สวี่หยุนในตอนนี้กำลังนอนกอดหลินเสี่ยวโหยวและครุ่นคิดเรื่องต่างๆอยู่..
สวี่หยุนแทบจะไม่เคยได้ฝึกวรยุทธเลยนอกจากตอนที่เรียนรู้วรยุทธต่างๆเท่านั้น..แต่ด้วยความช่วยเหลือของลมปราณธาตุวารีทำให้ดรรชนีวารีไร้เงาของสวี่หยุนอยู่ในระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแล้ว..เหยียบวารีท่องนภาของสวี่หยุนในตอนนี้อยู่ในระดับหนึ่งขั้นสูง..ส่วนวรยุทธหมัดคชสารของสวี่หยุนยังคงอยู่ในระดับพื้นฐานเนื่องจากสวี่หยุนพบว่าวรยุทธนี้ไม่มีความเข้ากันได้กับลมปราณธาตุวารีเป็นอย่างยิ่งทำให้การผสานธาตุลงไปในวรยุทธต้องใช้เวลาราวๆกับการผสานธาตุลงไปในวรยุทธตัดระดับเลยทีเดียว..
'เหตุใดข้าถึงเข้าใจธาตุวารีระดับตํ่าไม่ได้? ข้าขาดอะไรไปหรือ?' สวี่หยุนครุ่นคิดออกมาด้วยความงุนงงก่อนจะลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวเล็กน้อยและลุกขึ้นจากเตียงไม้มานั่งที่โต๊ะในห้องแทน..สวี่หยุนหยิบเอามีดไม้มาแค่ควบแน่นนํ้าอากาศให้กลายมาเป็นหยดนํ้าบนมีดไม้ด้วยลมปราณธาตุวารี..สวี่หยุนมองดูหยดนํ้าเคลื่อนที่ไปมาเรื่อยๆสักพัก..
'การควบแน่น? การสร้าง? การควบคุม? ข้าขาดอะไรไปกันแน่?' สวี่หยุนคิดในใจด้วยความสงสัยเป็นอย่างยิ่งก่อนเขาจะถอดใจวางมีดไม้ลงและหยิบเอาผลึกลมปราณธาตุวารีก้อนที่สองที่เขาได้ซื้อไว้ออกมา..สวี่หยุนส่งลมปราณเข้าไปในผลึกลมปราณธาตุเล็กน้อยโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยสักนิดเดียว..
แต่สวี่หยุนก็ตกตะลึงในทันทีเพราะผลึกลมปราณธาตุกับเรืองแสง! ลมปราณของสวี่หยุนทั้งหมดเป็นลมปราณธาตุวารีอยู่แล้วเพราะแต่ล่ะที่ที่เขาทำการเลื่อนระดับต่างก็ใช้ลมปราณธาตุวารีในการเลื่อนระดับทำให้สวี่หยุนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนลมปราณธรรมดาให้เป็นลมปราณธาตุวารีด้วยผลึกลมปราณธาตุ..
สวี่หยุนสังเกตเห็นว่าผลึกลมปราณธาตุวารีของเขากำลังจางลงเรื่อยๆ..ลมปราณธาตุวารีในทะเลปราณของสวี่หยุนก็กำลังจะเข้มขึ้นอย่างช้าๆเช่นกัน..เวลาผ่านไปเล็กน้อยเมื่อผลึกลมปราณธาตุหยุดจางลงแล้วจู่ๆมันก็กลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในต่างหูสรรพธาตุทันที..สวี่หยุนยังยื่นโง่งมตัวแข็งทื่ออยู่สักพักก่อนจะเริ่มดึงสติกลับมาได้และตรวจสอบสิ่งต่างๆ..
