ตอนที่133 จบหลักสูตรพิษนิรมิต
อนึ่งเสิ่นลี่อิงปลดปล่อยพลังจิตออกตรวจสอบรอบตัวและขยายวงกว้างออกไปรอบกระท่อมแล้วยังไม่สัมผัสพบยาพิษในอีกสองรูปแบบที่เหลือแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเด็กสาวไม่ประมาทเพราะรับรู้แล้วว่าชายชราตั้งใจสอนภาคปฏิบัติอันน่าหวาดเสียวด้วยการเดิมพันสิ่งที่มีค่าของทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
ทันใดนั้นชายชราพลันล้มลงนอนตะแคงบนพื้นห้องโถงทันทีเขาเอ่ยเสียงแผ่วเบาให้เสิ่นลี่อิงรับรู้ว่า
“อิงเอ๋อร์.....ช่วยที.....ปู่ไม่ไหวแล้ว”
เสิ่นลี่อิงปราดเข้าไปประคองร่างชายชราพลางละล่ำละลักถามเขาอย่างตื่นตระหนกว่า
“ปู่! ปู่เทียน! อย่าล้อเล่นหนูนะปู่ได้รับพิษเข้าไปยังไง?”
ชายชราพยายามยกนิ้วขึ้นชี้ใส่ภาชนะที่เด็กสาวหยิบมาใช้ประกอบการเผาสารเพื่อสร้างยาถอนพิษจากควันโขมงเธอจ้องมองตามทิศทางนิ้วมือของชายชรา
พลันเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับตัวเธอรู้สึกอ่อนแรงขึ้นทันทีเธอรีบปล่อยร่างของชายชราให้นอนบนพื้นเพราะเริ่มรู้สึกไม่มีแรงที่จะประคองร่างเทียนอี้เซิงได้อีกต่อไป
ร่างของเสิ่นลี่อิงเอนตัวล้มลงนอนตะแคงใกล้กับตัวชายชราทันใดเธอเริ่มรู้สึกหายใจติดขัดและการมองเห็นพร่าเลือนมากขึ้นทุกขณะ
“ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้ฉันจะตายไม่ได้ นี่มันพิษอัมพาตไร้ลักษณ์”
เธอพึมพำขึ้นมาอย่างรู้แจ้งแล้วว่าตนเองและชายชราได้รับพิษใดเมื่อร่างกายรับรู้อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จน
สามารถวิเคราะห์ได้ถึงพิษที่ตนและชายชราได้รับด้วยกัน
เธอพยายามเร่งใช้ความคิดในการคิดค้นหายาถอนพิษอย่างรวดเร็วถึงกระนั้นเธออดที่จะบ่นให้กับชายชราไม่ได้ว่า “ปู่นะปู่ ล้อเล่นกับชีวิตอีกแล้ว”
เธอเค้นสมองคิดสูตรยาถอนพิษได้สูตรหนึ่งในสภาพที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากอาการอ่อนแรงมีมากขึ้นทุกขณะร่วมกับตาที่พร่ามัวมากขึ้น
ทว่าพลังใจที่เธอไม่ต้องการตายอีกครั้งทำให้ฝืนตัวเองลุกขึ้นคลานไปหาสารเป้าหมายที่ต้องการปรุงเป็นยาถอนพิษในทันที
อย่างไรก็ตามเธอคลานไปได้แค่สองสามก้าวพลันคว่ำหน้าลงพื้นด้วยความอ่อนล้าจนแทบทานทนไม่ไหว
“ฉัน.....ต้อง.....ทำ.....ให้.....ได้”
เธอเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบากพลางเหลือบมองเห็นชายชรานอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นไม่ห่างจากตนเองเท่าใด
นัก เธอฮึดสู้อีกครั้งเพราะไม่ต้องการตายโดยที่ยังไม่ได้แก้แค้นชายหญิงชั่วร้ายคู่นั้น
จากนั้นเด็กสาวกัดฟันลุกขึ้นคลานไปหาสารเป้าหมายซึ่งอยู่ในขวดแก้วใบหนึ่งทว่าสารอีกตัวที่ต้องใช้ปรุงยาถอนพิษเป็นพืชที่อยู่ในกระถางตรงประตูบ้านพอดีโดยเธอต้องคลานกลับไปอีกฟาก
ก่อนที่เธอจะเข้ามาหาชายชราในห้องโถงเธอสังเกตพบว่าหน้าประตูห้องโถงมีกระถางสองใบ ใบหนึ่งเป็นต้นพิษลืมเลือนกระถางอีกใบเป็นต้นพิษลืมใจโดยสามารถใช้ต้นพิษตัวใดตัวหนึ่งเป็นส่วนประกอบในการปรุงยาถอนพิษได้
เสิ่นลี่อิงหัวเราะเสียงแผ่วเบาทั้งน้ำตาอย่างหดหู่ใจเธอพยายามฝืนตัวเองคลานไปหาสารประกอบทั้งสองชนิดให้ได้ก่อนที่ร่างกายจะไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลืออยู่
