การเดินทางยากลำบากขึ้นเพราะต้องระวังไม่ให้คนรู้ ปากอาจบอกมั่นใจว่าทางนั้นต้องใช้เวลาปรับแต่งเกราะแต่ก็ต้องระวัง เอาเข้าจริงเขาก็ไม่รู้ว่าเ้านั่นจะเมินข้ามการปรับแต่งแล้วมาเน้นการดักซุ่มแทนหรือไม่ ยังไม่รวมตัวตนประเภทเดียวกับทริกส์เตอร์ในเมือง
ขลุกขลักเล็กน้อยแต่ที่สุดเขาก็สามารถพาตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้
สถานที่ในยามนี้คือโกดังเก็บสินค้าที่รายล้อมอยู่เป็จำนวนมาก เป็โกดังให้เช่าที่อยู่ติดกับบริเวณท่าเรือพื้นที่แถบนี้มีเรือขนส่งเข้าออกจึงมีเสียงหวูดบ่อยครั้ง ด้วยความที่มีผู้คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนพอสมควรจึงไม่ใช่พื้นที่เหมาะสำหรับการปะทะเท่าไหร่
“ จากกล้องวงจรปิดด้านในน่าจะมีกันประมาณหกคนค่ะ มองไม่ค่อยออกว่ามีอาวุธหรือเปล่าแต่จากท่าทางแล้วน่าจะมี ”
“ แปด ตกไปสองคนเหมือนจะไปอยู่ในมุมอับของกล้องพอดี ” สายตาจ้องมองทัศนวิสัยโดยรอบที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงอย่างน้อยก็ภายในหมวกใบนี้
หมวกที่เขาสวมอยู่นั้นไม่ใช่หมวกธรรมดา นอกจากปิดบังหน้าตาและกรองก๊าซต่างๆมันยังใช้ในการตรวจสอบศัตรู ด้วยระบบตรวจจับความร้อนตราบเท่าที่ทางนั้นยังเป็สิ่งมีชีวิตย่อมไม่อาจหลบรอด
ต่างจากเนลที่ใช้การสำรวจจากล้องวงจรปิดภายในโกดังอาจมีแต่ก็ยังมีขีดจำกัดเพราะด้านในปราศจากกล้อง ไม่เหมือนตึกหรือพื้นที่ใจกลางเมืองทั้งหลายที่มีกล้องวงจรปิดสมบูรณ์ ระบบส่วนใหญ่ถูกสร้างด้วยอิเล็คโทรนิคครอบคลุมแทบทั้งพื้นที่จึงสะดวกสำหรับเธอ พื้นที่แถบนี้ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรกลายเป็ช่องโหว่สำหรับแฮคเกอร์สาวโดยปริยาย
ไม่ได้จะว่ากล่าวเพราะเขาก็ยังต้องพึ่งพาเธอในหลายด้านอยู่ดี
จากพิมพ์เขียวที่เธอหามาให้ด้านในเป็โกดังสองชั้นที่มีความกว้างพอสมควร แม้จะใหญ่และเต็มไปด้วยข้าวของแต่จำนวนคนเฝ้าจัดว่ามากผิดปกติ สิ่งนั้นชวนให้เขาแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกไป
“ รอบนี้เข้าไปแบบเงียบๆแล้วกันจะได้มีเวลามากหน่อย ” ประเมินจากหลายสิ่งหนทางนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด
“ เส้นทางที่สามและห้าปลอดคนค่ะ คิดว่าน่าจะเข้าไปได้โดยสะดวก ” ทันทีที่ได้รับการระบุเขาก็คว้าเชือกและตะขอเกี่ยวก่อนเหวี่ยงขึ้นไป้า ส่งมันขึ้นไปเกี่ยวบนหลังคา้าก่อนเริ่มปีนตามรอยเชือก
