ปัง!
เพียงวัวยักษ์สีดำสะบัดกีบ ก็เตะงูน้อยสีเงินปลิวกระเด็นไป เอ่ยว่า“เป็นแค่ไอ้ลูกงู กล้าท้าทายอำนาจแห่งเราหรือ?”
มันไม่ได้ลงมือสังหารเพราะยังไม่รู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังของสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากนี้คือใครจึงยังคงกริ่งเกรง
หมีควายตัวหนึ่งร้องคำราม จากนั้นยกร่างที่สูงร่วมแปดเมตรขึ้นหลังจากกลายพันธุ์แล้ว ร่างของมันใหญ่โตขึ้นมาก มันทุบอกตัวเองที่ปกคลุมด้วยกลุ่มขนสีขาวอย่างแรงเห็นได้ชัดว่าดุร้ายอย่างยิ่ง
โฮก!
ที่ตามมากับเสียงคำราม คือสายฟ้าที่พุ่งออกมาจากปากของมันอย่างน่าตกใจมันเป็นจ่าฝูงของพวกสัตว์กลายพันธุ์
เปรี้ยง!
วัวยักษ์สีดำหลบวูบ สายฟ้าฟาดใส่หินก้อนมหึมาที่อยู่ห่างออกไปหินยักษ์ระเบิดเป็นเศษเล็กเศษน้อย
หมีควายยังคงคำราม สายฟ้าสายแล้วสายเล่าฟาดเข้าใส่วัวยักษ์สีดำสัตว์ที่สามารถควบคุมสายฟ้าได้นั้นมีไม่มากนัก แต่หากพัฒนาความสามารถนี้ได้ยากยิ่งนักที่จะคาดเดา
วัวยักษ์สีดำหาได้เกรงกลัวไม่ ครั้งนี้มันไม่หลบพลางเชิดเขาวัวอันหนาคู่นั้นขึ้นอย่างแผ่วเบาสายฟ้าทั้งหลายแหล่พลันถูกเขาวัวคู่นั้นดูดซับหายไป
“ไป!”
วัวยักษ์สีดำตะคอกเบาๆ เสียงเปรี๊ยะดังขึ้น สายฟ้าพุ่งออกมาจากเขาของมันฟาดใส่ร่างหมีควาย จนร่างมันกระเด็นลอยไปทางกองหิน ควันไฟกลบร่าง บาดเจ็บสาหัส
“วู้...”
เสียงหอนของหมาป่ากึกก้อง หมาป่ากลายพันธุ์สองตัวทยอยพุ่งออกมาตัวหนึ่งเหมือนกับหล่อมาจากสำริด อีกตัวทั่วร่างปกคลุมไปด้วยหินพวกมันมีความสามารถต่างกันไป
ตึง!
ครั้งนี้ วัวยักษ์สีดำสะบัดกีบออกไปหัวของหมาป่าสำริดเปลี่ยนรูปบิดเบี้ยวทันที เหมือนโลหะที่ถูกบิดงอหากไม่ขาดออกจากกัน
หมาป่าสำริดส่งเสียงร้องโหยหวน ลูกกระสุนไม่สามารถทะลวงร่างมันได้แต่แล้วกลับถูกกีบวัวถีบจนเปลี่ยนรูป มันกระเด็นลอยไปกระแทกเข้ากับหินยักษ์
“น่าสนนี่!” วัวยักษ์สีดำมองดูมัน จากนั้นไม่นานสีหน้าของมันพลันเปลี่ยนแปลง หมาป่าหินที่อยู่ด้านหลังพ่นหมอกสีเหลืองออกมาคิดจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นหิน ควันเหลืองจ่ออยู่ที่ปลายหางวัว
“ไป!”
