ตอนที่ 28 อย่าลืมปรนนิบัติภรรยา
บ้านพักชั่วคราวเป็บ้านไม้หลังเล็ก ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ
สภาพไม่ดี และเครื่องนอนก็สกปรก
หลินอวี้เก็บข้าวของทันที โยนผ้าปูที่นอนเก่าทิ้งไป หยิบของจิปาถะออกจากถุงเก็บของ แล้วแทนที่ด้วยเสื่อฟางและผ้านวมผืนบางของตัวเอง
ในตอนเย็น สวี่หยางและเสิ่นม่านอวิ๋นไม่มีเวลากินอาหาร แต่เริ่มติดตั้งค่ายกล
“สหายสวี่มีค่ายกลเพลิงขั้นสูง พวกเราจะปลอดภัยกว่า หากไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ เราก็ต้องใช้ค่ายกลทันที”
เสิ่นม่านอวิ๋นตื่นเต้น ใบหน้าเป็สีแดงเปล่งปลั่ง
“ก็ยังต้องระวัง คนชั่วมักจะไม่เล่นตามกฎ” สวี่หยางยังคงระมัดระวังเสมอ
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เสิ่นม่านอวิ๋นรู้สึกปลอดภัยไม่น้อย เมื่ออยู่กับสวี่หยาง
เห็นได้ชัดว่าสวี่หยางทั้งระมัดระวังและรอบคอบ ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเขามีวิธีจัดการปัญหาอยู่เสมอ
เสิ่นม่านอวิ๋นได้ศึกษาค่ายกลนี้แล้ว นางติดตั้งค่ายกลล้อมรอบบ้าน เป็ขบวนค่ายกล
หลังจากนั้น นางก็ติดตั้งไว้ในที่ลับตา ซึ่งอาจมีคนซ่อนตัวอยู่อีกหลายจุด
ค่ายกลนี้เรียบง่ายมาก แม้อาจไม่ได้ผลอย่างสมบูรณ์ แต่ก็สามารถให้ความอุ่นใจได้
เมื่อจัดการเสร็จก็เป็เวลาเที่ยงคืนแล้ว
ในเวลานี้ พวกเขาทั้งสามอยู่ในห้อง จุดเทียน จิบน้ำแกงร้อน ๆ เต็มปากและกินเนื้อด้วยกัน
ลมปราณของสวี่หยางรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมอยู่ตลอด
แต่น่าเสียดายที่ระยะทางมีจำกัด จึงยังต้องออกไปลาดตระเวน
มิฉะนั้น หากมีการสูญเสียปลาิญญาในพื้นที่ที่พวกเขาดูแลอยู่ พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ
หลังจากกินอาหารเสร็จเรียบร้อยก็เป็เวลาดึกดื่นแล้ว
นี่คือเวลาที่จะต้องระมัดระวังมากที่สุด
“อวี้เอ๋อร์ เ้าอยู่ในบ้าน ห้ามไปไหน หากเกิดอะไรขึ้นให้เปิดใช้งานค่ายกลนี้ ค่ายกลนี้สามารถต้านผู้บำเพ็ญมนุษย์ได้”
สวี่หยางเตือนซ้ำ ๆ ส่วนหลินอวี้ก็พูดตลอดว่าไม่ต้องห่วง
“สามี พี่เสิ่น พวกเ้าโปรดอย่าลืมว่าอย่าแยกจากกัน!”
หลินอวี้เตือนด้วยความเป็ห่วง
เสิ่นม่านอวิ๋นเลิกหัวแข็งดื้อรั้นเหมือนในอดีต และกลายเป็คนจริงจัง จับมือกับสวี่หยางลาดตระเวน หลังจากเดินไปรอบ ๆ ก็มั่นใจว่าไม่มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น
สวี่หยางหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ชายหนุ่มควบคุมลมปราณทั้งร่าง ขณะนี้แทบจะเรียกได้ว่าเร้นกายได้ ลมปราณในกายกลายเป็เส้นสาย แผ่ขยายออกไปกว้างไกลทั่วผิวน้ำ
ในไม่ช้า เขาก็พบฝูงปลาในน้ำ ซึ่งเป็ปลาิญญาของที่นี่!
