ลุงกำนันนัดทีมเข้าป่าประชุม เพื่อภารกิจตามหาเก่งกล้า ตามที่ลุงกำนันได้ประชุมเมื่อวาน เก่งกล้าลงมา เห็นชาวบ้านยืนกันเป็ 4 ทีม มีหัวหน้าทีมยืนหัวแถว มีชาวบ้านยืนต่อเรียงแถว9-10 คน เขาไปยืนตรงแถวที่มี 9 คน ซึ่งมีลุงพิศเป็ผู้นำ เมื่อมากันครบแล้วลุงกำนันก็ได้พูดขึ้นว่า “ทุกคนจงเชื่อฟังหัวหน้าทีม ระมัดระวัง และนำพาตัวเองและเพื่อนร่วมทีมให้กลับมากันครบทุกๆ คน ทำภารกิจของเราคือนำคุณเก่งกาจกลับมา สุดท้ายนี้ลุงขอขอบคุณในน้ำใจของทุกคน ขอให้โชคดี อยู่รอด ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวงแล้วกลับมาเจอกันในอีก 5 วันข้างหน้า"
บังเด เป็ผู้นำเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือซึ่งติดต่อจังหวัดตรัง และพัทลุงระหว่างทางเดินป่า เก่งกล้ารู้สึกว่าเหนื่อยแสนเหนื่อย เหงื่อไคลไหลย้อยเต็มหน้า แต่ทุกคนก็มีน้ำใจ ยื่นน้ำ ยื่นมือช่วยเหลือ พยุงกัน น้ำใจแบบนี้หายากในเมืองกรุง ชายหนุ่มยิ้มบางๆ พลางสูดหายใจโอโซนที่ดีที่สุดที่เคยอยู่มา เทียบกันแทบไม่ได้เลยกับเมืองกรุง “นี่เราเดินมาไกลมากแล้ว จะข้ามเขตไปจังหวัดพัทลุงแล้วนะ” ลูกทีมคนหนึ่งกล่าวขึ้น “ไช่ๆ เราพักก่อนไหม เหนื่อยมากมากแล้ว พักเอาแรงก่อน กินข้าว นั่งพักให้พอหายเหนื่อยแล้วค่อยเดินทางกันต่อ” หัวหน้าทีมเอ่ย “โอเคครับหัวหน้า ลูกทีมรับคำแจ้ง
ลุงพิศ ผู้นำเดินทางมุ่งหน้าไปทิศใต้ ซึ่งติดต่อประเทศมาเลเซียและมาหาสมุทรอินเดีย เดินมาถึงสุดชายแดนก็ยังไม่มีร่องรอยอะไร ลุงพิศจึงแจ้งทีมว่า “เราย้อนกลับไปดีกว่า ไม่น่าจะมาทางนี้” ว่าแล้วลุงพิศและทีมก็เดินทางย้อนกลับมา
ลุงดมเป็ผู้นำทางทิศตะวันออกซึ่งติดต่อจังหวัดสงขลา พาทีมเดินทางลัดเลาะป่ามาก็ไม่มีร่องรอยที่จะสืบค้นใดๆ จึงแจ้งลูกทีมพักผ่อนก่อนเดินทางต่อ” พักก่อนๆ ค่อยว่ากัน อ้าว..หาข้าวปลามากินกัน”
บังเทศเป็ผู้นำทางทิศตะวันตก ติดต่อมหาสมุทรอินเดีย บังเทศพาทีมข้ามไปยังเกาะตะรุเตา เกาะอาดังตลอดจนเกาะหลีเป๊ะ สืบหาจากชาวบ้าน แต่ก็ไม่มีใครเห็นหรือพบเจอกับเก่งกาจเลย
ต่อมาเมื่อครบกำหนดนัดเจอกัน ทุกทีมมายืนเรียงแถวเหมือนตอนไป ลุงกำนันแปลกใจที่ขาดไป 1 ทีมคือทีมบังเด ที่มีเก่งกล้าร่วมทีมไปด้วย “อ้าว..ขาดทีมบังเดไป ที่มีคุณเก่งกล้าไปด้วย ลุงชักเป็ห่วงหล่ะสิ” ลุงกำนันจึงเรียกชาวบ้านมาประชุมเพื่อตามหาทีมที่หายไป แต่ดูเหมือนว่าทุกคนอ่อนหล้ามาก ชาวบ้านคนหนึ่งจึงบอกไปว่า” พวกเราขอพักก่อนได้ไหม เหนื่อยสายตัวแทบขาด” ลุงกำนันพยักหน้าเหมือนรับคำ แต่ก็ยังร้อนใจไม่หาย
