องค์ที่ 4 สถาบันสตาร์แห่งไรเคส
จำนวนของทหารเกณฑ์ที่ถูกส่งตัวมายังสถานบันสตาร์แห่งระบบดาวไรเคสมีจำนวนทั้งหมด 100 คนได้ เวลาที่ใช้ในการเดินทางประมาณ 7 วันเนื่องจากความเร็วของยานลาดตระเวนเบา และระบบวาร์ประยะไกล ด้วย Crystal Core ที่บรรจุอยู่ภายในยานรบอวกาศทุกลำ และในตอนนี้ ผมและทหารเกณฑ์ทั้ง 99 คนได้มายืนเรียงแถวกันอยู่ ภายในลานกว้างหน้าสถาบันสตาร์แห่งไรเคสเรียบร้อยแล้ว
ณ ที่แห่งนี้คือปราสาทไรเคส แห่งดาวไรเคสและระบบดาวไรเคส ซึ่งเป็อะไรที่เรียกง่ายๆเลยก็ว่าได้ ในขณะที่ผมกำลังยืนท่าตรงเรียวแถวตอนยาว 10 คน 10 แถว อยู่สักพัก บนเวทีไม้ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าของทหารเกณฑ์ที่เรียงแถวกันอยู่ ก็มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเดินขึ้นมาบนเวทีไม้นั้น
ร่างกายอวบอั่น ใบหน้าจิ้มลิ้ม ไว้ผมยาวทรงหางม้าสีบลอนด์ ดวงตาสีเขียวงดงามราวกับมรกต หน้าอกอวบใหญ่ ภายใต้ชุดเครื่องแบบทหารสีดำขอบดำ ที่ตัวชุดนั้นยาวคลุมถึงต้นขา พร้อมกับถุงเท้ารัดสายสีดำและรองเท้าส้นสูงสีดำ
'โอ้ว~ สวยจัง...'
เพียงแค่ได้เห็นเธอผมก็ใจเต้นขึ้นมาอย่างรุนแรง ตรงเป้ากางเกงมันแข็งตัวขึิ้นมาในทันที ก่อนที่เธอคนนั้นจะหยุดและยืนอยู่ต่อหน้าพวกผมบนเวทีนั้น แต่ด้วยความสูงของเวทีไม้ และชุดเครื่องแบบทหารหญิงที่ค่อนข้างสั้น
ถึงไม่ได้ตั้งใจมอง แต่ผมก็เห็นชั้นในของเธอที่เป็กกน.ลายลูกไม้สีดำหล่ะ! เป็ผู้หญิงที่โคตรเด็ดเลยเว้ย!
"ยินดีที่ได้เจอเ้าพวกลิง! ชั้นร้อยตรีเฟร์ ยินดีต้อนรับสู่สถาบันสตาร์ไรเคส! แล้วก็ฉันขอบอกพวกแกก่อนว่า ที่แห่งนี้ไม่้าคนเหยาะแหยะหรอกนะ! แล้วก็จากสายตาของชั้น พวกแกผ่านกันเกือบหมดเลยหล่ะ!" เฟร์ะโทักทายเหล่าทหารเกณฑ์ด้วยท่าทีขึงขัน ก่อนที่เธอจะปล่าวประกาศให้พวกเราเกือบทุกคนผ่านกันเกือบหมด
คำพูดที่บอกว่าเกือบหมด พร้อมกับร่างสวยนั้นที่กว้างเดินลงมาจากเวทีจากทางด้านหน้า ก่อนที่เธอจะค่อยๆก้าวเดินเข้ามาเรื่อยๆ ในจำนวนคนทั้งหมดนั้น ผมยืนอยู่ลำดับที่ 89 ทำให้ทุกๆก้าวที่เธอเดินเข้ามาเรื่อยๆ ผมก็รู้สึกปวดท้องอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าในท้องมันปั่นป่วนราวกับจะอ้วกออกมา
ถึงใบหน้าและร่างกายจะสวยขนาดไหน แต่เมื่อความรู้สึกกดดันนั่นแผ่ซ่านออกมาจากทั่วร่าง ก่อนที่เธอจะหยุดเท้าและเอ่ยพูดขึ้นมา นั้นทำให้ผมรีบหลับตาปี๋ในทันที
"แก... มาทำอะไรที่นี้!!"