วัวยักษ์สีดำสะบัดเสียงห้วน ดีดขาหลัง เสียงตึงดังขึ้นหมาป่าหินร้องโหยหวน ขากรรไกรล่างถูกถีบ มันร่วงลงในพุ่มไม้
พายุพัดกระหน่ำ งูเขียวตัวเท่าถังน้ำปรากฏกายขึ้น ลำตัวยาวร่วมสิบเมตรหญ้าถูกแหวกเป็นทางตลอดทางที่มันเลื้อยผ่าน
มันอาศัยแรงพายุ อ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วน่าตกใจอย่างยิ่ง
ด้านหลัง หวงหนิวมองดูคอย่น ให้ตายก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับงูยักษ์อย่างนี้
งูเขียวยักษ์ว่องไวอย่างยิ่ง อย่างกับพายุคลั่งมันพุ่งเข้าพัวพันกับวัวยักษ์สีดำ
งูยักษ์ตัวขนาดถังน้ำตัวนี้คือตัวที่ก่อนหน้าได้พุ่งจากยอดเขาสะบัดตัวใส่เฮลิคอปเตอร์จนร่วงสู่พื้น ระเบิดกระจุยกระจาย
ตอนนี้ มันเตรียมจะรัดวัวยักษ์สีดำให้ตายทั้งเป็น พวกงูมีความสามารถอันน่ากลัวในการรัดเหยื่อจนตายงูยักษ์ขนาดถังน้ำอย่างนี้สามารถรัดช้างยักษ์จนกระดูกทั่วร่างป่นไม่มีชิ้นดี
ทว่า วัวยักษ์สีดำไม่สนใจว่ามันจะพัวพันอย่างไรสุดท้ายพอสลัดอย่างแรงจนหลุดพ้น งูยักษ์พลันส่งเสียงร้องประหลาดอย่างโหยหวนฟองเลือดฟูมปาก
มันคลายตัวออกอย่างรวดเร็ว เสียงฟึ่บดังขึ้นมันพุ่งตัวอย่างรวดเร็วไปยังยอดเขาที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อครู่กระดูกทั่วร่างของมันดังกรอบ แทบจะหักสะบั้น
โฮก!
ฝูงสัตว์กลายพันธุ์ไม่กลัวตายสัตว์ร่วมสิบตัวรุมดาหน้าเข้าไปอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ
“อย่าบีบให้ฉันต้องลงมือ!” วัวยักษ์สีดำประกาศเพราะมันเกิดอาการคร้านอยู่หน่อยๆ สัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากเข้ามารุมอย่างนี้ถ้าเป็นคนอื่นคงตายไปนานแล้ว
ด้านหลัง ยังมีสัตว์กลายพันธุ์ร่วมร้อยตัว ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยมท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือ
“พวกสัตว์กลายพันธุ์มันขัดกันเองแล้ว พวกเราเตรียมฝ่าวงล้อม!”
ในเขางูขาวมีคนเห็นเหตุการณ์นี้ คิดว่าโอกาสมาถึงแล้วกะจะฉวยจังหวะนี้ตีฝ่าวงล้อมเอาชีวิตรอดออกไป
“อย่าบีบบังคับฉัน!”
วัวยักษ์สีดำถูกรุม พอตกอยู่ในสภาพถูกโจมตีอย่างดุร้ายดวงตาของมันฉายแววเกรี้ยวกราด คำรามกึกก้องดั่งเสียงฟ้าผ่า สะท้านไปทั่วแนวเขา
เปรี้ยง!
ห่างออกไป ยอดเขาต่างก็สะท้านไหว หินก้อนมหึมากลิ้งหล่น หญ้าแพรกแหลกลาญ
รอบตัววัวยักษ์สีดำคือฝูงสัตว์กลายพันธุ์ที่ชะงักงัน บางตัวเลือดกบปากกบจมูกมีไม่น้อยที่ล้มหัวทิ่มลงกับพื้น
ตัวที่ยังยืนอยู่ได้ล้วนตื่นกลัว พากันถอยกรูดวัวยักษ์สีดำตัวนี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว ถ้าคิดจะเสี่ยงชีวิต ผลที่ออกมายากจะคาดเดา
“ซี่ซี่!”
งูน้อยสีเงินตัวเท่าตะเกียบตัวนั้นแลบลิ้น สั่งให้เหล่าสัตว์กลายพันธุ์โจมตีต่ออย่าได้ไปกลัว
แล้วมันก็ชิงลงมือ พุ่งเข้าใส่รวดเร็วดุจสายฟ้า
ตึง!
ครั้งนี้วัวยักษ์สีดำไม่เกรงใจแล้ว มันกระทืบกีบเข้าให้งูน้อยสีเงินถูกเหยียบเข้ากับแผ่นหิน พอออกแรงอีกนิด เสียงพื้นดินปริแยกก็ดังขึ้น
เจ้างูเจ็บปวด ลำตัวบิดเบี้ยว แผ่นหินใต้ร่างมันปริแตกเห็นได้ว่าแรงมหาศาลเพียงใด
“ตัวเท่าไม้จิ้มฟัน ยังกล้ามาท้าทายเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าคิดว่าเราใจดีอย่างนั้นหรือ?”ดวงตาวัวยักษ์สีดำฉายประกายเย็นชา
บนเขางูขาว มนุษย์พิเศษกำลังเคลื่อนไหว เตรียมดาหน้าฝ่าวงล้อม
“พระเจ้า!” วินาทีนั้นเองคนจำนวนมากต่างก็หน้าซีดเป็นกระดาษ จ้องมองไปเบื้องหน้าเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าหยุดชะงัก แล้วถอยกรูดกันทันควัน
ผู้คนที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ ล้วนแต่ร่างสั่นเทาจนหยุดไม่ได้ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ต่างก็หวาดกลัวกันจนขวัญหนีดีฝ่อ
ตึง!