จุดนี้ต้องขอบคุณเรือที่เข้าเทียบท่าและทุกครั้งมันย่อมเกิดเสียง แค่เหวี่ยงตะขอให้ตรงจังหวะก็กลบเกลื่อนเื่นี้ได้อย่างไม่ยากเย็น แถมหลอดไฟบริเวณนี้ก็เสียอยู่ก่อนประจวบเหมาะให้เขาลงมือได้อย่างพอดิบพอดี
ที่เขาเล็งไม่ใช่หน้าต่างโดยมากพวกนั้นล้วนถูกล็อคแถมการสะเดาะก็เป็ไปได้ยาก ร่างก้าวไปตามหลังคารีบเคลื่อนตัวผ่านเพื่อไม่ให้ตกเป็จุดสังเกต ลดเสียงฝีเท้าก่อนไต่ไปจนถึงบริเวณช่องระบายอากาศ
อาจติดตะแกรงเอาไว้แต่ก็ใช่จะเป็ปัญหามือเอื้อมไปยังคีมที่พกติดมาก่อนเริ่มการตัด จะด้วยการประหยัดงบหรืออะไรก็ไม่ทราบรู้เพียงวัสดุที่ทำตะแกรงนั้นไร้ความทนทาน มันสามารถใช้อุปกรณ์ช่างอย่างง่ายตัดมันออกอย่างง่ายดาย
จะเพื่อประหยัดงบหรืออะไรไม่ทราบรู้เพียงมันเป็หนทางที่แสนสะดวก ทั้งยังมีน้อยคนนักที่จะสังเกต
อาศัยการกลบเกลื่อนเสียงในยามที่เรือเข้าเทียบท่าแม้จะใช้เวลาในที่สุดก็มาถึงด้านใน กวาดสายตามองให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเห็นก่อนเขาจะหย่อนร่างลงบนลังใบหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ตะแกรงที่หยิบติดมาถูกวางซ่อนเอาไว้ในมุมที่แน่ใจว่าจะไม่มีใครเห็น
ในโกดังเต็มไปด้วยลังสินค้าวางกองสูงจนกลายเป็แง่มุมกลายเป็มุมอับสายตา ต่างจากฝั่งของเขาที่ใช้การตรวจจับความร้อนจึงมองเห็นเค้าลางของพวกมัน เป้าหมายแรกคือร่างที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง จากสถานะและท่าทางเหมือนกำลังหลับยามเป็เป้าที่แสนจะเหมาะ
ที่ถูกหยิบออกมาไม่ใช่ปืนคู่ใจหากเป็มีดปืนสั้นของเขาไม่เหมาะกับที่เก็บเสียงจึงไม่ได้ใส่ กับภารกิจที่ต้องเน้นความเงียบอาวุธจำพวกมีดย่อมเป็ที่เหมาะสมกว่า เท้าก้าวไปตามเส้นทางก่อนอาศัยจังหวะที่ทางนั้นไม่รู้ตัวล็อคคอก่อนกระชากเข้ามาอยู่ในมุมอับ
“ อย่าส่งเสียงถ้ายังไม่อยากตาย ” ปฏิกิริยาตอบสนองเชื่องช้าเหมือนไม่เข้าใจว่าควรโต้ตอบเช่นไร แต่เมื่อเล็งเห็นคมมีดที่จ่อมายังลำคอร่างนั้นก็แข็งทื่อ ร่างแข็งทื่อได้แต่ปล่อยให้เขากระชากไปตามแรง
ไม่อะไรให้มากความคมมีดเสียบเข้าไปคอหอยเืสดๆพุ่งทะลักออกมา ดวงตาของร่างนั้นเบิกโพลงปากอ้าออกราวกับจะเปล่งเสียงแต่ถูกหยุดยั้ง มืออีกข้างอุดปากไม่ปล่อยให้เสียงเล็ดรอดไม่กี่อึดใจมันก็นิ่งงันและสิ้นเรี่ยวแรง
“ โอ้โห เจ๋งชะมัด โคตรเท่เลย ” เสียงลอดมาจากทางด้านหลังพื้นที่นั้นมีคนกระจุกออกว่าครึ่ง พวกที่อยู่้าคนหนึ่งก็คล้ายจะเบนความสนใจไปทางด้านล่าง ไม่ได้สังเกตหรือรับรู้การหายไปของเพื่อนแต่อย่างใด
