กระบี่นิรนาม: ตำนานจอมยุทธ์พลิกฟ้า (The Nameless Blade: Legend of the Sky-Reverser)

    ตอนที่ 50 ระฆังปฐมกาลกึกก้อง และศึกประลองดาราที่แท้จริง

     

    **ปฐมบทแห่งความเงียบงันใต้เงามังกร**

     

    เสียงกังวานของ 'ระฆังปฐมกาล' ทั้งเก้าครั้งยังคงสะท้อนก้องกังวานอยู่ในมิติจิตวิญญาณของผู้ฝึกตนทุกคนบนนครสวรรค์ชั้นในท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามสุกใสประกายทองบัดนี้ถูกย้อมด้วยสีม่วงทองอันวิจิตรตระการตาเมฆาปราณสวรรค์ที่เคยล่องลอยอย่างอิสระบัดนี้ถูกดึงดูดเข้ามารวมตัวกันและแปรสภาพเป็นลวดลาย 'เกล็ดมังกร' ขนาดยักษ์ที่ปกคลุมผืนฟ้ากว้างไกลนับหมื่นลี้แรงกดดันทางจิตวิญญาณที่แผ่ซ่านลงมาจากร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมหนังสัตว์ขาดวิ่นไม่ใช่แรงกดดันที่เกิดจากการบีบบังคับ ทว่ามันคือ 'กฎเกณฑ์แห่งราชัน' ที่ทำให้ทุกสรรพสิ่งต้องก้มหัวให้โดยสัญชาตญาณ

     

    หลินเทียนลอยตัวอยู่เหนือจัตุรัสผู้บรรลุธรรมห่างจากพื้นศิลาหยกขาวเพียงสิบวา ทว่าในความรู้สึกของอัจฉริยะนับหมื่นคนเบื้องล่างแผ่นหลังของเขากลับดูสูงส่งและห่างไกลประหนึ่งยอดเขาที่ไม่อาจปีนป่ายดวงตาสีทองคำบริสุทธิ์ของเขา (True Dragon's Eyes) กวาดมองลงมาเบื้องล่างอย่างเชื่องช้าปราศจากความโกรธเกรี้ยว ปราศจากความเย่อหยิ่ง ทว่ามันคือความ 'ว่างเปล่า' ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง

     

    "ขอบเขตผสานจิตวิญญาณขั้นต้นที่สมบูรณ์แบบ...ไม่สิ! ความบริสุทธิ์ของลมปราณระดับนี้มันเทียบเท่ากับผสานจิตวิญญาณขั้นปลายด้วยซ้ำ!" ผู้อาวุโสไป๋มู่ที่ลอยตัวอยู่ไม่ไกลพึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก แม้ท่านจะเป็นถึงหนึ่งในสิบสองผู้อาวุโสสูงสุดทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ 'สัจธรรม' ที่ถูกขัดเกลามาจากยอดหอคอยชั้นที่หนึ่งร้อยท่านก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดไปตามไขสันหลัง

     

    เจี้ยนอู๋ซวงอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักดาบเหมันต์ดับสูญที่เพิ่งจะกระอักเลือดจากการปะทะทางเจตจำนงบัดนี้ขาทั้งสองข้างของมันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมมือที่กำด้ามกระบี่น้ำแข็งดับสูญชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นมันเคยมองว่าหลินเทียนเป็นเพียงสวะที่โชคดี ทว่าบัดนี้ สวะผู้นั้นกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่มันไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงการทำลายชั้นที่หนึ่งร้อยของหอคอยสัจธรรมลวงตาคือการตบหน้าอัจฉริยะทุกคนในนครสวรรค์อย่างรุนแรงที่สุด!

     

    หลินเทียนค่อยๆร่อนลงแตะพื้นศิลาหยกขาวอย่างแผ่วเบา ทันทีที่รองเท้าบูทของเขาสัมผัสพื้นรอยร้าวรูปใยแมงมุมก็แผ่ขยายออกไปรอบตัวรัศมีสิบวา! ไม่ใช่เพราะเขาจงใจทำลายทว่ามันเป็นเพราะ 'น้ำหนักของสัจธรรม' ในตัวเขามันหนักหน่วงเกินกว่าที่วัสดุระดับสวรรค์จะรองรับไหว!