ลมปราณธาตุวารีในร่างของสวี่หยุนมีสีเข้มขึ้นแล้วเขาถึงขั้นตํ่าของธาตุวารีแล้ว! สวี่หยุนตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งเพราะสวี่หยุนได้รู้แล้วว่าในตอนนี้เขาขาดอะไรไปในการเลื่อนระดับความเข้าใจในธาตุวารีของเขา...การดูดซับพลังธาตุเพื่อมาเปลี่ยนแปลงลมปราณในร่างกายของสวี่หยุน! ตลอดเวลาที่สวี่หยุนอยู่ใต้ธาราถึงแม้เขาจะดูดซับลมปราณธาตุวารีอยู่ตลอดเวลาแต่ด้วยธาตุวารีจำนวนมหาศาลใต้ธารากัดกร่อนเขาเร็วกว่าการดูดซับทำให้สวี่หยุนไม่สามารถไปถึงระดับตํ่าของธาตุวารีได้!
สวี่หยุนยังคงตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งก่อนจะยกมือขวาอย่างรวดเร็วและเริ่มทำการควบแน่นนํ้าในอากาศ..ความชื้นในอากาศค่อยๆรวมตัวกันกลายเป็นนํ้าจำนวนหนึ่งต่อมาสวี่หยุนก็ทำการเปลี่ยนรูปร่างของมันให้กลายเป็นเข็มรูปแบบเดียวกับของหลินเสี่ยวโหยว..สวี่หยุนสร้างเข็มวารีขึ้นมาหนึ่งเล่มได้สำเร็จก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งก่อนจะควบแน่นนํ้าในอากาศต่อไปเรื่อยๆเพื่อดูขีดจำกัดความสามารถของตนเอง..สวี่หยุนควบแน่นนํ้าในอากาศเป็นเข็มทั้งหมดได้ถึง 15 เล่มก่อนที่สวี่หยุนจะไม่สามารถคงรูปร่างมันได้อีกและกลายเป็นนํ้าธรรมดาตกลงไปบนพื้นในทันที..พื้นห้องของสวี่หยุนกลายเป็นเปียกชื้นไปทั้งหมดแต่สวี่หยุนไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย..ในตอนนี้สวี่หยุนกำลังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถควบแน่นนํ้าอากาศให้กลายเป็นเข็มแบบหลินเสี่ยวโหยวได้แล้ว..
'ถ้าข้าใช้ลมปราณธาตุวารีทั้งหมดในเข็มเล่มเดียวก็จะทำธาตุวารีในนั้นเข้มข้นขึ้นให้มันแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างยิ่ง..ถึงแม้ข้าจะมีพื้นฐานการฝึกตนมากกว่าเสี่ยวโหยวแต่ด้วยแก่นแท้ธาตุวารีของเสี่ยวโหยวทำให้ความเข้มข้นของธาตุวารีในลมปราณธาตุวารีของเสี่ยวโหยวมีมากกว่าข้า..' สวี่หยุนคิดในใจแต่ก็ไม่ได้มีสีหน้าผิดหวังแต่อย่างใด..สวี่หยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะใช้ลมปราณธาตุทั้งหมดควบแน่นนํ้าในอากาศอีกครั้งแต่รอบนี้สวี่หยุนไม่ได้ทำเป็นเข็มอย่างเดิมแต่อย่างใด..นํ้าควบแน่นกันสักพักก็กลายเป็นกระบี่! รูปร่างของมันเหมือนกับกระบี่ไม้ของสวี่หยุนที่เขาเคยใช้ฝึกที่จุดศูนย์กลางของแดงเทพไม่มีผิด!
