ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 38 ท่านแม่ที่ดีที่สุดในโลก

            ใช่แล้ว เช่นนั้นเรื่องนี้จะทำอย่างไรดีเล่า?

            ยามนี้เจียงจื่อเฮ่าทำตัวหยิ่งผยอง เขาทำคอตั้งและคางนั้นก็เชิดราวกับนกยูงผู้สูงศักดิ์สายตาเหล่มองไปทางใบหน้าของฮวาเหยียนดวงตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความโล่งอกและสบายใจหลังจากที่กลัดกลุ้มมานาน

            ตี้หลิงหานไม่อยากพูดอะไรกับลูกพี่ลูกน้องที่แสนโง่เขลาของตนเองอีก แววตาระแวงสงสัยของพ่อลูกตระกูลมู่ยังคงสะท้อนอยู่เบื้องหน้าเขาและมันก็เป็นความรู้สึกที่มิอาจอธิบายได้

            ตี้หลิงหาน องค์รัชทายาทผู้สง่างามเพียงเพื่อเสาะหาดอกบัวพันปี ถึงกับต้องใช้วิธีการเช่นนี้เลยหรือ? บังคับจุมพิต?

            เฮอะ…

            ยิ่งไปกว่านั้น การกระทำของเขาถือว่าเป็นการดูถูกมู่อันเหยียน

            ...

            ทันใดนั้นบรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงบลง เจียงจื่อเฮ่าเมื่อเห็นว่าไม่มีพูด เขาก็หันมองไปรอบๆ ตรงนั้นที ตรงนี้ที สุดท้ายสายตาเขาก็มองไปที่ฮวาเหยียนชายหนุ่มพ่นลมหายใจเย็นชาออกมา "พูดก็พูดนะ คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ เมื่อสักครู่นี้เจ้ายังพูดอยู่เต็มปากเต็มคำเลยไม่ใช่หรือ? ว่าไม่ใช่เจ้าที่เอาไป และยังบอกอีกว่าข้ากลั่นแกล้งเจ้า เหตุใดตอนนี้ถึงไม่พูดอันใดแล้วเล่า หือ?”

            เจียงจื่อเฮ่าอยากทำลายนางเพื่อแย่งชิงชื่อเสียงของตัวเองกลับมาสักหน่อย

            ฮวาเหยียนหรี่ตาลงมองไปที่เจียงจื่อเฮ่า

            นางเป็นสตรีประเภทที่มีรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ งดงามจนคนตะลึง แต่ใบหน้าของนางเย็นชาดวงตาของนางดุร้ายโหดเหี้ยมราวกับใบมีด เจียงจื่อเฮ่ารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อได้เห็นในวินาทีต่อมาเขาก็ได้ยินฮวาเหยียนพูดว่า "เจียงจื่อเฮ่า จงใช้เวลาที่ข้ายังอดทนได้อยู่ให้ดีๆ ทางที่ดีเจ้าควรเงียบเสีย เพราะคนที่มีสิทธิ์ที่จะพูดน้อยที่สุดก็คือเจ้า"

            คำพูดของฮวาเหยียนที่เอ่ยออกมานั้นไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย

            สีหน้าของเจียงจื่อเฮ่ากลายเป็นซีดขาว

            “เหตุใดข้าถึงไม่มีสิทธิ์พูดกันเล่า ดอกบัวพันปีนี้ ข้าเสียแรงไปมากกว่าจะได้มันมา แต่เจ้ากลับขโมยมันไปจากข้า! ”

            เขาโมโหยิ่งนัก

            ดวงตาของฮวาเหยียนเย็นเฉียบ นางเม้มริมฝีปากบางแน่น จนถึงตอนนี้ นางรู้ตัวดีว่าไม่ควรจะพูดมากเกินไป

            คำพูดของเจียงจื่อเฮ่าทำให้ตระกูลมู่ขุ่นเคืองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะท่านพ่อและท่านพี่ใหญ่ของตระกูลมู่ที่ส่งสายตาคมดั่งมีดพุ่งตรงมาทางเขา แม้แต่เด็กชายตัวน้อยที่มีนามว่าหยวนเป่าเองก็จ้องมองเขาเช่นกัน