     

    ฝูงชนที่เคยมุงดูต่างแหวกทางออกเป็นวงกว้างโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้รัศมีร้อยก้าวของเขาเหยียนฟานที่ยืนรออยู่ท่ามกลางความตื่นตะลึง รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยแววตาที่เบิกกว้าง

     

    "สหาย! เจ้า...เจ้าทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย! เสียงระฆังนั่นมันดังไปถึงสวรรค์ชั้นเก้าแล้วมั้ง!"เหยียนฟานตะกุกตะกัก "พลังของเจ้าตอนนี้มัน...ข้าแทบจะหายใจไม่ออกตอนยืนอยู่ใกล้เจ้า!"

     

    หลินเทียนหันมามองเหยียนฟานรังสีพลังสีม่วงทองที่กดทับอยู่ถูกดึงกลับเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างรวดเร็วและแนบเนียนประหนึ่งน้ำซึมลงทราย"ข้าเพียงแค่ขึ้นไปสะสางบัญชีกับภาพมายาของอดีตพระเจ้านิดหน่อย...และดูเหมือนว่า สวรรค์แห่งนี้จะเปราะบางกว่าที่ข้าคิด"

     

    คำพูดที่เรียบง่ายทว่าโอหังทะลุฟ้าของหลินเทียนทำให้ผู้ที่ได้ยินถึงกับลอบสูดลมหายใจเฮือกใหญ่! สะสะสางบัญชีกับอดีตพระเจ้า? เจ้านี่มันคุ้มคลั่งไปแล้วหรืออย่างไร!

     

    **การปรากฏตัวของวิหารพิสุทธิ์และเวทีแห่งดวงดาวที่แท้จริง**

     

    ก่อนที่ความโกลาหลจะลุกลามไปมากกว่านี้ท้องฟ้าที่ถูกย้อมด้วยสีม่วงทองก็พลันถูกแหวกออกด้วยลำแสงสีฟ้าอมเขียวที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่ากลิ่นอายของบุปผาสวรรค์ลอยอวลไปทั่วจัตุรัส พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'เรือเหาะวิหารพิสุทธิ์' ขนาดยักษ์ที่แกะสลักจากหยกวารีทั้งลำ!

     

    บนหัวเรือปรากฏร่างของสตรีที่หลินเทียนคุ้นเคย... **'เซียวเฉียน'** ผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่งแห่งวิหารพิสุทธิ์สวรรค์นางยังคงสวมชุดผ้าไหมสวรรค์สีฟ้าอ่อนที่พลิ้วไหว งดงามดุจเทพธิดาทว่าแววตาที่เคยมองหลินเทียนด้วยความดูแคลนที่ขอบทะเลเมฆาไร้ขอบเขตบัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความสลับซับซ้อนและระแวดระวัง นางมองลงมาที่เด็กหนุ่มเบื้องล่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

     

    "ผู้อาวุโสไป๋มู่ท่านเจ้าวิหารมีบัญชา" เสียงของเซียวเฉียนกังวานใสทว่าทรงอำนาจ"ผู้เข้าแข่งขันจากรอบสมรภูมิดาราทะลวงนรกและผู้ที่ทำลายสถิติหอคอยสัจธรรมลวงตา ได้พิสูจน์คุณสมบัติอย่างครบถ้วนแล้วให้ข้ามพิธีการที่เหลือทั้งหมด และเปิดลานประลอง **'สมรภูมิสุดยอดดารา' (StarlightZenith Arena)** ทันที!การประลองรอบสุดท้าย เพื่อเฟ้นหาผู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นเสาหลักแห่งนครสวรรค์จะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!"

     

    สิ้นคำประกาศของเซียวเฉียนจัตุรัสผู้บรรลุธรรมก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติระดับสูงสุดที่สลักฝังอยู่ใต้พื้นหยกขาวถูกกระตุ้นการทำงานลำแสงสีรุ้งนับหมื่นเส้นพุ่งทะยานขึ้นฟ้าห่อหุ้มร่างของผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด รวมถึงเหล่าอัจฉริยะศิษย์สายตรงที่ได้รับสิทธิพิเศษ!

     

    *วูบบบบบบ!*

     

    ทัศนียภาพรอบกายของหลินเทียนแปรเปลี่ยนไปในพริบตาเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาพบว่าตนเองไม่ได้ยืนอยู่บนแผ่นดินของนครสวรรค์อีกต่อไป ทว่าเขายืนอยู่บน **'อุกกาบาตขนาดยักษ์'** ที่ลอยเคว้งอยู่ใจกลางอวกาศจำลอง!

