บทที่ 9
ฮวงจุ้ยสะท้านภพ
ภัตตาคาร'ัทอง'เป็ร้านอาหารจีนระดับเหลาที่ตั้งอยู่หน้าปากซอยทางเข้าสลัมตัวอาคารเป็ตึกแถวสามคูหาตกแต่งด้านหน้าด้วยโคมไฟสีแดงสดและป้ายไม้แกะสลักเคลือบทองคำเปลวดูหรูหราอลังการตัดกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างสิ้นเชิง
ทว่า...แม้จะอยู่ใน่หัวค่ำซึ่งเป็เวลาดินเนอร์ของมนุษย์เงินเดือนแต่ภายในร้านกลับโล่งโจ้ง มีพนักงานเสิร์ฟยืนหาวหวอดๆ ปัดแมลงวันอยู่ประปรายแทบไม่มีลูกค้าเลยสักโต๊ะเดียว
กู้หลินจูงมือน้องชายและน้องสาวเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางเกร็งๆเสื้อผ้าของพวกเขาทั้งสามคนดูมอซอเกินกว่าจะก้าวเท้าเข้าสถานที่แบบนี้ แต่เมื่อกู้หลินนึกถึงตัวเลข'53,250หยวน' ในแอปพลิเคชันธนาคาร เขาก็เชิดหน้าขึ้นยืดอกเดินไปที่โต๊ะกลมขนาดใหญ่กลางร้านอย่างมาดมั่น
"ยินดีต้อนรับครับไม่ทราบว่ามากี่ท่าน..." พนักงานเสิร์ฟชายเดินเข้ามารับหน้าน้ำเสียงติดจะดูแคลนนิดๆ เมื่อเห็นสภาพของลูกค้า
"สามคนครับขอเมนูด้วย!" กู้หลินตอบเสียงดังฟังชัด
"หนูเอาหมูหันหนึ่งตัว!เป็ดปักกิ่งหนึ่งตัว! แล้วก็ซุปหูฉลามหม้อใหญ่ด้วยค่ะ!" เย่ว์ซินในโหมด 'เสี่ยวเป่าผู้น่ารัก'ชิงสั่งอาหารล่วงหน้าเสียงใสแจ๋วทำเอาพนักงานเสิร์ฟถึงกับเลิกคิ้วสูง
"เอ่อ...น้องหนูครับ หมูหันกับเป็ดปักกิ่งราคาแพงมากนะครับ..."พนักงานเสิร์ฟมองหน้ากู้หลินเชิงตั้งคำถาม
กู้หลินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหน้าแอปธนาคารวางกระแทกปังลงบนโต๊ะเบาๆ "ผมมีปัญญาจ่ายครับ รีบไปสั่งในครัวเลย!เอาแบบด่วนที่สุด น้องสาวผมหิวแล้ว!"
พนักงานเสิร์ฟเหลือบเห็นตัวเลขห้าหมื่นกว่าหยวนบนหน้าจอท่าทีหยิ่งยโสเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นอบน้อมประจบประแจงในพริบตา "ดะ...ได้เลยครับคุณชาย! รอสักครู่นะครับ จะรีบจัดให้เดี๋ยวนี้เลยครับ!"
พนักงานวิ่งกุลีกุจอหายเข้าไปในครัวทิ้งให้สามพี่น้องนั่งรอด้วยความตื่นเต้น กู้หยูหยิบตะเกียบขึ้นมาเคาะจานเล่นเป็จังหวะส่วนกู้หลินก็นั่งยิ้มมองน้องๆ อย่างมีความสุข
แต่สำหรับเย่ว์ซิน...ความสุขของนางสะดุดลงเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ภัตตาคารแห่งนี้
ในสายตาคนทั่วไปนี่คือร้านอาหารที่ตกแต่งสวยงามตามสไตล์จีนโบราณ มีน้ำตกจำลองมีรูปปั้นเทพเ้ากวนอู และมีกระจกเงาบานใหญ่ประดับผนัง
แต่ในสายตาที่มองผ่าน'เนตร์'ของเย่ว์ซิน...
"นี่มันค่ายกลเรียกผีชัดๆ!"เย่ว์ซินพึมพำกับตัวเองเบาๆ คิ้วเล็กๆ ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปม
พลังงานสีดำคล้ำราวกับหมึกหยดในน้ำแผ่กระจายอวลอยู่ทั่วทุกมุมร้าน!
