"ท่านโจหยิน ในค่ายเกิดเพลิงไหม้ใหญ่แล้ว ท่านจะไม่สั่งถอยจริงหรือ" นายทหารหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ มันปะทุระอุขึ้น โจหยินเองใช่ว่าจะไม่อยากถอนทัพกลับไปที่ค่าย แต่โจโฉสั่งย้ำนักย้ำหนาเอาไว้แล้ว
"ไม่ต้อง ตีเมืองต่อไป" เสียงตะวาดดังลั่นจนได้ยินไปทั่วแนวหน้า ลูกธนูลูกหนึ่งพุ่งลงมาเกือบจะโดนมัน โจหยินเบี่ยงหลบแล้วพุ่งเข้าไปใต้ขอบกำแพงเมือง มันฝ่าเข้าไปดันเครื่องกระทุ้ง
เสียงดังสนั่นลั่นเหมือนดินถล่ม แผ่นประตูเมืองหนักร้อยกิโล พังครืนลงเหมือนเศษไม้ เสียงเฮกึกก้องไปทั่ว
บุกกกก !!!
เสียงกลองรบลั่นดังขึ้นอีกครั้ง ความฮึกห้าวของชนทั้งหลาย พากันกรูเข้าประตูเมืองไป ด้านในจงฮิวตั้งทหารรอไว้อยู่แล้ว ทั้งสองฝ่ายปะทะห้ำหั่นกันอย่างดุเดือน เลือดไหวนองแถวถนนทางเดิน บ้างกระเซ็นไปติดตามผนังกำแพงเมือง
ซุนฮกเมื่อรู้ว่าประตูเมืองแตกแล้ว ก็มิอาจจะอยู่เฉยอีก ชักดาบวิ่งลงมาหมายจะสู้ตายกับพวกด้านล่าง แต่ขายังมิทันจะก้าว ฮ่องเต้ดึงแขนเขาไว้ สายตาพระองค์มองยาวไกลไปที่ฝั่งซ้ายของนอกเขตกำแพง
"นั่นมัน นั่นมัน..."
เสียงเฮดังขึ้นอีกรอบ
ทัพเสเหลียง!!! ทัพเสเหลียงบุกมาช่วยพวกเราแล้ววววว
พวกทหารบนกำแพงตะโกนขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นธงของม้าเท้งโบกสบัดอยู่บนหลังม้า กองทัพเสเหลียงพุ่งมาราวกับสายฟ้าแลบ ผู้ขวางทางถูกชนกระแทกกระเด็นกระดอนพ้นทางไป ม้าเฉียว ม้าต้าย บังเต๊ก สามแกนนำแนวหน้าขับม้าเข้าผ่ากลางกองทัพโจหยิน เลือดนองเป็นทางยาวตามแนวที่พวกนั้นฝ่ามา
กองทหารม้าขับตามมาอีกนับไม่ถ้วน รวดเร็ว รุนแรง ดุร้าย ดั่งสัตว์ป่ากระหายชิ้นเนื้อ
กองทัพโจหยินตกใจเมื่อถูกจู่โจมโดยมิทันตั้งตัว ความสำเร็จอยู่แค่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ
"ถอย ถอยก่อน ถอยกันก่อนนน" โจหยินตะโกนก้องออกคำสั่ง พวกทหารกรูถอยออกไปทันบ้างไม่ทันบ้าง ด้วยความเร่งรีบหยุดเหยียบล้มทับกันตายระเนระนาดอยู่หน้าประตูเมือง โจหยินได้โอกาสกระชากม้าได้มาตัวหนึ่ง มันขับเข้าฆ่าฟันเปิดทางถอยหนี ฝีมือโจหยินช่ำชองเพลงทวน ทหารม้าเสเหลียงเข้าต่อต้านก็ถูกฆ่าตายตกม้าเป็นอันมาก ม้าเฉียวเห็นโจหยินมีฝีมือสูงก็ขับม้าพุ่งเข้ามาหา
ทั้งสองผลัดกันรุกรับอยู่ยี่สิบเพลงยังมิรู้ผล โจหยินสบโอกาสก็กระตุกม้าล่าถอยออกไป ม้าเฉียวขับม้าหมายจะตามติด ก็ถูกกองทหารต้านเอาไว้เสียก่อน
