เช้าวันต่อมา หานเซียวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบาย ความเหนื่อยล้าจากการหนีตายปลิวหายไปเป็ปลิดทิ้ง
"พ่อหนุ่ม ตื่นแล้วเหรอ"
หูหงจุนที่กำลังยืดเส้นยืดสายอยู่หน้าประตูทักทายด้วยรอยยิ้ม
ครอบครัวนี้มีน้ำใจมากจริงๆ ทั้งให้ที่พักและอาหาร ถึงจะแอบเสียดายอยู่นิดหน่อยแต่หานเซียวก็บอกความตั้งใจไปแล้วว่าเขาต้องเดินทางต่อ
"ขอบคุณที่ให้ที่พักนะครับ เสียดายที่ผมอยู่ต่อไม่ได้ ถ้ามีโอกาสผมจะกลับมาตอบแทนแน่นอน"
ป้าอานเดินถือห่อผ้าเล็กๆเข้ามาพร้อมส่งยิ้มให้ "
ฉันทำแป้งจี่ไว้ให้ พกติดตัวไว้กินระหว่างทางนะจ๊ะ"
หานเซียวรู้สึกอุ่นวาบในใจ เขารับห่อผ้ามาถือไว้ด้วยสองมือ ไออุ่นจากแป้งจี่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือซึมซาบเข้าไปถึงความรู้สึก เขายิ้มรับก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าป้าอานมองไม่เห็นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า
"เมื่อคืนผมหลับสบายมาก ขอบคุณจริงๆ ครับที่ดูแล"
ป้าอานยกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ
"ฮ่าๆ ไม่ต้องคิดมาก คนกันเองทั้งนั้น!"
หูหงจุนหัวเราะร่วน
หานเซียวจัดแจงเก็บของ สะพายเป้และห่อหนังสัตว์ขึ้นบ่าแต่จู่ๆเขาก็สังเกตเห็นว่าใบไม้ที่ใช้กลัดห่อหนังสัตว์มันหายไป สีหน้าของเขาตึงเครียดขึ้นมาทันที
"มีคนยุ่งกับของของผม"
หูหงจุนมีสีหน้าท่าทางที่งุนงง
"ไม่น่าใช่มั้ง ฉันกับอานก็ไม่ได้แตะ... เดี๋ยวนะ! หูเฟย! แกไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้เลย!"
หูเฟยที่ซุ่มแอบฟังอยู่หลังเต็นท์สะดุ้งเฮือกก่อนจะเดินคอตกออกมา
หานเซียวหรี่ตามองรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าแต่แววตากลับเย็นเยียบ
"แกอีกแล้วเหรอ"
หูเฟยหดคอหนีไม่กล้าสบตา หูหงจุนทนไม่ไหวเตะก้นหลานชายไปครั้งใหญ่พลางสบถอย่างเหลืออด
"แกแอบฉกของเขาไปใช่ไหม เอาคืนมาเดี๋ยวนี้!"
หูเฟยกัดริมฝีปากล้วงเอาปืนพกวอสป์รุ่น 73 ออกมาส่งคืนหานเซียวด้วยท่าทีเสียดายสุดๆ
"พ่อหนุ่ม อัดมันได้เต็มที่เลยนะ ไอ้นี่มันวอนโดนจริงๆ"
หูหงจุนเริ่มคิดหาวิธีกระทืบหลานชายตัวแสบ
"ไม่เป็ไรครับ ได้ของคืนก็พอ ขืนเก็บเ้านี่ไว้พวกคุณจะซวยเอาเปล่าๆ" หานเซียวรับปืนคืนมาพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาไม่ได้งกอาวุธแต่กลัวว่าปืนกระบอกนี้จะนำภัยมาสู่ที่มั่น หูหงจุนอุตส่าห์ให้ที่ซุกหัวนอน เขาจะทิ้งะเิเวลาไว้ให้ผู้มีพระคุณได้ยังไง
หูเฟยเบ้ปากไม่สลดแม้แต่น้อย ในใจแอบด่าว่าหานเซียวขี้งกชะมัด มีปืนตั้งเยอะแยะ แบ่งให้สักกระบอกก็ไม่ได้
"วันหน้าฟ้าใหม่ค่อยพบกัน ลาก่อนครับ"
หานเซียวกล่าวคำอำลาอย่างเป็ทางการ
หูหงจุนพยักหน้า
"เดินทางปลอดภัยนะ"
หานเซียวสะพายเป้หันหลังเดินจากไป บุญคุณต้องทดแทน หากมีโอกาสในวันข้างหน้า หานเซียวจะกลับมาตอบแทนบุญคุณที่ให้ที่พักพิงกับเขาในยามลำบากแน่นอน
"ไอ้หน้าโหดนั่นไปสักที"
หูเฟยปาดเหงื่อก่อนจะแอบยิ้มกริ่ม โชคดีนะที่หมอนั่นไม่รู้ว่าเขาแอบฉกมาสองกระบอก!