“พ่อจ๋าไปไหน พ่อหนูไปไหน” เสียงเด็กน้อยร้องไห้งอแงกับใบปอซึ่งมารับมาส่งที่โรงเรียนตามคำขอของลุงกำนัน “พ่อหนูไปธุระจ้า เดี๋ยวก็กลับมา” ใบปอบอกเด็กหญิงไปเบาๆ พลางคิดในใจ “ไม่รู้จะเป็ตายร้ายดียังไง เ้าหนูเอ๊ย..น่าสงสารจริง เสียทั้งพ่อ เสียทั้งอา คิดไปก็สงสารเด็กหญิงจับใจ ได้แต่กอดปลอบใจ “ป่ะ..พี่พาไปกินติม ไหนใครอยากกินไอติมบ้าง” “หนูหน่ะสิๆ “เสียงเด็กหญิงรีบบอก “ไอติมมาลืมโหม๊ดพ่อจ๋าก็พ่อจ๋าเถอะ555” แล้วจูงมือกันวิ่งไปในร้านสะดวกซื้อกัน ทำให้เด็กหญิงลืมความทุกข์ไปได้ชั่วคราวก็ยังดี
ชุดเดินป่าที่มีเก่งกาจเดินทางยิ่งลึกเข้าไปในป่าลึก เก่งกาจรู้สึกกลัวนิดๆ เพราะกลางคืนจะมืดมิด กลัวสัตว์ป่า กลัวความมืด “นี่เราอยู่ที่ไหนครับเนี่ย” เขาเอ่ยปากถามหัวหน้าทีม “บังว่าน่าจะใกล้พัทลุงแล้วนะ รู้สึกว่าเดินมาไกลมากแล้ว” บังเดตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก ลูกทีมวิ่งมาบอกว่า” ข้างหน้ามีขนำพอให้ได้พักกันก่อน เราไปก่อไฟและนอนพักกันตรงนั้น สว่างก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อ ดีไหมครับบัง” ดีๆ บังเดพูดขึ้นพร้อมกับหันไปบอกทุกๆ คนว่า “พยายามจับคู่กันนะ ดูแลกันดีๆ ในป่าในเขา เชื่อใจอะไรไม่ได้ อย่าไปลบหลู่เ้าที่เ้าทาง จะทำอะไรก็ขอ ก็บอกกล่าวก่อน”
ดึกสงัดกลางป่า เก่งกาจได้ยินเสียงตะกุกตะกัก จึงดีดตัวขึ้นมา หันไปมองเพื่อนๆ ในทีมซึ่งนอนหลับใหลไม่ได้สติ เขาเดินตามไปตามเสียงที่ได้ยินนั้นไปและร้องเรียก “นั่นใครอ่ะ” ไม่มีเสียงตอบ เก่งกล้าเดินตามเสียงไปเรื่อยๆ จนห่างจากที่พัก มีแต่เสียงลมพัดมาเบาๆ มาปะทะใบหน้าจนรู้สึกเยือกเย็น เสียงที่ดังเงียบไปแล้ว ชายหนุ่มหันหลังจะรีบกลับไปที่พัก แต่ก็ต้องใเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เขาตามหานั่นเอง “พี่กาจ นั่นพี่จริงๆ ใช่ไหม พี่ผมดีใจจังเลย ป่ะพี่ เรากลับบ้านกัน” เก่งกล้าเดินไปจะจับแขนพี่ แต่ก็ต้องใเพราะภาพตรงหน้าหายไป ชายหนุ่มจึงหันมองไปรอบๆ ตัวซึ่งตอนนี้มีแต่ความมืดและเงียบสงัด เขามีโทรศัพท์ติดตัวมาแต่ก็ไม่มีสัญญาณแต่ยังพอที่จะเปิดไฟฉายส่องทางได้ เขายกมือขึ้นไหว้ขอเ้าที่เ้าทางให้นำทางให้เขากลับไปที่พักด้วยเถิด สักพักมีลมพัดมาอย่างแรงและเขาก็หมดสติไป
“นายๆ เสียงเรียกดังขึ้น” เป็เสียงของหญิงสาวที่คุ้นหู “ตื่นๆ สินาย” พูดพลางใบปอก็เขย่าตัวให้เก่งกล้าตื่น แต่ก็ไม่เป็ผล เขายังไม่ตื่น ใบปอรีบเอาน้ำมาเช็ดทั่วหน้าเขา แต่ก็ยังไม่ตื่นอยู่ดี ใบปอรีบช้อนศีรษะเก่งกล้าขึ้นมาหนุนตักเธอ แล้วเธอก็หลับไปด้วยกัน จนใด้วยเสียงดังจากคนที่นอนบนตัก” พี่กาจๆ อย่าไปพี่ กลับมาๆ” “ไม่ๆ ขวัญ พี่ไม่ได้ทำอะไร พี่รักขวัญ พี่รักขวัญคนเดียว” หญิงสาวได้ยินชัดเจนเขาพูดถึงพี่กาจก็คือพี่ชายคงจะฝันถึง ขวัญหล่ะขวัญไหน คงจะเป็คนรักของเขาเป็แน่ คิดไปก็แอบเศร้าในใจ เธอเห็นเขาหน้านิ่วเหมือนเ็ป จึงเขย่าตัวเรียกเขาเพื่อให้เขาตื่น ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาสวมกอดหญิงสาวตรงหน้า ร้องเรียก “ขวัญๆ เก่งคิดถึงขวัญมากๆ กลับมาหาเก่งแล้วใช่ไหม” คนโดนกอดทำอะไรไม่ถูกได้แต่แตะไหล่และตบไหล่ปลอบโยนเขาเบาๆ เหมือนชายหนุ่มจะรู้สึกตัว รีบผลักหญิงสาวออกจากตัว “เธอมาได้ยังไง นี่ชั้นอยู่ที่ไหน ทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้ได้” หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มและตอบกลับไปว่า “เรามาตามหานาย เราแยกออกจากกลุ่มมา แล้วเราก็มาเจอนายนอนไม่ได้สติอยู่ตรงนี้ ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าที่ไหน ถ้านายโอเคแล้ว เราไปจากที่นี่กันดีไหม” ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวก่อนพยักหน้า “ป่ะไปกัน” ทั้งสองเดินลัดเลาะป่ามาเรื่อยๆ จนมาเจอลำธารเล็กๆ หญิงสาวจึงบอกชายหนุ่มว่า “แถวนี้น่าจะใกล้น้ำตกวังสายทอง” ซึ่งหญิงสาวก็ได้มาเที่ยวเล่นหลายต่อหลายครั้ง ดูเหมือนจะคุ้นหูคุ้นตา ทั้งสองเดิมตามลำธารมาก็เจอน้ำตกวังสายทองจริงๆ ด้วยความหิวหญิงสาวจึงชวนชายหนุ่มไปกินข้าวหน้าน้ำตกกัน ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธเพราะหิวเช่นกัน ดูเหมือนว่าเขาไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานแล้ว ทั้งสองเดินไปในร้านข้างหลังเป็รีสอร์ต สั่งส้มตำ ไก่ย่างมากิน เก่งกล้ากินได้ไม่มาก หิวแต่น้ำ เลยกินน้ำไปหลายขวด กินข้าวไม่ทันเสร็จฝนก็ตกมาแรงมาก หญิงสาวจึงบอกกับชายหนุ่มว่า “เราต้องพักรีสอร์ตนี้ก่อนนะนาย ฝนตกหนักขนาดนี้ ไม่มีรถมารับหรอกจ้า ทางขาดด้วย” ชายหนุ่มพยักหน้าและเดินไปติดต่อเข้าพักและเช็คอินจองที่พัก 1 หลังมี 2 ห้อง ไปถึงที่พักทั้งสองก็แยกกันเข้าห้องไป ชายหนุ่มมองดูชุดที่สวมใส่เปียกโคลน สกปรกคงนอนไม่หลับแน่ จึงลงไปซื้อเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น 2 ชุด พร้อมบอกถามแม่ค้า “มีเบอร์ใหญ่ไหมป้า ขอเบอร์ใหญ่สุด1ชุด เบอร์ L 1 ชุดครับ”
เขาจ่ายเงินและรับเสื้อผ้ามาถือไว้ ก่อนเดินตัวปลิวกลับไปที่รีสอร์ต ชายหนุ่มเคาะประตู ใบปอแง้มประตูงัวเงียหัวยุ่ง ออกมา” นายมีอะไรหรือป่าว เราจะนอน” เก่งกล้ายื่นเสื้อกับกางเกงให้ แล้วเดินออกไปไม่ทันที่หญิงสาวจะขอบคุณ ชายหนุ่มกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าล้มตัวลงนอน เขานอนไม่หลับ มันแปลกที่เสียงจิ้งหรีดเรไร เสียงสรรพสัตว์ต่างๆ ระงมไปหมด มันไม่เวลาที่จะมีสุนทรีย์กับเสียงเหล่านี้ เขารู้สึกวังเวง มองไปหน้าต่างฝนตกปรอยๆ อากาศเย็นมากๆ จนรู้สักหนาวสะท้าน
เช้าวันใหม่ใบปอลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกหิว ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องร้องแบบไม่เกรงใจใคร เมื่อคืนเธอหลับสบายนอนไปทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ จนหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง เธอรีบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ชำระร่างกายเสร็จสรรพสวมเสื้อผ้าที่เก่งกล้าซื้อมาให้เมื่อวาน เธอใส่ได้ พร้อมยิ้มจนตาหยี มองตัวเองในกระจก” สวยจัง ใบปอชมตัวเองทุกครั้งที่มองกระจก” ชีวิตนี้คงมีแต่ตัวเธอเองแหละที่ชมตัวเอง คนหน้าตาธรรมดา อวบอ้วนอย่างเธอคงไม่มีใครมาชมหรอก หญิงสาวคิด
“นายๆ” ใบปอเคาะประตูเรียกชายหนุ่มที่พักห้องติดกัน สักครู่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็โผล่มา คนอะไรจะหล่อั้แ่ตื่นเลยเหรอ ใบปอคิดเธอมองหน้าชายหนุ่มที่ตอนนี้มีหนวดเคราบางๆ หล่อ คมเข้ม เขาหรี่ตามองหญิงสาวอวบอ้วนตรงหน้าแล้วพูดว่า “ชั้นปวดหัว ชั้นไม่ได้นอนเลย ขอพักแป้ป” หญิงสาวรีบดันตัวเองเข้าไปในห้องก่อนที่ชายหนุ่มจะห้าม เพราะเขาไม่อยากให้เธอเข้ามา มันไม่ควร เขาห้ามไม่ทันก็ปล่อยเลยตามเลยคงไม่เสียหายอะไร เพราะเขาไม่ได้คิดอะไร หญิงสาวเดินมาแตะหน้าผากชายหนุ่มพลางร้องเสียงดัง “ตัวร้อนจี๋เลยนาย ไข้จับแล้วแน่ เราไปขอยาให้ก่อนนะ” ว่าพลางก็วิ่งออกไป กลับมาอีกทีเห็นชายหนุ่มนอนบนเตียงเธอเข้าไปเขย่าตัวเรียก “ลุกมากินยาก่อนนาย” หญิงสาวเข้าไปช้อนศีรษะชายหนุ่มให้กินยา “กินยาจ้านาย” ชายหนุ่มกินยาเสร็จล้มตัวลงนอน หญิงสาวรอจนเห็นว่าชายหนุ่มหลับไปแล้ว จึงเดินออกไปด้านนอกรีสอร์ตเพื่อหาซื้อของกิน หญิงสาวเดินเข้าไปในร้านเล็กๆ ร้องถามแม่ค้า “มีอะไรขายบ้างจ้าม๊ะ” เธอถามแม่ค้าซึ่งเป็ชาวมุสลิมซึ่งท้องถิ่นจะเรียกว่า “ม๊ะ” ซึ่งหมายถึงแม่นั่นเอง แม่ค้าตอบ “มีข้าวต้มกุ้ง ข้าวหมกไก่ ข้าวมันไก่ จ้า” หญิงสาวสั่งข้าวมันไก่นั่งรับประทานที่ร้านอย่างรีบเร่ง เพราะเป็ห่วงชายหนุ่มซึ่งเป็ไข้ ก่อนที่จะสั่งข้าวต้มกุ้งให้ชายหนุ่ม รับข้าวต้มมาแล้วเธอรีบวิ่งพลางเดินพลางไปที่พักเปิดประตูเข้าไป เธอไม่ได้ล๊อคประตู เพราะเกรงจะรบกวนการนอนของชายหนุ่ม เดินเข้ามาในห้องวางของที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะเดินไปที่เตียงก้มลงมองชายหนุ่มตรงหน้า “คนอะไรหลับก็หล่อ ตื่นก็หล่อ วาสนาใครหนอ” พลางเอามือแตะหน้าผากชายหนุ่มก็ยังร้อนจี๋ “ไม่ได้การแล้ว