“ พวกมันกำลังทำอะไรกัน? ”
“ ไม่ทราบค่ะ ทางนี้ก็เห็นเหมือนพวกนั้นกำลังตื่นเต้นกับอะไรสักอย่างเท่านั้น ” ความจริงมันเป็เื่ดีที่พวกนั้นโดนดึงความสนใจทำให้งานง่ายขึ้น แต่มันก็ประหลาดจนเขาแอบรู้สึกติดใจ
ทางหนึ่งมันทำให้เขาเก็บพวกตัว้าได้ง่ายขึ้น แต่เวลาลงไปเก็บพวกที่อยู่ด้านล่างเขาจะไม่สามารถจัดการเงียบๆแบบนี้ได้อีกต่อไป
สมองคิดร่างกายหาได้หยุดนิ่งพริบตาก็ส่งอีกคนไปเฝ้ายมบาลก่อนลากร่างนั้นหลบมุม ใช้จังหวะที่หนึ่งในพวกมันหันไปทางอื่นเอามีดแทงลงไปบนลำคอของศัตรู จัดการพวกมันอย่างเงียบเชียบและว่องไว
“ หืม ” สายตาของร่างที่เขาเคลื่อนผ่านตวัดกลับมาด้วยความแปลกใจ ไม่ว่าจะลงมือได้ไวเพียงไหนอย่างไรก็ต้องเหลือร่องรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาลากเพื่อนของมันมาหลบมุมไปคนด้วยแล้ว
“ ไปทำอะไรตรงนั้นล่ะ ยืนฉี่เรอะ ” เท้าก้าวเข้ามาปราศจากความระมัดระวังใดๆ ไม่ทันจะก้าวเท้าพ้นเข้ามาในตรอกดีร่างนั้นก็ถูกกระชากเข้าหา คมมีดถูกจ่อเข้าที่ลำคอเหมือนสองคนแรกแต่พอเห็นใบหน้าของทางนั้นมันก็ทำให้เด็กหนุ่มเดาะลิ้น
มีดที่อยู่ในมือถูกเก็บลงฝักตามมาด้วยการคว้าแขนของฝ่ายตรงข้ามก่อนใส่ล็อค อาศัยท่อนแขนของอีกฝ่ายเป็ตัวรัดตามด้วยแขนทั้งสองข้างสอดเข้าไปในในมุมอย่างเหมาะเจาะก่อนทิ้งตัว น้ำหนักและแรงกดที่ทำให้ดวงตาของอีกฝ่ายเหลือกโพรงจนดีดดิ้น
อาการขาดอากาศมาเยือนอย่างรวดเร็วหากความพยายามดิ้นรนกลับไร้ค่า เสียงที่จะเปล่งจากลำคอถูกสกัดเช่นเดียวกับอากาศที่ตีบตัน การลงมืออันเหมาะเจาะแต่ยังเร็วไม่พอสำหรับตอนนี้
“ เร็วเข้าค่ะD คนที่เหลือ้ากำลังเดินมาดูแถมพวกที่อยู่ด้านล่างก็เริ่มสงสัยแล้วด้วย ” เ้าพวกที่รายล้อมเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติตัวที่อยู่้าะโและเดินมาดู บรรดาพวกที่อยู่ข้างล่างเองก็เริ่มสงสัยแล้วเช่นกัน
ร่างที่ถูกรัดคอหมดสติก่อนเขาจะทิ้งร่างนั้นลงกับพื้น เท้าก้าวหลบไปทางด้านหลังเพื่อเลี่ยงการถูกพบตัวเสี้ยววินาทีเดียวกับคนตรวจตราที่เดินเข้ามา
“ เฮ้ย เป็อะไรไปวะ เกิดอะไรขึ้น ” ทันทีที่เห็นร่างของเพื่อนที่หมดสติมันก็ตรงเข้ามาดู ความสนใจถูกดึงไปยังสิ่งเบื้องหน้า นั่นทำให้เขาเลือกจะวกอ้อมก่อนเดินเข้ามาหาอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง
พริบตาที่จะแทงมีดร่างนั้นพลันรู้ตัวร่างโยกออกไปทางซ้ายก่อนคว้ามีดที่แทงเข้าใส่ สันมือฟาดลงไปบนแขนแรงปะทะที่ทำให้มีดหลุดออกจากมือ การปลดอาวุธและแย่งมีดบ่งบอกว่าพวกมันไม่ใช่ชนชั้นกระจอก
คมมีดเงื้อย่างและจ้วงแทงกลับถูกหลบเลี่ยงมือคว้าไปที่ลำคอก็ถูกฝ่ายตรงข้ามฉุดรั้ง นั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจเขาอาศัยจังหวะนั้นกระแทกหัวของศัตรูเข้ากับกำแพง ใช้่เวลาที่ทางนั้นมึนงงแย่งมีดและกระหน่ำแทงเข้าใส่
มีดที่ถูกระดมรัวทำให้สายตาของอีกฝ่ายเบิกกว้าง กำปั้นเงื้อออกหมายจะหยุดแต่กลับไร้ผลการออกหมัดอย่างไร้หัวคิดกลายเป็ช่องว่าง มีดเสียบเข้าใส่ลำคอตามด้วยเท้าที่ส่งฝ่ายนั้นให้ลงไปนอนนิ่งอยู่บนพื้น
“ เฮ้ย อะไรวะ เกิดอะไรขึ้น ” เหมือนยังไม่เข้าใจสถานการณ์สองในห้าที่อยู่ด้านล่างกำลังขึ้นบันไดและนั่นเป็โอกาสให้เขาลงมือ
ปืนคู่ใจถูกดึงออกมาจากซองไม่ได้มีลูกเล่นอะไรพิสดาร สายตาจ้องมองตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของพวกมัน อาศัยจังที่ทางนั้นยังไม่ได้ดึงปืนออกมาเดินออกไปจากตรอกและลั่นไก ส่งะุเข้าไปทักทายสองร่างที่กำลังเดินขึ้นมาชั้นบน
เสียงปืนคล้ายเป็สัญญาณสองรายที่อยู่เบื้องล่างดึงปืนที่เหน็บไว้ขึ้นมา ปากกระบอกเล็งไปทางบันไดพร้อมจะลั่นไกทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในระยะสายตา สมาธิทุ่มเทไปยังเบื้องหน้าพร้อมลั่นไกใส่ทุกสิ่งที่มีความผิดปกติ
โดยหลงลืมไปว่าแท้จริงทางลงมันไม่ได้มีแค่หนึ่งเสียเมื่อไหร่
ร่างที่อยู่ชั้นบนย่อมรู้ถึงการเคลื่อนไหวของพวกที่เหลือแน่นอนเขาไม่โง่พอจะลงไปทางนั้น มือเอื้อมไปปลดกลอนหน้าต่างก่อนอาศัยเชือกเส้นเดียวกับที่ใช้ในการปีนป่ายเกี่ยวไว้ที่ขอบ หลังกะความยาวให้พอดีแล้วเขาก็นำมันมาเกี่ยวไว้กับร่างของตนแล้วกระโจนออกไป
แรงโน้มถ่วงกระชากลากร่างของเด็กหนุ่มให้ลงสู่พื้นกลับไม่ได้อยู่ในความสนใจ สายตาจ้องมองไปยังสองร่างที่ยังคงจ้องไปที่บันได ร่างกายพลิกหมุนเช่นเดียวกับปืนทั้งสองที่ตวัดเล็งไปยังทิศทางนั้นก่อนจะส่งะุสองนัดเข้าไปทักทาย
กระจกแตกกระจายเรียกร้องความสนใจจากเป้าหมายแต่สายจนเกินกาล นัดหนึ่งเจาะเข้าไปในกะโหลกของร่างที่อยู่ด้านซ้าย อีกนัดเจาะเข้าไปยังกลางอกของร่างที่อยู่ด้านขวาจนล้มลงไปกองกับพื้น
เท้าก้าวเข้ามาด้านในโกดังอย่างเรียบเรื่อยสายตาจับจ้องไปยังร่างที่ตะกายอยู่บนพื้น ปากแผลเป็รูกลวงแต่ก็ยังฝืนทนพยายามคลานไปหยิบปืนที่หลุดมือ ยืนยันเจตนาที่จะเอาชีวิตรอดจนถึงที่สุด