หลังรอดพ้นจากการโดนหูหงจุนสวดยับ หูเฟยก็กลับมาหลบหลังเต็นท์ ล้วงเอาปืนพกวอสป์รุ่น 73 อีกกระบอกออกจากกล่องที่ซ่อนไว้ เขาใช้มือลูบคลำมันด้วยความหลงใหล ตัดสินใจเด็ดขาดว่าต่อให้หานเซียวจะย้อนกลับมาทวง เขาก็จะตีหน้าตายปฏิเสธให้ถึงที่สุด ยังไงก็ไม่คืนโดยเด็ดขาด!
ว่าแต่... ทำไมปืนกระบอกนี้ถึงไม่มีไกปืนล่ะ?
...
แผนที่ของผู้พเนจรถูกวาดมาแบบลวกๆเหมือนเด็กประถมเอาสีมาละเลงเล่นแต่มันก็พอบอกทิศทางคร่าวๆได้ซึ่งแค่นี้ก็ถมเถแล้วสำหรับหานเซียว เพราะเขาจำรายละเอียดของแผนที่ดาวอความารีนได้ทั้งใบ
ตอนนี้เขาอยู่ในเขตชิงหลง พอเทียบกับแผนที่แล้ว เดินเท้าอีกราวๆสามวันก็น่าจะหลุดพ้นจากเขตป่าและเจอทางรถไฟ ถึงตอนนั้นค่อยหาวิธีแอบขึ้นรถไฟเข้าเมือง
ตกเที่ยง หานเซียวหาที่นั่งพักเตรียมหยิบเสบียงออกมากินเติมพลังแต่สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยขีดข่วนจากหนามและกิ่งไม้บนห่อหนังสัตว์ที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายรอย
หานเซียวคลี่ห่อหนังสัตว์ออก เตรียมจะย้ายปืนเก็บเข้าเป้ทีละกระบอก แต่จู่ๆเขาก็ชะงักกึกคิ้วขมวดเข้าหากัน
"เดี๋ยว... ปืนหายไปกระบอกนึง?"
พอลองนับอีกรอบก็แน่ใจเลยว่าไม่ได้ตาฝาด
หานเซียวใจหายวาบ ถ้าปืนกระบอกนั้นตกอยู่ในที่มั่นล่ะก็ งานเข้าแน่!
เขาหมดอารมณ์กินข้าวทันที หานเซียวยัดของทุกอย่างใส่เป้แบบลวกๆแล้วสับเท้าก้าวยาวๆย้อนกลับไปทางเดิมแบบรีบเร่งทันที
...
อีกด้านหนึ่ง รถหุ้มเกราะกันะุสีดำสนิทสองคันแล่นเข้ามาจอดสนิทกลางที่มั่นผู้พเนจร หมายเลขหนึ่งนำทีมกองกำลังหนูทดลองที่ติดอาวุธครบมือบุกเข้ามา พวกมันใช้ปืนจ่อหัวขู่บังคับให้ผู้พเนจรทุกคนไปรวมตัวกันที่ลานกว้าง บังคับให้เอามือกุมหัวและนั่งยองๆเบียดเสียดกัน
ผู้พเนจรทุกคนจำตราสัญลักษณ์ขององค์กรเจอร์มินัล
ได้แม่นยำ พวกเขาต่างหวาดผวาจนอกสั่นขวัญแขวน
"มีใครเคยเห็นไอ้หมอนี่บ้างไหม?"
หมายเลขหนึ่งกดปุ่มบนอุปกรณ์พกพา ภาพโฮโลแกรมสามมิติของหานเซียวก็เด้งพรึ่บขึ้นมากลางอากาศ
"ม... ไม่เคยเห็น!"
