วิหารวงกต [กล่องปริศนา]
... ช้าไปเสียแล้ว ชายหนุ่มยืนขึ้นได้ก่อน ส่งแปดคมดาบจากอาวุธสองเล่มหวดลงมาจากอากาศเข้าเต็มสันหน้าขณะที่มันยังไม่ทันตั้งตัว
แรงปะทะกดหัวสุนัขกระแทกลงพื้นเสียงดัง ตึง!
ร่างลิงสี่แขนกระตุกเร่า ก่อนจะสลายกลายเป็ควันดำลอยจางหายไปในอากาศ อาวุธทิ้งตัวกระทบพื้นหินเพราะสิ่งที่รองรับระเหิดหายกลายเป็ไอ
บัดนี้ มนุษย์ทั้งคู่ได้กลับมาอยู่ในห้องแรกเริ่มอีกครั้ง ควันสีม่วงกลางห้องกระจายหายไป หลุมดำก็หายไปด้วย
สองคนพยุงกันยืนขึ้น ขณะที่ปีศาจจากห้องข้าง ๆ และตัวที่อยู่ในห้องดาหน้าเข้ามาใกล้
แม้จะหยุดการลักพาตัวเล็กเอาไว้ได้ อสูรร้ายเ่าั้ก็ยังไม่หมด
ตัวที่แผลฉกรรจ์ถึงชีวิตอาจสลายหายไปบ้าง
ส่วนตัวที่แค่แขนขาหักห้อยต่องแต่งหรือเดินขาลาก ก็ยังคงอยู่สู้ต่อ
แทนที่จะเข็ดขยาดพวกมันยิ่งทวีความอาฆาตมาดร้ายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าทวีคูณ
ชายหนุ่มหันมองมาทางตัวเล็ก พลางผายมือกวักไปด้านหลังเป็สัญญาณว่าให้หลบ
ตัวเล็กเข้าใจความหมายนั้น เธอหลบฉากไปยืนติดประชิดกำแพง
ขณะที่ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอยทีละก้าวคุมเชิงไว้ด้วยอาการอิดโรย
ขวามือของตัวเล็กมีประตู ประตูที่ตัวเล็กรู้สึกว่าเป็ทางปลอดภัย
“พี่! ...ประตู” ตัวเล็กะโบอก
ชายผมยาวไม่ฟังเสียง ยังคงตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ทั้งที่ศัตรูรายล้อมนับสิบ
ตัวเล็กตัดสินใจพลิกตัวจับคันบิดเพื่อเปิดประตู
แต่ไม่ว่าตัวเล็กจะพยายามใช้แรงขนาดไหน คันบิดประตูก็ไม่ยอมขยับ ทั้งโหนตัวห้อย ทั้งใช้เท้ายันผนังแล้วก็ตาม
“พี่! ๆ ๆ” เด็กหญิงโดดมาฉุดแขนพยายามลากชายหนุ่ม เขาไม่มีทีท่าจะตามมาเท่าใดนัก
จนเด็กหญิงต้องะโกรอกหู “ไอ้พี่เหี้_!” ตัวเล็กตะคอกอย่างเดือดดาล “มีประตูอยู่ทำไมไม่รู้จักหนีวะ”
หลังจากถูกตวาดชายผมยาวจึงได้สติรีบกลับหลังหันไปจับคันบิด คราวนี้ประตูถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย
ภายในห้องยังว่างไร้ซึ่งวี่แววของปีศาจ ทั้งคู่จึงตัดสินใจเข้าไป...
..............................................................
...ประตูปิดลง คบเพลิงริมผนังปะทุติดลุกขึ้นเป็เปลว ไม่ต้องมีใครจุด
ตามมาด้วยแรงกระแทกและเสียงคำรามสาปส่งจากอีกฝั่งของประตู สองมนุษย์ได้แต่ยืนหอบด้วยอาการอิดโรยมองบานไม้สั่นะเื...
