"ฉินหยาง"ได้เดินไปที่แผงขายของ แผงขายของเต็มไปด้วยสมุนไพรหลายชนิด และสมบัติที่ดูเก่าๆ "ฉินหยาง"มองเข้าไปใกล้ๆแต่ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เค้ามองแล้วคิดว่าไม่มีอะไรดีก็เดินออกไป
" เ้าหนุ่ม.ดูทางนี่..ดอกเพลิงหยาง ถ้าผู้กินไปสามารถทำให้คึกคะนองได้ทั้งคืน"
"นี่..นี้คือสมบัติโบราณ ข้าต้องเสียงชีวิตกว่าจะได้มา"
"สมบัติโบราณอะไร มันก็แค่ของเก่าๆที่แกไปเก็บมาจากขยะ"
"นี่..!แกอย่าได้มากล่าวหาข้า กว่าข้าจะได้มานี่ไม่ง่าย ถ้าไม่ซื้อก็ถอยไป"
"ใครจะไปซื้อของเก่าๆของแก"
"แค่สามเหรียญทองก็ลดมามากแล้ว เ้าอย่าได้ต่ออีกเลย"
"มันก็แค่สมุนไพรเหี่ยวๆจะไปมีราคามากขนาดนี้ได้ไง หนึ่งเหรียญทองก็พอแล้ว"
ตามถนนเต็มไปด้วยเสียงคนร้องเรียกขายของโต้เถียงกัน ราวกับจะเปิดศึกกัน "ฉินหยาง"เดินไปรอบไป สายตาไปเห็นคนแก่ ผ้าขาดๆนั้งมีผ้าปูอยู่ข้างหน้า ที่เต็มไปด้วยสมบัติเก่าๆ มีดาบหักครึ่งที่มีแต่สนิม หม้อเก่ามีรอยแตกร้าวเป็จำนวนมาก แล้วกระจกขอบมีสิ่งสกปรก และมีสมบัติอีกมาก "ฉินหยาง"เดินเข้าไปดู แล้วหยิบกระจกขึ้นมาดู
"กระจกนั้น สิบเหรียญทอง ถ้าไม่ซื้อก็ออกไป"
ชายชราคนนั้นพูดออกมาเสียงราบเรียบ เค้าไม่เงยหน้ามามองด้วยซ้ำ
"ฉินหยาง"ไม่พูดไรมาก วางกระจกเตรียมจะเดินออกไป
"เดี๋ยวๆ! เ้าหนุ่มข้าแค่พูดเล่น อย่าได้จริงจังขนาดนั้น"
ชายชรารีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว เค้าถึงกับยิ้มอย่างขมขื่น เล่ห์เหลี่ยมนี้มาใครได้กับทุกคน แต่เ้านี่ไม่เล่นตามบทเลยเค้าใช้เลย
"ฉินหยาง"ยิ้มอย่างเหลียดหยามอยู่ในใจ
"มุกแบบนี้เค้าอ่านมาตั้งหลายเื่"
เค้าคิดอยู่ในใจ เค้าจึงตอบไปแบบเสียงนิ่งๆ
"หนึ่งเหรียญทอง ถ้าไม่ขายก็ไม่เอา"
"ได้ๆๆ ได้แน่นอน"
ชายชรารีบยื่นกระจกให้อย่างรวดเร็ว "ฉินหยาง"โยนเหรียญให้แล้วเดินจากไป ชายชราชะโงกหน้าไปมองแล้วกับมานั่งหัวเราะ
"ฮ่าๆๆ. เ้านั้นยังเด็กนัก กระจกนั้นข้าก็แค่ไปได้มาโดนบังเอิญ"
"ได้มาหนึ่งเหรียญทอง วันนี้ข้าจะไปเที่ยวหานางหนูน้อยของข้า"
"ฉินหยาง"เดินไปดูรอบๆแต่ก็ไม่เจออะไรดี เค้าก็เดินกลับห้อง เค้าปิดประตูและเดินมานั่งบนเตียง หยิบกระจกเข้ามาดูเค้าพลิกซ้ายพลิกขวา
ดูก็ไม่มีอ่ะไร
"มันก็ดูไม่มีอะไรแต่ทำไมถึง ตราแห่งไม้ถึงตอบสนองกันล่ะ"
เมื่อตอนที่เค้าเดินปตามทางนั้น ตราแห่งไม่ก็ตอบสนองต่อกระจกบานนี้
แต่เค้าไม่รู้ว่าจะใช้ยังไง "ฉินหยาง"ลอบกัดนิ้วเพื่อหยดเืดู เมื่อเืหยดลงไปมันก็ดูดซึมอย่างรวดเร็ว ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ผ่านไปสองชั่วยาม "ฉินหยาง"กระพริบตาปริบๆ
"แค่นี้หรอ.?"