“หึ ๆ”เสียงหัวเราะอันแสดงความรู้สึกหลากหลายภายในจิตใจของเด็กสาวดังขึ้นแผ่วเบา
เธอสามารถคว้าเอาสารประกอบตัวแรกได้จากนั้นฝืนร่างกายคลานกลับมาหาพืชแก้พิษที่หน้าประตูได้แล้วท่ามกลางเหงื่อออกท่วมตัวเพราะเป็นการฝืนใช้แรงมากเกินไป ทว่าสายตาอันพร่าเลือนของเธอทำให้คว้าเอาต้นพิษลืมเลือนมาใช้เป็นยาถอนพิษชนิดที่สอง
กระทั่งเธอสามารถรวบรวมสารประกอบสร้างยาถอนพิษได้ครบทั้งสองตัวเหลือเพียงขั้นตอนเดียวในการนำของเหลวจากทั้งสองชนิดมาผสมรวมกัน
เธอหลงเหลือเรี่ยวแรงอีกเพียงเล็กน้อยจึงเค้นพลังออกมาเพิ่ม แล้วตัดสินใจหยิบพืชแก้พิษขึ้นมาเคี้ยวเพื่อทำให้ตัวยาในพืชกลายเป็นของเหลวทันทีพลางคิดอย่างมีความหวังว่า
‘ฉันต้องทำให้ได้สู้มาขนาดนี้แล้ว ชีวิตฉันต้องอยู่รอดต่อไป’
เมื่อฝืนออกแรงเคี้ยวจนแน่ใจจึงหยิบชามกระเบื้องใบหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ประตู แล้วบ้วนเศษซากพืชแก้พิษออกมาพร้อมน้ำลายโดยตรง
เธอพยายามที่จะไม่กลืนยาพิษจากพืชโดยตรงทว่ายังมีบางส่วนเล็ดลอดลงสู่ลำคอเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ
จากนั้นพยายามฝืนเพ่งมองสารแก้พิษอีกตัวในขวดแก้วเธอเปิดฝาขวดอย่างลำบากยากเย็นเพราะแทบไม่มีแรงหลงเหลืออยู่แล้ว
เธอตัดสินใจเค้นพลังจิตออกมาช่วยในการคำนวณปริมาณของสารแก้พิษตัวที่สองซึ่งอยู่ในขวดแก้วก่อนเทรวมกับสารแก้พิษตัวแรกในชามกระเบื้อง
พลันได้ยินเสียงไอโขลกอย่างแรงของชายชราพร้อมกับมีก้อนเลือดออกมาจากริมฝีปากเขาด้วยเธอรีบเอ่ยให้กำลังใจเขาทันทีด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า
“ปู่.....ปู่เทียน.....ใกล้แล้ว.....ปู่รอหนูก่อนนะ”
เสิ่นลี่อิงรีบเค้นพลังจิตออกมามากขึ้นแล้วตัดสินใจเทสารแก้พิษตัวที่สองเข้าผสมกับพืชแก้พิษที่ถูกเคี้ยวผสมน้ำลายก่อนหน้าจากนั้นยกมือขึ้นอย่างยากลำบากเพื่อใช้นิ้วคนให้สารประกอบทั้งสองเข้าด้วยกัน
“หวังว่ามันจะยังทันการณ์อยู่นะ”เด็กสาวพึมพำอย่างมีความหวัง
เธอไม่สนใจแก้พิษให้ตนเองก่อนแต่ต้องการช่วยเหลือชายชราให้รอดตายเพราะเขารับพิษเข้าไปมากกว่าเธอจนมีอาการแทรกซ้อนของพิษแสดงออกมาชัดเจน
เมื่อคลานไปถึงตัวชายชราด้วยเวลาเกือบสิบนาทีในระยะทางเพียงสองเมตรกว่าเธอรีบใช้นิ้วป้ายยาถอนพิษในชามกระบื้องที่ผ่านการคนเป็นอย่างดีแล้วบนเหนือริมฝีปากเพื่อให้ชายชราได้สูดดมถนัด พลางบอกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
“ปู่คะ.....รีบสูดดมเสีย.....ก่อนกลิ่นมันหายไป”
จากนั้นเธอปล่อยชามกระเบื้องร่วงหล่นบนพื้นเพราะหมดเรี่ยวแรงแล้วทว่ายังฝืนใช้เรี่ยวแรงมวลสุดท้ายให้ล้มลงไปยังทิศทางเดียวกับชามกระเบื้องเพื่อสูดดมให้ทัน
ชายชราและเด็กสาวต่างยื้อชีวิตตัวเองด้วยการเค้นพลังแฝงในร่างกายออกมาสูดดมยาถอนพิษอย่างแรงต่างคนต่างต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตกลับคืนมา
กระท่อมร้างตกอยู่ในความเงียบสงบเป็นเวลานานเกือบครึ่งชั่วโมงกระทั่งมีเสียงไอแค่กดังลั่นขึ้นจากชายชรา พร้อมกับที่เขาพยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง
เสิ่นลี่อิงได้ยินเสียงไอของชายชราเธอยิ้มอย่างพอใจที่พบว่าเขาและเธอรอดตายอย่างหวุดหวิดเธอพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งบนพื้นพลางหันหน้าไปมองชายชราด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาอย่างปีติ