...ใจกลางห้องนี้ มีบางอย่างแปลกกว่าสองห้องที่ผ่านมา เสาต้นหนึ่งทำจากหินสีขาวสูงระดับเอวของผู้ใหญ่ นั่นคือระดับคางของตัวเล็ก
บนหัวเสา หีบโลหะสีเหลืองแวววาวเป็เงาใสเหมือนทำจากกระจกสี ส่วนหนึ่งจมลงไปในเนื้อหิน
ฝาของมันขอบกว้างกว่าด้านอื่นเล็กน้อย ถูกปิดเอาไว้ ทั้งคู่จึงไม่มีใครสนใจจะดู
“ฉันว่าเราไม่ควรยุ่งกับมันจะดีกว่า” ชายผมยาวเดินเลี่ยงไปทางซ้ายมือ ตรงไปที่ประตูใกล้สุด
ััที่เกิดขึ้นกับตัวเล็กปรากฏเป็ภาพในมโน เห็นว่าประตูบานนั่นแหละคือประตูที่ปลอดภัยที่สุด เธอจึงไม่เถียง
เมื่อไปถึง ประตูบานนั้นกลับเปิดไม่ออก ทั้งคู่ลองเปิดประตูอีกสองบานที่เหลือก็ไม่ออกเช่นกัน
ชายหนุ่มหน้าตาไม่น่าไว้ใจกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ รวมกลุ่มกันตรงกลางห้อง พิจารณากล่องปริศนา ท่ามกลางเสียงเขย่าตะกายประตูยังที่ดังอยู่ไม่ขาดระยะ
ไม่รู้ว่าบานไม้แผ่นนั้นจะยันพวกปีศาจกระหายเืได้นานสักเท่าใด
“อะไรกันเนี่ย! ประตูก็เปิดไม่ออกสักบาน แล้วจะไปต่อยังไงล่ะทีนี้” ชายหนุ่มบ่นพึมพำ ขณะเพ่งมองกล่องทองคำสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ด้านหน้าของมันมีกรอบรูปติดอยู่ ภายในกรอบ แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดไม่ใหญ่นัก ถมด้วยอัญมณีเม็ดเล็ก ๆ หลากชนิดหลายสีสัน เรียงเป็แถวทั้งแนวนอนและแนวขวาง
พิจารณาดูแล้วมันหายไปหนึ่งช่อง และทั้งหมดก็เรียงตัวกันเปะปะสลับกันไปมาดูไม่ออกว่าควรจะเรียกว่ารูปอะไร
ที่แน่ ๆ เวลาที่ยืนถูกองศาจะเห็นหินมีค่าเ่าั้สะท้อนแสงไฟด้วยมุมที่เจียระไนแล้วอย่างประณีต
“หากว่าของในกล่องนี่มันเกี่ยวข้องกับประตูล่ะ” ตัวเล็กพูดขณะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หีบ
“อย่าแตะมันนะ” ชายหนุ่มแทบะโ เข้ามาฉุดแขนเด็กผู้หญิงไว้
“หนูยังไม่ได้แตะเลย” ตัวเล็กหันมาบอก พลางสะบัดแขนให้พ้นมือแห้ง ๆ
“ก็นั่นแหละอย่าพึ่งแตะ ใจเย็น ๆ ก่อน อย่างน้อยเราก็ปลอดภัยได้ระยะหนึ่ง มั้ง” ชายหนุ่มพูด พลางดึงมือขวากลับมากุมแผลบนแขนผอมกะหร่องของเขา ตอนนี้แขนข้างนั้นกลายเป็สีแดงไปทั้งแถบ จากเืของตัวเอง
“พี่กลัวอะไร มันก็แค่หีบเก็บของอ่ะ พี่กลัวว่าจะเป็กับดักเหรอ?”
