“ห๋าาาา…เดี๋ยวนะ จางลู่ซือ ฮัวเหลียนฮวา นั่นคือ พ่อแม่ของฉันนี่” จางอี้หนิงะโออกมาอย่างลืมตัว
[ถูกต้องครับ โฮสมีภารกิจปกป้องวาสนาด้ายแดงของพ่อและแม่โฮสไม่ให้ขาดจากกัน หรือพูดอีกอย่างก็คือ ป้องกันไม่ให้ทั้งคู่หย่ากัน]
“แต่เื่นี้มันเป็เื่ความรักของคนสองคนนี่นา การจะเข้าแทรกกลางให้คนไหน หย่าหรือไม่หย่า มันไม่น่าจะถูกต้องนะ” จริงอยู่ที่ในใจลึกๆ เธอไม่อยากให้พ่อและแม่หย่ากันหรอก เธอก็อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนคนอื่น แต่เื่นี้มันขึ้นอยู่กับความสมัครใจของพวกเขา จะไปบังคับกันได้อย่างไร ถ้าพวกเขาทั้งคู่หมดรักกันแล้ว อยู่กันไปก็ยิ่งทุกข์
[การที่คนสองคนมีวาสนาด้ายแดงต่อกัน นั่นแปลว่าคนคู่นั้นมีความรักต่อกันอยู่แล้วครับ เป็คู่ที่มีบุพเพร่วมกันมาเกี่ยวข้องต่อเนื่องหลายภพหลายชาติ ซึ่งนั่นเป็หน้าที่ของเหล่าเย่วในการผูกเชื่อมดวงชะตาคู่รักแต่ละคู่ แต่ระบบด้ายแดงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อป้องกันปัจจัยภายนอก ที่จะส่งผลกระทบต่อวาสนาด้ายแดงของคู่รัก โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยภายใน หรือก็คือความรู้สึกของคู่รักเลย”
“อ่อ…แปลว่า ที่พ่อและแม่ของฉันหย่ากันมันมาจากปัจจัยภายนอกเหรือ ไม่ใช่ว่าคนทั้งคู่หมดรักกัน”
[โฮสจะได้รู้เองในภายหลังครับ]
“ฮึ่ยย อมพะนำชะมัด…ช่างเถอะ แต่นี่แปลว่าต้องมีตัวช่วยอะไรด้วยสิ เล่นส่งฉันกลับมาตอนอายุ 5 ขวบจะทำอะไรได้เนี่ยย” จางอี้หนิงบ่น แต่ก็รู้สึกคาดหวัง ดวงตากลมโตเป็ประกายสดใส นางเอกเื่อื่นเขามีช่องมิติเก็บของ มีสัตว์วิเศษ มีอาวุธเทพ หรือของอำนวยความสะดวกมากมาย เธอจะได้ประสบการณ์แบบนั้นบ้างแล้ว ตื่นเต้นแหะ อิอิ
แต่ยังไม่ทันที่จะได้นินเสียงตอบกลับของระบบ เธอก็สะดุ้งเล็กๆ เมื่อแสงไฟในห้องสว่างวาบขึ้น และได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นใกล้ๆ
"อี้หนิง ทำไมหนูมานั่งอยู่ตรงนี้” ฮัวเหลียนฮวายืนอยู่ด้านหลังร่างเล็กที่นั่งทำหน้าเครียดอยู่ตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะแต่งหน้าของเธอ เงาในกระจกสะท้อนให้เห็นดวงหน้ากลมป้อมของเด็กน้อย ที่ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองเธอ และเริ่มรื้นด้วยน้ำตา
“แม่…” เสียงเล็กๆ เรียกอย่างสุดแสนคิดถึง พร้อมน้ำตาที่เริ่มหลั่งรินออกจากตาแดงๆ แม่…แม่จริงๆ ด้วย ก่อนที่เธอจะย้อนเวลากลับมา แม่เสียไปเกือบสิบปีแล้ว เธอคิดถึงแม่จริงๆ
“เป็อะไรไป ฝันร้ายเหรอ” มือเรียวลูบหัวเล็กทุยเบาๆ เธออยากก้มไปอุ้มลูกขึ้นมา ติดที่กำลังท้องแก่ ทำให้ไม่สามารถก้มได้ จึงได้แต่ใช้มืออีกข้างลูบหัวปลอบลูกสาวตัวน้อยเบาๆ
แม่…คิดถึงแม่จัง…ดีจริงๆ แม่ยังอยู่ ยังอยู่จริงๆ ฮือ…น้ำตาที่ยังหลั่งออกมาไม่ขาด จางอี้หนิงหันกลับมากอดเอวผู้เป็แม่ หัวเล็กๆ นั้นซุกอยู่ท้องของมารดา แล้วกอดไว้ไม่ปล่อย จนนางฮวาต้องปลอบอยู่สักพัก เด็กน้อยจึงค่อยสงบลง
“ไม่ร้องนะ ฝันร้ายหายไป เพี้ยง”
