บทที่ 24 ศักยภาพของมานา
สัญชาตญาณแรกของผมคือการถอยหนีเพื่อรักษาระยะเ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้สูงกว่าผมเกินสองเท่าขนาดตัวมันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะรับมือได้ง่ายๆ
แต่ในจังหวะที่กำลังจะก้าวถอยผมกลับชะงักเมื่อเห็นเทสและเควินกำลังก้าวออกไปข้างหน้าโดยเฉพาะเควินที่แม้จะถือหอกด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความกลัวจัดแต่ขาของเขากลับไม่ยอมถอยหนีเลยแม้แต่ก้าวเดียว
ผมขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟัน
บ้าเอ๊ย!
ั้แ่เมื่อไหร่กันที่ผมกลายเป็คนขี้ขลาดแบบนี้?การรวมกลุ่มกับแฮดวินทำให้ผมเริ่มเสียนิสัยพึ่งพาคนอื่นและมักจะรอจังหวะให้เขาลงมือก่อน...
ไร้สาระชะมัด!
ผมคำรามในใจก่อนกระชับกระบองเหล็กในมือแน่น
[สมาธิ]
[การควบคุมมานา]
[การรับรู้มานา]
ผมเปิดใช้งานทักษะทั้งหมดที่มีพร้อมกันโลกพลันสูญเสียสีสันไปบางส่วน กระบองในมือส่งเสียงลั่นเอี๊ยดตามแรงบีบ
ผมกำลังโกรธ... โมโหสุดขีดแฮดวินงั้นเหรอ? ไอ้สวะนั่น!ผมจะเอาคืนให้สาสมที่บังอาจมาเมินผม ส่วนโชอี้... คอยดูเถอะเธอมีเื่ต้องชดใช้ให้ผมอีกเยอะ!
ผมกระทืบเท้าลงบนพื้นดินจนฝุ่นคลุ้งก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาเ้าสัตว์ประหลาดตรงหน้า ยิ่งผมรวบรวมสมาธิมากขึ้นเท่าไรโลกก็ยิ่งจืดจางลงไปมากเท่านั้น ทุกอย่างยกเว้นเ้าโทรลล์ดูพล่ามัวไปหมดและเสียงคำรามของมันก็ดังชัดเจนขึ้นในโสตประสาท
ความเ็ปแล่นริ้วเมื่อผมใช้มือซ้ายที่ยังไม่หายดีช่วยกระชับกระบองแน่นแต่ด้วยสภาวะสมาธิขั้นสูงสุด ความเ็ปนั้นจึงถูกกรองออกไปทันทีเหลือไว้เพียงความมุ่งมั่นที่บริสุทธิ์
โทรลล์เหวี่ยงแขนขวาขนาดมหึมาเข้าใส่ทว่ามันเชื่องช้ามากในสายตาผมผมเบี่ยงตัวไปทางขวาเข้าหาตัวมันโดยไม่ลังเล ก้มหลบใต้ลำแขนนั้นไปอย่างหวุดหวิดพร้อมกับกระตุ้นการไหลเวียนของมานาเพิ่มขึ้นอีก
กล้ามเนื้อส่งเสียงประท้วงจากการรับภาระมานาที่มหาศาลแต่ผมไม่สนใจ ปล่อยให้มันไหลเวียนทั่วร่างกายอย่างบ้าคลั่งพละกำลังพุ่งขึ้นสูงจนน่าใ
กร๊อบ!
ผมระบายความโกรธทั้งหมดฟาดกระบองเข้าที่หัวเข่าของเ้าโทรลล์อย่างจังเสียงกระดูกแตกดังสนั่นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องด้วยความเ็ป
น้ำลายผสมเืพุ่งกระเซ็นออกจากปากมันโทรลล์โซเซ พยายามใช้มือยันพื้นไว้ไม่ให้ล้ม แต่ผมไม่คิดจะให้โอกาสมัน ผมเงื้อกระบองขึ้นสูงกลางอากาศแล้วฟาดลงซ้ำทันที
เปรี้ยง!
