สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ‘ฟางหนิงหลง’ ปีนี้อายุ 26 ปีแล้วค่ะ ปัจจุบันฉันมีอาชีพเป็นางแบบและพ่วงตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ฟางเทียนหลง กรุ๊ป ซึ่งเป็บริษัทของคุณพ่อและน้องชายของฉันเอง... ‘ฟางเฟยหลง’
จริงๆ แล้วฉันไม่ได้มีสายเืของตระกูลฟางหรอกนะ ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน คุณแม่ของฉันแต่งงานใหม่กับคุณพ่อของเฟยหลง เดิมทีฉันชื่อ ‘จูหนิงหลง’ แต่คุณลุง (คุณพ่อใหม่) อยากให้ฉันเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างสมบูรณ์ จึงให้เปลี่ยนมาใช้แซ่ฟางั้แ่นั้นมา
ตอนนั้นฉันอายุ 14 ปี ส่วนเฟยหลงอายุ 13 ปี คุณลุงบอกว่าเขาคือน้องชายของฉัน แต่เชื่อไหมคะ... ั้แ่วันแรกจนถึงวันนี้ เฟยหลงไม่เคยเรียกฉันว่า ‘พี่’ เลยสักครั้งเดียว คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจนะคะ
แผลของลูกผู้ชาย
กลางดึกคืนหนึ่งในวัยเยาว์ ฉันกระหายน้ำเลยเดินลงมาที่ชั้นล่างท่ามกลางความมืดมิด
“นั่นใคร...” ฉันสะดุ้งตัวโยน ในใจคิดไปไกลว่าผีหลอกหรือเปล่า หรือจะวิ่งกลับห้องดีนะ
“ฉันเอง...” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น อ้อ... เฟยหลงนั่นเอง ไม่ใช่ผีก็ค่อยยังชั่วหน่อย แต่พอฉันเพ่งมองเขาชัดๆ ก็ต้องใจนเกือบหลุดปากร้อง
“ว้าย! เฟยหลง ทำไมเืเยอะแบบนี้ ไปทำอะไรมา ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องไปตามคุณพ่อ!”
“เงียบเลยนะ!” เขาตวาดเสียงต่ำพลางจ้องหน้าฉันเขม็ง “ถ้าไปบอกพ่อ ฉันจะตีเธอด้วย”
“แต่เธอเจ็บนะ ไปหาหมอดีไหม แล้วนี่ใครทำร้ายเธอมา?” ฉันถามด้วยความห่วงใย
“อย่ามายุ่ง มันเป็เื่ของลูกผู้ชาย”
ลูกผู้ชายบ้านไหนเขาไปตีกันจนเืโชกแบบนี้เนี่ย... ฉันบ่นในใจแต่ก็อดสงสารไม่ได้ “งั้น...ทำแผลก่อนดีไหม”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยอมเอ่ยปาก “งั้นเธอก็ทำให้ฉันสิ”
“ไปหาหมอเถอะนะ แผลมัน...”
“ไม่เอา ี้เี ถ้าไม่ทำฉันจะขึ้นไปนอนแล้วนะ”
“เดี๋ยวสิ! ทำก็ได้ รอแป๊บนึงนะ”
นับจากวันนั้นเป็ต้นมา เฟยหลงมักจะมีแผลกลับมาให้ฉันทำให้อยู่ตลอด พอถามทีไรเขาก็มักจะตอบคำเดิมว่า ‘อย่ายุ่ง เื่ของลูกผู้ชาย’ สงสัยเพราะฉันเป็ผู้หญิงมั้งคะ เลยไม่เข้าใจวิถีลูกผู้ชายของเขาเอาเสียเลย
ดอกไม้วันวาเลนไทน์ และอุบัติเหตุที่น่าสงสัย
ตอนฉันอายุ 15 ในวันวาเลนไทน์ โต๊ะเรียนของฉันเต็มไปด้วยดอกไม้และช็อกโกแลต
“หนิงหลง ดูสิ ของขวัญเธอเยอะกว่าฉันอีกนะ!” เทียนเทียน เพื่อนสนิทของฉันร้องทัก เธอเป็เด็กกำพร้าที่ตระกูลฟางอุปถัมภ์ไว้ เราเลยได้เรียนห้องเดียวกันและนั่งติดกันค่ะ
“ของเธอก็เยอะเหมือนกันนั่นแหละเทียนเทียน” ฉันยิ้มตอบ
ระหว่างที่คุยกัน หัวหน้าห้อง B ก็เดินเข้ามาหาฉันด้วยท่าทางประหม่า “หนิงหลงครับ... กรุณารับดอกไม้นี้ด้วยครับ!”