เค้ารอมาตั้งนานแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เค้ารีบหยิบเพื่อที่จะขว้างทิ้ง
แต่มือที่มีแผลอยู่นั้น ไปแตะโดนกระจก จูๆกระจกก็ดูดเืเค้าอย่างรวดเร็ว "ฉินหยาง"พยายามดึงมือออกแต่ไม่สามารถดึงออกได้ เหมือนมีอะไรดูดไวไม่สามารถดึงออกได้ เืไหลออกมาไม่หยุด เค้ารู้สึกเ็ปที่มือ ตราแห่งไม้ที่หน้าอกส่องแสงสีเขียวออกมา แสงพุ่งเข้าไปที่มือแทรกซึมตรงไปที่กระจก กระจกเรืองแสงสีทองออกมาเต็มไปทั่วห้อง
ทำให้"ฉินหยาง"ต้องหลับตา เค้าลืมตามาเห็นกระจกกำลังลอยอยู่ตรงหน้าเค้า สิ่งสกปรกหลุดออกไป เผยให้เห็นขอกระจกรวดลายสวยงาม
"เอ๊ะ.? มีคนซ่อมกระจกสื่อ์ด้วยดึง"
เสียงใสไพเราะ แต่น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับอยู่ในูเาหิมะ ไร้อารมณ์
เสียงที่ออกมาจากกระจกอย่างกระทันหัน ทำให้"ฉินหยาง"ใหน้าซีดเผือด
"อ๊ากกก..! บัดซบโลกนี้มีผีด้วยหรอ "
เค้าสบถอย่างไม่ได้ตั้งใจ
"ฮึก.!ผีนั้นตัวไรกัน"
เสียงเค่นออกมาจากกระจก
"ฉินหยาง"ได้ยินแบบนั้นก็ตั้งสติได้
"โลกนี้จะไปมีผีได้ไงนี้มันโลกฝึนฝน ต่อให้มีก็เป็ได้แค่ตัวประกอบข้างทางเท่านั้น"
เค้าสบถอยู่ในใจ
"แค่กๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจมันพูดไปเอง แต่ทำไมเ้าถึงพูดมาได้กัน หรือเ้าเป็สมบัติที่มีจิติญญากัน "
"ฉินหยาง"ได้เปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว
"ข้าไม่ใช้จิติญญา นี้เรียกว่ากระจกสื่อ์ "
"มันมีหน้าที่ ส่งของข้ามมิติ สามารถสื่อสารได้ถ้าไม่ใช้พื้นที่มิติพิเศษก็สามารถสื่อสารได้ทุกที่"
"ฉินหยาง"ได้ยินดั้งนั้นก็แปลกใจ มีสมบัติแบบนี้ด้วยหรอ ถ้าเค้ามีสมบัติแบบนี้เค้าจะส่งของได้ทุกที่
"แน่นอน แต่เมื่อการต่อสู้เมื่อพันปีที่แล้วทำให้กระจกหายไป ข้าตามหามาร้อยปี แต่ไม่สามารถหาเจอได้ ท้องฟ้านั้นกว้างใหญ่ "
"ข้าไม่สามารถหาได้ ถ้าไม่มีใครกระตุ้นกระจกสื่อ์ ข้าก็ไม่สามารถหาเจอได้"
่แรกมีความภาคภูมิใจเล็กน้อย แต่พอพูดถึงการต่อสู้ครั้งนั้นน้ำเสียงกลับเยียบเย็น "ฉินหยาง"ได้ยินเช่นนั้นถึงกับตะลึง
"พันปี นั้นมันนานแค่ไหนขั้นบรรพชนสามารถอยู่ได้นานถึงห้าร้อยปี"
"พันปี นี้มันขั้นไหนกันมีระดับพลังที่เหนือกว่านั้นอีกหรอ"
"ฉินหยาง"พูดในใจอย่างสงไส ส่วนเื่การต่อสู้นั้นใครไม่ได้สนใจสักนิด เค้าก็แค่คนตัวน้อยๆ ข้ารับไม่ไหวหรอก
"ข้าชื่อ ฉินหยาง เ้ามีนานว่าไร"
"ฉินหยาง" ได้เอ่ยถาม
"เ้าเรียกข้าว่า จักพรรดินีเยเหยา "
"แล้วเ้าใช้ไรรักษากระจก์ นั้นไม่ใช่สิ่งของธรรมดาจะซ่อมได้"
"จักพรรดินีเยเหยา"ถามอย่างสงสัย เท่าที่ได้คุยมา"เทพจันทรา"คิดว่า"ฉินหยาง"น่าจะอยู่โลกระดับต่ำ
"ฉินหยาง"ลังเลอยู่ชั่วคราว ก่อนจะตอบ
"ข้าก็ไม่รุ้มันคือไร"
เค้าได้หยิบตราแห่งไม้ออกมา เมื่อ"จักพรรดินีเยเหยา"ได้เห็นนางถึงกับตะลึง
"นั่นมัน ตราแห่งไม้.!"