แน่นอนว่าเขาย่อมไม่มีทางปล่อยคนประเภทนี้เอาไว้แต่อย่างใด
อาจเหมือนไม่มีอะไรในใจกลับไม่ค่อยสบอารมณ์ ทั้งที่เขาเล็งหัวทั้งสองนัดแต่หนึ่งในนั้นพลาดเป้า การโรยตัวลงมาจากชั้นบนทำให้ความแม่นยำตกลงแม้เป็เื่ช่วยไม่ได้แต่มันไม่อาจห้ามความหงุดหงิดเล็กๆนี้ได้
“ รู้สึกฉันจะไม่เหมาะกับการทำอะไรเงียบๆเท่าไหร่นะ ” จะเสียงปืนก็ดี กระจกแตกก็ด้วยสองอย่างที่เป็ตัวดึงดูดความสนใจชั้นเยี่ยม อีกสักพักต้องมีคนแห่กันมาเพราะงั้นเขาต้องรีบตรวจสอบของที่อยู่ด้านในให้เร็วที่สุด
มือเอื้อมไปเปิดยังลังใบหนึ่งด้านในเต็มไปด้วยของใช้ที่ถูกอัดไว้แน่น มองเผินเหมือนไม่มีอะไรหากสำหรับคนที่รื้อเข้าไปนั้นไม่ใช่ หลังกวาดของบังหน้าออกไปจนหมดสิ่งที่ปรากฏออกมามันกลับทำให้เขาขมวดคิ้ว
ที่อยู่ด้านในเป็อาวุธหนึ่งในสินค้าที่แสนจะปกติในการหลบซ่อนเวลานำเข้า ปัญหาคือที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือดาบยาวเล่มหนึ่ง ตัวดาบส่องประกายเมื่อกระทบแสงตัวด้ามประดับด้วยลวดลายแปลกตา แต่มองอย่างไรมันก็เป็เพียงดาบธรรมดา
“ เนล กล้องสแกนที่ติดไว้ตรวจพบชิ้นส่วนโลหะด้านในหรือเปล่า? ”
“ ไม่นะคะ ไม่มีกลไกหรืออะไรที่ซับซ้อนแฝงอยู่ มันเป็แค่ดาบธรรมดาค่ะ ” ได้ยินดังนั้นคนฟังยิ่งแปลกใจขึ้นไปอีกก่อนเอื้อมไปจับด้ามของดาบเล่มนั้น น้ำหนักอาจมากสักหน่อยแต่มองอย่างไรมันก็เป็เพียงดาบธรรมดา
ตอนแรกนึกว่าจะเป็เกียร์ที่อยู่ในรูปร่างของดาบหรืออะไรเทือกนั้น แต่ไม่ว่าจะรูปทรง ััหรือน้ำหนักมองก็ไม่ได้หลุดออกจากรูปแบบของดาบแต่อย่างไร
ถ้าเป็แค่ดาบจะซ่อนและส่งคนมาเฝ้าขนาดนี้ทำไม ยุคนี้อาวุธปืนแม้จะไม่ถูกกฎหมายแต่กระทั่งเด็กสิบขวบยังซื้อหามันได้ไม่ยากเย็น แค่ดาบเล่มเดียวถ้ามีช่องทางตามกฎหมายก็น่าจะไม่ยากไปกว่าการขอใบขับขี่เท่าไหร่
อย่างเดียวที่เขาคิดออกคือเ้านี่อาจเป็วัตถุโบราณ หมายความว่าของที่อยู่ในลังทั้งหมดน่าจะเป็ของเก่าแก่ที่ถูกขโมยมา เพราะดูแล้วเ้าดาบนี่ก็น่าจะเป็ของเก่าพอดู
ถ้าเป็เคสเกี่ยวกับการค้าวัตถุโบราณเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยว ไม่ได้สนใจมรดกหรือของเก่าพวกนี้เท่าไหร่อย่างไรมันก็แค่วัตถุ ปัญหาคือเ้าพวกนี้มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของเขาหรือไม่เื่นี้มันก็ยังชวนให้กังขา แล้วที่สำคัญ...