สวี่หยุนหยิบเอากระบี่ระดับหนึ่งขั้นตํ่าที่ได้มาจากลูกน้องของหวงอี้จือออกมาก่อนที่จะบังคับให้กระบี่นํ้าฟันลงไปที่กระบี่ระกับหนึ่งขั้นตํ่า..สวี่หยุนตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อพบว่ากระบี่นํ้าสามารถฟันกระบี่ระดับหนึ่งขั้นตํ่าให้กลายเป็นสองท่อนได้ในทันที! สวี่หยุนไม่ได้จับกระบี่นํ้าแต่อย่างใด..ตัวเขารู้ดีแล้วว่าการที่ใช้นํ้าสร้างอะไรบางอย่างได้แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถควบคุมมันได้ในทันที..เหมือนกับตอนที่สวี่หยุนลองใช้นํ้ารองเท้าของเขากลางอากาศด้วยเหยียบวารีท่องนภาครั้งแรกสวี่หยุนก็หกล้มไม่เป็นท่ามาแล้วเช่นกัน...
สวี่หยุนหยิบเอากระบี่ของหวงอี้จือออกมาและเริ่มร่ายรำกระบี่ในท่าต่างๆพร้อมกับพยายามแบ่งสมาธิไปควบคุมกระบี่นํ้าให้ร่ายรำตามกระบี่ของสวี่หยุน..สวี่หยุนฝึกกระบี่นํ้าจนถึงยามเช้าจนในตอนนี้เขาสามารถควบคุมกระบี่นํ้าได้อย่างดียิ่งแล้ว..เมื่อสวี่หยุนลองจับด้ามกระบี่ของกระบี่นํ้ามันก็ไม่ได้อ่อนยวบยาบเหมือนครั้งแรกที่เขาพยายามแล้ว..แต่ถึงอย่างนั้นสวี่หยุนก็ยังไม่สามารถถือกระบี่นํ้าได้เหมือนกระบี่ทั่วไปมันราวกับว่าสามารถพลิกผันได้มากมายนับไม่ถ้วน..
การถือกระบี่นํ้าจำเป็นต้องมีความเข้าใจในธาตุวารีสูงมากเพื่อที่จะทำให้มันสามารถผันแปรต่างๆได้ตามใจคิด..ในตอนนี้สวี่หยุนทำได้เพียงแค่ให้กระบี่นํ้าใช้ลมปราณธาตุวารีทั้งหมดฟันไปข้างหน้าเท่านั้น..แต่ถึงสวี่หยุนจะทำได้เพียงแค่ควบคุมกระบี่นํ้าให้ไม่ต่างจากกระบี่ธรรมดาแต่ด้วยความสามารถเชิงกระบี่ระดับปรมาจารย์ของเขาทำให้ตอนนี้กระบี่นํ้าของสวี่หยุนน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง...
สวี่หยุนทุ่มสมาธิทั้งหมดในการฝึกกระบี่นํ้าให้ร่ายรำไปตามกระบี่ของหวงอี้จือที่อยู่ในมือเขาโดยที่ไม่รู้วันรู้เวลาหรือรับรู้ถึงสิ่งภายนอกเลยแม้แต่น้อย..เวลาผ่านไปสักพักหลินเสี่ยวโหยวก็ค่อยๆเปิดตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย..เมื่อเด็กสาวเห็นว่าสวี่หยุนหายไปแล้วก็ตกใจเป็นอย่างยิ่งก่อนจะรีบลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงเพราะความกังวล..แต่เมื่อหลินเสี่ยวโหยวมองเห็นสวี่หยุนกำลังฝึกกระบี่อยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนที่จะหันไปมองดูสวี่หยุนที่กำลังฝึกกระบี่...
เมื่อหลินเสี่ยวโหยวเห็นสวี่หยุนฝึกกระบี่ก็ตกตะลึงไปในทันทีไม่ว่าจะเพราะกระบี่นํ้าหรือความสามารถเชิงกระบี่ของสวี่หยุน..สวี่หยุนในตอนนี้จริงจังเป็นอย่างยิ่งกับการฝึกกระบี่นํ้าทำให้มีเสน่ห์แปลกประหลาดออกมาสะกิดใจผู้พบเห็นได้ไม่มากก็น้อย..หลินเสี่ยวโหยวมองดูสวี่หยุนด้วยดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า..เด็กสาวเอาแต่คิดว่าสวี่หยุนในตอนนี้ช่างดูดีเป็นอย่างยิ่ง..ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูราวกับคุณหนูจากตระกูลผู้ดีตระกูลใหญ่..ความสามารถเชิงกระบี่ของสวี่หยุน..กระบี่นํ้าที่ดูงดงามและเข้ากับเสื้อผ้าสีฟ้าที่มีขอบเสื้อผ้าตัดเป็นสีดำอ่อนของสวี่หยุนเป็นอย่างดี..