น้ำตกจำลองที่ควรจะตั้งอยู่ทิศตะวันออกเพื่อเรียกทรัพย์กลับถูกนำไปตั้งไว้ที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็ 'ทิศสูญสิ้น' ทำให้น้ำที่ไหลเวียนกลายเป็น้ำเน่าหนุนเคราะห์รูปปั้นเทพเ้ากวนอูก็ถูกตั้งหันหน้าเข้าหากำแพงทึบ บดบังบารมีและที่แย่ที่สุดคือ... กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนแสงไฟตกกระทบตรงกับประตูห้องน้ำพอดี!
"โง่เขลาเบาปัญญา!ใครเป็คนจัดวางข้าวของในร้านนี้กันเนี่ยจัดฮวงจุ้ยได้เหมือนเล้าหมูรอวันโดนเชือดจริงๆ!" เย่ว์ซินบ่นอุบอิบในใจ
ไม่นานนักอาหารระดับฮ่องเต้ก็ถูกทยอยนำมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมของหนังหมูหันกรอบๆและหนังเป็ดปักกิ่งย่างเตาถ่าน ทำเอาเย่ว์ซินลืมเื่ฮวงจุ้ยผีสิงไปชั่วขณะนางกระโจนเข้าใส่โต๊ะอาหารราวกับแร้งลง ใช้มือน้อยๆหยิบจับชิ้นเนื้อเข้าปากอย่างตะกละตะกลามท่ามกลางเสียงหัวเราะเอ็นดูของพี่ชายทั้งสอง
"ค่อยๆกินเสี่ยวเป่า เดี๋ยวก็ติดคอหรอก"กู้หลินคีบเนื้อเป็ดชิ้นใหญ่ที่สุดใส่จานให้น้องสาว
เย่ว์ซินเคี้ยวกร้วมๆหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับรสชาติของเนื้อสัตว์ชั้นดีในโลกมนุษย์... อร่อย!อร่อยเกินกว่าที่เทพธิดาตก์คาดคิดไว้มาก!
'ข้าตัดสินใจแล้ว!ข้าจะไม่ยอมให้ร้านที่ทำอาหารอร่อยระดับนี้ต้องมาเจ๊งเพราะความโง่เื่ฮวงจุ้ยเด็ดขาด!'
ขณะที่เย่ว์ซินกำลังแทะกระดูกหมูหันอยู่นั้นเองชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าเต็มไปด้วยความเครียดและรอยเหี่ยวย่นก็เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน เขาคือ 'เถ้าแก่หวัง' เ้าของภัตตาคารแห่งนี้เถ้าแก่เดินมาหยุดยืนดูสามพี่น้องกินอาหารด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับเศร้าหมอง
"อาหารอร่อยไหมครับคุณลูกค้าตัวน้อย?" เถ้าแก่หวังถามเสียงอ่อนโยน
เย่ว์ซินเงยหน้าขึ้นจากจานที่เต็มไปด้วยกระดูกวางซี่โครงหมูลง ใช้หลังมือเช็ดปากที่เลอะคราบน้ำมัน แล้วหันไปจ้องหน้าเถ้าแก่ตรงๆ
"อร่อยมากค่ะเถ้าแก่!"เย่ว์ซินตอบด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว "อร่อยจนหนูเสียดายเลยล่ะค่ะ..."
"เสียดาย? เสียดายอะไรหรือ?"เถ้าแก่เลิกคิ้วแปลกใจ
"เสียดายที่...อีกไม่เกินเจ็ดวัน ภัตตาคารัทองแสนอร่อยแห่งนี้ ก็คงจะต้องถูกธนาคารยึดและเถ้าแก่ก็ต้องล้มละลายยังไงล่ะคะ!"
เพล้ง!
กู้หลินและกู้หยูทำตะเกียบหลุดมือร่วงลงพื้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายหน้าของกู้หลินซีดเผือด เขารีบยกมือขึ้นปิดปากน้องสาวทันที
"ขะ...ขอโทษครับเถ้าแก่! น้องสาวผมแกเพิ่งสร่างไข้
คงจะเพ้อเจ้อพูดอะไรไม่รู้เื่!" กู้หลินละล่ำละลักขอโทษ
แต่เถ้าแก่หวังไม่ได้โกรธกลับยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"นะ...หนูรู้ได้ยังไงว่าร้านลุงกำลังจะถูกธนาคารยึดในอีกเจ็ดวัน!?"