            “ท่านลุงเจียง ท่านไม่มีสิทธิ์พูดถึงท่านแม่ของข้าเช่นนั้น”

            ในยามนั้น หยวนเป่าซึ่งนอนอิงแอบอยู่บนตัวของมู่เสวียนเย่พลันพูดขึ้น

            เขาจ้องไปที่เจียงจื่อเฮ่า ดวงหน้าเล็กเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เด็กน้อยกระโดดลงมาจากตัวของมู่เสวียนเย่ก่อนจะเดินไปที่ด้านข้างของฮวาเหยียนและจับมือนาง ใช้แรงบีบมือของนาง นี่เป็นการปลอบใจของลูกชายที่แสนกตัญญูเปี่ยมไปด้วยยี่สิบสี่คุณธรรม

            “เจ้าเด็กน้อยคนนี้นี่...”

            เจียงจื่อเฮ่าโมโหแทบบ้า ยามที่เขาได้ยินคำพูดของหยวนเป่า ชายหนุ่มพลันหันกลับไปโต้กลับ ทว่ากลับเห็นหยวนเป่าควานหาอะไรบางอย่างในอกเสื้อของตนเอง ทันใดนั้นหนังสือสัญญาพลันปรากฏอยู่ในมือเขาด้วยความรวดเร็ว เด็กน้อยยกมันขึ้นสูง ดวงตากลมโตคู่นั้นปกคลุมไปด้วยไอหมอกและโทสะ พลันได้ยินเสียงอ่อนโยนของหยวนเป่าเอ่ยขึ้นว่า "ท่านลุงเจียงท่านรู้หรือไม่ว่านี่คือสิ่งใด?”

            แน่นอนว่าเจียงจื่อเฮ่ารู้ดี นั่นคือสัญญายืมเงินสองหมื่นตำลึงที่เขาได้ลงนามเอาไว้

            เด็กคนนี้กล้าดีอย่างไรถึงหยิบมันออกมา?

            “ท่านถูกพิษทั้งห้า มิหนำซ้ำยังถูกนักฆ่าไล่ล่าชีวิตนั้นแขวนไว้อยู่บนเส้นด้าย ลำพังตัวท่านเองยังไม่อาจต้านทานกำลังได้เลยแม้แต่น้อยเป็นท่านแม่ของข้าที่ช่วยชีวิตท่านเอาไว้ ท่านแม่ให้ยาแก้พิษแก่ท่านและรับของตอบแทนแทนคำขอบคุณเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึง นอกจากนี้ท่านยังขอนั่งเกวียนลาของข้าอีก ข้าจึงขอเรียกเก็บค่าตอบแทนเป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึง แต่ท่านบอกว่าท่านไม่มีเงินติดตัว ข้าและท่านแม่จึงทำหนังสือสัญญากับท่าน นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเรานั้นใจดีกับท่านและไม่ได้เอาเปรียบอะไรท่านเลยแม้แต่น้อย”

            หยวนเป่ากางหนังสือสัญญาที่มีลายมือของเจียงจื่อเฮ่าอยู่ให้ทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

            แม้ว่าเสียงของเด็กน้อยจะเยาว์วัยยิ่งนัก แต่คำพูดกลับชัดเจนรวมไปถึงความคิดอ่านนั้นก็ชัดแจ้งยิ่ง

            อายุยังน้อย แต่เขากลับอธิบายเรื่องราวด้วยท่าทีที่เหมาะสมไม่หยิ่งยโสและไม่ทำตนต่ำต้อย ถือว่าเป็นอุปนิสัยที่ไม่ธรรมดา

            "ใช้ช่วงเวลาไฟไหม้ขโมยทรัพย์สิน [1] บังคับเอาทองสองหมื่นตำลึงจากข้า เจ้ากล้าดีได้อย่างไรที่บอกว่าเจ้าไม่ได้เอาเปรียบข้า? เฮอะ"