เสียงเอ่ยถามของร้อยตรีเฟร์ ดังออกมาจากภายในลำคอ เอ่ยถามคำถามหนึ่งกับชายร่างกำยำสูงตรงหน้าของเธอ
เมื่อชายคนนั้นโดนถามเขาก็เอ่ยตอบคำถามของเธอขึ้นมาทันที
"ผมมาเพื่อรับใช้ชาติครับ!!"
"หรอ...?"
"อุ๊บ!!"
เธอที่ได้ยินคำตอบของชายกำยำร่างสูงใหญ่ ก็เอ่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่ทันไร ร่างกายของเขาคนนั้นก็ล้มลงไปนั่งคุกเข่าทันที เมื่อกำปั้นของเธอพุ่งเข้าใส่ท้องของชายคนนั้น
"นายมาที่นี้ทำไม..?"
"มารับใช้ชาติครับ! อ่อก!!"
ร้อยตรีเฟร์เอ่ยถามชายคนนั้นซ้ำอีกครั้งด้วยท่าทีเ็า แต่ทว่าไม่ว่าชายคนนั้นจะกล่าวพูดประโยคเดิมเช่นไร ปลายเท้าของเธอก็พุ่งเข้าเตะใส่สีข้างของชายคนนั้นอย่างรุนแรง จนร่างกายล้มลงไปนั่งคุกเข่าอย่างหมดสภาพ
"ผมมา...."
'ผลั๊ว!!'
ไม่ทันที่ชายคนนั้นจะได้พูดอีกครั้ง ปลายเท้าของเฟร์ก็สาวเข้าเตะใส่สีข้างของชายคนนั้นอย่างรุนแรง เธอกล่าวพูดคำถามเดิมซ้ำไป แต่เมื่อได้รับคำตอบเดิมๆ เธอก็เตะต่อยชายคนนั้นจนเขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว
ร่างกายของชายกำยำล้มลงไปสลบเหมือดโชกเือย่างน่าอดสู ก่อนที่ร่างสวยนั้นจะถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย
"เห้อ.... อ่อนแอชะมัด... เอาเ้านี้ไปที่ค่ายทหารไรเคสซะ!"
หลังจากสิ้นเสียงคำพูดของร้อยตรีเฟร์ ทหารผู้คุมสองคนก็เดินมาลากชายคนนั้นออกไปจากลานกว้างในทันที โดยไม่ได้พูดอะไร
พอเห็นสภาพของชายคนนั้นที่โดนลากไปยังค่ายทหารเรียบร้อย มันก็ทำให้ร่ายกายของผมสั่นกลัวขึ้นมาในทันที ตอนแรกจ่ากัส ก็บอกผมแล้วว่าไม่ได้ช่วยผม แค่ให้ผมไปนรกที่มันอันตรายกว่าเดิมเท่านั้น แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้เลือกอะไรเลยใช่ไหมหล่ะ?
จากคำบอกเล่ามากมาย และข้อมูลจาก World System เหมือนว่าค่ายทหารไรเคส เป็ค่ายทหารที่บรรจุทหารเกณฑ์ หรือพวกระดับพลทหารชั้น 1-2 เอาไว้ เพื่อใช้แรงงานทาสต่างๆนาๆมากมาย รวมถึงเป็ทหารแนวหน้าในทุกๆสมรภูมิรบอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากพลทหารคนไหนสามารถทำผลงานในสนามรบได้พอใจ ก็อาจจะพอมีโอกาสได้หลุดจากค่ายทหาร มาเรียนในสถาบันการทหารได้ไม่มากก็น้อย
ซึ่งโอกาสนั้นก็ราวๆ 1/100 หรือ 1% เท่านั้นเอง
"นายมาที่นี้ทำไม..?"
"อึ่ก...!"
ในขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง ผู้หญิงคนนั้นก็เดินเข้ามายืนอยู่ต่อหน้าผม พอได้อยู่ใกล้ชิดก็ทำให้ผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แถมด้วยความสูงนั้นทำให้ผมต้องตกตลึงเพราะเธอสูงถึง 176 ซม. ส่วนผมสูงแค่ 167 ซม. เพียงเท่านั้นเอง
คำพูดของเธอที่กล่าวถาม ทำให้ผมอ้ำอึ้งขึ้นมาด้วยความใ ร่างกายแข็งทื่อจนฉี่เกือบจะราดออกมาอยู่แล้ว ในใจรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว แบบนั้นอยู่ซ้ำๆไม่ยอมหยุด ผมตัวแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูกเลย
"เหอะ! พวกไก่อ่อนงั้นหรอ ชั้นจะถามอีกครั้งนะ... แกมาทำอะไรที่นี้!?"
"....."
เสียงพ่นลมออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ดังออกมาจากตัวของเฟร์ ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามคำถามเดิมกับผมอีกครั้ง แต่ว่าร่างกายของผมมันกับไม่ยอมฟังคำสั่งเลยแม้แต่น้อย
อยากจะร้องไห้อยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะโดนกดดันแบบนี้ แต่พอผมสังเกตุที่อกเสื้อด้านซ้ายของเธอ มีการประดับดาวไว้ 2 ดวงเป็สีเขียว ซึ่งระดับ 2 ดาวเขียวนั้นคือ ผู้ใช้ Luminus สีเขียว 2 ดาวนั้นเอง
พอรู้ว่าคนตรงนั้นเป็ผู้หญิงที่เก่งขนาดไหนผมก็แทบจะใจหายตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที เพราะผู้หญิงในจักรวาล Geonia มีความแข็งแกร่งเทียบเคียงหรืออาจจะมากกว่าบุรุษด้วยซ้ำ นั้นคือตรรกะของจักรวาลนี้นั่นเอง จักรวาลที่มีแต่าน่ะ....
"ชิ! ไม่ตอบเป็ใบหรือไง?!"
"....."
"เอาไอ้นี้ไปค่ายไรเคสซะ..."
"อึก!!!"
ร้อยตรีเฟร์ เอ่ยถามผมรอบที่ 3 และเมื่อผมไม่ตอบคำถามของเธอ เธอก็ตัดสินใจส่งผมไปที่ค่ายไรเคสในทันที เมื่อรู้ตัวว่าตนเองจะต้องไปยังค่ายทหารไรเคส และไปเจอนรกที่ตนเองไม่อยากจะเจอมากที่สุด
ร่างกายของผมมันก็สั่นสู้ไปทั่วร่างกาย จิตใจผมพยายามที่จะบอกให้สู้และพูดออกไปซะในทันที ไม่เช่นนั้นนายจะต้องไปนรกที่ยิ่งกว่าความตายเสียอีกนะอาร์ค!!
นี้น่ะเป็โอกาสที่ไม่สามารถคว้าได้อีกแล้วเป็ครั้งที่สองนะ!
"เพื่อไคเซอร์ครับ!!! เพื่อจักรวรรดิดวงดาวครับ!!!"
"เอ๊ะ...!? อะไรของแกกัน?"
"ผมมาที่นี้ เพื่อไคเซอร์และจักรวรรดิดวงดาวครับ!!!!"
"งั้นรึ!! งั้นแกมาที่นี้ทำไม!?"
เสียงะโจากก้นบึ้งหัวใจดังออกมาจากภายในลำคอของผม จนทำให้ร้อยตรีเฟร์ที่กำลังคิดจะส่งผมไปยังค่ายทหารไรเคส ต้องชงักและหันกลับมาถามผมอีกคัร้งด้วยความใ
แต่สิ่งเดียวที่ผมตอบออกไปนั้นคือ เพื่อไกเซอร์และจักรวรรดิเท่านั้น ทำให้เธอยิ้มมุมปากออกมา อย่างสนอกสนใจผมก่อนจะเอ่ยถามคำถามเดิมอีกครั้ง พร้อมกับสาวหมัดฮุกใส่หน้าท้องของผมอย่างรุนแรง
"อุก...!!! เพื่อองค์ไคเซอร์และจักรวรรดิครับ!!! อ่อก!!!"