ความลับเื่หนี้สินก้อนโตนี้เถ้าแก่หวังปกปิดมันไว้มิดชิด แม้แต่พนักงานในร้านยังไม่มีใครรู้แล้วเด็กหญิงวัยมอมแมมคนนี้รู้ได้อย่างไร!?
เย่ว์ซินปัดมือพี่ชายออกนางปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้เพื่อเพิ่มความสูง (และเพิ่มความน่าเกรงขาม)สลัดคราบเด็กน้อยตะมุตะมิทิ้งไป แล้วสวมิญญา 'ซินแสผู้ยิ่งใหญ่' แทน!
"ไม่ใช่เื่แปลกเลยค่ะเถ้าแก่..."เย่ว์ซินชี้ไม้ชี้มือไปรอบร้าน "มองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าร้านนี้กำลังโดน 'คำสาป' จากความไม่รู้! เถ้าแก่จ้างซินแสกำมะลอที่ไหนมาดูฮวงจุ้ยให้คะ? จัดร้านได้อัปมงคลราวกับจัดฉากรอรับยมบาลเลย!"
"มะ...หมายความว่ายังไง! ซินแสหลี่ที่มาจัดให้ลุงเป็ซินแสชื่อดังระดับจังหวัดเลยนะ!" เถ้าแก่หวังเริ่มเหงื่อตก
"ดังแต่ชื่อสิไม่ว่า!"เย่ว์ซินแค่นเสียง "เริ่มจากตรงนั้น! น้ำตกจำลอง! น้ำคือสื่อนำโชคลาภแต่เถ้าแก่เอาไปตั้งไว้ทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็ทิศสูญสิ้นธาตุไฟในปฏิทินดาวเหินปีนี้! แทนที่น้ำจะพัดพาเงินทองเข้ามามันกลับพัดพาเงินหนีออกไปหมด!"
นางหันไปชี้ที่รูปปั้นเทพเ้า"สอง! เทพเ้ากวนอูเป็สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และบารมีแต่เถ้าแก่กลับตั้งท่านหันหน้าเข้าหากำแพงทึบ! ไม่ให้ท่านมองเห็นหน้าร้านแล้วท่านจะช่วยคุ้มครองกวักเรียกลูกค้าให้ได้อย่างไร? ท่านคงอึดอัดจนอยากจะขี่ม้าเซ็กเธาว์หนีกลับ์ไปแล้ว!"
กู้หลินและกู้หยูนั่งฟังตาปริบๆพวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าน้องสาวที่เพิ่งอายุห้าขวบมีความรู้เื่โหงวเฮ้งและฮวงจุ้ยระดับปรมาจารย์ขนาดนี้!
"และที่แย่ที่สุด...ซึ่งเป็ต้นเหตุของความซวยทั้งหมด!" เย่ว์ซินะโลงจากเก้าอี้เดินเตาะแตะไปหยุดอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่ติดผนัง "กระจกบานนี้!มันสะท้อนเงาตรงกับประตูห้องน้ำพอดี! ห้องน้ำคือแหล่งรวมพลังงานหยิน(พลังงานด้านลบและสิ่งปฏิกูล) การติดกระจกสะท้อนออกมาแบบนี้ ก็เท่ากับเป็การ 'เพิ่ม' พลังงานเน่าเสียให้กระจายฟุ้งไปทั่วร้าน!"
เย่ว์ซินหันขวับมาจ้องตาเถ้าแก่หวังที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดเป็ไก่ต้ม
"นับั้แ่เถ้าแก่ปรับปรุงร้านและติดกระจกบานนี้เมื่อสามเดือนก่อน...ลูกค้าที่เคยกินก็เริ่มท้องเสีย อาหารทะเลสดๆ ก็เน่าเสียเร็วกว่าปกติพนักงานในร้านก็ทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นแต่ละวัน จนลูกค้าประจำหนีหายไปหมด...หนูพูดถูกไหมคะ?"
ตุบ!
เถ้าแก่หวังเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกระเบื้องของร้านทันที!
น้ำตาของลูกผู้ชายวัยกลางคนไหลพรากอาบแก้มทุกสิ่งที่เด็กหญิงตัวน้อยพูดมา... มันคือความจริงทั้งหมด! แม่นยำราวกับตาเห็น!ั้แ่ซินแสคนนั้นมาจัดร้านให้ธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองก็ดิ่งลงเหวราวกับนกปีกหักภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน!
"หนู...หนูเป็ร่างประทับของเทพเ้าองค์ไหนกัน!"