            เมื่อเจียงจื่อเฮ่านึกถึงเรื่องเมื่อสามวันก่อน ในใจพลันยากที่จะสงบได้ เมื่อครู่เขาถูกเด็กถาม พาให้รู้สึกเสียหน้า ทั้งน้ำเสียงของเด็กน้อยนั้นยังเยาะเย้ยเย็นชายิ่ง

            หลังจากที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง หยวนเป่าพลันส่ายหัวอย่างเคร่งขรึมจริงจัง"ท่านลุงเจียง ท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านย่อมรู้ดีมากกว่าเด็กอย่างข้า ฐานะของท่านทั้งสูงส่งและอายุก็ไม่มาก ชีวิตนี้ของท่าน เกรงว่าทองเป็นพันหรือหมื่นตำลึงก็ไม่อาจซื้อกลับมาได้"

            “นั่นก็ใช่ ชีวิตของคุณชายเช่นข้ามีทองพันตำลึงก็ไม่อาจแลกได้”

            เจียงจื่อเฮ่ารู้สึกว่าคำพูดของเด็กน้อยคนนี้ค่อนข้างน่าฟังในวินาทีต่อมาเขาพลันได้ยินหยวนเป่าเปิดปากกล่าวต่อว่า "ดังนั้น การที่ท่านแม่ของข้าได้ช่วยชีวิตของท่านเอาไว้และรับเงินจากท่านมาสองหมื่นตำลึงก็ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มาก ท่านแม่กับข้าได้คุยกับท่านอย่างชัดเจน ไม่ได้นำเรื่องบุญคุณที่ช่วยชีวิตมาบีบบังคับเลย มีการเขียนหนังสือสัญญาด้วยหมึกดำกระดาษขาวที่ถือเป็นสัญญาการแลกเปลี่ยนซื้อขายของทั้งสองฝ่ายซึ่งได้บรรลุเรียบร้อยแล้วเมื่อแยกย้ายลาจากก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน... "

            คำพูดของหยวนเป่านั้นดีและสมเหตุสมผลยิ่งนัก

            มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ต่างก็แสดงความชื่นชมผ่านสายตาของพวกเขาอายุเพียงห้าขวบแต่กลับมีวาจาคารมคมคายรวมถึงความคิดความอ่านที่ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังมีท่าทีที่เหมาะสม ไม่หยิ่งทะนงและไม่หยิ่งผยอง ไม่สูญเสียกริยาท่าทางของสายเลือดตระกูลมู่!

            เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เสียงของหยวนเป่าพลันโหดเหี้ยมขึ้นมาทันที “แต่ท่านเป็นคนใจบาป ท่านไม่เพียงแอบลักลอบตรวจสอบตัวตนของพวกเรา ท่านยังแสร้งล้มเพื่อตรวจสอบวิทยายุทธ์ของท่านแม่ ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังขโมยป้ายหยกประจำตัวที่ติดตัวแม่ไปด้วย...

            ท่านไม่ทำตามกฎก่อนแต่มาโกรธท่านแม่ทีหลัง ดังนั้นท่านแม่จึงใช้วิธีเดียวกันกับที่ท่านทำ"

            หยวนเป่าพูดทุกคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดุร้าย

            หยวนเป่าพูดจนเจียงจื่อเฮ่าหน้าแดงก่ำ ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงเริ่มพูดอย่างตะกุกตะกัก "แต่ แต่ป้ายหยกประจำตัวนั่นเป็นของปลอม"

            “ดังนั้นแล้ว นี่คือเหตุผลที่ท่านลืมบุญคุณจนหมดสิ้นหรือ? ”

            หยวนเป่าเอ่ยถามอย่างเย็นชา

            เขาร้องตะโกนใส่ท่านลุงเจียงจื่อเฮ่า แรกเริ่มเขาแสดงความสุภาพ สิ่งที่เขาพูดนั้นสมเหตุสมผล 'ป้ายหยกประจำตัวปลอม' ของเจียงจื่อเฮ่านี่เท่ากับเป็นการยอมรับแล้วว่าสิ่งที่หยวนเป่าพูดนั้นเป็นความจริง

            ในยามนั้น ใบหน้าของเจียงจื่อเฮ่ากลายเป็นสีแดงก่ำจริงๆหลังจากที่ถูกอบรมจากเด็กอายุห้าขวบ เขาไม่สามารถแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาได้

            "ท่านแม่ของข้า คือแม่ที่ดีที่สุดในโลก"

            หยวนเป่าเงยหน้าขึ้นอีกครั้งในขณะที่เอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา

            ...