หมัดที่ต่อยเข้ามาอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายของผมซุดลงไปคุกเข่ากับพื้นในทันที แต่ผมก็ยังพูดออกไปประโยคเดิม ก่อนที่เธอจะเตะเท้าขวาเข้าใส่ผมอย่างรุนแรง
แต่ถึงแม้ว่าผมจะโดนเธอเตะต่อยมากเพียงใด แต่ผมก็พยายามลุกขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพูดอยู่แต่ประโยคเดิมซ้ำๆ ไม่ยอมหยุด
ทุกๆคำพูดนั้นทำให้หมัดและเท้าที่พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายของผมเริ่มมีความรุนแรงที่เบาลงเรื่อยๆจนผมรู้สึกได้
'เหอะ... องค์ไคเซอร์อะไรวะ ก็แค่พวกหนังหมา....'
"สุดท้ายชั้นชักจะหมดความอดทนกับแกแล้ว!! ชั้นถามว่าแกมาทำอะไรที่นี้!!! Flanchair!"
"อึก... แค่กๆ... ผ... ผมมาที่นี้เพื่อองค์ไคเซอร์และจักรวรรดิดวงดาวครับ!!!!"
เฟร์ที่เหลืออดกับคำพูดของผม ในที่สุดเธอก็ทำการปลดปล่อย Luminus ของตนออกมา เมื่อทำการปลดปล่อย Luminus ตรงหน้าอกจะมีการเรืองแสงขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับ Espes กำลังเปล่งประกายพลังงานเวทมนต์ออกมาจากภายในร่างกาย ก่อนที่มือขวาของเธอที่เบี่ยงลงเล็กน้อยและจะมีการรวมตัวของอณูเวทและก่อกำเนิดเป็ดาบเรเปียร์ขึ้นมาเล่มหนึ่ง
เธอสบัดมือของตนและแทงดาบเรเปียร์ในมือเข้าใส่หัวไหล่ของผมอย่างไม่ปราณีจนหัวไหล่มีเืไหลออกมาเล็กน้อย นั้นทำให้ผมรู้สึกหน้าซีดขึ้นมา แต่ทว่าดวงตาก็ยังคงเบิกโพลงด้วยความกลัวตายอยู่ดี
"แกมาที่นี้ทำไม!?"
"อึก... ผ.. ผมมาที่นี้เพื่อองค์ไคเซอร์และจักรวรรดิดวงดาวครับ!!!!"
ดาบเรเปียร์ของร้อยตรีเฟร์ เกิดประกายแสงบางอย่างขึ้นมา ก่อนที่เธอจะแทงเข้ามาที่คอของผมอย่างรวดเร็ว ในตอนที่ปากนั้นเอ่ยถามคำถามเดิมขึ้นมา
ในวินาทีแห่งความเป็ความตายใจผมกับเกิดฝ่อขึ้นมา แต่ทว่าสติที่เตือนสติตนเองว่าความตายกำลังเข้ามาจากด้านหน้าแล้ว สัญชาติญานการเอาตัวรอดก็ทำให้ผมเอ่ยพูดประโยคเดิมออกไปในทันที
คำพูดนั้นที่ถูกกล่าวออกไป พร้อมกับดวงตาของผมที่เบิกโพลงจ้องความตายของตนเองที่กำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากดาบเรเปียร์ของร้อยตรีเฟร์ ราวกับคนที่ไร้ซึ่งความขาดเขลาในความตายและพร้อมตายเพื่อองค์ไคเซอร์และจักรวรรดิดวงดาวนั้น ทำให้เธอเลือกที่จะพลั่งมือลดพลังของตตนลงในท้ายที่สุด
พร้อมกับปลายดาบของเรเปียร์ที่เข้ามาจิ้มที่ลำคอของผมเล็กน้อย จนมีเืสีแดงสดไหลรินออกมาจากลำคอของผมเล็กน้อย
'อ๊าก!!!! รอดตายแล้วเว้ย!!' พอคิดว่าตัวเองรอดตายแล้ว ภายในใจก็กรี๊ดร้องออกมาด้วยความดีใจและปวดใจในเวลาเดียวกัน ราวกับว่าจิตวิญญานในตอนนี้กำลังล้มลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่่อยล้าเรียบร้อยแล้ว
"แกน่าสนใจดีหนิ... แกผ่านและไม่ต้องสอบด่าน 2 ด้วย" เฟร์ที่เริ่มสนใจผมขึ้นมาก็เอ่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะสนใจผมขึ้นมาและให้ผ่านโดยไม่ต้องสอบด่านที่ 2 ต่อและไปรอสอบในด่านที่ 3 แทนเลย
มันเป็อะไรที่น่าดีใจอย่างมาก จนผมถึงกับเก็บทรงไว้ไม่อยู่ แต่ก็ต้องรีบกล่าวคำพูดออกไปในทันที
"ขอบคุณครับร้อยตรี!!"