ร่างของเขาหยุดนิ่งเหมือนนึกขึ้นได้ว่าตนพลาดอะไรบางอย่าง ดวงตาเื้ัหมวกสีแดงเปิดกว้างพลางนึกอะไรขึ้นได้ ความไม่สอดคล้องทางจำนวนที่เขาหลงลืมไปเสียสนิท
“ มีอะไรหรือคะD? ” ท่าทางผิดปกติทำให้คนที่ทำงานร่วมกันอดแปลกใจไม่ได้
“ เช็คกล้องวงจรปิดด้านนอก เร็วเข้า!! ” คำสั่งที่ชวนให้สงสัยแต่เธอก็ยอมทำตามที่ว่า ลงมือเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็ว
“ ก็ไม่มีนะคะ กล้องที่อยู่รอบๆไม่เห็นจับภาพใครได้เลยนับผิดเปล่า? ”
“ จำนวนไม่สอดคล้อง ” สายตากวาดมองไปโดยรอบระบบตรวจจับความร้อนทำงานอีกครั้งหากมันก็ยังแสดงถึงจำนวนที่คงเดิม
พวกที่กลายเป็ศพอุณหภูมิเริ่มลดลงจนสีที่แสดงออกมาเริ่มจาง หนึ่งเดียวที่โดนรัดคอจนสลบมีสีเข้มกว่าเพราะมันยังมีชีวิตแต่ไม่ว่าจะนับอย่างไรมันก็ได้แค่เจ็ด ทั้งที่ก่อนลงมือเขามั่นใจว่าตนนับได้แปดสิ่งนั้นชวนให้เย็นสันหลังวาบ
ไม่ได้กลัวเื่เหนือธรรมชาติเขาค่อนข้างแน่ใจว่าของแบบนั้นเป็แค่ความเชื่อ เป็เพียงเื่เล่าปรัมปราที่ไม่ต้องไปสนใจให้เสียเวลาชีวิต
ที่ควรหวั่นเกรงคือการที่เ้าตัวที่เหลืออยู่มันสามารถอำพรางตัวต่อหน้าระบบตรวจจับของเขาได้ต่างหาก
คล้ายเป็การยืนยันความคิดคอนเทนเนอร์ที่อยู่ภายในโกดังเปิดออกตามมาด้วยอะไรบางอย่างที่พุ่งเข้าใส่ ไม่จำเป็ต้องหยุดคิดเขากลิ้งหลบไปยังทิศทางด้านข้าง เคลื่อนไหวไปก่อนที่สัญชาตญาณจะสั่งการ
นับเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องวินาทีต่อมากล่องโลหะใบหนึ่งก็พุ่งผ่านบริเวณนั้น แรงกระแทกมากพอจะทำให้เสาปูนที่เป็ตัวค้ำยันหลังคาสั่นะเื หากเขายังคงอยู่ที่เดิมไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะมีสภาพเช่นไร
สายตาเหลือบไปยังทิศทางที่กล่องถูกขว้างมันปรากฏอะไรบางอย่าง ร่างในชุดเกราะสีเงินเหมือนโลหะที่ยังไม่ได้พ่นสีหากมันกลับปกคลุมทุกส่วนของร่างกาย มองเผินอาจเหมือนมูนไนท์ที่เขาเคยประมือหากมันเทอะทะและหนากว่านั้นมาก
“ RX-702 ” คนอื่นอาจไม่รู้หากนั่นไม่ใช่สำหรับเขาพริบตาที่ได้เห็นเขาก็รู้ทันทีว่าสิ่งที่อยู่ตรงนั้นคืออะไร ที่ไม่เข้าใจคือทำไมมันถึงไปอยู่ตรงนั้น
“ เฮอะ แกก็เป็หนึ่งในพวกบ้าเล่นเป็ฮีโร่ในเมืองนี้เหมือนกันสินะ ” น้ำเสียงคล้ายจะดูแคลนลอดออกมาจากหมวกเกราะ “ ตอนแรกกะจะเก็บไว้ใช้กับเ้าอัศวินนั่น แต่ไหนๆก็ไหนๆมาทดสอบประสิทธิภาพของเ้านี่กันหน่อยดีกว่า ”