     

    สมรภูมิสุดยอดดาราไม่ใช่ลานประลองที่มีพื้นราบและอัฒจันทร์ล้อมรอบ แต่มันคือ 'ระบบสุริยะขนาดย่อม'(Micro-Solar System Arena) ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะถูกส่งไปยืนอยู่บนอุกกาบาตหรือเศษดาวเคราะห์ของตนเองที่ลอยวนอยู่รอบ 'ดวงอาทิตย์สีเงิน' ที่เป็นแกนกลางของค่ายกล ผู้ชมและผู้อาวุโสจากสี่มหาอำนาจนั่งประทับอยู่บนระเบียงหยกที่ลอยตัวอยู่รอบนอกของมิตินี้ประหนึ่งทวยเทพที่กำลังเฝ้ามองการต่อสู้ของดวงดาว!

     

    "อลังการเกินไปแล้ว..."เหยียนฟานที่ยืนอยู่บนอุกกาบาตอีกลูกหนึ่งห่างออกไปร้อยวา อุทานด้วยความตื่นตะลึง"สู้กันบนเศษดาวเคราะห์ที่ลอยไปมาเนี่ยนะ!กฎเกณฑ์มิติของที่นี่มันบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว!"

     

    "นี่คือเวทีที่สร้างขึ้นเพื่อผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตผสานจิตวิญญาณโดยเฉพาะ"หลินเทียนวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น สายตาสีทองของเขากวาดมองไปรอบๆ สัมผัสได้ถึงแรงโน้มถ่วงที่แปรปรวน"เมื่อเข้าสู่ระดับนี้ การโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่แค่รัศมีสิบวาหรือร้อยวาแต่มันคือการทำลายล้างระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินลานประลองธรรมดาย่อมรองรับไม่ไหว"

     

    เสียงของผู้อาวุโสไป๋มู่ดังก้องกังวานไปทั่วอวกาศจำลอง"ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย มีทั้งหมด**หนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน!** กติกาคือการต่อสู้แบบตัวต่อตัว (1v1) บนสนามประลองดาราที่ถูกสุ่มเลือกผู้ชนะจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ส่วนผู้แพ้... หากไม่ตายก็ต้องยอมจำนนและร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิด!ห้ามหลบหนีออกจากรัศมีของดวงอาทิตย์สีเงิน! การจับคู่รอบแรก จะเริ่มต้นขึ้น ณบัดนี้!"

     

    **การจับคู่แห่งโชคชะตาและมือสังหารแห่งเงามืด**

     

    ดวงอาทิตย์สีเงินที่อยู่กึ่งกลางสมรภูมิสาดแสงสว่างวาบลำแสงสีเงินสองเส้นพุ่งออกไปจับคู่ผู้เข้าแข่งขัน!

     

    ลำแสงเส้นแรกพุ่งไปตกลงบนร่างของบุรุษในชุดเกราะนักฆ่าสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายความตายและหมอกควันสีเทาหม่นออกมาตลอดเวลามันคือ **'กุ่ยเจวี๋ย' (Gui Jue -ดาบผีเสื้อปีศาจ)**ยอดนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งหอหมื่นวิญญาณ! ผู้มีระดับการบ่มเพาะ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' อาวุธประจำกายของมันคือ 'ดาบสั้นฟันเลื่อย' ที่สามารถสับมิติและซ่อนตัวในเงามืดได้อย่างสมบูรณ์แบบมันคือมือขวาของจ้าวเทียนหลิงและเป็นผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อล้างแค้นแทนเจ้านายของมัน!

     

    ลำแสงเส้นที่สอง...สาดส่องลงมากระทบร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมหนังสัตว์ที่ขาดวิ่น!

     

    **กุ่ยเจวี๋ย แห่งหอหมื่นวิญญาณ ปะทะนิรนาม!**

     

    เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วระเบียงผู้ชมของเหล่าขุนนางและผู้อาวุโส!การจับคู่รอบแรกก็ดุเดือดถึงขีดสุด!แม้ว่านิรนามจะเพิ่งสร้างปาฏิหาริย์ในการทำลายหอคอยชั้นที่หนึ่งร้อยและบรรลุผสานจิตวิญญาณขั้นต้นทว่ากุ่ยเจวี๋ยคือมือสังหารระดับขั้นกลางที่ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน ประสบการณ์และความเหี้ยมโหดของมันเป็นที่เลื่องลือไปทั่วนครสวรรค์

     

    บนระเบียงของหอหมื่นวิญญาณจ้าวเทียนหลิงที่บาดเจ็บสาหัสและต้องนั่งอยู่บนรถเข็นเวทมนตร์แสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ! สวรรค์มีตา! กุ่ยเจวี๋ย!ข้าอนุญาตให้แกทรมานมันได้เต็มที่! ตัดเอ็นแขนเอ็นขาของมันแล้วควักดวงตาสีทองจองหองนั่นออกมาให้ข้า!"

