"5เทพยุทธ" เป็คำเรียกขานของสุดยอดนักสู้แห่งเผ่ามนุษย์ ในยุคหลังจาก 3ผู้ไร้พ่ายได้เสียชีวิต โดยวิทยายุทธ หลายๆค่ายก็ได้วิชาของ 3 ผู้ไร้พ่าบมาปรับปรุงดัดแปลงเป็วิชาของตัวเอง ทั้งนี้ได้จัดอันดับและยกย่องตามความสามรถที่หลายๆยอดฝีมือได้พบเจอและยกย่อง อันดับที่ 1 คือ บดิทนร์แห่งสำนัก 5 ดาบ อายุราว 40 กว่าๆปี บุตรชายเ้าสำนัก 5 ดาบทั้งยังเป็ว่าที่เ้าสำนัก 5 ดาบ เป็ผู้คิดค้นวิชาที่สามารถผสานลมปราณพลิกฟ้าไว้ดินแห่งสำนัก 5 ดาบ และปราณดาบ 7 อัศจรรย์ที่บรรลุถึงขั้น สลักเพชรเป็วิชา ดัชนีไร้ดาบ ที่ทรงอนุภาพไร้ผู้ต้านทานออกช่วยเหลือผู้คยมากมายจากการรุกรานของเผ่ามอนสเตอร์และเผ่าลูกผสใจากอาณาจักรกาปา
อันดับ ที่2 เป็หนุ่มวัยเพียง 30กว่าๆ ผู้เป็ว่าที่เ้าสำนักดาบจักรวาล ดาบวิเศษชื่อว่าดาบจักวาล เป็ดาบขนาดใหญ่ ฝังประดับด้วยอัญมณี วิเศษ ผสานกับเพลงดาบที่เน้นลมปราณเฉพาะสำนัก ยึดหลักการเคลื่อนตัวของดวงดาวบนท้องฟ้าเปี่ยมด้วยพลังปราณจักรวาลเป็พื้นฐานของพลัง
อันดับที่ 3 ผู้เป็ทายาท ว่าที่เ้าสำนักค่ายดาบแสงและว่าที่ผู้บริหารกองกำลังปราบมาร
โดยการสนับสนุนของสุรีย์ผู้เป็อดีตศิษย์สำนักค่าบดาบแสงและผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองกำลังปราบมาร
หลังได้ช่วยเหลือกลุ่มพ่อค้าของนายห้างโรม เพิ่มและทีมขุดขยายอุโมงค์เพื่อย้ายหมูบ้านแห่งเหล็กไปอาณาจักรพฤกษาก็คืบหน้าสำเร็จไปด้วยดี จนมาถึงวันที่มีการขนย้าย ก็เกิดเหตุการณ์หลายๆอย่างขึื้นพร้อมๆกัน
ทั้งกองทัพของอาณาจักรที่เคลื่อนเข้ามาหมู่บ้านแห่งเหล็กด้วยการนำของประกายแสงกาปา ถึง 5 คน ผ่ายเมืองร้างหน้าด่านเดิม โดยมีผู้ตั้งสกัด 2คน คือทรนง มารทมิฬไร้พ่าย และ อาชญากรอันดับที่2 ที่ออกหมายจับโดยกองกำลังปราบมารเมื่อเกือบ 20กว่าปีก่อน นั่นคือ
ส่งสุข ผู้เรียกตนเองว่าจอมดาบหมายเลข 6 ด้วยข้อหา สมคบคิดอาณาจักรกาปา ทรยศอาณาจักรชายแดนที่ป้องกันระหว่าง 3 อาณาจักร ที่มี "อารัทธ์-หัสยา" พ่อและแม่ที่แท้จริงของศรันย์ ดูแลปกป้องอยู่ก่อน จนทั้งสองและศิษย์พี่น้องทั้งหมดถูกฆ่าตาย โดยาากาปาแห่งเผ่ามอนสเตอร์ และเหล่าประกายแสงซึ่งเป็นักรบแห่งเผ่าลูกผสม ของอาณาจักรกาปา โดยการการวางยาพิษและขโมยของวิชเศษและตำราวิชาทั้งหมด พร้องทั้งสังหารกองกำลังปราบมารที่ขัดขวางแผนการเกือบทั้งหมด