ม้าต้ายรีบรุดเข้าไปในเมืองยืนม้าอยู่ ซุนฮกลงมาประกาศให้พวกทหารฝ่ายโจหยินที่ถอยมิทันวางดาบยอมแพ้ ทหารพวกนั้นเห็นว่าสู้มีแต่จะตายก็ปลดอาวุธชุดเกราะลง ม้าเท้งนำทัพใหญ่ติดตาม
ทางม้าเท้งนำกองใหญ่เข้ามาเห็นค่ายโจโฉมีไฟไหม้ใหญ่ จูล่ง แจ้งว่าเป็นแผนการของขงเบ้ง แลพวกกวนอูคงกำลังบุกเผาค่ายแลเสบียงอาหาร เฉินกงอิงว่า ทางในเมืองม้าเฉียว ม้าต้าย บังเต๊ก เอาอยู่ มิต้องเป็นห่วง ให้แบ่งทหารออกเป็นสองกอง กองหนึ่งม้าเท้งกับตนบุกเข้าไปฆ่าพวกทหารโจโฉให้หมดสิ้น ทั้งค้นหาตัวโจโฉเอามาชำระโทษเสีย อีกกองหนึ่งให้จูล่งนำทัพไป ช่วยฝ่ายกวนอูเผาค่ายเสียให้วอดวายหมดสิ้น หากแม้มิสำเร็จแต่โจโฉก็คงปางตายอย่างแน่นอน
ม้าเท้งเห็นด้วยกับเฉินกงอิง แบ่งทหารให้จูล่งกองหนึ่ง ทั้งสองแยกทัพกันไป จูล่งมุ่งหน้ามายังจุดเกิดเพลิงไฟ เห็นกวนอู เตียวหุย ฆ่าฟันทหารของโจโฉอยู่ก็แล่นม้าเข้าไปช่วย กวนอูเห็นจูล่งมาก็ดีใจยิ่งนัก พากันจุดเพลิงเผาค่ายเป็นการใหญ่ เตียวหุยว่าถ้าหากจูล่งมาช้าอีกนิด ก็จะไม่มีผลงานครั้งนี้แล้ว
เล่ากี๋ว่าอย่าพึ่งทักทายกันเสียเวลา สั่งกองทหารระดมไฟจุดเผาจนหลังคาผ้าค่ายติดไฟ เปลวเพลิงพุ่งสูงจนทั่วหัว ทหารโจโฉแตกตื่นวิ่งหนีกันอลม่าน
ฝ่ายโจโฉมเมื่อรู้ว่าค่ายหลักถูกลอบวางเพลิงก็สั่งให้ลิเตียน อิกิ๋มพาทหารไปดับไฟ อิกิ๋มว่า
"ท่านโจโฉ ไฟไหม้ลามไปมากแล้ว เกรงว่าจะดับไปทัน"
โจโฉกุมศีรษะแน่นด้วยอาการปวด "ดับ ยังไงก็ต้องดับ ไป!!"
มันสั่งการ อิกิ๋มจำใจพาพวกทหารออกไป เมื่อเห็นพวกกวนอู เตียวหุย จูล่ง อยู่ขณะนั้นก็พาทหารเข้าสู้ด้วย ทหารของอิกิ๋มมีเยอะกว่า แต่ฝ่ายของกวนอูนั้นห้าวหาญกว่า อิกิ๋มจำต้องรบไป ถอยไป ฝ่ายกวนอูก็รบไป เผาไป
สมองก้อนเท่ากำปั้น เวลามันปวดขึ้นมาเหมือนหินหนักพันชั่ง ควมคิดอันลึกล้ำตอนนี้กลับจมหายหมดสิ้น การตัดสินใจสุดแสนปราดเปรื่องตอนนี้ทุมทู่อย่างกับหินลับมีด
รายงาน!! พลทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาในกระโจมพักของโจโฉอย่างหน้าตาตื่น
"มีอะไรอีก!!" โจโฉตวาด สีหน้าของพลทหารถอดสีลงอย่างรวดเร็ว เสียงละล่ำละลักพูดออกมาอย่างกลัวตาย
"ม้าเท้งแห่งเสเหลียงบุกมาขอรับ"
โจโฉเดือดดาลขึ้น หลายอย่างในวันนี้ไม่ได้ดั่งจิตดั่งใจเลยแม้แต่อย่างเดียว เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเขา เมื่อกี้นี้ก่อนหน้าที่กวนอูจะลอบเข้ามาเผาค่าย แนวหน้ายังส่งข่าวมาว่าประตูเมืองใกล้จะแตกแล้ว ดวงไฟกำลังฉายแสงเจิดจ้าเมื่อครู่บัดนี้กลับบอดมืดไปอย่างไร้ปรานี
ม้าเท้งนะม้าเท้ง ทำไมเจ้าต้องมาในเวลานี้ด้วย!!!