บางคนตกใจจนสิ้นสติ ล้มลงไปกองกับพื้นก็มี
เพียงพริบตาเท่านั้น ทุกแห่งหนเงียบสงัด ไร้ซึ่งสรรพสำเนียงโดยสิ้นเชิง
ห่างออกไป สัตว์กลายพันธุ์ทั้งหลายต่างนิ่งงัน ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“ไอ้ลูกงูตัวเท่าไม้จิ้มฟัน จำไว้ ต่อไปอย่าได้มาหยามเกียรติเราผู้...”มีเพียงแต่วัวยักษ์สีดำที่เอ่ยปาก
ด้านหลังมัน หวงหนิวตกใจเสียจนขนทั่วตัวลุกชันทุกเส้น แทบจะดีดตัวทันควันแต่มันไม่กล้าขยับแม้แต่นิด
“มอ...” หวงหนิวได้แต่ส่งเสียงร้องเบาแสนเบาบอกวัวยักษ์สีดำว่าอย่าได้เอ่ยต่อ
“อย่ายุ่ง!” วัวยักษ์สีดำเอ่ยอย่างเอาแต่ใจตนตำหนิหวงหนิว
หวงหนิวแทบจะร่ำไห้ หนาวเยือกไปทั้งตัว ร้องมอมอไปอีกสองคำ
วัวยักษ์สีดำไม่เอ่ยอะไรอีก อันที่จริง มันเองก็หวาดหวั่นเสียยิ่งกว่าใครขนลุกทั่วตัวตั้งแต่แรก หากแสร้งสงบนิ่ง ด้วยไม่มีทางถอยอีกแล้ว
มันสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมัน น่าสะพหรืองกลัวสุดประมาณ!
แต่ว่า เมื่อครู่ยังกร่างอยู่แหม่บๆ ชั่วพริบตาจะให้หงอได้อย่างไรวัวยักษ์สีดำยังฝืนต่อ
น่าเสียดาย ที่เนียนได้ไม่นาน มันเปลี่ยนสีหน้า ยกกีบขึ้น หัวเราะร่าเอ่ยกับเจ้างูน้อยว่า “ไอ้หนูนี่ตลกนะ ไปซะ กลับบ้านไป เราก็แค่แหย่เล่นเท่านั้น”
ฟึ่บ!
งูน้อยสีเงินไม่เกรงใจแม้แต่น้อย มันจ้องมองอย่างเคียดแค้นแล้วพุ่งตัวไปยังหินก้อนใหญ่ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล
วัวยักษ์สีดำค่อยๆ หมุนตัวหันกลับมา ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้วหากเมื่อเห็นว่าเป็นอะไร ก็ถึงกับเซ แทบจะดีดตัวเผ่นหนี
“มอ!”
ขนทั่วตัววัวยักษ์สีดำลุกชัน เขาทั้งสองเปล่งแสงดำมะเมื่อมทั่วร่างแผ่กระแสอันน่าหวาดหวั่นรุนแรง มันเตรียมพร้อมรับมือดวงตาทั้งคู่เบิกกว้าง
ตรงนั้น สิ่งมีชีวิตตัวมหึมา น่ากลัวเหลือประมาณกำลังก้มมองดูมัน
งูยักษ์สีขาวตัวหนึ่ง!
ร่างอันน่าตื่นตะลึง หัวอันใหญ่โต ตัวหนาราวสองเมตรเป็นอย่างน้อยทั่วร่างขาวราวกับหิมะ ร่างส่วนหนึ่งโผล่ออกมาจากหุบเขาที่ห่างออกไปไม่ไกล
ส่วนที่เล็กที่สุดของร่างท่อนนี้ยังต้องใช้คนสองถึงสามคนจึงจะโอบรอบลำตัวส่วนที่ยกอยู่กลางอากาศยาวร่วมสิบเมตร ดวงตาใหญ่ขนาดอ่างน้ำเต็มไปด้วยกระแสเย็นเยียบ มันกำลังก้มลงมองวัวยักษ์สีดำอยู่
มีงูยักษ์ตัวขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?!