จางอี้หนิง เงยหน้ามองมารดาที่ดูอ่อนเยาว์กว่าในความทรงจำอยู่มาก ฮัวเหลียนฮวาตอนนี้ เป็หญิงสาวอายุราว 20 กว่าปีเท่านั้น มีดวงตาคมสวยขนตาหนาเป็แพ ชั้นตาชัด ทำให้ดูหน้าหวานซึ้ง รับกับคิ้วเรียวยาวได้รูป จมูกโด่งเรียวเล็กเข้ากับรูปหน้า และปากรูปกระจับสีแดงเรื่อ ดวงหน้าปราศจากเครื่องสำอางใดๆ แต่กลับงดงามจับตา จัดว่าเป็คนสวย ชนิดหาตัวได้ยากทีเดียว
โห…แม่เธอตอนสาวๆ สวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย อย่างกับดาราเลย
เธอเคยมีรูปถ่ายแม่ตอนสาวๆ เหมือนกันที่มีเพียงรูปเดียว เป็รูปขาวดำ ตอนเห็นครั้งแรก ก็ว่าสวยมากแล้วนะ นี่มาเห็นตัวจริงๆ สวยมว๊ากกกก นึกแล้วก็เจ็บใจเล็กๆ ทำไมเธอสวยไม่ถึงครึ่งของแม่เลยเนี่ย
แต่แล้วก็ตื่นตะลึง เมื่อรู้สึกบางอย่างผิดสังเกตุ แม่ไม่ได้ดูอ้วนเลย แต่ทำไมท้องโตจัง…หรือว่า เธอเบิกตากว้างจ้องมองหน้าท้องของแม่ที่นูนเด่นชัดเจนออกมา
เอ๋…เธอเป็ลูกสาวคนเดียวนี่ ทำไมแม่ท้องอยู่ล่ะ เธอพยายามมองสำรวจแม่ให้ชัดๆ อีกครั้งทั่วร่าง แขนขาเพรียวบาง ใบหน้ารูปไข่ ลำคอเรียวระหง นี่ไม่ใช่รูปร่างของคนอ้วนเลย ออกจะผอมไปด้วยซ้ำ มีเพียงส่วนท้องเท่านั้นที่นูนเด่นออกมาเท่านั้น
แม่อยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวคลุมเข่าสีฟ้าอ่อน ดูจากท้องที่ใหญ่ขนาดนี้ อายุครรภ์น่าจะ 5-6 เดือนแล้ว ให้ตายสิ ทำไมเธอไม่เคยรู้เลยว่า แม่เคยท้อง และกำลังจะมีน้องชายหรือน้องสาวให้เธอ
ในปี 1979 รัฐบาลได้ประกาศนโยบายลูกคนเดียว และริเริ่มใช้ขึ้น เพื่อควบคุมจำนวนประชากรไม่ให้เพิ่มขึ้นมากเกินไป เธอเกิดปลายปี 1973 ซึ่งเกิดก่อนการประกาศใช้นโยบายลูกคนเดียวเกือบ 5 ปี เธอจึงสงสัยมาตลอดว่า ทำไมเธอถึงไม่มีพี่หรือน้องบ้างเลย เพื่อนรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่มีพี่น้องทั้งนั้น เลยได้แต่แอบอิจฉาเพื่อนเ่าั้ แม้หลายคนจะชอบมาบ่นให้เธอฟังเื่ทะเลาะกับพี่น้องตัวเองบ่อยๆ แต่เขาไม่รู้หรอกว่าการเป็ลูกคนเดียวมันเหงาจะตาย
แต่ตอนนี้ เธอเพิ่งได้รับรู้ว่า จริงๆ แล้ว เธอกำลังจะมีน้อง!!
ฮัวเหลียนฮวาก้มมองลูกสาวตัวน้อย ที่จ้องมองท้องเธออย่างตะลึงงัน ดวงตากลมโตนั้นเบิกโพลงอย่างน่าตลก จนอดที่จะรู้สึกขบขันไม่ได้
“ทำไมจ้องมองท้องแม่ขนาดนั้นล่ะจ้ะ” ฮัวเหลียนฮวาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางลูบหัวทุยเล็กๆ นั้นด้วยความเอ็นดู
“แม่…น้อง” เธอมีคำพูดมากมายอยากจะถาม แต่กลับพูดออกมาได้เพียงเท่านี้
“ใช่แล้วจ้ะ อีกสองเดือนหนูก็จะได้เจอน้องแล้ว ดีใจหรือเปล่า”
อี้หนิงมองแม่ และเห็นแววตาเปี่ยมสุขที่ฉายออกมา ก็หลุบตาจ้องไปที่ท้องของแม่อีกครั้ง ในหัวมีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด ทั้งสับสนและงงงวย กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ และการท้องของแม่ที่เพิ่งได้รับรู้
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!
……………………….
จางอี้หนิง: ฉันจะมีน้องแล้ว เย้
ระบบ: มีน้องปุ๊บ มรดกหารครึ่งปั๊บ
จางอี้หนิง: ไม่ทำภารกิจย่อยได้ไหม
ระบบ: ...
ไรท์: ...