ทุกคนแย่งกันตอบปฏิเสธเสียงหลง
กิตติศัพท์ความโเี้ขององค์กรเจอร์มินัลนั้นเป็ที่เลื่องลือ ขอแค่ปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัว พวกมันก็มักจะไม่ลงมือกับผู้พเนจร
ในโลกนี้ 6 ประเทศมหาอำนาจกับองค์กรเจอร์มินัลคือศัตรูคู่อาฆาต ส่วนกลุ่มผู้พเนจรเปรียบเหมือนพวกนกสองหัวที่พร้อมเอนเอียงไปมา ปกติจะวางตัวเป็กลาง แต่อาจจะแปรพักตร์ไปเข้าข้างฝ่ายไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยเหตุนี้ ทั้ง 6 ประเทศและองค์กรเจอร์มินัลจึงมีกฎเหล็กที่รู้กันดีว่าจะไม่ใช้กำลังกวาดล้างผู้พเนจรสุ่มสี่สุ่มห้า
แต่ท่ามกลางฝูงชน มีแค่หูเฟยคนเดียวที่ตัวสั่นงันงก ความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้าจนปิดไม่มิด
หมายเลขหนึ่งหงุดหงิดจัด อุตส่าห์แกะรอยหานเซียวมาตั้งเจ็ดวัน เพิ่งจะเจอที่มั่นของมนุษย์แห่งแรก แต่ทุกคนกลับบอกว่าไม่เคยเห็นหน้า นั่นหมายความว่าเขาตามรอยมาผิดทางงั้นสิ?
"ถอนกำลัง!"
หมายเลขหนึ่งสบถด้วยความหัวเสีย สั่งให้ลูกน้องเตรียมขึ้นรถ แต่ในจังหวะที่หมุนตัวกลับ หางตาของเขาดันเหลือบไปเห็นท่าทีเลิ่กลั่กมีพิรุธของหูเฟยเข้าพอดี
หมายเลขหนึ่งเอะใจ ชะงักเท้ากึกทันทีก่อนจะตะคอกสั่ง
"ลากตัวไอ้เด็กนั่นออกมา!"
หูเฟยหน้าซีดเผือดเป็ไก่ต้ม เขาโดนทหารหนูทดลองกระชากคอเสื้อลากตัวออกมาจากฝูงชน ร่างสั่นเป็เ้าเข้าเหมือนลูกนกตกน้ำ
หมายเลขหนึ่งหรี่ตามองพร้อมกับเค้นเสียงถาม
"แกรู้จักคนในรูปใช่ไหม?"
"ม... ไม่รู้จักครับ!"
หูเฟยส่ายหน้ารัวๆ
หมายเลขหนึ่งเหลือบไปเห็นเอวของหูเฟยตุงผิดปกติเหมือนซ่อนของแข็งอะไรบางอย่างเอาไว้ เขาจึงตะคอกสั่ง
"ค้นตัวมัน!"
หูเฟยโดนจับกดกระแทกลงพื้นทันที เขามองดูปืนพกวอสป์รุ่น 73 ถูกค้นเจอและยึดไปต่อหน้าต่อตา
"นี่มันปืนของหน่วยเรา!"
หมายเลขหนึ่งมีสีหน้าท่าทางที่บึ้งตึง เขายกปืนจ่อไปทางฝูงชน ตะคอกเสียงกร้าวทะลุจุดเดือด
"หมายเลขศูนย์เพิ่งมาที่นี่ พวกแกยังกล้าโกหกปิดบัง อยากตายกันนักใช่ไหม?!"
"บอกมา! มันหนีไปทางไหน!"
ปลายกระบอกปืนที่จ่อหัวทำเอาพวกผู้พเนจรแตกตื่นลนลาน หลายคนพากันหันขวับไปมองเคย์โลพ่อค้าเคราเฟิ้มที่เป็คนคุยกับหานเซียวเป็คนแรก
เคย์โลที่พยายามหดหัวมุดหลบอยู่ตรงมุมคอกเหมือนนกกระจอกเทศ พอเห็นสายตาทุกคนเพ่งเล็งมาก็ลนลาน รีบแหกปากลั่น
"มองฉันทำไม! ฉันก็แค่ขายของให้มัน! ตาเฒ่าหูหงจุนนู่นที่รู้ว่ามันไปไหน!"