ไม่อะไรให้มากความร่างนั้นกระโจนเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งบีบให้เขาต้องหลบเลี่ยง การเคลื่อนไหวรวดเร็วผิดกับรูปร่างอันใหญ่โตทำให้เขาแทบจะหลบไม่ทัน ปืนในมือเล็งยิงหมายจะรั้งหรือชะลอศัตรูเอาไว้
กลับไร้ความหมายะุที่ยิงเข้าใส่ทุกนัดถูกต้านทานไว้ได้อย่างสมบูรณ์ หัวะุที่ปะทะบุบบี้ก่อนร่วงหล่นไม่ต่างจากยามยิงใส่มูนไนท์ ไม่อาจสร้างความเสียหายใดๆให้อีกฝ่ายได้
“ เปล่าประโยชน์เกราะนี่ไม่มีทางถูกทำลายด้วยปืนกระจอกของแกหรอก! ” เสียงคำรามก่อนร่างเทอะทะนั้นจะเหวี่ยงหมัด การโจมตีมั่วซั่วไร้ทิศทางพลังทำลายกลับกดดันให้เขาต้องถอยร่น
“ คุณเจาะเกราะของเขาไม่ได้แน่ ต้องถอยแล้วนะคะD ” เสียงเตือนจากแม่สาวที่เห็นเหตุการณ์อันที่จริงไม่ต้องบอกก็ได้ เขาไม่ได้โง่ถึงขนาดจะไม่รู้ตัว
ะุอีกนัดถูกลั่นไกไม่ใช่เพื่อโจมตีมันกลับตรงไปที่หน้าต่าง มันพุ่งทะลุกระจกจนแตกออกก่อนเขาจะทะยานออกไปในทิศทางนั้น ใช้ความปราดเปรียวที่เหนือกว่าหลีกเลี่ยงการปะทะออกมาได้สำเร็จ
ใช่จะรอดพ้นวินาทีต่อมากำแพงโกดังก็ทะลุร่างในชุดเกราะพุ่งกระแทกอย่างหักโหม การกระทำเหมือนไร้หัวคิดแต่ก็พาร่างอันใหญ่โตของมันออกมาสำเร็จ
“ จะหนีไปไหนเล่าเฮ้ย ตะกี้ยังฆ่าลูกน้องฉันเป็ว่าเล่นทีนี้จะหนีหางจุกตูดไปไหน!! ” ฝีเท้าหนักอึ้งดังะเืไปทั่วพื้นคอนกรีตทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความกดดัน ทำให้เขาต้องเร่งความเร็วให้มากขึ้น
“ เนล แผนที่ ” หน้าจอปรากฏแผนที่ขนาดเล็กที่มุมซ้ายทั้งยังมีเส้นทางที่ขีดผ่านเอาไว้ราวกับจะกำกับเอาไว้ ตัวเขาเองก็คิดจะไปตามเส้นทางที่ว่านี่เช่นกัน
ไม่จำเป็ต้องปะทะกับตัวพรรค์นี้ให้เปลืองแรงจุดหมายไม่ใช่เข่นฆ่า ไม่รู้หรอกว่ามันไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหนแต่เขาไม่จำเป็ต้องรีบ ถอนตัวจากตรงนี้ใช้่เวลาที่ตำรวจให้ความสนใจกับเ้านี่วกกลับไปตรวจสอบโกดังนั่นอีกทีน่าจะพอได้เบาะแส ได้ทั้งข้อมูลและหลีกเลี่ยงการปะทะไปในตัว
ความคิดทั้งหมดหยุดลงเมื่อเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบริเวณหางตา
ผู้คนที่สมควรจะอพยพไปจนหมดกลับมีร่างของใครบางคน ภายนอกก็ดูเหมือนคนทั่วไปหากไม้เท้าที่กวาดเปะปะบ่งบอกว่านั่นคือผู้พิการทางสายตา แถมยังอยู่ในวิถีการวิ่งของเ้าั์นี่เต็มๆ
“ หลบไป รีบหนีเร็วเข้า!! ” ไม่ต้องมีเสียงะโร่างที่มองไม่เห็นเองก็เหมือนจะรู้สึกถึงความผิดปกติ หากเพราะมองไม่เห็นจึงไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดและยากจะตอบสนองได้ในทันที
สิ่งนั้นทำให้เด็กหนุ่มนึกอยากสบถก่อนหันปากกระบอกปืนของตนกลับไปหาศัตรู