'เห้ย!? อะไรกันวะ ไอ้หมอนั้นแค่พูดแค่ไกเซอร์กับจักรวรรดิก็ไม่ต้องสอบแล้วหรอวะ!?'
ในขณะที่ผมกำลังเอ่ยกล่าวคำพูดขอบคุณนั่น เสียงกระซิบนินทาอย่างไม่พอใจก็ดังขึ้นมาเบาๆ โดยที่ผมไม่ได้สนใจอะไรมันมากนัก และด้วยเสียงที่เบาขนาดนี้ก็ทำให้ผมคิดว่า คงไม่มีใครเห็นตัวต้นที่พูดมันออกมาแน่ๆ
"ทั้งหมดที่ผ่านให้ไปรอกันที่ด่านทดสอบที่ 2 ได้ แล้วก็พวกที่นินทาองค์ไคเซอร์และไม่พอใจกับการตัดสินของชั้น ส่งพวกมันไปยังค่ายทหารไรเคสซะ ทหารผู้คุมคงเก่งพอที่จะรู้นะว่ามีใครบ้างน่ะ?"
หลังจากที่ทุกคนรวมถึงผมผ่านการทดสอบเรียบร้อย ร้อยตรีเฟร์ก็สั่งให้พวกผมเข้าไปภายในสถาบันสตาร์ไรเคสเพื่อรับการทดสอบที่ 2 ต่อในทันที
แต่ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มก้าวเดินเพื่อเข้าไปในสถาบันนั่น เธอก็เอ่ยพูดสั่งให้ทหารผู้คุมลากคนที่นินทา หรือก็คือ พวกที่นินทาที่ผมพูดออกมาเพื่อให้รอดตัวไปได้นั่นแหละ ก่อนที่จะมีทหารผู้คุมจำนวน 4 คนเดินเข้ามาและลากตัวทหารเกณฑ์ที่นินทาซุบซิบกันตอนที่ร้อยตรีเฟร์ทดสอบผมออกไป และนำตัวไปยังค่ายทหารไรเคสในทันที
"ร้อยตรีจะทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ!!"
"ไม่ยุติธรรมเลย!!"
เ้าพวกนั้นสบถคำพูดออกมาอย่างไม่พอใจและหวาดกลัวที่ทำให้ถึงต้องเกิดอะไรแบบนี้กับตนเอง แต่นั้นคือผลลัพธ์ที่พวกเขากระทำด้วยตนเอง สุดท้ายก็ถูกนำตัวไปยังค่ายทหารในที่สุด
หลังจากนั้นพวกทหารเกณฑ์คนอื่นๆก็พากันเข้าไปภายในสถาบันกันอย่างเป็ระเบียบ และในตอนที่ผมกำลังจะเดินตามเข้าไป เธอก็เข้ามารั้งตัวของผมเอาไว้เสียก่อน
"ส่วนนายมากับชั้นก่อน โดนแทงลึกแผลนึงกับตื้นแผลนึง ต้องทำแผลก่อนสิ"
"เอ่อ... ท่่านเฟร์ครับ เ้านี้ชื่ออาร์ค เห็นในประวัติเขียนไว้ว่า Luminus ไม่สามารถใช้งานได้ครับ"
"หรอ... นั้นไม่เห็นสำคัญเลยนะนี้สิบตรี ถึงแม้ว่าจะใช้ Luminus ไม่ได้แต่ Espes ก็ยังคงสามารถกักเก็บพลังเวทย์ได้นี้"
"เอ่อ... เื่นั่นมันก็... นะครับ.. เทคโนโลยีด้านอาวุธ ก็มีอาวุธที่ดึงพลังเวทย์จาก Espes ของผู้ใช้ได้โดยตรงแล้วด้วย..."