วัวยักษ์สีดำถึงกับหัวบวมขึ้นมาทันทีเมื่อกี้มันบอกว่างูน้อยตัวนั้นตัวเท่าไม้จิ้มฟัน ตอนนี้จู่ๆ เจ้าพ่องูก็โผล่ออกมาตัวเบ้อเริ่ม น่าแตกตื่นเกินไปแล้ว
ในเขา คนทั้งหมดล้วนตัวสั่นอย่างกับตกลงไปในถังน้ำแข็งงูตัวมหึมาทำลายสถิติใดๆมันคือราชาผู้อยู่เบื้องหลังฝูงสัตว์กลายพันธุ์แห่งเขาไท่หังซานนี้!
ฉู่เฟิงขนลุก เขาเป็นคนที่นี่ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว
เหตุที่เรียกว่าเขางูขาว ก็เพราะพูดกันว่าที่นี่มีงูขาวตัวหนึ่งทว่ามีอยู่ไม่กี่คนที่ยังคงเชื่อว่ามันยังมีชีวิตอยู่จริงๆ
หลายปีก่อนนี้ มีคนพูดว่างูตัวนั้นบำเพ็ญพรตมาพันปีเพราะมีร่างอันใหญ่โตมหึมา
แต่มีใครเชื่อบ้าง?
ตอนนี้ ฉู่เฟิงเห็นกับตาตัวเอง จึงได้แต่ยอมรับว่าตำนานเล่าขานบางเรื่องนั้นสมควรได้รับการกราบกราน!
ตึงตึงตึง...
ภูเขาสะท้าน แผ่นดินสะเทือน มันเคลื่อนตัวออกมาจากหุบเขาขดร่างมหึมาเป็นภูเขางูลูกหนึ่ง ขาวโพลน น่าสะพหรืองกลัว ตัวมันยาวร่วมร้อยเมตร
หากดึงยืดตัวมันออกมา จะสามารถวางทอดยาวจากยอดเขาหนึ่งไปอีกยอดเขาหนึ่งได้ไม่ขาดตอน
ในบรรดางูที่รู้จักโดยทั่วไป ในป่าดิบชื้นงูอนาคอนดาที่ยาวที่สุดยังตัวยาวเพียงสิบกว่าเมตร เทียบกับตัวที่อยู่ตรงหน้าย่อมเทียบไม่ได้ ตัวเล็กไปถนัดใจ
งูยักษ์ตัวนี้ไม่ใช่สัตว์กลายพันธุ์แต่อย่างใดมันมีอายุยืนนานมากว่าพันปีแล้ว อีกทั้งน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่งรับมือยากเป็นอย่างมากต่อให้ฟ้าดินไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงก็แตกต่างกันอย่างยิ่งแล้ว
พลังของมันลึกล้ำเกินจะหยั่ง
การที่มันสามารถออกคำสั่งต่อสัตว์กลายพันธุ์ทั้งหลายในเขาไท่หังซานได้จัดการให้สัตว์ต่างเผ่าพันธุ์รวมตัวกันได้อย่างไม่เกิดความขัดแย้งก็แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่อย่างไร้ข้อกังขาของมันแล้ว
“จ้าวแห่งไท่หังซาน ราชาแห่งอุดรทิศ บังอาจรบกวนแล้วเราคือหนิวหมัวหวังแห่งเขาคุนหลุนทางทิศประจิม วันนี้บุกรุกยังแดนดินอันสูงส่งรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ได้โปรดอภัย”
วัวยักษ์สีดำเอื้อนเอ่ยวาจา ใบหน้าแย้มยิ้ม ท่วงท่านอบน้อม
ห่างออกไป มนุษย์พิเศษต่างกระสับกระส่าย มองไปทางงูยักษ์ความหวาดหวั่นแผ่ซ่าน
“ไม่มีทางแล้ว ขอความช่วยเหลือเถอะ ไม่อย่างนั้นคนทั้งหมดของพวกเราต้องตายอยู่ที่นี่งูยักษ์ตัวนี้ คนตรงหน้าไม่มีใครสามารถต้านทานได้”
ผู้อาวุโสใบหน้าอ่อนเยาว์แห่งเทียนเสินเซิงอู้เปิดปาก