กระบองเหล็กฟาดเข้าที่ลำแขนที่มันใช้ยันพื้นเต็มแรงเสียงคำรามดังสนั่นอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาแดงก่ำของมันจ้องเขม็งมาที่ผมด้วยความแค้น
ผมก้มหลบแขนซ้ายที่เหวี่ยงเข้ามาอย่างบ้าคลั่งแล้วฟาดซ้ำลงไปบนหัวเข่าข้างที่าเ็ของมันอีกรอบมันแผดเสียงร้องโหยหวนสาหัสยิ่งกว่าเดิม จนร่างมหึมาเริ่มทรุด
ในจังหวะเดียวกันหอกเล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่ข้างใบหน้าของมัน ทว่ามันแค่ถากผิวไปเพียงเล็กน้อยไม่ได้สร้างาแรุนแรง
ผมอาศัยสภาวะสมาธิประเมินทิศทางของหอกที่กำลังร่วงคว้ามันไว้กลางอากาศแล้วขว้างกลับไปทางด้านหลังที่เทส และเควินคุมเชิงอยู่
เ้าโทรลล์เหวี่ยงแขนโจมตีอีกครั้งและผมก็หลบได้อีกรอบอย่างง่ายดายจากนั้นเ้าสัตว์ประหลาดก็ตัดสินใจทิ้งน้ำหนักลงบนเข่าที่าเ็และพยายามพุ่งชนผม
ท่าพุ่งชนนั้นเชื่องช้าเกินไปสำหรับผมในสภาวะสมาธิผมแค่ขยับตัวหลบหลังต้นไม้ใหญ่ก็พ้นระยะโจมตีของมันแล้วเ้าสัตว์ประหลาดคำรามใส่อย่างบ้าคลั่งที่มันพลาดเป้าและกระแทกเข้ากับต้นไม้เต็มๆ
ในชั่วขณะที่มันกำลังคลุ้มคลั่งหอกอีกเล่มก็พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่มัน คราวนี้มันปักฉึกเข้าที่ท้ายทอยอย่างแม่นยำโทรลล์คำรามลั่นด้วยความเ็ปปนสงสัยแล้วหันขวับไปมองหาต้นตอ
พริบตานั้นผมพุ่งเข้าประชิดอีกครั้งจากมุมอับฟาดกระบองเข้าที่หัวเข่าอีกข้างของมันด้วยการเสริมมานามากเท่าที่จะทำได้
ร่างมหึมาทรุดฮวบทันทีาแนี้รุนแรงจนมันไม่อาจทรงตัวได้อีกแรงสะท้อนจากการฟาดเมื่อครู่ทำเอากล้ามเนื้อแขนของผมปวดหนึบจนแทบะเิ
โทรลล์หันกลับมาทางผมด้วยความแค้นแต่เทสอาศัยจังหวะนั้นลอบเข้าไปด้านหลังของมันอย่างเงียบเชียบ ส่วนเควิน เข้ามาช่วยด้วยการแทงหอกใส่มันอีกสองสามครั้ง
แม้จะสร้างแผลใหญ่ไม่ได้แต่มันบีบให้โทรลล์ต้องพยายามหมุนตัวไปมาอย่างพะว้าพะวังในขณะที่ต้องใช้มือพยุงร่างไว้
ผมอาศัยจังหวะที่มันยุ่งอยู่กับการป้องกันการโจมตีของเควินฟาดกระบองไปที่มือข้างที่ปกติของมันที่กำลังยันพื้นอยู่
กร๊อบ!