ว่ากันว่า ส่งสุข ฝึกวรยุทธเกือบถึงขั้น อาจารย์ทั้ง2 ที่เป็ถึงสุดยอดฝีมือแห่งยุค ต่อจาก 3 ผู้ไร้พ่าย รวบรวมวิชาเพลงดาบที่ฝึกจาก"หัสยา" ผู้สืบทอดเพลงดาบจากชูเกียติแห่ง 3ผู้ไร้พ่าย บรรลุปรารณดาบ 7 อัศจรรย์ถึงขั้นปรารณดาบเทวดา เป็ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่บรรลุถึงขั้นนี้ นักดาบรวมถึงเ้าสำนักดาบมากมาย ยอมรับเป็ยอดนักดาบอันดับหนึ่ง แห่งเผ่ามนุษย์
และวิชาต่อสู้มือเปล่าจาก"อารัทธ์า" เ้าของวิชา หมัด9ตะวัน ที่ดัดแปลงจาก สัมพันธ์แห่ง3 ผู้ไร้พ่าย ผสนกับวิชาเวทย์ ของวีรเดช เป็เพลงหมัด 9 ตะวัน ที่ครั้งหนึ่งเคยสังหาร าาเผ่าลูกผสมองค์เดิม ก่อนที่กปาาจะมาสถาปนา เป็อาณาจักรกาปา
20กว่าปีที่ถูกไล่ล่าด้วยค่าหัว ตามหมายจับของกองกำลังปราบมารที่เกือบเท่าทรนงมารไร้ปฐี ได้สังหารยอดฝีมือหลายสำนักมากมาย ที่คิดทดสอบฝีมือ ทั้งยังร่วมปกป้องเผ่ามนุษย์จากการรุกรานต่างเผ่าหลายต่อหลายครั้ง
ตอนนี้บุรุษที่น่ากลัวที่สุดแห่งยุคคนหนึ่ง ได้ยืนเคียงข้าง ชายชราที่ดูแกร่งไม่แพ้กัน ชายหนุ่มอายุประมาณ 40 กว่าปีมือขวาถือดายที่ยังเก็บในฝักแนบอก อย่างมุ่งมั่น มองการมาเยือนของศัตรูคู่อาฆาต ที่เป็ผู้นำทั้ง 5 ที่มีชายผู้ผู้หนึ่งที่ถืออาวุธที่ดูประหลาด เป็วงแหวน ขนาดั์ใหญ่กว่าตัวผู้ถือวงนอกมีลักษณะคมกริบเหมือนใบดาบ ดานในเป็สันหนาแข็งที่จับบังคับได้ เดินมาหน้าสุด ที่เหลืออีก 4 คนดูเป็ยอดฝีมือต่างเผ่า ที่มารวมกัน ทั้งเผ่ามอนสเตอรฺ์และเผ่าการแสดงออก แต่ละคน บ่งบอกถึงความ้าที่จะปะทะกับ ส่งสุขและทรนงอย่างมั่นใจ จนน่าแปลกใจ เพราะปกติหากได้ยินเพียงชื่อเสียงของทั้ง 2คนเพียงแค่คนเดียวก็จะเกรงกลัวจนต้องหาทางหลบเลี่ยงการปะทพ ด้วยทราบถึงฝีือพลัง แม้ไม่ถูกฆ่าก็ต้องาเ็พิการเป็แน่ แต่ทั้ง 5เหมือนเจอศัตรูที่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้อย่างง่ายดาย จนทั้ง 2 ครแปลกใจจรอดถามไปไม่ได้ว่าทำไมทั้ง 5 ถึงมั่นใจขนาดนั้น ทั้งคู็ยังคงยืนด้านหลัง รอยแยกของพื้นที่ชูเกียติเคยใช้ปราณดาบ7 อัศจรรย์ ขั้น ดาบเทวดา ขีดขั้นเป็การยุติศึกในยุคเืและเหล็กเมื่อหลาย 10 ปีก่อน แม้หลุมลึกจะถูกกลบด้วยดินทราย ตามกาลเวลา แต่ยังแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่น่ากลัวของเหล่าบุรุษผู้เป็ตำนาน