“ห้าร้อยสามสิบหก! อืม จำนวนก็ใกล้เคียงกัน”
ปลาิญญาเหล่านี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่เป็ฝูง เช่นเดียวกับปลาเขียวิญญาที่เขาจับได้ครั้งก่อน
“สหายสวี่ ข้าอยากไปปลดเบา” เสิ่นม่านอวิ๋นเอ่ยอย่างเขินอาย
“เอ่อ... เช่นนั้นก็อย่าไปไหนไกลล่ะ”
เสิ่นม่านอวิ๋นพยักหน้าแล้วเดินจากไป
สวี่หยางมองไปรอบ ๆ ขณะตื่นตัวอยู่เสมอ ลมปราณของเขายังคงแผ่ไปด้านข้างของเสิ่นม่านอวิ๋น ไม่ใช่เพราะเอยากถ้ำมอง แต่เพื่อป้องกันไม่ให้อะไรเกิดขึ้นกับนาง
ขณะนั้น ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี มีบางอย่างใต้น้ำว่ายมุ่งหน้าสู่ฝูงปลาอย่างรวดเร็ว
“เอ๊ะ?”
สวี่หยางไม่ได้พูดอะไร เพียงสะบัดนิ้ว ดัชนีฝังเข็มพุ่งแหวกอากาศ เจาะยิงลงไปในน้ำดุจะุ
ฉึก!
ปลาตัวยาวหนึ่งหมี่ครึ่ง มีฟันแหลมคมยื่นออกมาจากปากยาวลอยอยู่บนผิวน้ำ หากมองใกล้ ๆ จะเห็นว่ามีรูจากการถูกเจาะอยู่บนท้องปลา
“ปลาฟันเลื่อย”
สวี่หยางใมาก เมื่อเห็นลักษณะของปลา เขาไม่คิดว่าจะเจอปลาฟันเลื่อย หลังจากมาที่นี่!
แสดงว่าน่าจะมีปลาแบบนี้ซ่อนตัวอยู่ในน้ำหลายตัว โดยหลบอยู่ในถ้ำในเวลากลางวัน และออกมาล่าปลาิญญาในเวลากลางคืน
เขาเดินไปบนคลื่น เพื่อหยิบปลาฟันเลื่อยขึ้นมา
เมื่อเสิ่นม่านอวิ๋นกลับมา ก็แปลกใจเมื่อเห็นซากปลาฟันเลื่อย
จากนั้นทั้งสองก็ออกลาดตระเวนต่อไป
คืนที่หนึ่งผ่านไป สวี่หยางจับปลาฟันเลื่อยได้อีกสองตัว แต่สำหรับเสิ่นม่านอวิ๋นนั้น จับอะไรไม่ได้เลย
“สวี่หยาง เ้าช่วยสอนเคล็ดลับให้ข้าหน่อยได้หรือไม่? เ้าค้นพบปลาฟันเลื่อยได้อย่างไร?”
เมื่อคืนนางติดตามสวี่หยาง และเห็นด้วยตาของตัวเองว่าเขาพบปลาฟันเลื่อยในน้ำ จากนั้นก็ฆ่าปลาด้วยการสะบัดนิ้วอย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้นางตกตะลึงมาก
“ข้าสอนเ้าได้ และเรายังแบ่งปลาฟันเลื่อยที่เราจับได้ด้วยกันได้ หากให้ปลาแก่เ้า ก็เป็การแบ่งความดีความชอบให้กับเ้าด้วย”
สวี่หยางกล่าว “แต่ข้อแม้ก็คือ เ้าต้องเก็บทุกเื่เกี่ยวกับข้าไว้เป็ความลับ ได้หรือไม่? สหายเสิ่นเป็คนฉลาด ควรรู้ว่าความไว้วางใจระหว่างสหายนั้นประเมินค่าไม่ได้”
เสิ่นม่านอวิ๋นย่อมเข้าใจความหมายนี้
“สหายสวี่โปรดวางใจ”
“อืม ได้สิ ข้าเคยมุ่งเน้นไปที่การทำไร่ แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้ผลตอบแทนมากนัก หลังจากนั้นข้าก็ใช้เงินมากมายที่พ่อแม่ข้าทิ้งไว้ เพื่อซื้อเคล็ดวิชาในตลาดมืด”
“ข้าไม่ได้คาดหวังอะไรเพราะปกติข้าฝึกได้ไม่ค่อยดี แต่ข้ากลับมีความก้าวหน้าในการฝึกเคล็ดวิชานี้ เคล็ดวิชานี้ทำให้ข้ามีการรับรู้ที่แข็งแกร่ง ข้าจึงจับปลาได้อย่างง่ายดาย อืม ที่ข้าเข้าไปเก็บสมุนไพรบนูเาแล้วได้เยอะ ก็เพราะอาศัยเคล็ดวิชานี้เช่นกัน”
สวี่หยางคิดเหตุผลขึ้นมา
เสิ่นม่านอวิ๋นไม่สงสัยเลยสักนิด และคิดว่าสวี่หยางโชคดีมาก
เพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจ ทั้งสองจึงตัดสินใจว่าจะส่งมอบปลาฟันเลื่อยในวันสุดท้าย
…
ในตอนเช้า สวี่หยางเหลือบมองระบบ
[เมื่อคืนนี้ภรรยาอยู่คนเดียวในห้องอันว่างเปล่า เหงาลำพังยามค่ำคืน ได้รับคะแนนพิเศษ 5 แต้ม]
สวี่หยาง “...”