เ้าโทรลล์คำรามลั่นด้วยความเ็ปปนสิ้นหวังก่อนจะหันกลับมามองผมอีกรอบ มันหายใจหอบถี่ น้ำลายไหลนองปากและทำท่าเหมือนจะกัดผมอยู่ตลอดเวลา
ผมไม่เปิดโอกาสให้มันได้ทำตามใจฟาดมือมันซ้ำอีกครั้งจนกระดูกแหลกละเอียดส่วนเทสกับเควินก็ยังคงกระหน่ำแทงมันจากด้านหลังไม่หยุด
ครั้งนี้โทรลล์ไม่หันกลับไปสนใจด้านหลังอีกแต่มันจ้องเขม็งมาที่ผมด้วยดวงตาของสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนจนมุมพลางพ่นลมหายใจคาวเืออกมา
ด้วยทักษะ การรับรู้มานาผมััได้ว่าเทสกำลังรวบรวมมานาจำนวนมหาศาลไว้ที่ปลายหอก ทันใดนั้นหอกของเเธอรก็ฝังลึกลงไปในต้นคอของโทรลล์จนมิดด้าม
เืข้นคลักสีคล้ำเริ่มทะลักออกมาจากปากมันสัตว์ประหลาดพยายามจะยันขาขึ้นด้วยพลังเฮือกสุดท้ายแต่มันกลับเซถลาและล้มคว่ำหน้าคะมำลงพื้นดังก้อง
เมื่อสบโอกาสฆ่าผมก็เร่งมานาให้ไหลเวียนทั่วร่างก้าวเข้าประชิดอย่างรวดเร็วแล้วเงื้อกระบองฟาดเข้าที่ข้างหัวของมันด้วยพลังทั้งหมดที่มี
หนึ่งครั้ง! สองครั้ง! สามครั้ง!สี่ครั้ง!
ผมฟาดซ้ำๆ ไปหลายครั้งจนเลิกนับเืสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนตัวผมทุกครั้งที่กระบองเหล็กหวดลงไปเสียงคำรามแผดสนั่นของมันดังรดแก้วหูจนหูอื้ออึง
เ้าโทรลล์ที่เ็ปปางตายพยายามดิ้นรนสุดชีวิตมันยกแขนที่หักรุ่งริ่งปัดป่ายไปอย่างไร้ทิศทางแขนข้างหนึ่งปะทะเข้ากับตัวผมอย่างจัง
ด้วยแรงมหาศาลส่งร่างผมปลิวละลิ่วออกไปแต่ในสภาวะสมาธิทำให้ผมกะทิศทางได้และม้วนตัวลดแรงกระแทกกับพื้นดินก่อนจะหยัดตัวยืนขึ้นอีกครั้งทันที
เทสคว้าหอกของเควินแล้วขว้างใส่โทรลล์โดยใช้มานาช่วยขับเคลื่อนอย่างรุนแรงคราวนี้หอกปักลึกเข้าไปในดวงตาข้างหนึ่งของมันเต็มๆ เ้าสัตว์ประหลาดร้องโหยหวนดิ้นรนไปมาอย่างไร้ทิศทาง
ผมสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้งก่อนจะเร่งการไหลเวียนมานาจนขีดสุดพุ่งตัวเข้าไปพร้อมกับหมอบหลบแขนยาวที่เหวี่ยงสะเปะสะปะของมัน
เมื่อเข้าประชิดตัวผมก็ง้างกระบองฟาดเข้าไปที่กลางหัวของมันสุดแรงเกิดเป็ครั้งสุดท้าย!
เปรี้ยง!