     

    "รับทราบขอรับ นายน้อย"กุ่ยเจวี๋ยค้อมศีรษะลง ร่างของมันพลันละลายกลายเป็นหมอกสีดำและพุ่งทะยานข้ามอวกาศลงสู่ 'อุกกาบาตลานประลอง' ที่ถูกกำหนดไว้

     

    หลินเทียนไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกา เขาก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวร่างของเขาก็พุ่งทะยานข้ามมิติประหนึ่งดาวหางสีม่วงทองลงจอดบนอุกกาบาตขนาดยักษ์ที่เป็นเวทีประลองอย่างนิ่มนวล

     

    อุกกาบาตลูกนี้มีขนาดกว้างกว่าสิบลี้พื้นผิวขรุขระและเต็มไปด้วยหลุมลึกกลิ่นอายของแร่เหล็กดาราลอยอวลอยู่ในสภาวะไร้แรงดึงดูด

     

    กุ่ยเจวี๋ยปรากฏตัวขึ้นห่างออกไปห้าสิบวามันไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น ทว่ามัน 'ลอย' อยู่ในเงามืดของหลุมอุกกาบาตร่างกายของมันผสมกลมกลืนกับความมืดมิดจนแทบแยกไม่ออก

     

    "การปีนหอคอยได้เร็วไม่ได้แปลว่าจะเอาชีวิตรอดจากดาบของข้าได้หรอกนะ ไอ้หนู"กุ่ยเจวี๋ยเอ่ยเสียงแหบพร่าประหนึ่งเสียงกระดาษทรายถูกับเหล็ก"ในโลกของมือสังหาร พลังปราณที่ยิ่งใหญ่ก็เป็นแค่เป้านิ่งที่เตะตา...ข้าจะฝังแกไว้ในความมืดที่แกไม่มีวันมองเห็น!"

     

    > **"ความมืดมิด...คือสถานที่หลบซ่อนตัวของพวกขี้ขลาดที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับแสงสว่าง"**หลินเทียนเอ่ยเสียงเรียบ มือขวาของเขาวางลงบนด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้า**"เจ้าคิดว่าการกลืนตัวเข้ากับความมืด คือจุดสูงสุดของการลอบสังหารงั้นรึ? งั้นข้าจะสอนสัจธรรมข้อหนึ่งให้เจ้าฟัง...เมื่อแสงสว่างเจิดจ้าถึงขีดสุด เงามืดก็จะถูกแผดเผาจนไม่เหลือที่ให้ซ่อน!"**

     

    **วิชาดาบผีเสื้อปีศาจ ปะทะสัจธรรมแห่งการกำเนิดใหม่**

     

    "ตายซะ!"

     

    กุ่ยเจวี๋ยแผดเสียงคำรามร่างของมันแตกตัวออกเป็น 'เงาดำนับพันร่าง' (ThousandShadow Clones)! นี่คือวิชาลับระดับสวรรค์เงาทุกร่างมีรังสีพลังเทียบเท่าตัวจริงทุกประการพวกมันพุ่งทะยานเข้าหาหลินเทียนจากทุกทิศทาง ทั้งบนพื้น กลางอากาศ และใต้ดิน!ดาบสั้นฟันเลื่อยที่อาบด้วยพิษสลายวิญญาณนับพันเล่มถูกฟาดฟันเข้าใส่จุดตายของหลินเทียนพร้อมๆ กัน!

     

    "ตาย! ตาย! ตาย!"เสียงสบถของกุ่ยเจวี๋ยดังมาจากทุกสารทิศมิติบนอุกกาบาตถูกดาบสั้นฟันเลื่อยสับจนเกิดรอยแยกสีดำนับไม่ถ้วน!

     

    ทว่า หลินเทียนกลับหลับตาลง!