เนื่องจากผมสภาพร่างกายค่อนข้างจะาเ็ในระดับหนึ่่ง คุณเฟร์ก็กะจะพาผมไปทำแผลที่ห้องพยาบาลก่อน แต่เหมือนว่าจะมีสิบตรีคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมและบอกข้อมูลของผมกับเธอเล็กน้อย
นั้นรวมถึงเื่ที่ผมไม่สามารถใช้ Luminus ได้ด้วย แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้พูดเื่ที่ผมทำการแสวงบุญเลยสักนิด แต่นั้นหาได้ทำให้เฟร์สนใจไม่ เพราะ Espes สามารถทำการปลดปล่อยด้วยอุปกรณ์เวทยมนต์อย่างอื่นก็ได้ แต่ประสิทธิภาพของมันจะไม่เหมือนกับการปลดปล่อย Luminus ออกมาก็เท่านั้นเอง
พอจบประเด็นนั่นเรียบร้อย เธอก็ดึงตัวพาผมเดินไปยังห้องพยาบาลในทันที และเมื่อเข้ามาถึงห้องพยาบาล ที่เหมือนจะไม่มีใครอยู่เลย ร้อยตรีเฟร์ก็พยายามเดินหาเหมือนจะเป็นายทหารควบคุมห้องพยาบาลนั่นแหละ รวมถึงดูเตียงผู้ป่วยทุกเตียงก็ไม่มีใครอยู่เลยด้วย
"อาร์คปิดประตูซะ..."
"อ่า... เอ่อ... ครับ..."
เมื่อสั่งให้ปิดประตู ผมก็ทำการปิดประตูตามที่ร้อยตรีเฟร์สั่งทันที ก่อนที่จะหันกลับไปหาเธอ และรอฟังคำสั่งต่อในทันทีว่าจะทำอะไร
"อุ๊บ!!"
ไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไร ร่างสวยของหญิงสาวร่างผอมสูงผิวพรรณสีขาวนวลก็พุ่งเข้ามาหาผม พร้อมกับประกบริมฝีปากจูบริมฝีปากของผมอย่างดูดดื่ม
ลิ้นร้อนตวัดโลมเลียภายในโพลงปากของผมอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเม้มปากขบริมฝีปากอย่างอ่อนโยน รสชาติจูบอันอ่อนหวานและนุ่มนวลทำให้ผมรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย
ดวงตาสีแดงหลี่ลงพร้อมกับสองมือที่ยกขึ้นจับไหล่ของเธอ ในขณะที่มือบางของเธอที่ค่อยๆล้วงลงไปลูบเป้ากางเกงของผมอย่างอ่อนโยน
"ม๊วบ~ อ๊า~" ในขณะที่จูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงครางหวานจากภายในลำคอของเฟร์ก็ดังออกมาเบาๆ มันเป็เสียงหวานฉ่ำที่ทำให้ลำเอ็นของผมมันแข็งตุงขึ้นมาเรื่อยๆ จนมีขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้วแล้วก็มิปรานในตอนนี้
แต่ทว่าในขณะที่กำลังเคลิ้มนั่นเอง เธอก็ถอนริมฝีปากของตนเองออกมา ทำให้ร่างกายที่กำลังรู้สึกฟินจากการเล้าโลมของเธอต้องรู้สึกโหวงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"อาร์ค อย่าให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้าให้ไม่เหลือเศษซากแน่...."
"เอ่อ... ค.. ครับ..."
ริมฝีปากบางที่เม้มถอนจูบออกมา พร้อมกับน้ำลายสีใสไหลเยิ้มติดริมฝีปาก สร้างภาพอันแสนจะอีโรติกอย่างน่าโหยหา แต่ทว่าเมื่อร่างสวยนั้นกล่าวพูดออกมา ผมก็ตัวแข็งทื่อขึ้นมาอีกครั้ง จากคำขู่ของเธอ
ท่อนเอ็นอวบที่กำลังแข็งตัวอยู่ก็หดเล็กลงในทันทีด้วยความหวาดกลัวในตัวของหญิงสาวตรงหน้า
หลังจากทำให้อยากแล้วมาขู่กันแบบนี้ เธอก็ดึงตัวผมให้ไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวก่อนจะให้ผมถอดเสื้อของตนเอง
เมื่อถอดเสื้อก็เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่ไม่มีแม้แต่กล้ามเนื้อและซิกแพ็คอะไรเลย พร้อมกับบริเวณหัวไหล่ซ้ายที่มีแผลการโดนแทงลึกและตรงคอที่มีรอยแทงตื้นเล็กน้อยให้เห็น
เฟร์ทำการปฐมพยาบาลให้ผมเบื้องต้นและไม่ลืมที่จะใส่ยาฆ่าเชื้้อที่แผลที่หัวไหล่ให้เรียบร้อย ก่อนที่ผมจะเอาเสื้อกลับมาใส่อีกครั้งหนึ่ง
"ขอบคุณครับ ร้อยตรี..."
"ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว..."
ผมอ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอะไรดีเพราะในใจก็เขินอยู่พอควร ที่โดนผู้หญิงที่โคตรแข็งแกร่งแบบเฟร์มาปฐมพยาบาลให้แบบนี้ ก็เลยได้แต่เอ่ยพูดตามมารยาทไป
[ผ่านเงื่อนไขการปลุก Luminus ดำเนินขั้นตอนการสร้างรูปลักษณ์ ทำการสร้างเงื่อนไขการใช้งานที่เหมาะสม]
ในระหว่างที่ผมกำลังนั่งอยู่นั่น เหมือนจะมีเสียงอะไรบางอย่างดังเข้ามาในหัวของผมอีกครั้ง มันคือเสียงของ World System ที่แจ้งว่าตอนนี้ร่างกายของผมได้ทำการปลุก Luminus ขึ้นมาเรียบร้อยแลว้
ผมสงสัยขึ้นมาทันทีว่า อะไรคือสิ่งกระตุ้น แต่พอคิดดูแล้วอิมแพ็คเดียวที่ทำให้ปลุก Luminus ขึ้นมาได้ก็คือ...
'วี๊ด!!!!!!!!!!! วื๊อ!!!!!!!!!!!!! วี๊ด!!!!!!!!!!!!! วื๊อ!!!!!!!!!!!!!!!'
"นั่นมันเสียงอะไรกันน่ะ?"
"หืมเสียงสัญญานแบบนี้มัน.... กร๊อด!!! ไอ้พวกอาณาจักรเบรีส!!!"
ในตอนที่เฟร์กำลังจะเดินออกจากห้องพยาบาลนั่นเอง เสียงไซเรนเตือนภัยก็ได้มีการแจ้งเตือนขึ้นมา เสียงเตือนภัยนั่นดังสนั่นไปทั่วดาวไรเคส บ่งบอกถึงการโจมตีของกองเรือศัตรู หรือก็คืออาณาจักรเบรีสนั่นเอง
เมื่อคุณเฟร์ได้ยินเสียงนี้ เธอก็กัดฟันของตนสบถคำพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ในทันที ก่อนจะดึงตัวผมขึ้นจากเก้าอี้พาไปยังที่ๆหนึ่ง
"ร้อยตรีจะพาผมไปไหนหรอครับ!?" ผมที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรรีบเอ่ยถามในทันที
"ไม่มีเวลามาอธิบายหรอก! อาร์ค ตอนนี้แกถือว่าเป็สิบตรีรับรองโดยชั้นเอง! และโชคดีมาก เข้ามาเป็ทหารวันแรกก็ต้องเข้าาเลยนะ!"
"เอ๊ะ!? อะไรกัน!!!?"
ณ ชั้นบรรยากาศของดาวไรเคส ได้มีกองยานจำนวน 3000 ลำของอาณาจักรเบรีส ได้เข้าทำการบุกโจมตีดวงดาวนี้ เป้าหมายนั้นคือการทำลายและเข้ายึดครองสถาบันการทหารของจักรวรรดิดวงดาวที่ตั้งอยู่ในเขตชายแดนนั้นเอง
ภายในเรือธงของกองยานอวกาศย่อยนั่นเอง มีร่างของชายวัยกลางคน ร่างกายอ้วนถ้วม กำลังยืนสั่งการเหล่ากองยานทั้งหมด ด้วยตนเองอยู่ ณ สะพานเดินเรือของยานธงลำนี้
"เอาหล่ะ! ทิ้งะเิซะ ไม่จำเป็ต้องกลัวปืนต่อต้านอากาศยานของพวกจักรวรรดิหรอก! ยิงขึ้นมาบนชั้นบรรยากาศไม่ได้ด้วยซ้ำ ฮ่าๆ!!!"