แรงสะท้อนรุนแรงกว่าครั้งไหนๆมันทำให้แขนผมปวดจนชา จนแทบไม่มีความรู้สึก ผมจึงต้องถอยฉากออกมา
ทันทีที่ถอยออกมาร่างของเ้าโทรลล์ก็เริ่มชักกระตุกอย่างรุนแรงมันสั่นเทาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆนิ่งสนิทไปพร้อมกับกลิ่นคาวเืที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
[คุณสังหารโทรลล์ เลเวล 6 สำเร็จ]
[เลเวล 3 > เลเวล4]
เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ ดังขึ้นในหัวผมไม่ลังเลที่จะทุ่มแต้มสถานะทั้ง 3แต้มลงไปที่ค่ามานาตามแผนที่วางไว้ทันที วินาทีที่แต้มถูกเติมเต็มผมััได้ถึงกระแสพลังที่เอ่อล้นและหมุนเวียนอยู่ในร่างกายอย่างเข้มข้นกว่าเดิม
ผมเดินไปดึงหอกทั้งสองเล่มออกจากซากโทรลล์แล้วขว้างคืนให้เทสและเควิน ก่อนจะสั่งเสียงเรียบ
“จัดการแต้มสถานะของพวกเธอซะ”
เควินพยักหน้าพลางรีบทำตาม
ส่วนเทสตอบกลับมานิ่งๆ ว่า
“ฉันใช้ไปแล้วค่ะ”
ผมสำรวจซากโทรลล์แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรมีค่าพอให้เก็บไปเลยผมจึงเบนความสนใจไปที่ซากกวางเลเวล 3 แทน
ผมให้เควิน รับหน้าที่แบกกวางตัวนี้ แม้ตัวจะเล็กกว่าตัวก่อนหน้านี้แต่สำหรับเควินมันยังคงเป็ภาระที่หนักอึ้งจนพวกเราต้องหยุดพักเป็ระยะเพื่อให้เขาได้พักหายใจ
ขณะที่เดินออกจากชายป่าจนเกือบถึงพื้นที่โล่งเทสก็ชูมือขึ้นเป็สัญญาณให้หยุด
“ก็อบลินสองตัวค่ะ เลเวล 2 กับ 3... มีรอยสักสีแดงด้วย”
เธอกระซิบเตือน
ผมขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจพวกมันเข้ามาใกล้ฐานที่มั่นเราเกินไปแล้วแถมรอยสักสีแดงนั่นยังดูต่างไปจากพวกสีน้ำเงินที่เคยเจอซึ่งนั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีแน่
“เลเวล 3 ของผมส่วนอีกตัวเธอจัดการร่วมกับเควินซะ”
ผมสั่งการเพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ฝึกฝน
เควินค่อยๆ วางซากกวางลงอย่างระมัดระวัง
พวกเราลอบเร้นเข้าไปดักหน้าทางเดินของมันซุ่มรออยู่หลังพุ่มไม้หนาอย่างใจเย็น...
คราวนี้พวกแกมาลองโดนดักซุ่มดูบ้างเป็ไงผมแสยะยิ้มในใจ นึกถึงตอนที่พวกมันเคยรุมกินโต๊ะเราพร้อมกับเ้าหมาป่าเวรนั่น
ทันทีที่พวกมันเดินเข้ามาในระยะผมก็พุ่งพรวดออกจากที่ซ่อนจนพวกมันร้องอุทานอย่างเสียขวัญ
ก็อบลินเลเวล 3 รีบแทงหอกสวนกลับมาแต่ผมเบี่ยงหลบได้สบายๆผมเร่งมานาเสริมพลังกายแล้วหวดกระบองเข้าใส่หัวมันสุดแรง
โผละ!
หัวของมันะเิกระจายเหมือนแตงโมที่โดนค้อนปอนด์ทุบเศษกะโหลกและเนื้อสมองกระเด็นไปทั่ว ร่างไร้หัวล้มพับลงแทบเท้า
ผมเองยังแอบประหลาดใจกับพละกำลังมหาศาลนี้ไม่ได้...การลงแต้มที่มานานี่มันคุ้มค่าจริงๆ
ผมยืนคุมเชิงดูเทสกับเควินรับมือกับก็อบลินอีกตัวเทสดูเหมือนจะออมมือเพื่อให้เควินได้ปิดฉากเองแต่ทุกครั้งที่มอนสเตอร์ตัวเขียวพยายามจะพุ่งเข้าหาเขาเธอจะคอยแทงสกัดที่ขาของมันไว้
จนกระทั่งได้จังหวะเควินเปิดใช้งานทักษะสะท้อนการโจมตีจนมันเสียหลักก่อนจะพุ่งเข้าไปแทงหอกทะลุอกมันจนขาดใจตาย
เราเก็บหอกสองเล่มและเควินก็ต้องกลับไปรับชะตากรรมแบกกวางขึ้นหลังอีกครั้ง
“โธ่เอ๊ย!ทำไมชีวิตผมต้องมาลงเอยด้วยการมีแบมบี้ขี่คอแบบนี้ด้วยเนี่ย?!”