เขาสูงกว่าฉันนิดหน่อย ใส่แว่นหนาเตอะ ดูเป็เด็กเรียนสุดๆ ฉันยังไม่ทันได้ยื่นมือไปรับดอกไม้ เสียง์ (หรือนรกก็ไม่รู้) ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“หนิงหลง ไปกินข้าว!” เฟยหลงนั่นเองค่ะ เขาเดินเข้ามาคว้ามือฉันไว้แน่น
“เดี๋ยวก่อนสิเฟยหลง หัวหน้าห้อง B เขายังยืนอยู่เลยนะ...”
“อย่าไปสนใจเลย ไปเถอะ หิวแล้ว” พูดจบเขาก็ดึงมือฉันเดินออกไปทันที ทิ้งให้หัวหน้าห้องยืนค้างอยู่ตรงนั้น
ตกเย็นวันนั้น ฉันได้รับข่าวว่าหัวหน้าห้อง B คนนั้นซุ่มซ่ามตกบันไดจนขาหัก ต้องหยุดเรียนไปหลายวันเลย น่าสงสารจริงๆ เลยนะคะ
กฎเหล็กของคุณพ่อ?
เหตุการณ์คล้ายๆ กันเกิดขึ้นอีกครั้งตอนฉันอยู่ปี 2 รุ่นพี่ปี 3 หอบกุหลาบขาวช่อโตมาคุกเข่าสารภาพรักต่อหน้าคนมากมาย
“น้องหนิงหลง เป็แฟนกับพี่นะครับ!”
“ไม่ได้!” เสียงเฉียบขาดดังขึ้นมาจากด้านหลัง... ไม่ใช่เสียงฉันนะคะ แต่เป็เฟยหลง!
“คุณพ่อไม่อนุญาตให้เธอมีแฟนก่อนเรียนจบ จำไม่ได้เหรอ?” เขากอดอกจ้องรุ่นพี่คนนั้นด้วยสายตาเ็า
เอ๋... มีกฎแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมฉันจำไม่ได้เลยนะ
กลับบ้านได้แล้ว เย็นมากแล้วด้วย” แล้วเขาก็ลากฉันกลับบ้านตามระเบียบ
วันรุ่งขึ้น... ฉันได้ข่าวว่ารุ่นพี่คนนั้นเดินไปสะดุดขาใครไม่รู้จนถูกรุมทำร้ายาเ็สาหัสเข้าโรงพยาบาล แถมยังจับคนร้ายไม่ได้ด้วย เมืองนี้ช่างอันตรายจริงๆ ค่ะ
ปัจจุบัน: ตอนนี้ฉันอายุ 26 ปีแล้วค่ะ ยังโสดสนิท ไม่เคยมีแฟนเลยสักคน ผิดกับเฟยหลงที่ตอนนี้อายุ 25 เขามีข่าวกับสาวๆ ไม่ซ้ำหน้า ทั้งนางแบบ ดารา เซเลบฯ นับรวมๆ น่าจะเกือบหลักร้อยแล้วมั้งคะ แต่แปลกนะ... ไม่เห็นมีใครควงได้เกินหนึ่งเดือนสักคน
ส่วนเื่ความสัมพันธ์ของเรา... ั้แ่คุณแม่เสียชีวิตเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยโรคหัวใจ ฉันก็มีเพียงคุณพ่อและเฟยหลงที่เป็ครอบครัว เฟยหลงดูจะติดพี่สาวอย่างฉันมากเป็พิเศษ (ในแบบของเขา) เราสามคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข...
แต่มันจะเป็แบบนี้ตลอดไปหรือเปล่านะ?