ไม่ทันได้คำตอบใด 1ใน 5 ผู้บุกรุก แห่งเผ่ามอนสเตอร์ ร่างกายปกคลุมด้วยปีกเหมือนค้างคาวห่อหุ้มเป็ผ้าคลุมมิดชิด เดินผายมือคล้ายร่ายเวทย์ พื้นดินแห้งแข็ง เกิดรอยแยก 5 สายผ่าพุ่งมาที่ทั้ง2 ซึ่งยืนเตรียมพร้อมจากท่าท่าศัตรูอยู่ก่อนแล้ว ระยะห่างกัน ประมาณ 30เมตร แต่รอยแยกไม่ได้ลดระยะการจู่โจม บ่งบอกถึงพลังที่มหาศาลในการใช้
ที่รุนแรงกว่า7ดาบอัศจรรย์ ขั้นตัดตัดดิน หมัดหนึ่งชุดถูกซัดออกเพื่อหยุดพลังโจมตีทั้ง 5 สายถูกหยุดทันทีที่ปราณเพลิงแสดงพลังกระแทกลงพื้น สร้างส่วนกระเด็นขึ้นท้องฟ้า บางสายถูกเผาไหม้ด้วยพลังเพลิงหมัดอันร้อนแรง คู่ต่อสู้เป็ถึง าาแห่งเผ่าแวมไพร์ ส่งเสียงกรีดร้อง แหลมคมจากคอที่มีรูลักษณะเฉพาะ พุุ่งกระแทกส่งสุขอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ยังทันพอเห็นพลังที่แหวกอากาศ ยกมือข้างซ้ายแบออกกันรับแรงกระแทก เป็การหยั่งเชิงพลัง ร่างเคลื่อนตามแรงกระแทก แต่มือที่รับพลัง ไม่มีแม้รอยขีดข่วน บ่งบอกถึงพลังปราณอันสูงเยี่ยม สร้างปราณเกราะได้ตามแต่ใจนึก าาแห่งเผ่าแวมไพร์เผยร่างสีฟ้าเข้ม ภายใต้ปีกบางใส สีฟ้าเข้มที่กางออกกว้างประมาณ 3 เมตร พุ่งแหวกอากาศ พร้อมกางกงเล็บ ที่เมื่อซักครู่เป็มือขนาดปกติ ตามสัดส่วนร่างกาย แต่ตอนนี้ กลับมีขนาดใหญ่ขึ้น นิ้วทั้ง5 มีเล็บงอกแหลมยาว เกือบ1 ฟุต ข้างหนึ่งขว้าจับเป้าหมายที่ไหล่ของส่งสุข
เค้าไม่เบี่ยงหลบ เพียงแต่ใช้มือที่ตอนนี้อัดแน่นด้วยปราณ 9ตะวันที่พวยพุ่งจนเห็นเป็สีแดง ร้อนแรงปัดกรงเล็บแหลมคมคว้าขย้ำ ก้อนหินขนาดใหญ่ที่เคยเป็กำแพงกั้นขวางป่นละเอียดเหมือนบี้กองทราย
