์เบรนเปิดเสียงบันทึก...
ท่านจอมพลลีโอนาร์ทฟังแล้ว... นี่อังศ์พูดกับไทเกอร์มากขนาดนี้เลยเหรอ?
วันต่อมาออมเล็ตเปิดไลท์เบรนเห็นประกาศข่าวจากสถาบันวิทยาศาสตร์พาดหัวข่าวว่า่นี้ดอกเตอร์ไทเกอร์ อติวิชญ์ พิชิตไชยศรีได้พบแรงบันดาลใจในการทำวิจัยต่อแล้ว ท่านจะยังอยู่ในสถาบันวิทยาศาสตร์ต่อไป ่นี้กำลังสนใจและเริ่มทำการวิจัยพัฒนาสิ่งสิ่งหนึ่งอยู่
อ้อ คือก่อนหน้านี้พี่ไม่มีแรงบันดาลใจเหรอ? พี่จะลาออกเหรอ? หรือน้องพลาดข่าวสารอะไรไปไม่เห็นรู้เื่เลยอ่ะ ก่อนหน้านี้ทานอาหารด้วยกันหลายมื้อก็เห็นพี่ปกติดีนี่นา น้องงง?
-----------------------------
Talk
ส่วนตอนนี้เชิญร่วมหวีดกันได้ตามสบาย(5555) ยัยน้อนไข่เจียวพูดเยอะขึ้นแล้วน้าาและก็ได้กินข้าวแล้วด้วย กินเพิ่มอีกหนึ่งจานด้วย แก้มกลมๆจงมาๆๆ(555)
ส่วนท่านพ่อคือพ่อเอ๊ยพ่อออออ พ่อจะอิจฉาพี่ไทเกอร์ไม่ด้ายยยย พ่อก็ได้ลูบหัวน้องแล้วไง น้องป้อนไข่เจียวพ่อด้วย
ส่วนพี่ไทเกอร์คือพี่ว้อยยยย พี่จะลาออกจากสถาบันวิทย์ฯไม่ด้ายเหมือนกานนนนน (5555) (แอบบอกว่าคุณพี่รองอติวิชญ์เนี่ยเขาตีสนิทน้องเก่งมากกกกกก555)
ส่วนบ้านนี้คือตลกหน้าตายเหรอแต่ละคนเนี่ย (5555)
วันนี้ลาไปก่อนนะ บ๊ายบายจ้า :>