“พวกเรารอดตายแล้วขอบใจมากอิงเอ๋อร์ หลานจบหลักสูตรแล้วนะ เก่งกว่าที่ปู่คิดไว้เยอะทีเดียว”
ชายชรานั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นเขาเอ่ยบอกเด็กสาวด้วยความภาคภูมิใจพลางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเลือดที่เริ่มแห้งกรังจาก
ริมฝีปาก
“ขอบคุณค่ะปู่เทียน”เสิ่นลี่อิงกล่าวขอบคุณชายชราอย่างซาบซึ้งใจ
พลันนึกขึ้นได้ว่ายังเหลือยาพิษอีกหนึ่งรายการในการทดสอบเธอจึงสอบถามชายชราด้วยความอยากรู้ว่า
“แล้วพิษอีกหนึ่งอย่างละคะมันอยู่ที่ไหน หนูไม่เห็นว่าจะมีอยู่ในกระท่อมนี้เลย”
“เมื่อถึงเวลาอิงเอ๋อร์จะรู้เองพวกเรามาเรียนรู้เทคนิคลับอย่างอื่นกันเถอะ”
ชายชราโบกมืออย่างไม่กังวลใจเขาลุกขึ้นยืนอย่างกระฉับกระเฉงแล้วไปนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะกลางห้องโถงในทันที
เสิ่นลี่อิงลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยความเข้าใจถึงอย่างนั้นเธอยังไม่ไว้ใจชายชราเท่าใดนัก จึงระมัดระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะของเหลวทั้งหลายที่เขานำมาสาธิตเธออย่างจริงจังเนื่องจากพิษรูปแบบสุดท้ายที่เขาเลือกทดสอบ นั่นคือ รูปแบบของเหลวหรือน้ำ
เด็กสาวเรียนรู้อย่างใส่ใจกับชายชราจนถึงเวลาหนึ่งนาฬิกาเขามอบตำราแผ่นหนังสัตว์พร้อมรูปปั้นฮั่วท้อเซียนซือให้กับ
เธอพร้อมกำชับถึงการคัดเลือกผู้สืบทอดต่ออย่างจริงจังว่า
“อิงเอ๋อร์การคัดเลือกผู้สืบทอดต่อ ต้องคัดเลือกให้ดี อย่าเห็นแก่สายเลือด หรือเห็นแก่ภาพที่เขาจงใจสร้างว่าเป็นคนดีแต่จงใช้พลังจิตสัมผัสจิตใจเขา หากว่าพบเป็นคนดีจริงถึงจะถ่ายทอดให้...เข้าใจใช่ไหม?”
“เข้าใจค่ะปู่เทียนหนูรู้ดีว่าวิชาลับนี้มีทั้งคุณและโทษ หากตกไปอยู่ในมือคนชั่วเท่ากับนำภัยพิบัติมาสู่ผู้คน และโลกใบนี้
หนูไม่ยอมให้ผู้คนที่หนูรัก หรือโลกใบนี้ต้องพังทลายไปแน่นอนค่ะ”
เสิ่นลี่อิงกล่าวรับปากชายชราอย่างหนักแน่นเธอตระหนักได้เป็นอย่างดีถึงผลกระทบของตำราพิษนิรมิตจึงตั้งใจที่จะยึดมั่นการคัดเลือกผู้สืบทอดตามเจตนารมณ์ของชายชราอย่างเหนียวแน่น
“ดี! ดี!ดี! เช่นนี้ปู่ก็วางใจได้แล้วพรุ่งนี้และต่อไป พวกเราอาจไม่ได้เจอกันอีก ขอให้หลานโชคดีนะ.....อิงเอ๋อร์”
ชายชราพยักหน้าพร้อมกล่าวคำว่า“ดี” ถึงสามครั้ง เป็นการบ่งบอกถึงความพึงพอใจอย่างถึงที่สุดเขากล่าวอวยพรเด็กสาวผู้สืบทอดด้วยความเชื่อมั่นว่าเธอจะยึดถือเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษไว้ได้
เสิ่นลี่อิงลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นเธอโขกหัวคำนับชายชราเต็มรูปแบบเพื่อเป็นการให้เกียรติเขาในฐาะอาจารย์คนที่สองต่อจากเทพผมขาวที่เคยมอบวิชาให้กับเธอ
เธอรู้สึกซาบซึ้งใจที่ชายชราเมตตาและสอนสั่งความรู้อันมีค่าให้กับเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยถึงแม้ว่าเขาจะเล่นพิเรนทร์บ่อยครั้ง ทว่าก็เป็นการกระทำเพื่อคลายเครียดของชายชราผู้มีพระคุณมากกว่า
เทียนอี้เซิงแยกย้ายไปนอนพักผ่อนส่วนเสิ่นลี่อิงหอบตำราหนังสัตว์พร้อมรูปปั้นฮั่วท้อเซียนซือกลับบ้านไปด้วย