มือที่ว่างอีกข้างก็เช่นกันขว้าเข้าที่หน้าของส่งสุขด้วยความเร็ว พร้อมปราณสีเขียวดูร้ายกาจ แต่ส่งสุขขว้าข้อมือทัน แม้หยุดการโจมตีได้ แต่ไอพิษเย็นจากข้อตีห้กล้างกับปราณ 9 ตะวัน อย่างตั้งใจประลองกำลัง จนบริเวณรอบข้างเกิดรัศมีอันตราย ด้วยพลังเพลิงต่อต้านหักล้างกับปรารณเย็น ก้อนหินและดินชิ้นเล็กๆ ลุกไหม้ด้วยปราณเพลิง 9 ตะวัน สลับกับเย็นจนเป็น้ำแข็งพร้อมแตกสลาย ส่งสุขมั่นใจกับ พลัง 9ตะวัน ตลอด 20 กว่าปี แต่ต้องเจอกัยคู่ปรับที่มีพลังสุดขั้วตรงข้าม อย่างสูสี ด้วยอายุของมอนสเตอร์ ต้องฝึกพลังมาไม่ต่ำกว่า ร้อยปีแน่ นึกเสียดาย หากอาจารย์ อารัทธ์ ต้องได้เจอคู่ต่อสู้ที่ท่านตามหาแน่
ส่งสุขรวบรวมพลัง 9 ตะวันอีกครั้งที่มืออีกข้าง โดยที่อีกมือยังคงยึดกุมพร้องปะลองพลังอยู่ บ่งบอกถึงพลังสมาธิที่สุดยอด สามารถแบ่งแยกพลังได้ดั่งใจนึก ด้วยวิชาพลิกฟ้าไว้ดินอันเป็พื้นฐานพลังปราณ 9 ตะวัน ขั้นสูงสุด หมัดกว่า 10 หมัดระดม กระหน่ำ ใส่ร่างของาาแห่งเผ่าแวมไพร์ บริเวณ กลางอก โดยไม่ได้เคลื่อนไหวป้องกันเลย อย่างตั้งใจให้ถูกต่อย ร่างลุกไหม้ด้วยเพลิง9 ตะวันวูบหนึ่งก็ดับลงด้วยปราณไอเย็นของาาแห่งเผ่าแวมไพร์
เผยให้เห็นร่างที่สวมเกราะที่สามารถป้องกันพลังหมัด 9 ตะวันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทรนง มารไร้ปฐี แาดงสีหน้าใ แม้พอจะคสดการณ์ไว้บ้างแล้ว จากข่าวที่"บดินทร์" เคยเล่สให้ฟัง ถึงอุปกรณืป้องกันของประกายแสงกาปา ที่สามารถป้องกันพลังปรารณดัชนีไร้ดาบที่มีพลังระดับ 7 ดาบอัศจรรย์ขั้น สลักเพชรได้
เป็เกราะที่น่าสนใจมาก ส่งสุขพูดขึ้นกับาาแห่งเผ่าแวมไพร์ และพวกแกทุกคนที่มาที่นี่ก็คงสวมเกราะวิเศษนี้กันทุกคนแน่ ถึงได้มั่นใจ มารเจอกับพวกข้า 2 คน ในวันนี้ได้
ก็คงเป็อย่างนายเห็นนั่นแหละ พวกเราทีแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจ 100% จนมาเห็นกับการได้งานจริงวันนี้
หมัดที่เคยถล่มกลองทัพได้ในหมัดเดียวตอนนี้กลับทำอันตรายผู้สวมเกราะกำแพงเทวะ ไม่ได้เลย
ผู้กล่าวคือชายผู้ถือวงแหวนประหลาด
เกราะกำแพงเทวะ ชื่อเพราะมาก และข้าเป็คนที่ชอบถล่มกำแพงซะด้วย
หมัดแม้ไม่อาจทำลายเกราะได้ แต่ด้วยพลังโจมตีที่แฝงผ่านเกราะทำให้าาแห่งเผ่าแวมไพร์ กระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อยจนเสียสมาธิการใช้พลังปราณไอเย็นจึงถีบยันร่างส่งสุขเพื่อ้าหลุดการจับไว้ให้ปะลองพลังร้อนและเย็น ส่งสุขยอมให้ถีบแต่ไม่ยอมปล่อยมือข้างที่จับ และพอเห็นผลการโจมตีของบางส่วนได้สร้างความเสียหายหายกับศัตรูได้บ้างแม้เป็ทางอ้อม