ผู้อาวุโสแห่งโพธิจีนส์ก็อยู่ตรงนั้น นอกจากนี้ ยังมีเจียงลั่วเสินหลินนั่วอี และเทพปีกเงินที่กำลังปหรือกษากัน
เทพปีกเงินสีหน้าไม่ค่อยดี เพราะว่าเขาประเมินดูแล้วต่อให้ยามที่พละกำลังเขาสมบูรณ์ จะอย่างไรก็ไม่ใช่คู่มือของงูยักษ์ตัวนี้
“ขอความช่วยเหลือไปทางศิษย์แห่งศากยะดีกว่าค่ะ!”เจียงลั่วเสินเอ่ยปาก ใบหน้างดงามไร้รอยยิ้ม ในหัวมีแต่ความเคร่งเครียด เตรียมส่งข่าวให้ทางสำนักงานใหญ่ของโพธิจีนส์
ทางเทียนเสินเซิงอู้เองก็ตัดสินใจ
“อัญเชิญเหลยเจิ้นจื่อมา!” หลินนั่วอีหมดจดงดงามผมยาวพลิ้วไปตามลม ใบหน้าขาวนวลลออสงบนิ่งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เธอยังแน่วแน่มั่นคง
“กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ รอให้พวกเขามาถึง เกรงว่าจะสายเกินไป”
“ขอความช่วยเหลือไปทางหน่วยงานแห่งชาติที่เกี่ยวข้องเถอะ!”
สุดท้าย พวกเขาก็ตัดสินใจทำมันทั้งสองทางขอความช่วยเหลือจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
ห่างออกไป วัวยักษ์สีดำที่เจรจาอยู่กับงูขาวก็เป็นบ้าไปแล้ว เพราะไม่ว่ามันจะเอ่ยอะไรงูขาวล้วนไม่ตอบโต้ เอาแต่ก้มลงมองมันด้วยสายตาเย็นเยียบ
“งูขาว ท่านดูแคลนเรา อย่างนั้นมาเจอกันสักหน่อยเถอะ!” วัวยักษ์สีดำแทบคลั่ง
“กำลังคิดเช่นนี้พอดีเจ้าเป็นสัตว์กลายพันธุ์ตัวแรกที่กล้ายกตัวเองเป็นเทพต่อหน้าข้า ข้าก็ย่อมอยากจะทดสอบสักที”ในที่สุดงูขาวก็เอ่ยปาก น้ำเสียงแจ่มใส สะท้อนไปทั่วภูเขา
นี่เป็นเสียงของสตรีเพศ เย็นชาเป็นอย่างยิ่ง หากก็น่าฟังอย่างยิ่งเช่นกันเหมือนกับลอยละล่องมาจากแดนสวรรค์ นำเอากลิ่นอายเย็นยะเยือกจากตำหนักก่วงหานกง1มาสู่แดนดิน
มนุษย์พิเศษทั้งหลายต่างหนังหัวชาดิก เหงื่อโทรมทั่วร่างสัตว์กลายพันธุ์สองตัวนั่นพูดจากภาษาคนได้ น่ากลัวเกินไปแล้ว
“แต่ก่อนอื่น ส่งลูกสนมา” งูขาวเอ่ยปาก
“ย่อมได้ รับไป!”
วัวยักษ์สีดำสะบัดหัวอย่างแรง ลูกสนที่ส่งประกายสีม่วงทองหลุดออกมาจากใบหูของมันตกลงบนพื้นตรงหน้า
ทันใดนั้น มันยกกีบขึ้นรวดเร็ว เสียงปังดังสนั่นมันเตะเข้าที่ลูกสนด้วยพละกำลังมหาศาล ลูกสนระเบิดออกในทันใด
เมล็ดสนร่วมสิบเมล็ดกระจัดกระจายไปทั่วสี่ทิศแปดทาง!
ด้วยพละกำลังมหาศาลของมัน เมล็ดสนพุ่งออกไปแต่ละเมล็ดปลิวออกไปอย่างต่ำเป็นร้อยเมตร ร่วงลงในป่าเขา
“จงไปตามเก็บมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ห้ามขาดแม้แต่เมล็ดเดียว!” งูขาวเอ่ย ยังคงเป็นเสียงสตรีเพศ รื่นหูอย่างยิ่งหากก็รู้สึกถึงความเย็นชาได้อย่างชัดเจน
โครม!