“เกิดมันเป็กับดักขึ้นมาอย่างที่พูดจะว่ายังไง ใจเย็น ๆ ก่อนสิ”
“จะให้เย็นได้ไงล่ะพี่...ปีศาจมันกำลังจะพังประตูเข้ามาแล้วนะ”
ชายหนุ่มไม่พูดตอบประโยคอื่นใด ท่าทีเหมือนจะยอมรับความคิดเห็นของตัวเล็ก
ทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้หีบ
ชายหนุ่มยื่นมือที่เห็นเส้นเืนูนเป็รากไม้ไปข้างหน้า ส่งนิ้วที่เหมือนกับกิ่งไม้แห้งอาบเืของเขาไปจับขอบโลหะแผ่นบนสุดด้วยอาการสั่นระริก
กล่องปริศนาเผยตัวตนขึ้นช้า ๆ สายตามนุษย์ทั้งคู่ชะเง้อมองเข้าไป เสียงหัวใจดังเหมือนย้ายขึ้นมาเต้นอยู่ภายในหัว
แสงไฟจากกำแพงตกกระทบ ขับวัตถุที่อยู่ในหีบเห็นเป็ประกายระยับ เหมือนฉาบไว้ด้วยกากเพชร หรือไม่ก็คงเป็ผู้มีอิทธิฤทธิ์พลังจิตกล้าสุด ๆ ที่สามารถดึงดาวประกายพรึกทั้งดวงมาเก็บไว้ในนี้ได้
แสงประกายเจิดจ้าทว่าอ่อนโยนเห็นแล้วเพลินทั้งตาเพลินทั้งใจ ให้รู้สึกสดใสนิ่งสงบเหมือนถูกสะกดจิตให้ต้องตกอยู่ในภวังค์
สิ่งนั้นมีลักษณะกลมใส
ลอยเหนือก้นหีบที่มีวงแหวนตรงกลางเป็แผ่นแก้วสีดำเรียงกันหลายวง
พรึบ! ไฟทั้งห้องสลัวลงทันทีที่ฝาเปิดออก แสงสว่างจ้าหลากสีพุ่งเป็ลำขึ้นมาจากวงแหวนก้นหีบ
ชายหนุ่มพยายามดึงแผ่นโลหะให้ปิดลงเช่นเดิม กลับไม่สามารถฉุดให้ตามใจได้ ไม่ว่าต้องใช้แรงเท่าไหร่ก็ตาม
มันยิ่งดีดพับอย่างเร็วไปทางด้านหลัง ทันทีที่ชายหนุ่มปล่อยมือ
แสงไฟจากในกล่อง เริ่มเขยิบทำองศาเข้าหากัน
ไม่นานตรงที่แก้วมณีใสลอยอยู่ก็เริ่มเปล่งแสงเป็รูปพีระมิดคว่ำสว่างจ้าขึ้นเรื่อย ๆ
พลัน ภาพมนุษย์ที่ทั้งคู่ไม่เคยรู้จักก็ปรากฏให้เห็นครึ่งตัว
ผู้ชายดูมีอายุ ห่มตัวด้วยผ้าสีเขียว สวมแว่น ใบหน้าเกลี้ยงเกลาผมขาวสีเงินยวงปลิวไปด้านหลังเหมือนมีลมแรงพัด
เมื่อชายชราในภาพฉายเริ่มพูด ก็มีเสียงดังออกมาจากกล่อง...
“สู่ใจกลางวิหารแห่งมนต์ตรา
ที่ปรารถนาไม่ง่ายดั่งประสงค์
จะไขเคล็ดปลดผนึกผลึกกล
ดุจร่ายมนตร์เปิดทวารวิมานกร
หมู่นกกาหนึ่งอยู่หมู่ปักษา
มหิงสาเคียงมฤคาพกาสร
พยัคฆาสีหะราชเ้าพงดร
ทินกรเป็มฆาดุจนิศาบดี”
ชายชราโบกมือไปมาขณะพูดดุจมีชีวิต
“ยังไง อะไร สู่ใจกลาง นี่ยังมีเข้าไปลึกกว่านี้อีกเหรอ งงไปหมดแล้วนะตา อธิบายอีกครั้งให้ละเอียดหน่อยซิ” ชายผมยาวเอ่ยกับชายชราในภาพฉายสมจริง
“สู่ใจกลางวิหารแห่งมนต์ตรา...” ชายชราตอบคำถามด้วยประโยคเดิมอีกครั้ง
“ตาช่วยอธิบายอะไรให้มากกว่านี้หน่อยสิ” ชายหนุ่มถามอีกครั้ง แต่ก็ได้คำตอบแบบเดิม
“หนูว่ามันคงเป็ภาพที่มีไว้ต้อนรับคนที่มาเยี่ยมเฉย ๆ นะพี่มันตอบคำถามไม่ได้” ตัวเล็กแสดงความเห็น
“มันเคยมีซะที่ไหน มันน่าจะตอบคำถามได้ทุกคำถามสิ ั้แ่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นภาพจำลองที่ไม่มีโปรแกรมตอบคำถามมาก่อนเลย...แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่ามันเป็แค่โปรแกรมต้อนรับที่ตอบคำถามไม่ได้?”