"ท่านพันโทยาซีฟคะ... ดิชั้นว่าเราไม่ควรนิ่งนอนใจนะค่ะที่จะลอยลำอยู่เหนือชั้นบรรยากาศ โดยไม่หลบะุจากปืนต่อต้านอากาศยานของจักรวรรดิแบบนี้น่ะ..."
"เหอะ!! ร้อยตรีโรเอ็ตต้าเอ๋ย! ใยต้องกลัวด้วยเล่า ครั้นเมื่อ 10 ปีก่อนพวกจักรวรรดิมันก็ไม่สามารถใช้ปืนใหญ่โจมตีกองยานของเราได้ 10 ปีผ่านไปก็คงไม่ต่างกันหรอก"
บทสนทนานั่นเกิดขึ้นระหว่าง แม่ทัพผู้คุมกองยานย่อยที่ 11 ของกองเรือรบที่ 11 ของอาณาจักรเบรีส มีนามและยศว่า พันโทยาซีฟ และร้อยตรีโรเอ็ตต้า ที่เป็ผู้ช่วยของพันโทยาซีฟนั่นเอง
การสนทนานั่นกล่าวได้ว่า ไม่มีความกลัวในปืนต่อต้านอากาศยานของกองทัพจักรวรรดิเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าพวกเขาเคยทำแบบนี้มาก่อนหลายต่อหลายครั้ง และครั้งนี้เองก็คงจะเป็การทิ้งะเิปูพรมดาวเหมือนอย่างเช่นเคย
แต่ในขณะที่ชัยชนะที่เห็นได้อย่างเด่นชัดนั้นกำลังจะเป็รูปเป็ร่างขึ้นมา ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เสียงของอะไรบางอย่างที่พุ่งเข้าใส่จนทำให้เกิดเสียงะเิดังขึ้นบนยานอวกาศลำนี้
ทำให้ร่างของพันโทยาซีฟถึงกับต้องจับเก้าอี้ผู้บัญชาการกองยานให้มั่นในทันที
"เกิดอะไรขึ้นรายงานสถานการณ์เดี๋ยวนี้!!!"
"ก... เกิดความเสียหายที่ห้องเครื่องยนต์ของเรือครับ!!"
"ป... เป็ไปได้ยังไง ปืนใหญ่ของพวกมันไม่น่าจะยิงถึงนี้นา!!?"
ในขณะที่พันโทยาซีฟ กำลังตกตะลึงกับสถานการณ์ที่ได้รับรายงานจากโอเปอเรเตอร์ของยานนั่นเอง เขาก็เอ่ยพูดขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในดวงตาและหูของตนเอง
ความภาคภูมิใจที่ตอนแรกกำลังรบมีมากกว่ากองทัพจักรวรรดิ ค่อยๆถูกกลบฝังด้วยสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมกับเสียงสั่นะเืและเสียงะเิที่ดังสนั่นไม่ยอมหยุด
'ปึง!!! ตู้ม!!!'
เรือรบลำหนึ่ง สองลำค่อยๆะเิและร่วงหล่นลงสู่ชั้นบรรยากาศของดาวไรเคสเรื่อยๆ จากแรงดึงดูดของดาว ทำให้ใบหน้าของพันโทยาซีฟเริ่มหน้าถอดสีขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีเสียงบางอย่างตามมาติดๆ
'ตู้ม!!!! วี๊ด!!!!! วี๊ด!!!!'
เสียงะเิครั้งที่ 7 ดังขึ้นพร้อมกันนั่น ภายในห้องสะพานเรือของยานไฟฉุกเฉินสีแดงก็ดังกระพริบขึ้นมาเป็่ๆ บ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกันนั่นโอเปอเรเตอร์ของเรือรบลำนี้ก็ได้อุทานขึ้นมาด้วยความใทันที
"แย่แล้วครับท่านพันโทยาซีฟ!! มีพวกหน่วยจู่โจมของพวกจักรวรรดิบุกเข้ามาผ่านกระสวยอวกาศครับ!!!"
"ว่าไงนะ!!!"