ข้าเป็คนที่จับอะไรแล้วมักยึดถือว่าเป็ของตัวเอง แขนของแกแกข้างนี้ก็เหมือน หมัดที่พลังเพลิง 9 ตะวันสีแดงลุกโชนจากนั้นก็ออกหมัด ชกไปที่เกราะบริเวณหน้าอก พร้มอะโว่า "พลัง 9 ตะวัน ขั้นที่ 3 "
เกราะที่เคยรับพลังหมัดได้ ตอนนี้แตกทะลุตามรอยหมัดของส่งสุข ร่างาาแห่งเผ่าแวมไพร์ ลอยตามแรงหมัด โดยที่แขนข้างที่ถูกยึดไว้ยังคงอยู่ในมือของส่งสุข เหมือนเดิม แขนถูกฉีกกระชากขาดออก ด้วยความเ็ป
มารศิลาแห่งเผ่ามอนสเตอร์ที่มาด้วยกัน ผู้มีร่างเป็หินศิลา แต่สัดส่วนเท่ากับมนุษย์ปกติ ะโเข้ารับร่างาาแห่งเผ่าแวมไพร์ ด้วยความห่วงใย จนตนเองถูกพลังเพลิง 9ตะวัน แผดเผาไปด้วย ใช้พลังปราณวิเศษสีเหลืองใส รักษาแผลเพื่อทุเลาอาการเ็ป ให้าาแห่งเผ่าแวมไพร์ พร้อมพูดว่า แขนของท่านแค่ข้านำมาคืนให้ท่างก็สามารถต่อเองเป็ปกติได้ตามพลังของเผ่าพันธ์แวมไพร์
ส่งสุขเปลี่ยนท่าทางเป็ฝ่ายบุกก่อน โยนแขนข้างที่ยึดไว้ข้างทาง เดินพลัง9 ตะวันขั้นที่2 พุ่งทะยานใส่มารศิลา
มารศิลาชกหมัดกลางอากาศอย่างประหาด แต่ปรากฎ เกิดกลุ่มหินรวมตัวพุงจากพื้นดินใต้ร่างของส่งสุขที่พุ่งมาพอดี เป็รูปลักษณะ กำปั้นั์ ชกสวนเข้าที่ท้องส่งสุข แรงกระแทกถูกสลายด้วยปรารณคุ้มกายกลุ่มหินสลายทันที
มารศิลา ใช้พลังรูปแบบเดิมออกหมัดอีกหลายสิบจน ส่งสุขต้องเปลี่ยนท่าจากการบุกเป็ปัดป้องกลาลอากาศอย่างรวดเร็ว พื้นที่รอบข้างกระจัดกระจายด้วยเศษหินนับพันนับหมื่นก้อนอย่างต่อเนื่อง ส่งสุขเมื่อสลายการโจมตีได้หมด ก็พุ่งหมัดใส่มารศิลาอย่างต่อเนื่อง
มารศิลาไม่ได้กลัวพลังหมัดที่ร้อนแรงเหมือนอุกกาบาตตกจากฟ้า รวบรวมพลังของตนเองไว้ที่กำปั้นเช่นกัน ชกสวนปะทะหมัดต่อหมัด แขนมารศิลาที่เหมือนท่อนหิน เกิดแตกร้าวโดยรอบคล้ายหินที่ถูกทุบ ก็แตกออก เหมือนเปลือกไข่ที่ห่อหุ้มแขเหล็กไว้อีกชั้น รอยร้าวไม่ใช่แค่แขนที่กระแทะออก แต่เป็ไปทั่วทั้งร่าง เผยให้เห็น ร่างเหล็กมันวาวสะท้อนกับแสงเพลิงจากพลังหมัด