"ใครจะอาสาฆ่าม้าเท้ง" โจโฉลุกขึ้น บัดนี้ความโกรธามีกำลังเหนื่อยกว่าการเจ็บป่วย มันลืมไปสิ้นแล้วถึงอาการเรื้อรังที่ต้องนอนซมอยู่นานหลายวัน
"ข้าขออาสา" โจหองกระชับหอกคู่กายออกมารับบัญชา ลิเตียนตามออกมาขอร่วมกับโจหองไปตัดหัวม้าเท้ง
ดีมาก ไป!!
ม้าเท้งเมื่อมาถึงก็มิรอช้าขับม้าเข้าบุกรุกไปในค่ายใหญ่ พวกทหารกรูออกมารบด้วย ม้าเท้งกวัดแกร่งดาบจนเลือดศัตรูไหลเปียกคม เฉินกงอิงชักธนูขึ้นมายิง หนึ่งดอกที่พุ่งออกไป ทหารโจโฉก็ตกตายลงหนึ่งชีวิต ทั้งสองกองทัพรบเร้ากันพัลวัล แต่ดูเหมือนทัพม้าเสเหลียงจะได้เปรียบกว่า
โจหองกับลิเตียนขับม้าออกมาสู้ด้วย ม้าเท้งถูกสองคนรุกไล่ ฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยง ม้าเท้งถูกรุมหนักเข้าก็ต้านอยู่มิไหว เฉินกงอิงเห็นท่าไม่ดีก็พุ่งม้าเข้ามาช้วย ทั้งสี่รุกรบกันอยู่ไม่นาน ฝ่ายทหารเสเหลียงได้เปรียบกว่าก็ขับม้ากันเข้าเป็นกระบวน พวกโจหองลิเตียนเห็นถูกไม่ไหวก็ร่นถอยไปที่ละน้อย
ในกระโจม โจโฉได้รับรายงานจากกองหน้าว่าทัพโจหยินแตกพ่ายแล้ว โจหยินหายไปในกองจราจลมิรู้ว่าเป็นหนือตาย โจโฉได้ยินก็เจ็บแค้นยิ่งนัก ด้วยโจหยินเสมือนหนึ่งแขนขาญาติพี่น้อง ไม่นานทหารของโจหองก็รุดเข้ามาแจ้งข่าว
"ท่านโจหองและท่านลิเตียนให้มาแจ้งท่านโจโฉ กองทัพม้าเสเหลียงเข้มแข็งยิ่งนัก คงจะต้านเอาไว้ไม่อยู่ ตอนนี้จวนจะมาถึงที่นี่แล้วขอรับ"
พวกนายทัพเตียวเลี้ยว เคาทู ก็ขันอาสาจะออกไปสู้ตาย โจโฉเงียบไปชั่วขณะมิรู้จิตใจกำลังคิดสิ่งใดอยู่
ความเงียบก่อตัวขึ้นในกระโจงกลางศึก
มันเองรู้ดีอยู่แก่ใจ ฮูโต๋เป็นที่มั่น เป็นจุดยุทธศาสตร์ ตลอดหลายปีมานี้มันสร้างที่แห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางของความมั่งคั่ง แต่บัดนี้มันกำลังกลายเป็นของคนอื่น เป็นของคนที่มันคิดดูหนิ่นมาโดยตลอด
"ถอย รีบถอย" โจโฉว่าเสียงเบา หน้าตาเฉยชาดั่งหน้ากระดาษ นี่คือใบหน้าที่ชินชาต่อความพ่ายแพ้หรือปลงตกกับความแพ้พ่ายกันแน่
"แต่ท่านโจโฉ...โถ่" เตียวเลี้ยวพยายามจะขอสู้ แต่ก็หักใจเอาไว้เสีย
"ทิ้งค่าย ถอนทัพ รีบไปเมืองตันลิว"
เมืองตันลิว
ทุกอย่างเริ่มต้นที่นั่น น่าคิดถึงเหลือเกิน มันเกิดและเติบโตขึ้นที่เมืองนี้ ครั้งเมืองลอบฆ่าตั๋งโต๊ะไม่สำเร็จ โจโฉก็หนีกลับมาหาบิดาที่เมืองนี้ จากนั้นจึงเริ่มรวบรวมกองทัพขึ้น จนกลายเป็นกองทัพ 18 หัวเมืองรวมกับพวกอ้วนเสี้ยวและพันธมิตร
บัดนี้มันกำลังจะกลับไปที่นี่อีกครั้ง
เพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง แต่ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด มันยังมีที่ให้ถอย มีภาคเหนือทั้งแถบอยู่ในอำนาจ
ฝ่ายโจโฉล่าถอยออกไปอย่างเร่งด่วน ทหารกว่าร้อยหมื่นเหลือกลับไปเพียงครึ่งเดียว อันที่จริงก็ยังมากพอหากคิดจะปักหลักสู้ เพียงแต่ขวัญกำลังใจหดหาย เสบียงถูกเผาทำลาย เสมือนมีมากก็ไร้กำลัง จึงจำเป็นต้องล่าถอยไปเสีย
ฝ่ายม้าเท้งเห็นดังนั้นก็สั่งหยุด มิให้ตามตีต่อเกรงจะถูกซุ่มโจมตี หากพลาดพลั้งจะเสียหายไปถึงส่วนรวม กวนอู เตียวหุย ขับม้ามาร่วมกับพวกม้าเท้ง จากนั้นจึงชวนกันเข้าสู่เมืองฮูโต๋
ริมรอบเขตประตูดาษดื่นไปด้วยซากศพและสายโลหิตที่เจิ่งนอง หลังการเข่นฆ่าสงบลงมันทิ้งไว้แต่เพียงภาพอันน่าสยดสยองของสงคราม ชีวิตนับหมื่นดับดิ้นลงตรงนี้เพียงเพื่ออำนาจและความมั่นคงของคนไม่กี่คน
"เชิญท่านทั้งหลาย เชิญๆ" ซุนฮกและซุนฮิวเข้ามาต้อนรับ
"องค์ฮ่องเต้อยู่ที่ใดหรือ" ม้าเท้งว่า
"ตอนนี้ทรงประทับที่ว่าราชการ ทรงกำลังรอผู้กล้าทุกท่านอยู่" ซุนฮิวเดินนำทางแม่ทัพนายกองเข้าเฝ้า
แท่นบังลังกฺ์มังกรยังเด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ที่แห่งนี้มิได้ถูกรบกวนจากเหตุการณ์ด้านนอก พระเจ้าเหี้ยนเต้ประทับนั่งอยู่เบื้องบนสวมชุดเหมียนฝูแบบฮั่น ทรงฉลองพระองค์สีเสวียนสีดำเจือแดงแทนสัญลักษณ์ของฟ้า แลเบื้องล่างสวมเสวียนอีซวินฉางสีแดง เป็นตัวแทนของดิน
ข้าราชการผู้ภักดีรออยู่ในที่ประชุมเป็นอันมาก ส่วนใหญ่ล้วนมาจากตระกูลเก่าแก่ของราชวงค์ฮั่น ม้าเท้งนำคณะเข้ามาถวายบังคมหมอบกราบอยู่ตามประเพณี
"ท่านทั้งหลายลุกขึ้น ไม่ต้องมากพิธี"
"ขอบพระทัย"
"พวกท่านยอมเหน็ดเหนื่อยมิเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ช่วยเหลือบ้านเมืองและราชวงค์ฮั่นให้รอดพ้นจากน้ำมือโจรโจโฉ ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก" พระเจ้าเหี้ยนเต้ลุกขึ้นกล่าว "แต่บัดนี้บ้านเมืองยังไม่มั่นคง โจโฉก็ยังไม่ตาย พวกหัวเมืองยังคิดกบฎอยู๋อีกมาก ข้าหวังว่าพวกท่านทั้งหลายจะช่วยข้าสร้างความสงบให้แผ่นดิน"
ข้าราชการ แม่ทัพทั้งหมดลงคุกเข่าน้อมรับพระบัญชาอย่างเต็มใจ
"วันนี้เหนื่อยกันมากแล้ว จงไปพักผ่อนกันเสียก่อน" ฮ่องเต้สั่งเลิกประชุม แลให้ซุนฮิวจัดสรรหน้าที่กับภาระปัญหาในเมือง ส่วนพวกแม่ทัพทั้งฝ่ายเสเหลียงและฝ่ายเล่าปี่ ซุนฮิวให้คนนำทางไปยังที่พักรับรองชั่วคราว
"ซุนฮก เจ้าอยู่ก่อน"
"พระองค์มีประสงค์เรียกใช้สิ่งใด"
บรรยากาศเงียบงันลงไป ขุนนางบุ๋นบู้ต่างหายไปสิ่งจากตำหนักหลวง ยามนี้เหลือเพียงหนึ่งมังกรกับหนึ่งผู้ภักดีต่อมังกร