นางได้เผลอพูดออกอย่าไม่ทันได้คิด
"ฉินหยาง"สงสัย
"มันคืออะไรงั้นหรอ ข้าได้มาโดยบังเอิญ"
"นั่นคือ หนึ่งในเก้าตราแห่งกฏ เมื่อในอดีตมีชายคนนึงเค้าได้ก็หลอมรวมกฎทั้งเก้า กลายเป็ตราแห่งกฏแต่ล่ะตรามีกฏเป็ของตัวเอง"
"ฉินหยาง"ถึงกับตะลึงเค้าไม่รู้หรอกว่ากฏคือไร แต่เค้าก็อ่านนิยายมาเยาะพอจะเข้าใจอยู่ เพราะเค้าเข้าใจทำให้เค้าใหนักกว่า
"หรือข้าจะตัวเอกกัน"
เค้าพูดอย่างตื่นเต้นอยู่ในใจ "จักพรรดินีเยเหยา"ไม่รู้ความคิดของ"ฉินหยาง"แต่ดูจากสีหน้าที่ยิ้มจนปากฉีกถึงหู
"เ้าอย่าได้ดีใจไป เ้าไม่สามารถหลอมรวมได้หนึ่งในล้านด้วยซ้ำ และถ้าใครรู้ว่าเ้ามีตราแห่งกฏเ้าจะตายยังไงก็ไม่รู้"
"จักพรรดินีเยเหยา"ราดน้ำเย็นใสอย่างไม่เกรงใจ "ฉินหยาง" ได้ตื่นขึ้นมา
ใช้นี้มันโลกที่เป็ไปด้วยความแข็งแกร่ง "ฉินหยาง"ได้ขอบคุณนางอย่างจริงใจ
"เ้าไม่ต้องกังวล กระจกข้าสามารถเก็บของได้ ยังสามารถเก็บกระจกใวในจิตใจ ข้าจะใช้พลังส่วนหนึ่งเพื่อปกปิดออร่า ไม่มีใครสามารถค้นพบได้แน่นอน"
นางกล่าวอย่าเฉยเมย เสียงใสไพเราะเหมือนเดิม แต่เ็าไปหน่อย
แต่"ฉินหยาง"สงสัยแล้วเ้าไม่สนใจตราแห่งไม้หรอ.?
"แน่นอนว่าไม่ ข้ามีตราแห่งเหมันต์ ตราไม่สามารถหลอมรวมคู่กันได้ ไม่งั้นร่างกายจะรับไม่ไหวจนะเิออกมา"
"ฉินหยาง"พยักหน้าอย่าเข้าใจ
"ข้าจะไปแล้ว ถ้ามีไรก็ไม่ต้องมาบอกข้า ข้าไม่ค่อ
ยว่างถ้ามีไรเดี๋ยวข้าจะมาหาเ้าเอง"
พูดจบนางก็ไม่พูดอีกต่อไป "ฉินหยาง"เรียกสองสามรอบ นางก็ไม่ตอบ
เค้าจึงไม่เรียกอีกต่อไป เค้าได้นั้งคิดทบทวนแล้วเผลอหลับไป