เ้าหนูวัย 18 บ่นกระปอดกระแปดพลางพยายามทรงตัว
“ถามจริงเถอะมีใครบอกผมได้ไหมว่าทำไมต้องเป็ผม? ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัมภาระป่าที่ได้รับการรับรองสักหน่อย!”
ผมทำหูทวนลมกับเสียงบ่นนั้น
ส่วนเทสก็ยังคงมีสมาธิกับการระวังภัยอย่างเข้มงวดทักษะ ตาทิพย์ ของเธอนั้นมีค่าเกินกว่าจะบรรยายจริงๆ
ระหว่างเดินผมลองกระตุ้นมานาให้ไหลเวียนไปทั่วร่างทีละนิดเพื่อให้ร่างกายชินกับมันพร้อมกับเปิดใช้ การรับรู้มานา เป็ระยะเพื่อตรวจจับอันตราย
ในที่สุดเราก็กลับมาถึงพื้นที่โล่งอย่างปลอดภัยผมสั่งให้ทุกคนหยุดก่อนจะเดินเข้าไปในฐาน
“ต่อจากนี้ไปพยายามอยู่ห่างจากโชอี้ให้มากที่สุดนะเธอมีทักษะที่ใช้โน้มน้าวความรู้สึกหรืออาจจะถึงขั้นควบคุมความคิดได้เลย”
ตอนแรกผมกะจะนิ่งเฉยกับเื่นี้เพราะการที่เธอควบคุมคนอื่นให้ยอมทำตามมันก็ช่วยให้ผมรอดง่ายขึ้นแต่ในเมื่อตอนนี้พวกนั้นเตะผมออกจากกลุ่มแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องเอาคืนบ้าง
ถ้าความลับนี้ถูกเปิดโปงออกไปผมก็อยากจะเห็นแฮดวินกับโชอี้รับมือกับกลุ่มคนขี้โมโหดูเหมือนกัน
“ระวังอย่าให้เธอแตะต้องตัวได้เพราะมันจะทำให้ทักษะของเธอรุนแรงขึ้น”
ผมมั่นใจว่าเทสจะระวังตัว ส่วนเควิน...ผมเริ่มนึกอะไรสนุกๆ ออก ถ้าทักษะ การสะท้อน ของเขาอัปเลเวลขึ้นมันจะเกิดอะไรขึ้นนะ ถ้าโชอี้พยายามจะล้างสมองเขาแล้วโดนสะท้อนกลับไป?
“ถ้าโชอี้เข้ามาคุยด้วยลองใช้ทักษะของนายดูนะ”
เควินดูจะนึกภาพตามออกทันทีเขายิ้มกว้างอย่างเ้าเล่ห์
“ผมจะลองดูครับพี่พลังควบคุมความคิดเวลาโดนสะท้อนกลับใส่เ้าของ... คงตลกพึลึก!”
พวกเราเดินเข้าสู่เขตพื้นที่โล่งแต่บรรยากาศกลับตึงเครียดกว่าเดิมผู้คนไปกระจุกตัวกันอยู่ที่ตู้ขบวนและรุมล้อมใครบางคนอยู่
เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้นผมก็พบกับแฮดวินที่มีสภาพซูบเซียวอย่างเห็นได้ชัด เคียงข้างด้วยโชอี้และโดมินิก
ผมขมวดคิ้วฉับ... แล้วแคสเซียนล่ะ?
ผมกวาดสายตามองหาจนพบเขานั่งพิงผนังรถอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่รุมล้อมในขณะที่มีคนใช้ผ้ากดแผลฉกรรจ์ที่มีเืไหลโชกออกมาอย่างเอาเป็เอาตายแขนขวาทั้งข้างของเขาหายไปแล้ว!