ร่างเหล็กนั้นสง่างามสมส่วน รั้งหมัดกลับแล้วกระหน่ำหมัดเหล็ด ที่ทั้งเร็วแรงใส่ส่งสุข ส่งสุขปัดป้องหมัดอย่างรวดเร็วแรงจากการโจมตี ส่งผลเขียวช้ำที่แขนส่งสุข พร้อมรอยบาดเข้าเนื้อหลายแผล แต่ไม่รุนแรง แรงปะทะเกิดรัศมีม่านโจมตีกว้างจนพื้นที่ยืนแยกแตกกระจาย หมัดที่ชกใส่ส่งสุข เหมือนดาบวิเศษ ฟาดฟันใส่เศษใบไม้ปลิวผ่านผ่านการโจมตีก็ขาดกระจายทันที นอกจากหมัดเหล็กทั้ง2 ข้าง ยังมีแข้งเหล็กที่เร็วและแรงเตาะใส่สลับ ซ้ายขวา
ส่งสุขหาจังหวะ เตาะใส่ขาที่ยืนเพียงขาเดียวระหว่างเตาะใส่ตน แลกกับการถูกเตาะเข้าที่ก้านคออย่างจัง โดยมีมือรองรับการเตาะไว้ทัน มารศิลาเสียหลักล้มก่อนที่ร่างจะถึงพื้น หมัดที่เต็มไปด้วยเพลิง 9 ตะวัน ก็อัดร่าง มารศิลาจนสุดแรง ร่างทะลุพื้นดิน จมหายไปหลายเมตรเกิดเป็หลุมลึกตามร่าง พร้อมเพลิงที่ลุกโชน พุ่งออกมา
ไม่ทันได้สงสัย มารศิลาที่ตอนนี้เป็ร่างโลหะ เกิดจากการหลอมรวมแร่ธาตุเหล็กในดินและหิน ผสานกับเกราะวิเศษ ก่อเกินเป็ร่างโลหะห่อหุ้มด้วยศิลาแกร่งซึ่งตอนนี้ครอบคลุมด้วยเพลิงปราณ ก็กระโจนออกจากหลุม โผล่มาเพียงครึ่งตัมท่อนบน
ส่งสุขที่เตรียมพร้อมไว้แล้วด้วย พลัง9 ตะวันขั้นที่3 ไว้ที่หมัดทั้ง 2 ข้าง หมัดแรกปล่อยออกไปชกเข้าที่กลางอกพอดี แรงอัดซัดร่างลอยไปทิศทางที่ าาแห่งเผ่าแวมไพร์ อยู่พอดี ส่งสุขพ่งตัวเข้าซ้ำด้วยหมัดที่2 หมัดนี้คาดหวังด้วยพลัง 9 ตะวันขั้นที่3 ให้ทะลุกลางหน้าอก ด้วยเพลิงไฟ
หมัดเมื่อัักับหน้าอกเหล็กกล้า ก็ไม่อาจผ่านทะลุไปได้ ความเย็นแพร่พุ่งจากเื้ั ด้วนฝ่ามือที่เปี่ยมไปด้วยปรารณเย็นหักล้างกับความร้อนที่ส่งออกมาจากหมัดง
ส่งสุขจึงเปลี่ยนกระบวนท่า เป็ซัดผ่ามือทาบที่หน้าอกมารศิลาเหล็กพยายามดีดตัวออกจากฝ่ามือ แต่กลับถูกดูดติดไม่สามารถขยับได้ ด้วยพลังปราณพลิกฟ้าไว้ดินขั้นสูงสุด สุงสุขดูดพลังปราณเย็นจาก แวมไพร์ผ่างร่างมารศิลาเหล็ก พลังเย็นถูกสะสมไว้ที่ร่างมารศิลาเหล็ก แม้าาแห่งเผ่าแวมไพร์จะฝืนดึงมืออออก แต่ก็ทำไม่ได้
ถ้าจะทำลายร่างเหล็กนี้ ข้าอาจต้องใช้พลัง 9ตะวัะนถึงขี้นสูงกว่าขี้นที่4แน่ แต่จะทำให้เสียพลังปราณไปมหาศาล พอดีแกช่วยพลังเย็นมาพอดี ข้าจคงต้องหยิบยืมมาผสานกับพลังเพลิงร้อนเย็น เพื่อทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง พลิกฟ้าไว้ดินขั้นสูงสุดนอกจากควบคุมปราณตัวเองไดเดั่งใจนึก ยังใช้พลังของผู้อื่นได้เช่นกัน ขอเพียงััผ่าน