     

    เขาไม่ได้ใช้สายตาในการมอง ทว่าเขาใช้ 'หัวใจมังกรคราม' ในการ 'สัมผัส' ถึงความผันผวนของมิติ!ในสภาวะผสานจิตวิญญาณขั้นต้นที่สมบูรณ์แบบกฎเกณฑ์ของพื้นที่และเวลาไม่อาจหลอกลวงเขาได้!

     

    เงาดำนับพันที่พุ่งเข้ามาใกล้ตัวเขาในระยะสิบวา...ล้วนเป็นเพียงพลังงานที่ถูกจัดฉากขึ้น! มีเพียง 'รอยแยกมิติ' เล็กๆ ที่กำลังฉีกขาดอยู่ 'ด้านหลัง' คอหอยของเขาเท่านั้น ที่เป็นของจริง!

     

    "เจอตัวแล้ว"

     

    หลินเทียนลืมตาขึ้น!รูม่านตาสีทองสาดประกายแสงเจิดจ้า! เขาไม่ได้หันกลับไป ทว่าเขาเพียงแค่ 'ชักกระบี่' ออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว!

     

    *กิ๊งงงงง!*

     

    **"วิชากระบี่นิรนาม:สัจธรรมสะท้อนกลับ... อัสนีเบิกเนตร!"**

     

    ปราณอัสนีสีม่วงทองที่ควบแน่นถึงขีดสุดไม่ได้พุ่งออกไปข้างหน้า แต่มันถูกปลดปล่อยออกไปทาง 'ด้านหลัง' ผ่านช่องว่างของฝักกระบี่!คลื่นอัสนีนี้ไม่ได้ใหญ่โต แต่มันเป็นเส้นแสงที่เล็กและแหลมคมยิ่งกว่าเส้นผมมันพุ่งทะลวงเข้าใส่รอยแยกมิติที่กุ่ยเจวี๋ยกำลังจะโผล่ออกมาอย่างแม่นยำประหนึ่งจับวาง!

     

    *ฉึก! อ๊ากกกกก!*

     

    เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่น!รอยแยกมิติระเบิดออกร่างของกุ่ยเจวี๋ยกระเด็นหลุดออกมาจากเงามืดในสภาพที่น่าสมเพช!หัวไหล่ขวาของมันถูกอัสนีสีม่วงทองเจาะเป็นรูโหว่ขนาดเท่ากำปั้นเลือดสีดำพุ่งกระฉูด! เงาดำนับพันร่างที่สร้างขึ้นสลายหายไปในพริบตา!

     

    "เป็นไปไม่ได้!แกมองทะลุมิติเงาของข้าได้ยังไง!"กุ่ยเจวี๋ยตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

     

    "มิติเงาของเจ้ามันก็แค่ลูกไม้ตื้นๆ ที่อาศัยการหักเหของแสงและปราณ..."หลินเทียนหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือขวากำด้ามกระบี่มั่น"ในเมื่อเจ้าชอบความมืดนัก... ข้าก็จะมอบ 'ความมืดที่แท้จริง' ให้เจ้าได้ลิ้มลอง!"

     

    หลินเทียนก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวรังสีปราณของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน! จากสีม่วงทองที่สว่างไสว กลับกลายเป็น 'สีดำสนิท' ที่ดูดกลืนทุกสิ่ง!นี่คือการประยุกต์ใช้สัจธรรมที่เขาได้รับจากการทำลายหอคอยชั้นที่ห้าสิบ!

     

    **"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่สิบ (บทผสาน): สุริยันกลืนดับ!" (FormlessSword, 10th Stance:Eclipse Devourer)**

     

    หลินเทียนตวัดกระบี่มังกรพลิกฟ้าออกไปเบื้องหน้า!ไม่มีคลื่นกระบี่พุ่งออกไป ไม่มีเสียงระเบิด ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ... 'อาณาเขตแห่งความว่างเปล่า' ขนาดยักษ์รัศมีหนึ่งลี้ได้แผ่ขยายออกจากปลายกระบี่ครอบคลุมร่างของกุ่ยเจวี๋ยและพื้นที่ทั้งหมดบนอุกกาบาต!

     

    ภายในอาณาเขตนี้...แสงสว่างจากดวงอาทิตย์สีเงินถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น! เสียงถูกลบหาย!แม้กระทั่งแรงโน้มถ่วงและสัมผัสทางกายภาพก็ถูกตัดขาด!