หลินเสี่ยวโหยวก็ดูเหมือนว่าจะตกอยู่ในภวังค์ด้วยความสง่างามของสวี่หยุนเช่นเดียวกับสวี่หยุนที่ตกอยู่ในภวังค์การฝึกฝนกระบี่นํ้า..ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยามหลินเสี่ยวโหยวไม่ได้รบกวนสวี่หยุนเลยแม้แต่น้อย..เด็กสาวแค่มองดูสวี่หยุนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายเจิดจ้าเพียงเท่านั้น..เวลาผ่านไปในที่สุกสวี่หยุนก็พยายามถือกระบี่นํ้าอีกครั้ง..สวี่หยุนสามารถฟันกระบี่นํ้าได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆแต่เมื่อสวี่หยุนลองทำให้บางส่วนของกระบี่เปลี่ยนรูปร่างหรือหายไปในอากาศก็ทำให้กระบี่นํ้าเปลี่ยนเป็นนํ้าธรรมดาตกลงมาบนพื้นห้องในทันที..
สวี่หยุนได้สติกลับมาเพราะกระบี่นํ้าที่กลายเป็นแค่นํ้าธรรมดา..เมื่อเขาหันไปมองที่เตียงไม้ก็พบว่าหลินเสี่ยวโหยวกำลังมองมาทางเขาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย..
"อะ..เอ่อ..ข้า..ขอโทษเสี่ยวโหยวจริงๆที่.." สวี่หยุนกำลังจะกล่าวขอโทษออกมาอย่างยากลำบากแต่หลินเสี่ยวโหยวก็รีบตัดบทพูดของสวี่หยุนในทันที..
"พี่ชาย! พี่ชาย! ท่านดูเท่มากเลย! ข้าว่าถ้าสตรีคนใดเห็นภาพเมื่อสักครู่ของท่านต้องหลงพี่ชายหัวปักหัวปําแน่!!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาทำให้สวี่หยุนขาอ่อนเหมือนจะล้มลงไป..
"อะ..เสี่ยวโหยว..เสี่ยวโหยวไปเรียนรู้คำพูดแบบนี้มาจากไหนหรือ..?" สวี่กล่าวถามออกมาพร้อมรอยยิ้มอันซับซ้อนยากอธิบาย..
"ครั้งหนึ่งข้าเคยเข้าไปใกล้หอที่มีรูปดอกไม้สีแดงปักอยู่หน้าทางเข้าและได้ยินคนที่นั่นกล่าวออกมาประมาณนี้.." หลินเสี่ยวโหยวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความไร้เดียงสา..สวี่หยุนกลายเป็นตกตะลึงในทันที..หอที่มีดอกไม้สีแดงปักอยู่หน้าทางเข้านั่นมันหอนางโลมไม่ใช่รึ!
"เสี่ยวโหยว..จำเอาไว้ว่าห้ามเข้าใกล้ที่นั่นอีก..เข้าใจหรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมสีหน้าจริงจังทำให้หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยความสงสัยเล็กน้อย..
"อืม..ข้าให้สัญญากับพี่ชาย! แต่ว่า..ที่นั่นมันคืออะไรหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าสงสัย..
"อะ..เอ่อ..เสี่ยวโหยวยังเด็กเกินไป..ไว้เสี่ยวโหยวโตขึ้นข้าจะบอกเสี่ยวโหยวเองดีหรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง..ถึงแม้หลินเสี่ยวโหยวจะยังสงสัยอยู่แต่ก็เลือกที่จะผงกหัวรับคำของสวี่หยุนอย่างว่านอนสอนง่าย..