สิ้นเสียงนั้น คนที่อยู่ใกล้หูหงจุนต่างก็รีบกระเถิบถอยหนีตีตัวออกห่างทันทีราวกับเจอคนเป็โรคติดต่อร้ายแรง
หูหงจุนเห็นสถานการณ์บานปลายเกินกว่าจะเลี่ยงได้ จึงค่อยๆยืนขึ้นแล้วตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
"ฉันไม่รู้"
เคย์โลรีบโบ้ยความผิดให้พ้นตัวแบบหน้าไม่อาย
"แกจะไม่รู้ได้ยังไง! แกเป็คนออกหน้าแทนมันแถมยังรับมันไปนอนที่บ้านตั้งคืนนึง!"
สีหน้าของหมายเลขหนึ่งถมึงทึงเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันตาเห็น
ผู้พเนจรคนอื่นๆ เริ่มใจเต้นระทึกด้วยความหวาดกลัวพลางพากันส่งเสียงเร่งเร้ากดดันหูหงจุน
"รีบบอกพวกมันไปสิว่าแกรู้อะไรบ้าง!"
"แกจะลากพวกเรามาตายหมู่เพราะคนนอกงั้นเหรอ!"
หูหงจุนก่นด่าความสารเลวของเคย์โลในใจรัวๆ เขาสูดหายใจลึกก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด ชี้มือไปทางหนึ่งแล้วตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"มันไปทางนั้น"
"ดีมาก ว่านอนสอนง่ายแบบนี้สิ"
หมายเลขหนึ่งแสยะยิ้มอำมหิตก่อนจะลั่นไกปืนโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย!
ปัง!!
รูะุโหว่เจาะทะลุกลางหน้าผากหูหงจุน สีหน้าของชายชรายังหยุดค้างอยู่ที่ความตกตะลึง ร่างของเขาเอนเซไปมาก่อนจะร่วงล้มกระแทกพื้น เืสดๆทะลักนองย้อมผืนดิน
"ลุง!!"
หูเฟยกรีดร้องลั่นจ้องมองศพของหูหงจุนด้วยดวงตาเบิกกว้างสยดสยอง
ต... ตายแล้วเหรอ?! ตายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?!
หมายเลขหนึ่งยังมีสีหน้าเฉยชาเหมือนเพิ่งบี้มดทิ้งไปตัวหนึ่ง การที่พวกผู้พเนจรกล้าโกหกทำให้เขาโกรธจัด ยิ่งพอรู้ว่าหูหงจุนเป็คนให้ที่พักพิงกับหานเซียว เขาก็ตัดสินใจพิพากษาฆ่าทิ้งทันที
ขอแค่มีเอี่ยวกับหานเซียวแค่นิดเดียว หมายเลขหนึ่งก็ไม่เกี่ยงที่จะส่งพวกมันลงนรกไปสำนึกผิด
"ตาเฒ่าหู...?"
ป้าอานััได้ถึงความผิดปกติ ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือด เธอพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างง่อนแง่นคลำทางเดินโซเซตามเสียงล้มกระแทกพื้นไปหาสามี
หมายเลขหนึ่งยกปืนพกขึ้นเล็งแล้วยิงเปรี้ยงเดียวเจาะทะลุกะโหลกป้าอานจากระยะไกล!
กะโหลกศีรษะซีกหลังแหลกกระจาย มันสมองปนเืสาดกระเซ็นขณะที่ป้าอานล้มพับลงกลางทาง ร่างของเธอห่างจากหูหงจุนแค่่แขนเอื้อม แต่มันกลับกลายเป็ระยะทางที่ห่างไกลเหมือนอยู่คนละโลก ดวงตาที่มืดบอดเหม่อลอยถูกย้อมไปด้วยหยาดเืแดงฉาน
หมายเลขหนึ่งปรายตามองศพทั้งสองแค่นเสียงหัวเราะเ็า
"รนหาที่ตาย"
หูเฟยสติแตกกระเจิง ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างหนัก เขาเสียใจจนแทบขาดใจ ความโลภและความโง่เขลาชั่ววูบของเขาดันกลายเป็สาเหตุที่ทำให้ลุงกับป้าต้องมาตายอย่างอนาถ
พวกผู้พเนจรต่างโกรธแค้นแต่ไม่มีใครกล้าปริปากโวยวาย พวกเขาได้แต่มองดูศพของหูหงจุนกับป้าอานด้วยความสลดหดหู่
บนหน้าจออุปกรณ์พกพาที่กำลังเชื่อมต่อสื่อสาร หัวหน้าใหญ่ขององค์กรเจอร์มินัลตวาดเสียงกร้าวหลุดออกมา
"แกทำบ้าอะไรลงไป? ใครสั่งให้แกฆ่าคน!"