“พี่เคยออกจากป่านี้ด้วยเหรอ หนูนึกว่าพี่เป็แค่คนป่า” ตัวเล็กมองเขาด้วยหางตาขณะพูด
“ถามแล้วยังมาย้อนอีกนะ ฉันไม่ได้เกิดที่นี่หรอกจะบอกให้”
ครืน! ปัง! เสียงพังประตูดังขึ้นยิ่งกว่าเดิมช่องโหว่เกิดขึ้นพร้อมกับเศษไม้ ท่อนเท่าฝ่ามือ ปลิวกระจาย ตกลงกลางวงสนทนา
คนในห้องสะดุ้งโหยง หันไปมองต้นเสียง
ช่องว่างที่เพิ่งเกิดขึ้น มีแขนลิงโผล่ออกมาเล็บมันแหลมอย่างปากเหยี่ยวกวาดเกาะครูดแผ่นไม้จากด้านใน
“ถ้านี่เป็แค่ทางเข้า บันไดทางขึ้นก็น่าจะอยู่ข้างนอก ไอ้คนสร้างวิหารบ้านี่ทำทางเข้าไว้ชั้นบนสุด ทางขึ้นก็ถูกปีศาจขวางไว้ ประตูก็เปิดไม่ได้ ...” ชายผมยาวรำพึงรำพันหวั่นวิตก เดินอ้อมไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังของตัวเล็ก จ้องมองประตูที่กำลังจะพังทลายในไม่ช้า
มือของเขากำห่วงอาวุธแน่น ทางออกที่เขาคิด มีแต่ต้องฝ่าออกไป
ตัวเล็กครุ่นคิดปริศนาอยู่เช่นกัน และเธอตัดสินใจยื่นมือไปัักรอบรูปภาพของกล่องปริศนาที่อยู่ตรงหน้าเธอ...
...บานประตูที่ทำจากไม้ท่อนเรียงเป็แถวยึดกันไว้ด้วยแผ่นโลหะกับหมุดขึ้นสนิม
ตอนนี้กลายเป็ประตูพัง ๆ มีรูพรุนกับแผ่นเหล็กที่บิดงอจากกรงเล็บกระชากฉีกเนื้อไม้หลุดลุ่ย การป้องกันครั้งสุดท้ายของประตูบานนั้นใกล้เข้ามาทุกวินาที
เสียงลั่น แครก! เกิดขึ้นดังก้อง ประตูฝั่งซ้ายและขวาเปิดอ้าออก ชายหนุ่มผมยาวหันกลับมาตามเสียงทันที เขาไม่รอให้ความประหลาดใจครอบงำ ถลาตัวเข้ามาหาตัวเล็กโดยเร็ว คว้าตัวได้ก็อุ้มเดินไปทางด้านขวา
“พี่ ๆ หนูว่าประตูนั้น” ตัวเล็กพยายามดิ้นพลางชี้ไปยังประตูฝั่งตรงข้าม
ชายหนุ่มไม่สนใจ เขาพยายามออกไปจากห้องให้เร็วที่สุด
ประตูปิด ปัง! ไฟบนผนังลุกพรึบ สองมนุษย์หันไปรอบห้องใหม่
“ชั้นหนังสือ!? ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยความประหลาดใจที่รอบห้องมีแต่กระดาษเก่า ๆ กองสุมอยู่ใต้ชั้นหนังสือซึ่งตั้งติดประชิดกำแพงทุกด้าน
บางชั้นเอียงล้มลงมา ก่ายกับกองหนังสือกร่อนเก่าเ่าั้ ไม่มีประตูนั่นหมายความว่าไม่มีทางให้ไปต่อ
“หนูบอกพี่แล้วไง ประตูอีกฝั่ง” ตัวเล็กย้ำคำพูดของเธอ
“ได้ ๆ รีปกลับไป” ชายผมยาวรีบเปิดประตูให้