ร่างเหล็กถูกสลายด้วยพลังร้อนและเย็น ร่างมารศิลาเหล็กสลายกลับคืนสู่ดินเช่นเดิม
แขนข้างที่ถูกกระชากออกด้วยแรงหมัดพุ่งทะยานเหมือนมีชีวิต เล็บยาวแข็งดุจดาบยังคงกางออก ปักเข้ากลางหลังส่งสุข ทั้ง 5 นิ้ว ผ่านปราณคุ้มกันด้วยพลังไอเย็นหักล้างปราณตะวัน ฝังเข้ากลางหลังสิบกว่าเซ็นติเมตร ส่งสุขฝืนความเ็ป ใช้พลังปราณตะวันขั้นที่6 ะเิพลังเผาทำลายกรงเล็บจนมอดไหม้สลายเป็ผุยผง
ส่งสุขพุ่งตัวเหยียบร่างแวมไพร์เข้าที่กลางอกไว้ใต้ฝ่าเท้าอย่างแ่า ตอนนี้ร้สำนึกได้ว่า เล็บนั้นแฝงพิษร้ายจึงเร่งสังหารศัตรูให้ได้ก่อน พลังตะวันขั้น6ยังคงขับเคลื่อนเข้าสู่กำปั้น ส่งสุขออกแรงชกตูมเดียวเข้าที่หน้าาาแวมไพร์ ทั้งหน้าและหัวก็แตกสลายและถูกเผาผลานเป็ผุยผง ตามมารศิลา เผ่ามอนสเตอร์พ่ายแพ้และกลายเป็ผุยผงไป2 เหลือเพียงเผ่าลูกผสมแห่งอาณาจักรกาปา3คน หนึ่งในนั้นตั้งท่าเตรียมพร้อม รอจนส่งสุขคืนพลังคืนกลับเปลี่ยนเป็ขับพิษจากาแ ไอพิษสีฟ้าเขียวถูกขับออกจากาแทั้ง5รู
ประกายแสงกาปาผู้มีฉายา พญาเสือดำ พุ่งทะยานพร้อมกางกรงเล็บคมกริบฝาดตะปบเข้าที่รอส่งสุขแต่มีดาบเล่มหนึ่งพุ่ง ทะยานปักเข้าหลังมือก่อนแขนและตัวพญาเสือดำลอยตามแรงพร้อมดาบ ปราณที่แฝงในดาบ เหมือนแม่เหล็กต่างขั้ว ส่งสุขใช้พลังพลิกฟ้าไว้ดิน เกิดเป็แรงแม่เหล็กต่างขั้ว ดึงดาบ มาที่มือส่งสุขได้ดังใจนึก ดาบเล่มนี้เป็ดาบของส่งสุข แต่เดิม โดยการใช้2เล่มมาตีผสานรวมกัน
เมื่อผู้ได้ชื่อว่าเป็1ในสุดยอดนักดายแห่งยุค ได้ถือดาบ ก็สร้างความแตกตื่นกับเหล่าศัตรูแม้จะมีเกราะวิเศษป้องกัน แต่ผลก็ปรากฎแล้วด้วยความตายของ2มอนสเตอร์
พญาเสือดำ ใช้พลังปราณสีดำนฟาดฟันแทนแส้ยาววิเศษ ส่งสุขตั้งรับต่อต้านด้วย ปราณพลิกฟ้าไว้ดินผสานปราณเพลิง9ตะวันผ่านดาบวิเศษของตน แรงปะทะดีดปราณกลับใส่พญาเสือดำเอง จนตัวเองต้องกลับมาป้องกันการโจมตีของตัวเองอย่างวุ่นวายดูขบขัน สร้่างความอัยอาย แก่นักรบระดับประกายแสงกาปา
ระหว่างตั้งรับ ส่งสุขยังคงแบ่งสมาธิใช้ปราณขับพิษไปด้วย ทำให้สูญเสียพลังปราณไปมากมาย แต่ยังคงความร้ายกาจต่อศัตรู