หมายเลขหนึ่งรีบก้มหน้ารับผิดด้วยความลนลาน
"พวกผู้พเนจรมันสมรู้ร่วมคิดปิดบังข้อมูล ผมแค่จะเชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อรีดข้อมูลครับ พวกเรากำลังจะถอนกำลังตามรอยมันไปเดี๋ยวนี้แหละครับ!"
หัวหน้าใหญ่ส่ายหน้า
"ช่างเถอะ ไหนๆก็ฆ่าไปแล้วก็จัดการเก็บกวาดให้สะอาด อย่าให้เื่แดงไปถึงหูพวกมหาอำนาจก็พอ"
หมายเลขหนึ่งพยักหน้ารับคำ สีหน้าเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียมไร้ความปรานี เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณสั่งการกองกำลังหนูทดลอง
วินาทีต่อมา เสียงปืนกลก็สาดรัวดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว ฝูงนกในป่าแตกตื่นบินหนีตายว่อนเต็มท้องฟ้า...
...
แสงอาทิตย์ตกดินย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็สีเื หานเซียวรีบสับเท้าจ้ำอ้าว เขาย้อนกลับมาถึงบริเวณที่มั่นก่อนฟ้ามืดแต่กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งโชยมาตามสายลมแต่ไกลทำเอาหัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"มาช้าไป..."
ที่มั่นผู้พเนจรที่เคยคึกคักมีชีวิตชีวา ตอนนี้กลับเงียบกริบวังเวงเหมือนป่าช้า ภาพตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับลานปะาหมู่ เืสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณอย่างน่าสยดสยอง ผืนดินใต้ฝ่าเท้าชุ่มไปด้วยเืจนแฉะเหนอะหนะ ทุกย่างก้าวที่เดินไปทิ้งรอยเท้าสีเืเอาไว้
พอหานเซียวมองเห็นศพของหูหงจุนกับป้าอานที่ตายอย่างน่าอนาถ ม่านตาของเขาก็หดเกร็ง ความโกรธแค้นปะทุเดือดขึ้นมากลางอก
จังหวะนั้นเอง เงาของคนคนหนึ่งก็ค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากกองซากศพ หานเซียวจำได้ทันทีว่าหมอนั่นคือพ่อค้าเคราเฟิ้มที่เพิ่งขูดรีดและโขกสับเขาไปหมาดๆ
เคย์โลขวัญกระเจิง ตอนที่พวกองค์กรเจอร์มินัลเริ่มสาดะุนั้นเขากลัวจนสติแตกและสลบเหมือดไป ดันกลายเป็ความโชคดีที่ทำให้รอดตายมาได้หวุดหวิดแต่ยังไม่ทันจะได้ดีใจ พอหันไปเห็นหานเซียวยืนจ้องเขม็งอยู่ข้างๆตัวเขาก็สั่นเป็เ้าเข้าขึ้นมาทันที
หานเซียวกระโจนพรวดเข้าหากระชากคอเสื้อเคย์โลขึ้นมาตะคอกถามเสียงดุดัน
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?!"
"องค์กรเจอร์มินัล! พวกองค์กรเจอร์มินัลมันเป็คนทำ! พวกเราไม่ได้หลุดปากบอกทางหนีของแกเลยนะเว้ย แต่มันดันฆ่าล้างบางพวกเราเพื่อระบายแค้น! คนของเราตายอนาถกันหมด เห็นแก่ที่ตาเฒ่าหูหงจุนอุตส่าห์ให้ที่พักแก แกต้องแก้แค้นให้พวกเรานะ!"
เคย์โลบีบน้ำหูน้ำตาตีหน้าเศร้าเล่าเื่โกหกเป็ตุเป็ตะ เขาไม่มีความกล้าพอที่จะสารภาพความจริงว่าตัวเองเป็คนชี้เป้า หวังแค่จะยืมมือยุให้หานเซียวพุ่งไปแหย่รังแตนพวกองค์กรเจอร์มินัล ตัวเขาจะได้รอดและไม่โดนลากไปซวยด้วย