ต้องปรนนิบัติภรรยาให้ดีใช่หรือไม่?
ความจริงเขาคิดไว้แล้วว่าเมื่อคืนคงจะได้แต้มน้อยกว่าปกติ
แต่ในเมื่อไม่เคยลองมาก่อน จึงตัดสินใจจะลอง แน่นอนว่ารางวัลน้อยกว่าที่คิดมาก
“เฮ้อ ดูเหมือนว่าข้าต้องปรนนิบัติภรรยา ก่อนจะออกลาดตระเวนคืนนี้”
ในตอนกลางคืน ทั้งสามคนกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย
เสิ่นม่านอวิ๋นจะออกไปลาดตระเวนข้างนอกกับสวี่หยาง แต่สวี่หยางพูดว่า “สหายเสิ่น เ้าไปก่อนเลย ข้ากับภรรยามีเื่ต้องคุยกัน”
เสิ่นม่านอวิ๋นแปลกใจ ‘คู่รักหนุ่มสาวนี่คุยกันบ่อยจริง ๆ’
“เช่นนั้นก็ได้” เสิ่นม่านอวิ๋นออกไป
“สามี เ้าจะพูดอะไร?” หลินอวี้คิดว่าสวี่หยางมีเื่สำคัญจะพูด จึงจ้องมองเขากะพริบตาปริบ ๆ
ครู่ต่อมา สวี่หยางก็อุ้มนางไปที่เตียง “ภรรยา ราตรีนี้ช่างยาวนาน ให้ข้าอยู่กับเ้าก่อนเถอะ”
ทันใดนั้นหลินอวี้ก็หน้าแดงด้วยความขวยเขิน หลบสายตาแล้วพูดอย่างเขินอาย “จะดีหรือ พี่เสิ่นยังอยู่ข้างนอก หากนางได้ยิน... อ๊ะ...”
สวี่หยางโน้มตัวไปข้างหน้าทันที หลินอวี้ไม่สนใจอีกต่อไป เพราะเมื่อนางคิดว่าเสิ่นม่านอวิ๋นที่อยู่ข้างนอกอาจได้ยินมัน นางก็ยิ่งรู้สึก... ตื่นเต้น!
ใช่แล้ว มันน่าตื่นเต้น
ดังนั้นนางจึงใช้ทักษะทั้งหมดที่ได้มาจากการอ่านหนังสือกามศิลป์ในห้องหอที่สวี่หยางซื้อเมื่อสองวันก่อน
เป็เวลาที่ธูปสองดอกมอด สวี่หยางถึงลุกมาแต่งตัว
หลินอวี้เหนื่อยมากจนเหงื่อออกท่วมตัว นางจึงไปตักน้ำมาเช็ดตัว
“เฮ้อ หากสหายสวี่ยังไม่ออกมาอีก ข้าจะรีบเข้าไปดูว่าคู่รักหนุ่มสาวอย่างพวกเ้ากำลังทำอะไรกันอยู่!”
เสิ่นม่านอวิ๋นเห็นสวี่หยางออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข โดยเฉพาะหลินอวี้ที่ไปตักน้ำมาอาบ นางจะไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรได้อย่างไร นางพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ไหน คาดไม่ถึงว่ายังจะมีอารมณ์ทำอีก
“อะแฮ่ม สหายเสิ่น โปรดใจเย็นก่อน เป็เื่ปกติที่คู่รักจะทำกันไม่ใช่หรือ?”
“เ้าไม่แม้แต่จะมองเลยว่าที่นี่คือที่ไหน”
“เอ๊ะ ดึกแล้วไม่ใช่หรือ? ข้าว่ารีบไปเถอะ”
เสิ่นม่านอวิ๋นยิ่งพูดไม่ออก นึกถึงสิ่งที่หลินอวี้บอกนาง ว่าสวี่หยางเป็คนมีความ้าทางเพศสูงมาก
ตอนนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะถึงขั้นความหื่นกามบังตาไม่เลือกที่
คืนนี้สวี่หยางจับปลาฟันเลื่อยได้สามตัวอีกครั้ง และฆ่าเหยี่ยวเลี่ยอวี๋ไปตัวหนึ่ง!