ทั้งคู่เดินอ้อมเสาหิน พยายามอยู่ให้ห่างจากประตูฝั่งที่กำลังจะถล่ม
กลางทางมีประตูยังไม่ได้เปิดอยู่หนึ่งบาน สองคนเดินมาถึงตรงนั้น
ฉับพลัน บานไม้เก่าแก่ก็เกิดหมดแรงไม่สามารถต้านทานอะไรได้อีกต่อไป ฝูงอสุรกายกรูกันเข้ามาพร้อมกับเสียงคำราม
“เร็ว ๆ เร็ว ๆ ไปเร็ว ๆ” สองมนุษย์ร้องขึ้นเป็เสียงเดียวพร้อมออกวิ่ง
แข่งกับคลื่นอสูรคลั่งซึ่งกำลังถาโถมเข้ามา ผู้มีชีวิตจะถึงทางออกก่อนหรือพวกมัน จะถึงตัวพวกเขาก่อนกันแน่
ตัวเล็กที่วิ่งนำหน้าด้วยความเร็ว ผ่านประตูเข้าไปได้ก่อน ชายผมยาวตามมาติด ๆ
ฮว๊าก! ปีศาจหัวหมาป่าตัวเป็ลิงสี่แขนตัวหนึ่งะโเข้ามาถึงหน้าประตู ขู่คำรามขวางหน้ามนุษย์หนุ่ม
มันยืดอกยกแขนกางขาประกาศศักดิ์ดาและพละกำลัง ราวกับท้าทายว่าแน่จริงก็ผ่านมันไปให้ได้
ตุบ! เอ๋ง! เสียงของแข็งกระทบเนื้อตามมาด้วยเสียงครางของสุนัข
ปีศาจลดมือทั้งสี่ลงไปกุมไว้ตรงกลางตัว ร่างกายทรุดดุจเข่าอ่อน
ขณะที่ตัวเล็กลดเท้าลง หลังจากเธอส่งมันไปกระแทกหว่างขาของอสุรกายอย่างแรง
ชายหนุ่มหมุนตัวรอบเหวี่ยงอาวุธฟาดไปที่หัวปีศาจทำให้มันล้ม ซวนเซไปด้านข้าง จากนั้นะโข้ามร่างของมันเข้าประตูที่ตัวเล็กดันให้กว้างขึ้น
การพุ่งตัวเข้าไปอย่างเร็ว ทำให้เกิดแรงเฉื่อย ส่งผลให้ชายผมยาว เลยจุดที่เด็กผู้หญิงดันประตูอยู่เล็กน้อย ปล่อยให้เด็กปิดบานไม้หนาเตอะเองเพียงคนเดียว เสี้ยวนาทีหนึ่งเขาพลิกตัวกลับมาเพื่อจะช่วยเธอดันประตูกลับ
ทว่าเด็กผู้หญิงกลับกรีดร้องลั่น ก่อนที่ชายผมยาวจะเข้าถึงตัว
เพราะมืออสูรลอดผ่านเข้ามาจับข้อเท้าของเธอได้
คู่มนุษย์ทั้งฉุดทั้งดึงพร้อมกับยกเท้ากระทืบแขนปีศาจเพื่อให้มันหลุดออก ทั้งยังต้องดันประตูเอาไว้อีก
ด้วยปีศาจหัวหมาป่า ก็พยายามดันเข้ามาชนิดทุ่มสุดกำลัง มืออสูรจับแน่นสุดแรง
ชายผมยาวตัดสินใจ ใช้กำลังทั้งหมดพุ่งตัวกระแทกประตูชนิดหลับตาชน จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
บานไม้ถูกปิดสนิทลงทันทีพร้อมกับแขนปีศาจถูกเหลี่ยมโลหะโครงประตูตัดขาด ติดข้อเท้าเด็กผู้หญิงเข้ามา
ดานประตู ได้รับการผนึกลงแล้ว เด็กผู้หญิงเธอก็ยังไม่หยุดกรีดร้อง และดีดเท้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งคบไฟริมกำแพงปะทุส่อง สว่างขึ้นทั่วบริเวณ จึงมองเห็นและเงียบเสียงลง