สวี่หยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะยกมือไปลูบหัวเด็กสาว..สวี่หยุนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้หลินเสี่ยวโหยวเสร็จสรรพก็อุ้มเด็กสาวขึ้นมาจากเตียง..
"พี่ชายช่างใส่ใจในเรื่องต่างๆยิ่งนัก..ยิ่งข้าอยู่กับพี่ชายเท่าไหร้ข้าก็ยิ่งชอบพี่ชายขึ้นไปอีกเท่านั้น!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูก่อนจะเอาศีรษะน้อยๆมาถูไถกับอกของสวี่หยุน..สวี่หยุนฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยเพราะคำกล่าวของเด็กสาว..สวี่หยุนทำไปไม่ใช่เพราะความใส่ใจตามที่หลินเสี่ยวโหยวพูด..แต่เป็นเพราะสวี่หยุนทำเช่นนี้ให้ลู่เหมยทุกวันจนตอนนี้ก็กลายเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของเขาไปซะแล้ว...สวี่หยุนยกมือขึ้นมาข้างหนึ่งพร้อมกับลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวที่อยู่ในอ้อมอกของตนก่อนจะเดินออกจากห้องของโรงเตี๋ยมไป...
สวี่หยุนไม่ได้เลือกที่จะไปหาหวงซือเหยียนที่หอโอสถสวรรค์ในทันทีแต่สวี่หยุนเลือกที่จะไปร้านรับแลกแกนอสูรก่อน..ตอนแรกสวี่หยุนเหลือหินลมปราณระดับตํ่าเพียงแค่ 250 ก้อนเท่านั้นแต่เมื่อใช้แกนอสูรระดับตํ่าร้อยกว่าอันของเขาแลกเป็นหินลมปราณระดับตํ่าทำให้ตอนนี้สวี่หยุนมีหินลมปราณระดับตํ่าถึง 1500 ก้อนแล้ว..
สวี่หยุนเลือกซื้อวัตถุดิบทำอาหารไปเพิ่มเล็กน้อยก่อนจะซื้อศิลาบันทึกภาพ 2 แผ่นไปด้วย..สวี่หยุนในตอนนี้เหลือหินลมปราณระดับตํ่าเพียง 1300 เพียงเท่านั้นเพราะราคาของศิลาบันทึกภาพมีราคาค่อนข้างแพงคือ 90 หินลมปราณระดับตํ่าต่อแผ่น..ส่วนอีก 20 หินลมปราณที่เหลือสวี่หยุนก็ใช้ไปกับการซื้อวัตถุดิบทำอาหาร..
สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวเดินมาถึงสำนักกระบี่ล่องนภา..หากเป็นแต่ก่อนศิษย์ของสำนักกระบี่ล่องนภาที่เฝ้าประตูคงไม่ปล่อยสวี่หยุนเข้าไปอย่างแน่นอน..แต่ตอนนี้สวี่หยุนมีชื่อเสียงค่อนข้างมากในเมืองเซี่ยหลงแห่งนี้ด้วยนามของแขกผู้ทรงเกียรติของหอโอสถสวรรค์..สวี่หยุนเดินจูงมือหลินเสี่ยวโหยวเข้าไปในสำนักกระบี่ล่องนภาช้าๆ..ถึงแม้เด็กสาวจะมีสีหน้าแปลกๆขณะเข้ามาที่สำนักกระบี่ล่องนภาแต่เด็กสาวก็ไม่ได้บ่นอะไรออกมาเพราะเชื่อใจในตัวของสวี่หยุนเป็นอย่างยิ่ง...
สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงที่พักของศิษย์สายใน..มีศิษย์ของสำนักกระบี่ล่องนภาจำนวนมากมองดูสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวด้วยสายตาแปลกๆแต่ก็ไม่มีใครมาลงมือหรือพูดคุยกับพวกเขาเลย..สวี่หยุนเดินเข้าไปในลานบ้านของหวงเหวินก่อนจะเคาะประตูและกล่าวออกมา..
"ท่านป้า..ท่านอยู่หรือไม่? ข้าติงสวี่หยุนอยากให้ท่านช่วยสอนทำอาหารให้หน่อย" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงเป็นมิตรเป็นอย่างยิ่ง..สักพักสวี่หยุนก็ได้ยินเสียงใครบางคนกำลังวิ่งมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเปิดประตูออก..เบื้องหน้าเป็นหวงลี่ผิงที่กำลังมีรอยยิ้มสดใสและหลินชูหรงที่อยู่ข้างหลัง...
"พี่ติง! ข้ารอท่านมาหลายวันแล้ว! มาเล่นกันเถอะ!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนที่หลินชูหรงจะรีบกล่าวออกมา..
"อย่าไปสร้างความลำบากใจให้หนุ่มน้อยเขามากสิลูกลี่ผิง.." หลินชูหรงกล่าวตำหนิออกมาพร้อมรอยยิ้มเอือมระอาเล็กน้อย..
"ไม่เป็นไรหรอกท่านป้า..แต่วันนี้ข้าต้องขอให้ท่านป้าช่วยอะไรสอนอะไรสักอย่างให้ข้าหน่อย..ข้าอยากทำอาหารเป็น.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยความเคารพเป็นอย่างยิ่ง..
"อืม..เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกหนุ่มน้อย..แต่เจ้าจะไม่แนะนำเด็กสาวที่อยู่ข้างๆหน่อยหรือ?" หลินชูหรงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..หลินเสี่ยวโหยวยืนจับมือสวี่หยุนอยู่เงียบๆโดยที่ไม่ทราบว่าจะทำตัวเช่นไรดีในสถานการณ์เช่นนี้..
"..นางชื่อหลินเสี่ยวโหยว..เป็นน้องสาวข้างข้าเองน่ะท่านป้าชูหรง" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม..เป็นอย่างที่สวี่หยุนคาดการณ์ไว้เพราะหลินชูหรงแสดงสีหน้าตกตะลึงไปเล็กน้อยทันทีเมื่อได้ยินแซ่หลินจากชื่อของเด็กสาว..แต่หลินชูหรงยังไม่ทันได้กล่าวอะไรออกมาหวงลี่ผิงก็กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มทันที..
"น้องสาวของพี่ติงหรือ? ว้าว! เจ้าน่ารักมากๆเลย! เจ้าอยากเล่นกับข้าหรือไม่..ข้าไม่ค่อยมีเพื่อนมาเล่นด้วยเลยน่ะ.." หวงลี่ผิงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นปนโศกเศร้าเล็กน้อย..
"อื้ม! ข้าเองก็ไม่เคยมีเพื่อนเลยเช่นกัน..และก็เล่นกับคนอื่นไม่ค่อยเป็นด้วย..ช่วยสอนข้าทีนะ" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มแต่หลินเสี่ยวโหยวไม่ได้โศกเศร้าเหมือนหวงลี่ผิงมากนัก..ถึงแม้อายุของทั้งสองจะเท่ากันแต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ต่างๆหลินเสี่ยวโหยวที่พยายามเอาชีวิตรอดในเมืองเซี่ยหลงมาหลายปีย่อมเหนือกว่าหวงลี่ผิงอย่างแน่นอน..
"จริงนะ!? งั้นพวกเรารีบไปเล่นกันเถอะ! ข้าเตรียมของเล่นไว้เยอะมากเลยล่ะ! วันนี้เราจะเล่นกันทั้งหมดเลย!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มตื่นเต้นก่อนจะคว้ามือของหลินเสี่ยวโหยวและวิ่งไปที่ห้องของตนเองในทันที...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------