วินาทีต่อมา มันก็ลงมือ ร่างมหึมาพุ่งฉกวัวยักษ์สีดำอย่างรวดเร็ว
หวงหนิวเฝ้ามอง มันหวังว่าวัวยักษ์สีดำทรงพลังจะสามารถต้านทานงูขาวได้
ทันใดนั้น เรื่องที่ทำให้มันแตกตื่นก็เกิดขึ้นวัวยักษ์สีดำกลายร่างเป็นลมดำสายหนึ่งเสียงพรึ่บดังขึ้นมันทะยานวืดไปไกลร่วมร้อยเมตร ความเร็วทะลุกำแพงเสียง
รวดเร็วอย่างยิ่ง เสียงสุดท้ายที่เกิดขึ้นดังสะท้านแก้วหู!
ก็ไหนว่าจะสู้กันไง ทำไมเผ่นอ่ะ? หวงหนิวอึ้ง
“ไว้สมองบวมน้ำเมื่อไรค่อยสู้กับมัน เผ่นสิ!”วัวยักษ์สีดำถลึงตา เปลี่ยนร่างเป็นลมดำบ้าคลั่ง ทะยานผ่านแนวป่าพุ่งสู่เบื้องนอก
แววตาของงูขาวเย็นเยียบร่างมหึมาคลายออกประหนึ่งสายน้ำสีเงินทะยานพาดผ่านกลางอากาศด้วยความเร็วอันน่าหวาดกลัวขนาดทะลุกำแพงเสียง
เป็นความเร็วที่ทำให้อากาศสั่นสะเทือนหนักหน่วงจนเกิดเสียงระเบิดสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น
“หนีโว้ย!”
มนุษย์พิเศษทั้งหลายต่างร้องโวยวายจังหวะนี้แหละเป็นโอกาสรอดชีวิตอันหาได้ยากยิ่ง
สัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้นต่างก็เคลื่อนไหวเช่นกันพวกมันพุ่งเข้าหามนุษย์พิเศษด้วยไอสังหารอันน่ากลัว เข้าขัดขวางมนุษย์พิเศษพร้อมกันนั้นก็ค้นหาเมล็ดสนที่กระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
สัตว์กลายพันธุ์บ้าคลั่ง พุ่งเข้าไปในเขางูขาว ปะทะเข้ากับพวกมนุษย์พิเศษศึกนองเลือดพลันปะทุขึ้น
ในอีกที่หนึ่ง คนผู้หนึ่งนอนแผ่อยู่บนกอหญ้าผิวหนังลออดั่งบุษราคัมเปล่งแสงเรืองรอง เขาถูกหมูป่าตัวขนาดรถถังเหยียบซ้ำถึงร่างจะทนทานไร้บาดแผล แต่ก็รู้สึกเจ็บจนฟื้นคืนสติ
เขาคือเทพวัชระ
หลังจากที่วัวสองตัวตีเขาสลบพวกมันไม่สังหารเขาแต่กลับโยนเขาใส่กอหญ้าข้างทาง
เทพวัชระเจ็บจนฟื้นคืนสติ วินาทีที่ลืมตาขึ้นก็เจอหมูป่าตัวเท่าภูเขาลูกเล็กๆ เหยียบซ้ำ แถมยังยื่นหน้ามาดมเขาอย่างแรง
“บ้าเอ๊ย โดนวัวแกล้งยังไม่เท่าไร ตอนนี้แม้แต่หมูยังกล้ามาถ่มน้ำลายใส่อีกยั้วะแล้วโว้ย!” เทพวัชระบันดาลโทสะปานฟ้าฟาด
เขาโมโหจนคลั่งไปแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่นานถูกวัวสองตัวปู้ยี่ปู้ยำตอนนี้พอลืมตาขึ้นมาก็เจอหมูกำลังดมเขาอยู่ กลิ่นเหม็นเหลือจะทน
อกเขาแทบจะระเบิด!
“แกล้งกันเกินไปแล้ว...โว้ย!” เทพวัชระกู่ก้อง
ยามปรกติเขาสงบนิ่งมาโดยตลอด ไม่ว่าเรื่องใดล้วนรับมืออย่างผ่อนคลายแต่ตอนนี้สุดจะทานทน ตาลุกเป็นไฟ พลิกตัวอย่างแรง แล้วจับหมูป่ายักษ์นั่นทุ่มกดไว้ใต้ร่าง
*******************
1 ก่วงหานกง广寒宫ชื่อวังประจำตำแหน่งของเทพีฉางเอ๋อร์ เทพีแห่งดวงจันทร์