     

    กุ่ยเจวี๋ยเบิกตากว้างทว่ามันกลับมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความมืดมิดที่ลึกดิ่ง มันพยายามอ้าปากกรีดร้องแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา มันพยายามกวัดแกว่งดาบแต่กลับไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของดาบในมือ!

     

    นี่คือ 'ความมืดที่แท้จริง' ที่ตัดขาดประสาทสัมผัสทั้งห้าและการไหลเวียนของลมปราณโดยสมบูรณ์!ขอบเขตที่ผู้ฝึกตนระดับผสานจิตวิญญาณจะต้องเผชิญหน้ากับความตายที่ไร้รูป!

     

    ท่ามกลางความมืดมิดที่กุ่ยเจวี๋ยกำลังจะเสียสติ...ร่างของหลินเทียนปรากฏขึ้นเบื้องหน้ามันดุจยมทูตดวงตาสีทองคู่เดียวที่ส่องประกายในความมืด จ้องมองลงมาด้วยความเวทนา

     

    หลินเทียนยกกระบี่ขึ้นและฟันลงมาอย่างแผ่วเบาประหนึ่งสายลมพัดผ่านใบไม้

     

    *ฉัวะ...*

     

    อาณาเขตความมืดมิดสลายตัวไปในพริบตา แสงสว่างจากดวงอาทิตย์สีเงินกลับมาสาดส่องอุกกาบาตอีกครั้ง

     

    เสียงอึกทึกบนระเบียงผู้ชมที่เงียบหายไปเมื่อครู่กลับมาดังอื้ออึงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ!

     

    บนลานอุกกาบาต...หลินเทียนยืนหันหลังให้กับศัตรู เขากำลังค่อยๆ เก็บกระบี่มังกรพลิกฟ้าเข้าฝักดัง*กริ๊ก*

     

    ส่วนกุ่ยเจวี๋ยมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหอหมื่นวิญญาณ ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ดาบสั้นฟันเลื่อยในมือของมันค่อยๆ ร่วงหล่นลงพื้น... พร้อมกับ **'รอยแผลเส้นบางเฉียบ'** ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่กลางหน้าผากลากยาวลงมาจนถึงหว่างขา!

     

    เลือดสีดำไม่ได้ทะลักออกมา ทว่า 'แสงสว่างสีขาว' กลับพุ่งทะลุออกมาจากรอยแผลนั้น!แก่นแท้วิญญาณและจุดตันเถียนของมันถูกกระบี่สัจธรรมฟันขาดเป็นสองซีกอย่างสมบูรณ์แบบ!

     

    ร่างของกุ่ยเจวี๋ยค่อยๆแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทา และร่วงหล่นลงสู่ห้วงอวกาศอันมืดมิดเบื้องล่าง สิ้นใจตายโดยที่ไม่ทันได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดเสียด้วยซ้ำ!

     

    **ประกาศศักดาเหนือสมรภูมิดารา**

     

    หลินเทียนหันกลับมามองไปยังระเบียงวีไอพีที่ซึ่งผู้อาวุโสและผู้นำของสี่มหาอำนาจประทับอยู่ดวงตาสีทองของเขาสบเข้ากับดวงตาสีโกเมนของจ้าวเทียนหลิงที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวจนแทบช็อกตายรอยยิ้มเย็นชาและเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของราชันมังกร

     

    "ใครจะเป็นรายต่อไป?..." เสียงของหลินเทียนกังวานก้องไปทั่วสมรภูมิสุดยอดดารา"หรือจะส่งพวกขยะระดับผสานจิตวิญญาณขั้นกลางมาให้ข้าเชือดเล่นอีก?"

     

    ความยิ่งใหญ่และความโหดเหี้ยมที่สง่างามนี้ได้ประทับลงในจิตใจของอัจฉริยะทุกคนบนมหาทวีปแล้ว!การแข่งขันที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้น แต่ผู้ชนะกลับถูกกำหนดไว้ในใจของทุกคนแล้ว!

     

    มังกรครามได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์และสวรรค์แห่งนี้... จะต้องถูกพลิกคว่ำด้วยมือของเขา!

     

    **จบบทที่ 50 (พิพากษาสวรรค์จอมปลอม)**

    คล้ายกับเรื่องกระบี่นิรนาม: ตำนานจอมยุทธ์พลิกฟ้า (The Nameless Blade: Legend of the Sky-Reverser) ที่คุณอ่าน