เถ้าแก่หวังคลานเข่าเข้ามาใกล้เย่ว์ซิน ยกมือไหว้ปลกๆไม่สนสายตาพนักงานที่ยืนดูอยู่ด้วยความช็อก "ได้โปรด!ได้โปรดช่วยลุงด้วยเถอะ! ร้านนี้เป็สมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลลุง ถ้าโดนยึดไปลุงคงต้องผูกคอตายแน่ๆ!"
กู้หลินเห็นผู้ใหญ่มาก้มกราบเด็กก็ใรีบวิ่งเข้าไปพยุงเถ้าแก่ "เถ้าแก่ครับ! อย่าทำแบบนี้เลยครับแกยังเด็กอยู่..."
"ไม่ต้องพยุงค่ะพี่ใหญ่!"เย่ว์ซินยกมือห้าม ยืดอกขึ้นด้วยความภูมิใจ"ในเมื่อเถ้าแก่กล้าขอความช่วยเหลือ หนูที่เป็คนดีมีเมตตา(และเห็นแก่เป็ดปักกิ่งแสนอร่อย) ก็จะยอมช่วยชี้ทางสว่างให้เป็กรณีพิเศษ!"
เย่ว์ซินเดินเข้าไปหาเถ้าแก่หวังที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่นางใช้นิ้วป้อมๆ เคาะไปที่ไหล่ของเถ้าแก่เบาๆ
"วิธีแก้ง่ายมาก...ฟังให้ดีนะเถ้าแก่"
เย่ว์ซินเริ่มร่ายยาวด้วยความมั่นใจ"พรุ่งนี้เช้า ย้ายน้ำตกจำลองไปไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือหมุนรูปปั้นเทพเ้ากวนอูให้หันหน้าออกไปทางประตูใหญ่เพื่อสกัดพลังชั่วร้ายและข้อสุดท้าย... ทุบกระจกเฮงซวยบานนี้ทิ้งซะ!แล้วเอาภาพวาดดอกโบตั๋นมาแขวนแทน!"
"ทุบ...ทุบเลยเหรอครับ?" เถ้าแก่หวังลังเล เพราะกระจกบานนี้ราคาแพงมาก
"ถ้าเสียดายกระจกก็เตรียมตัวเสียร้านไปได้เลยค่ะ!"
เย่ว์ซินขู่ฟ่อ ทำเอาเถ้าแก่หวังสะดุ้งสุดตัว
"ทุบครับ!ลุงจะให้คนมาทุบคืนนี้เลย!" เถ้าแก่รับปากอย่างหนักแน่น
เย่ว์ซินยิ้มพอใจกลับมานั่งที่โต๊ะแล้วเริ่มแทะน่องหมูหันต่อ "ดีมากค่ะ อ้อ!อีกอย่างหนึ่งนะคะ..."
นางเหลือบตาไปมองเถ้าแก่ที่รอฟังอย่างตั้งใจ
"ค่าดูฮวงจุ้ยครั้งนี้...หนูขอคิดเป็ 'บัตรกินฟรีตลอดชีพ' ของภัตตาคารัทองก็แล้วกันนะคะ!ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่งั้นหนูจะแช่งให้กลับไปซวยเหมือนเดิม!"
เถ้าแก่หวังหัวเราะร่วนออกมาเป็ครั้งแรกในรอบสามเดือนน้ำตาแห่งความหวังเปล่งประกายในดวงตา
"ได้เลยครับคุณหนู!อย่าว่าแต่กินฟรีตลอดชีพเลยจะให้ลุงจัดโต๊ะจีนชุดใหญ่ไปส่งที่บ้านทุกวันยังได้เลยครับ!"
กู้หลินและกู้หยูนั่งมองหน้ากันตาปริบๆ...น้องสาวตัวกะเปี๊ยกของพวกเขา เพิ่งจะปลดหนี้ให้ร้านอาหารใหญ่โตและยังกรรโชกทรัพย์เป็บุฟเฟ่ต์ตลอดชีพมาได้อย่างหน้าตาเฉย!
นี่มัน...เทพธิดาเดินดินชัดๆ!
เย่ว์ซินเคี้ยวหมูหันกร้วมๆอย่างมีความสุข ภารกิจวันนี้คอมพลีท! อิ่มท้อง ได้กินของอร่อยฟรีตลอดกาลแถมยังได้โปรดสัตว์มนุษย์ตาดำๆ อีกหนึ่งคน... ชีวิตในร่างเด็กห้าขวบนี่มันก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย!