บทที่ 15
เมนูปูดองซีอิ้ว
บ่ายวันหนึ่งหลังจากที่ไปส่งซาลาเปาตามจวนต่างๆ เรียบร้อยแล้วฟางหนิงฮวาก็อยู่ว่าง ๆ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีจะไปที่ร้านของต้าเป่าก็กลัวว่าเขาจะยุ่งอยู่จึงคิดว่าไม่ไปรบกวนจะดีกว่า อยู่ ๆก็นึกขึ้นได้ว่าที่แม่น้ำมีปูก่อนหน้านี้นางเคยไปจับมานึ่งกินแล้วครั้งหนึ่งวันนี้พอนึกถึงแล้วก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาอีกจึงออกเดินมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำทันที
"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าไปจับปูก่อนนะเ้าคะ จะรีบกลับมาก่อนข้าวเย็น เดี๋ยววันนี้จะจับมาให้เต็มตระกร้าเลย" พูดจบไม่ต้องรอฟังคำตอบฟางหนิงฮวาก็คว้าเอาตะกร้าสะพายหลังแล้วเดินออกไป
ฟางตวนเห็นแล้วก็เพียงแค่ส่ายศีรษะเล็กน้อยหันไปพูดกับภรรยาว่า "บุตรสาวของพวกเรานี่ขยันหากลับแกล้มสุรามาให้บิดาจริงๆ"
ั้แ่ฟางหนิงฮวาหายป่วยมานี้นางก็เข้าครัวทำอาหารทุกวันทั้งฟางตวนและนิ่งหรงได้กินอาหารรูปแบบใหม่กันอยู่ตลอดบางอย่างก็ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีอยู่ในยุคนี้แต่ทว่าบางอย่างกลับดูไม่คล้ายว่าจะเคยมีเลยราวกับว่าเป็อาหารที่มาจากแดนไกลอย่างไรอย่างนั้น แต่ทุกครั้งที่ทั้งสองสงสัยฟางหนิงฮวาก็จะให้คำตอบว่าสิ่งเหล่านี้นางคิดขึ้นมาเองแท้ที่จริงแล้วดัดแปลงมาจากอาหารในชาติที่แล้วทั้งนั้น
"ถ้าเช่นนั้นข้าไปซื้อสุราให้ก็แล้วกัน" นิ่งหรงกล่าว
ฟางตวนยิ้มอย่างดีใจ "ภรรยาของข้าใส่ใจข้าเสมอ"
ฟางหนิงฮวาเดินมาเรื่อย ๆผ่านร้านขายหมูของต้าเป่าก็ทักทายเขาเล็กน้อยผ่านร้ายขายผลไม้ของเสี่ยวเจียงก็ทักทายนางเช่นกัน จากนั้นจึงเดินออกจากประตูเมืองทางทิศตะวันตกไปและตรงไปยังแม่น้ำที่ตนเองคุ้นเคย
แม่น้ำแห่งนี้ถึงแม้ไม่ใหญ่มากแต่ถือว่าอุดมสมบูรณ์ใช้ได้มีทั้งปูและกุ้ง มีปลาตัวใหญ่ แล้วก็ยังมีหอยอยู่บ้างประปรายหากจะบอกว่าที่นี่คือ์ของการร่ำสุราเลยกว่าได้เพราะวัตถุดิบที่มีอยู่ในแม่น้ำนั้นล้วนเป็กลับแกล้มชั้นดี
จากเดิมที่คิดว่าจะมาจับปูเพียงอย่างเดียวนั้นพอเห็นหอยในแม่น้ำมีมากมายก็เลือกที่จะเก็บหอยไปด้วยว่าแล้วจึงลงมือในทันที ครั้งนี้จับปูมาได้หนึ่งตะกร้าเต็ม ๆ กับหอยอีกครึ่งตะกร้าระหว่างทางก็คิดรายการอาหารไปด้วยว่าจะทำอะไรดี คิดออกมาหลายอย่างมากเกินไปจึงตัดสินใจยังไม่ได้ต้องกลับไปที่บ้านก่อนดูว่าเย็นนี้บิดาจะดื่มสุราหรือไม่
มาถึงบ้านได้คำตอบแล้วฟางหนิงฮวาก็เข้าครัวได้ข้อสรุปว่าวันนี้จะทำปูและหอยดองซีอิ้วให้ทุกคนกิน
"อะไรนะปูกับหอยดองซีอิ้ว พ่อไม่เคยได้ยินมาก่อน" ฟางตวนถามอย่างงุนงงเพราะที่ผ่านมาเขาเคยดองผักผลไม้ก็ใช้แค่เกลือหากว่าอยากให้หวานหน่อยก็ใส่น้ำตาลเข้าไปเท่านั้นแต่ไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดใช้ซีอิ้วในการดองอาหารเลยสักครั้ง
"นั่นสิมันจะกินได้จริงหรือ" นิ่งหรงเองก็ถามอย่างประหลาดใจเช่นกัน
ฟางหนิงฮวาวางตะกร้าปูกับหอยลงบนโต๊ะก่อนจะอธิบายว่า "สิ่งนี้เป็สิ่งที่ข้าคิดขึ้นมาเองแล้วก็เคยลองทำดูแล้วเ้าค่ะรับรองว่ากินได้ กินแกล้มกับสุราอร่อยที่สุด"
“เ้าเคยทำเมื่อไรกัน” นิ่งหรงถามด้วยความสงสัย
“ตอนที่ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่อยู่เ้าค่ะ” ฟางหนิงฮวาตอบ
"เอาเถอะอย่างมากก็แค่ท้องเสีย มีของใหม่ ๆ ก็ต้องลองกินให้มันรู้เื่" ฟางตวนกล่าวพลางหันไปหัวเราะใส่บุตรสาว
ฟางหนิงฮวามองค้อนบิดาตัวเองหนึ่งทีก่อนจะบ่นพึมพำว่า "ที่ผ่านมาข้าเคยทำพวกท่านท้องเสียที่ไหนกัน" จากนั้นจึงถือตะกร้าเดินเข้าห้องครัวไป
ปูกับหอยดองซีอิ้วต้องใช้เวลาดองไว้หนึ่งวันเป็อย่างน้อยวันต่อมาก็พร้อมแล้วฟางหนิวฮวาจึงนำออกมาให้บิดาและมารดาชิมดูทั้งสองเมื่อลองชิมแล้วก็บอกว่าอร่อยอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อนฟางตวนกินไปด้วยดื่มสุราไปด้วยบอกว่าช่างเข้ากันยิ่งนัก
"เห็นหรือไม่เ้าคะว่าอาหารนี้เป็กับแกล้มชั้นดีเลยทีเดียว" ฟางหนิงฮวากอดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ
ฟางตวนวางจอกสุราของตนลงทว่ายังคงถือปูไว้ในมือหันมามองหน้าบุตรสาวแล้วบอกกับนางว่า "พ่อว่าเ้านี่มีพร์ในการทำอาหารอยู่ไม่น้อยเลยนะหากว่าภายหน้ามีทุนมากกว่านี้พ่อจะเปิดร้านอาหารให้เ้าเดี๋ยวพ่อจะหมักสุราสูตรของพ่อเองขายในร้านของเ้าด้วย"
"ดีเลยเ้าค่ะท่านพ่อข้าว่านะคงจะไปได้ดีเป็แน่เน้นสุรากับอาหารจำพวกกับแกล้มรับรองว่าคนเมืองถู่หยางจะต้องชอบอย่างแน่นอน" ฟางหนิงฮวากล่าวเสริม
"จะว่าไปแล้วพวกเราต้องเร่งทำซาลาเปาแล้วละเพื่อจะได้ขายได้เยอะ ๆ มีเงินเก็บมาเปิดร้านอาหารกัน" นิ่งหรงหรงกล่าว
สามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินปูกับหอยดองซีอิ้วไปดื่มสุราไป สนทนากันไปอย่างมีความสุข บ้านสกุลฟางไม่ได้มีความสุขอย่างนี้มานานแล้ว
ฟางหนิงฮวายังทำปูและหอยดองซีอิ้วอีกจำนวนสามกล่องกล่องหนึ่งจะเอาไปให้ที่ร้านของต้าเป่า อีกกล่องจะเอาไปให้เสี่ยวเจียงส่วนกล่องสุดท้ายจะเอาไปส่งที่จวนของเ้าเมืองพร้อมกับซาลาเปาในวันพรุ่งนี้นางหวังว่าเมื่อพวกเขาได้กินอาหารรูปแบบใหม่ฝีมือนางแล้วคงจะชอบ
ฟางหนิงฮวาในชาติที่แล้วเป็แฟนคลับดารานักแสดงแต่พอมาชาตินี้ยังไม่มีบุรุษถูกที่จะให้นางเป็แฟนคลับด้วยเมื่อเห็นสาวเมืองถู่หยางชื่นชอบท่านเ้าเมืองก็เลยมีความคิดที่อยากจะชื่นชอบบ้างถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยก็ตามแต่เพียงแค่ชื่อเสียงของเขาก็บ่งบอกว่าไม่ธรรมดาแล้วไม่อย่างนั้นหญิงสาวกว่าครึ่งเมืองจะตามติดเขาหรือคงไม่แพ้พวกไอดอลในยุคที่นางจากมาหรอก
ส่วนปูกับหอยดองซีอิ้วนี้ก็ถือว่าเป็การแสดงน้ำใจเล็กๆ น้อย ๆ ่ที่เขากำลังฟื้นฟูร่างกายอยู่นี่ก็อยากให้เขาได้กินอะไรอร่อย ๆเผื่อว่าจะเจริญอาหารบ้างอีกอย่างการกระทำเช่นนี้ก็อาจจะเป็การส่งเสริมกิจการค้าของร้านซาลาเปาท่านเ้าเมืองจะได้สั่งซาลาเปาทุกวันเช่นนี้ไปนาน ๆ
เช้านี้เซียวป๋อเหวินได้กินซาลาเปากับปูและหอยดองซีอิ้วก็ถึงกับงุนงงว่าในยุคสมัยนี้มีอาหารเช่นนี้ด้วยหรือเพราะนี่เป็อาหารที่เขาเคยกินในชาติที่แล้วนี่ ทั้งยังเป็อาหารรูปแบบใหม่ที่เพิ่งมีออกมาใน่ไม่กี่ปีนี้ด้วย
"ก่อนหน้านี้เ้าเคยกินอาหารเช่นนี้หรือไม่" เซียวป๋อเหวินเอ่ยถามหมอหลิวในขณะที่นั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน
หมอหลิวยกปูดองซีอิ้วครึ่งตัวขึ้นมาพิจารณาดูแล้วดูอีกก่อนจะตอบว่า "ข้าเองก็เพิ่งจะเคยกินนี่แหละที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ยินชื่ออาหารนี้จากที่ใดมาก่อน ว่าแต่เ้าก็อย่ากินเยอะล่ะข้าไม่รู้ว่ามันจะส่งผลต่อร่างกายเ้าอย่างไรบ้าง"
"ไม่เป็ไรหรอกข้าเคยกิน" เซียวป๋อเหวินเผลอพูดออกมาอย่างลืมตัว
"เคยกิน? เ้าเคยกินที่ใดกัน" หมอหลิวถามอย่างประหลาดใจ
"อ้อ…่ที่ออกไปรบน่ะข้าเบื่ออาหารของกองทัพก็เลยลองจับปูแถวนั้นมาแช่ในน้ำซีอิ้วดูปรากฏว่ามันก็อร่อยไปอีกแบบ" เซียวป๋อเหวินรีบแก้ตัว
หมอหลิวพยักหน้าเบา ๆ "มันก็อร่อยจริงอย่างที่เ้าว่าจริง ๆนั่นแหละ"
สหายทั้งสองนั่งกินข้าวเช้ากันไปสนทนากันไปอย่างออกรสตอนนี้อาการของเซียวป๋อเหวินดีขึ้นมากแล้ว หมอหลิวเริ่มวางใจหลังจากนี้หมอหลิวมีแผนว่าจะให้เขาออกกำลังให้มากหน่อยเพื่อเป็การฟื้นฟูร่างกายและกำลังวังชาที่หายไป
เซียวป๋อเหวินยังมีภารกิจอีกมากที่รอคอยเนื่องจากโจรูเานั้นยังไม่ถูกกำจัดเขาจึงต้องเตรียมกำลังให้พร้อมสำหรับการออกไปปราบโจรอีกครั้งครั้งนี้จะต้องวางแผนอย่างรัดกุมและรอบคอบเพราะฝีมือของโจรูเาพวกนั้นหาได้ธรรมดาไม่ครั้งนี้แล้วที่พ่ายแพ้มาก็เกิดจากการที่ประเมินศัตรูต่ำจนเกินไปดังนั้นครั้งนี้เขาจึงตั้งใจจะศึกษากลยุทธ์ต่าง ๆ ให้แตกฉานเพื่อที่จะนำไปจัดการกับโจรูเาพวกนี้