ต้องเช็ดตัว” หญิงสาวมองหาผ้าเพื่อจะเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม มีผ้าขนหนูผืนเล็กๆ วางอยู่น่าจะเป็ของรีสอร์ตจัดให้ เธอเดินไปหยิบขันน้ำมา เช็ดหน้าเช็ดคอชายหนุ่ม “ต้องเช็ดทั้งตัว ไข้ถึงจะลด” หญิงสาวคิด ว่าพลางก็ถอดเสื้อเก่งกล้าอย่างยากเย็น เนื่องจากเขาตัวสูงใหญ่ ใบปอนั่งหอบหลังจากถอดเสื้อเสร็จ ชายหนุ่มยังไม่รู้สึกตัว น่าจะเป็เพราะฤทธิ์ยาหรือเพราะไข้ก็ยากจะเดา หญิงสาวค่อยๆ พยุงร่างเช็ดั้แ่ใบหน้า ซอกคอ แผ่นอกอันมีไรขนบางๆ จนมาถึงเอวคอดสวยงามของชายหนุ่ม ก่อนที่จะพลิกตัวชายหนุ่มเพื่อจะเช็ดตัวด้านหลังให้ ชายหนุ่มปรือตาขึ้นมาพูดเบาๆ “ทำอะไรๆ ชั้นจะนอน” “เช็ดตัวจ้านาย อีกนิดเดียว นอนๆ เดี๋ยวเราเช็ดให้ จะได้สร่างไข้และสบายตัว” ใบปอพูดขึ้น ชายหนุ่มไม่มีแรงที่จะขัดขืนหลับตาต่อ หญิงสาวเช็ดตัวใส่เสื้อให้ชายหนุ่มเธอรู้สึกเหมือนกอดเขาอยู่ มันรู้สึกในใจแปลกๆ มืออวบๆ โอบรอบตัวชายหนุ่มกอดเขาเบาๆ ในขณะสวมเสื้อให้เขา ค่อยๆ วางตัวชายหนุ่มลงบนหมอน หยิบผ้ามาห่มให้ มองหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่มอย่างหลงใหล ยิ้มหวานก่อนที่จะพาตัวเองออกมานั่งที่เก้าอี้ เพราะหากอยู่ใกล้เตียง เธอกลัวว่าไม่อาจจะหักห้ามใจตัวเองที่จะหอมชายหนุ่มตรงหน้าแน่นอน คิดไปก็ยิ้มกริ่ม นอนฟุบหลับที่เก้าอี้ เสียงฝนตกข้างนอก ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ เห็นหญิงอวบอ้วนนอนฟุบหน้ากับโต๊ะ มีเสียงกรนดังมาเบาๆ ไม่ถึงกับดังมาก ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง เขาไข้ลดแล้ว รู้สึกหิวแต่ยังรู้สึกมึนๆ เดินไม่ไหว หยิบโทรศัพท์แต่พลาดหล่นเสียงดัง ทำให้หญิงสาวที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมา “อ้าว..ตื่นแล้วเหรอจ้านาย หิวไหม เดี๋ยวเราเอาข้าวให้ แป้ปนะ” หญิงสาวเดินไปหยิบถุงข้าวต้มกุ้งมาเทใส่ถ้วย ข้าวต้มก็ยังอุ่นๆ พอกินได้ เธอลากเก้าอี้ไปนั่งใกล้ๆ เตียง เก่งกล้าเอามือจะรับถ้วยข้าวต้มมากิน แต่หญิงสาวบอกว่า “มาเราป้อนเอง นายยังไม่หายดี” เก่งกล้ามองหน้าหญิงสาวตรงหน้า จ้องตากลมโตของเธอ เหมือนจะหาคำตอบอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่าสงสัย ชายหนุ่มคิดว่าหญิงสาวตรงหน้ายังเด็กคงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเขา หญิงสาวค่อยๆ ตักข้าวต้มป้อนให้ชายตรงหน้าอย่างระวัดระวัง จริงๆ แล้วเธอก็กล้าๆ กลัวๆ เรียกสติตัวเอง “อย่าให้มีพิรุษนะใบปอ” เธอท่องกับตัวเองแบบนั้น ชายหนุ่มฝืนกินข้าวไปสองสามคำ แล้วเบือนหน้าหนี “ชั้นไม่กินแล้ว มันไม่อร่อย จืดชืด” หญิงสาวยื่นน้ำให้ดื่ม