            ฮวาเหยียนมองไปยังร่างเล็กของหยวนเป่าที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาทุ่มเทแรงกำลังทั้งหมดเพื่อที่จะปกป้องนางเอาไว้ หัวใจของนางร้อนรุ่ม การที่นางมีบุตรชายเช่นนี้ นางก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องปรารถนาอีกแล้ว

            เมื่อสิ้นคำพูดของหยวนเป่า สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เขาจนแทบจะทิ่มตัวเขาให้เขาให้มีรู โดยเฉพาะพ่อลูกตระกูลมู่ เขาไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าหากดวงตาสามารถฆ่าคนได้ เกรงว่าเขาจะต้องตายเป็นร้อยเป็นพันครั้ง

            ในยามนั้น หยวนเป่าได้ถอยกลับไปยืนด้านข้างมู่เอ้าเทียน มู่เอ้าเทียนเอื้อมมือออกไปกอดเขา หยวนเป่ามอบหนังสือสัญญาเงินสองหมื่นตำลึงในมือของมู่เอ้าเทียน "ท่านตา ข้าเกรงว่าท่านคงต้องไปที่จวนตระกูลเจียงเพื่อรับเงินสองหมื่นตำลึงแล้วตระกูลเจียงเป็นหนี้ตระกูลมู่อยู่นะขอรับ"

            “ได้ เด็กดี เจ้าพูดถูกตั้งแต่สมัยโบราณเงินทองมีค่า แต่ความรู้สึกของมนุษย์นั้นประเมินค่าไม่ได้ เปิ่นหวางย่อมจะต้องไปหาเจียงถิงและพูดคุยกับเขาแน่นอน”

            ทันทีที่สิ้นเสียง สัญญาก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา

            เจียงจื่อเฮ่าอยากจะร้องไห้โดยไร้น้ำตา เขาอยากจะคุกเข่าให้หยวนเป่า ตระกูลมู่กับเขาดวงชะตาไม่ถูกกันเสียจริง ถ้าเขาบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อ เขาต้องถูกทุบอีกครั้งแน่

            ดวงหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น เขามองไปทางตี้หลิงหานเพื่อขอความช่วยเหลือแต่กลับพบว่าดวงตาของตี้หลิงหานนั้นลึกล้ำเคร่งขรึม สายตาของเขามองไปทางร่างน้อยของเด็กที่มีนามว่าหยวนเป่า มองไม่เห็นสีหน้าอย่างชัดเจน ทว่าท่าทางดูราวกับมีความชื่นชม เย็นชา และเย่อหยิ่งปะปนกันอยู่

            เมื่อมองไปที่เด็กน้อยอายุห้าขวบที่มีนามว่าหยวนเป่าเด็กน้อยผู้แสนงดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ องคาพยพงดงามโดดเด่นตั้งแต่เด็ก แต่เจียงจื่อเฮ่าในยามนี้กลับเหม่ออยู่ในภวังค์เขารู้สึกเหมือนเห็นเงาร่างใหญ่และร่างเล็กทับซ้อนกัน เหมือนพ่อกับลูก

            เจียงจื่อเฮ่าส่ายหัว รู้สึกตะลึงงัน…

             

             

            เชิงอรรถ

            [1] ใช้ช่วงเวลาไฟไหม้ขโมยทรัพย์สิน การเอาเปรียบคนเสียประโยชน์ไปแสวงหาประโยชน์ส่วนตน

             

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592