ห้องนี้มีประตูให้เลือกเพียงสองบาน ด้านซ้ายมือหรือตรงหน้าสุดทางเดิน
ไม่นับบานที่มีเสียงคำรามเดือดดาลเล็ดลอดมาจากอีกฝั่งซึ่งคือห้องด้านหลังที่เพิ่งผ่านเข้ามา
“คราวนี้ไปทางซ้าย” ชายผมยาวพูดพร้อมกับเดินไปจะเปิดประตู
ตัวเล็กสลัดแขนที่ปราศจากร่างของปีศาจออกไปได้ในที่สุด เตะมันกระแทกกับผนังก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่มอย่างฉุนเฉียว “ทำไมหนูต้องฟังพี่”
เธอยังไม่ไว้ใจชายที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว หรือไม่ก็กินแหนงแคลงใจอะไรบางอย่าง
ชายผมยาวชะงักกึกก่อนจะหันมาอธิบายว่า “ก็ลองคิดดูสิ ถ้าห้องนี้คือในตัววิหาร ห้องทางซ้ายมือก็จะเป็ห้องระเบียง ซึ่งระเบียงมันต้องมีบันไดขึ้นมา นั่นก็คือทางที่เราจะลงไปได้”
“แล้วพี่ได้คิดดูไหมว่าห้องนั้นอะ มันห้องที่เราเจอฝูงปีศาจเป็ห้องแรกนะ ถ้าเกิดว่าออกไปแล้วเจอพวกมันจะทำยังไง อยากเจ็บตัวอีกหรือยังไงพี่ ?”
“โอย! ทำไมต้องมาปวดหัวกับอะไรแบบนี้ด้วยวะ” ชายหนุ่มพูดขึ้น ด้วยอาการเสียอารมณ์เป็อย่างมาก
“หากพี่เลือกประตูผิด เราก็แย่สิ” ครั้งนี้ตัวเล็กมั่นใจตามจิตัั ว่าประตูบานตรงข้ามต่างหากที่ปลอดภัย
“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง ?”
“หนูจะเป็คนเลือกประตู”
“แล้วถ้าเธอเลือกพลาดล่ะ?”
“หนูรู้สึกว่าทางไหนปลอดภัย มีบางอย่างบอกหนูในความรู้สึก”
“อะไรนะ ไม่หรอก มันเสี่ยงเกินไปที่จะเชื่อ...” ชายหนุ่มพูดไม่จบก็นิ่งไป
“ก็ถ้าพี่เลือกเองคนเดียว มันก็เสี่ยงอยู่ดีอ่ะ เราต้องไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ? หนูก็มีสิทธิ์ช่วยเหลือตัวเองด้วยเหมือนกัน”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งกับคำพูดมีเหตุผลของตัวเล็ก ตัวเขาก็ใช่ว่าจะตัดสินใจได้ถูกต้อง เขาเองก็เลือกประตูตามความรู้สึกด้วยเหมือนกัน
ทางที่เขาเลือกอาจเป็ทางที่ใกล้ที่สุด อาจเป็ทางที่จะลงไปหาบันไดได้ แต่หากมันไม่ปลอดภัยและฝ่าออกไปไม่ได้ก็ไร้ความหวังว่าจะรอด
“ได้ ทางนั้นก็ทางนั้น”
©Witchmedal