เขารับน้ำมาดื่มไปหมดแก้ว “กินอีกสักสองสามคำนะจ้า จะได้มีแรงเดินทางกันต่อ นะๆ นายเก่งกล้าคนเก่ง” ใบปอเอ่ยขึ้นพลางยิ้มแย้มให้ชายหนุ่ม เขามองหน้าคนยิ้มตาหยี ก่อนจะอ้าปากกินข้าวต้มที่คนตรงหน้าป้อนให้อย่างฝืนๆ เกือบหมดถ้วย “พอแล้วๆ อิ่มๆๆ” ชายหนุ่มบอก “ชั้นอยากเข้าห้องน้ำ” เขาลุกขึ้นแต่ยังมึนๆ จึงเซแต่ใบปอรับเขาไว้ทันและช่วยพยุงเขาเข้าห้องน้ำ ก่อนที่จะบอกชายหนุ่มว่า “ไม่ต้องปิดประตูนะนาย เผื่อล้มไปจะได้ช่วยทัน” ชายหนุ่มปิดประตูเบาๆ ทำความสะอาดร่างกาย ทำธุระในห้องน้ำเรียบร้อย “ขอผ้าเช็ดตัวชั้นหน่อย จะอาบน้ำ” ชายหนุ่มร้องเรียก “อาบได้แล้วเหรอจ้า ยังไข้อยู่ไหม เดี๋ยวไข้ขึ้นอีก” หญิงสาวเดินเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ และเอามือแตะหน้าผากชายหนุ่มเพื่อวัดไข้อีกครั้ง “อืม ตัวไม่ร้อนแล้วจ้านาย แต่อย่าอาบนานเกินเดี๋ยวไข้จะขึ้นมาอีก” พูดเสร็จก็เดินมานั่งที่เก้าอี้มุมห้อง จนกระทั่งได้ยินเสียงดังตุ๊บ..จากห้องน้ำ เธอรีบเดินไปที่ประตูร้องเรียก “นายๆ เป็อะไรหรือป่าวจ้า” ไม่มีเสียงตอบเนื่องจากชายหนุ่มลื่นล้มกำลังจะหาที่จับยืนขึ้นมา ประตูห้องน้ำปิดเบาๆ หญิงสาวจึงร้องบอก “เข้าไปได้ไหมจ้า” ไม่มีเสียงตอบเธอจึงเปิดประตูเข้าไป เห็นชายหนุ่มนุ่งผ้าเช็ดตัวนั่งอยู่ที่พื้นห้อง ได้กลิ่นหอมบางๆ หญิงสาวรีบไปพยุงชายหนุ่มให้ลุกขึ้นมา “จับตัวเราไว้นาย แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมา” เธอร้องบอก ชายหนุ่มเหลือบมองร่างสาวสาวอวบอ้วนที่อยู่ตรงหน้า นิ่วหน้านิดๆ เพราะเจ็บที่ลื่นล้มลง พลางเอามือเกาเอวหนาของหญิงตรงหน้า ซึ่งแข็งแกร่งพอที่จะให้เขาพยุงกายขึ้นได้ “อึบๆ เก่งมากจ้า นายเก่งมาก” หญิงสาวร้องบอกเมื่อเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นมาได้ตอนนี้ทั้งสองเหมือนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน หญิงสาวใจเต้นรัวใจสั่น เหมือนจะเป็ลม เหลือบสายตาดูชายหนุ่มในอ้อมกอด เขาไม่ได้มองมาที่เธอ หญิงสาวไม่อยากออกจากอ้อมกอดนี่เลย มันเป็ฝันดีของเธอจริงๆ “ผมเธอเหม็นมาก ไม่สระมากี่วันแล้วเนี่ย” หญิงสาวตื่นจากภวังค์พร้อมยิ้มเขินๆ เธอรีบบอกชายหนุ่ม “คงหลายวันแล้วจ้านาย นานจนลืม อิอิ” ชายหนุ่มส่ายหน้าก่อนที่จะบอกว่า “ไปพาชั้นออกไปก่อน” ชายหนุ่มกอดคอหญิงสาว ส่วนหญิงสาวก็กอดเอวเขาพากันเดินออกจากห้องน้ำ ทั้งสองทรุดนั่งบนเตียง ใบปอรีบลุกขึ้นเอาเสื้อผ้าวางให้ชายหนุ่มแล้วบอกว่า"นายแต่งตัวเถอะ เราจะไปรอข้างนอก"พูดพลางยิ้มเขินเปิดประตูออกไปยืนใจสั่นอยู่ข้างนอก "หัวใจเหมือนจะวาย ชั้นจะตายๆหรือป่าว"