เสิ่นม่านอวิ๋นยังคงไม่ได้อะไร
ไม่ใช่ว่านางไม่เก่ง นางสามารถจัดการกับเหยี่ยวเลี่ยอวี๋ได้ แต่นางตรวจไม่พบปลาฟันเลื่อยในน้ำ จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฆ่ามันเลย
สำหรับตระกูลโจวที่ควบคุมสัตว์ร้ายได้นั้น ่นี้สูญเสียเหยี่ยวเลี่ยอวี๋ไปจำนวนมาก จึงมีเหยี่ยวเลี่ยอวี๋มาที่นี่น้อยลง ตัวเดียวที่มาเมื่อคืนนี้ถูกสวี่หยางค้นพบก่อน ซึ่งทำให้เสิ่นม่านอวิ๋นหดหู่ใจไม่น้อย
ตอนนี้นางสงสัยถึงความจำเป็ในการร่วมมือกับสวี่หยาง
แต่สวี่หยางยังคงแบ่งปลาฟันเลื่อยให้นาง
วันรุ่งขึ้น สวี่หยางมองไปยังรางวัลที่ตนได้รับ
[ภรรยารู้สึกตื่นเต้นและพึงพอใจมากเมื่อคืนนี้ ได้รับคะแนนพิเศษ 30 แต้ม]
'อวี้เอ๋อร์ชอบความตื่นเต้นแบบนี้หรือนี่ จุ๊ จุ๊ ดูไม่ออกเลยจริง ๆ'
…
ในวันที่สาม สวี่หยางเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ดีอีกครั้ง โดยฆ่าปลาฟันเลื่อยไปสามตัว
“ฮ่า ๆ เกรงว่าสัปดาห์นี้ตระกูลโจวคงดิ้นพล่านเป็แน่!”
เสิ่นม่านอวิ๋นยิ้ม ใน่สามวันที่ผ่านมา ตระกูลโจวสูญเสียปลาฟันเลื่อยไปเก้าตัวแล้ว
ใน่สามวันนี้ สวี่หยางก็รู้สถานการณ์ที่นี่ด้วย สถานที่แห่งนี้อยู่ในความดูแลของผู้บำเพ็ญมนุษย์ชื่อสวีอันอู๋ ซึ่งอยู่ในขอบเขตกลั่นลมปราณ
แต่ได้ยินมาว่าชายผู้นี้เร้นกายฝึกตน ไม่ค่อยออกมา หลายคนจึงไม่เคยเห็นเขามาก่อน
คนที่ลงมาตรวจสอบคือน้องชายของเขา นามว่าสวีเหล่ย ซึ่งมีระดับพลังยุทธ์อยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหก
เขามีระดับพลังยุทธ์ที่ดี แต่นิสัยไม่ดี ได้พบกันไม่กี่ครั้งก็ถูกตวาดใส่ ผู้บำเพ็ญที่มาช่วยดูแลที่นี่ต่างก็พากันหลีกเลี่ยง
“สวี่หยาง! ผู้บำเพ็ญในพื้นที่ตะวันตกเสียชีวิตเมื่อคืนนี้ ตอนนี้จงไปตรวจสอบค่ายกลที่นั่น ดูว่ามีอะไรหายไปหรือไม่”
สวีเหล่ยเดินไปหาสวี่หยางด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ผู้บำเพ็ญในพื้นที่ตะวันตกเสียชีวิตแล้ว ขณะนี้ไม่มีกำลังคน จึงทำได้เพียงดึงจากที่อื่นไปเฝ้าเท่านั้น
“อะไรนะ พี่หงกับสามีตายแล้วหรือ?” เสิ่นม่านอวิ๋นหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินเื่นี้
ตอนที่พวกเขาเพิ่งมาถึง พี่หงกับสามีก็เข้ามาทักทาย คาดไม่ถึงเลยว่าในเวลาเพียงสามวัน จะเกิดเหตุสลดขึ้น
“ตามกฎเมื่อพวกข้ามาที่นี่ สหายเสิ่นม่านอวิ๋นและข้าต้องรับผิดชอบเฉพาะฝั่งตะวันออกเท่านั้น ส่วนสถานที่อื่น ๆ ไม่อยู่ภายใต้การดูแลของเรา”
สวี่หยางปฏิเสธโดยไม่ลังเล อยู่ที่นี่ แม้จะเป็เวลากลางวันก็ยังต้องระมัดระวัง และไม่แยกจากกันง่าย ๆ
ยิ่งกว่านั้น หากยอมสวีเหล่ยสักครั้ง เขาจะเรียกใช้อีกเป็ครั้งที่สองและครั้งที่สาม!
“เ้าว่าอย่างไรนะ? ปฏิเสธข้าหรือ?”
สวีเหล่ยหรี่ตาลง สงสัยอยู่ครู่หนึ่งว่าตนได้ยินผิดไปหรือไม่