สถานที่แห่งนี้คือประเทศญี่ปุ่นเื่นี้เป็อดีตที่ผ่านมานานหลายปีแล้ว
ในวันที่แสงแดดเจิดจ้าราวกับจะแผดเผาถนนหนทางใน่ฤดูร้อนวันหนึ่ง
ณ ย่านชุมชนแห่งหนึ่งเด็กน้อยหญิงชายคู่หนึ่งกำลังร่ำลากันด้วยความเศร้าโศก
“ฮารุคุง อย่าไปนะ!”
ถัดจากรถบรรทุกขนของสำหรับย้ายบ้านที่จอดอยู่นั้นเด็กหญิงคนหนึ่งร้องไห้พลางเกาะเด็กชายไว้แน่น ชื่อของสาวน้อยคืออายาเสะ มิฮารุ ขณะนั้นเธออายุได้ 7 ขวบ
“มี่จัง อย่าร้องสิ เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีกนี่นา?”
เด็กชายข่มความรู้สึกพร้อมกัดฟันพูดในขณะที่ยังถูกสาวน้อยที่ไม่ยอมหยุดร้องกอดชื่อของเขาคืออามาคาวะ ฮารุโตะ อายุ 7 ขวบเท่ากันั้แ่วันนี้ไปเขาและพ่อจะต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่ไกลออกไปกันสองคนการที่เขาจะได้กลับมาเจอกับมิฮารุอีกนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะพวกเขาไม่มีทีท่าว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกนั่นเป็เพราะว่าพ่อและแม่ของฮารุโตะหย่าร้างกัน แม่และน้องสาวของเขาจะอาศัยในเมืองนี้ต่อแต่ทั้งสี่คนก็ได้ย้ายออกมาจากอพาร์ทเม้นต์ที่เคยอยู่ด้วยกันแล้ว
พ่อของฮารุโตะและพ่อแม่ของมิฮารุมองเด็กน้อยทั้งสองอย่าอดสงสารไม่ได้อยู่ห่างๆ
“ไม่เอา อย่าไปนะฮารุคุง!”
พอฮารุโตะมองไปที่มิฮารุที่ทั้งร้องไห้ทั้งอ้อนวอนเขาก็อยากร้องไห้ขึ้นมา แต่เพราะเขาไม่อยากให้มิฮารุได้เห็นตัวเองอ่อนแอเขาจึงจำต้องเก็บซ่อนน้ำตาไว้ภายในเขาพยายามอย่างเอาเป็เอาตาย ทำเป็เข้มแข็งเพื่อที่จะบอกให้มิฮารุหยุดร้องไห้ว่า “ไม่เป็ไรนะ”บ้างล่ะ “เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก” บ้างล่ะ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีอะไรมารับประกันว่าจะเป็อย่างที่เขาพูดก็ตามในใจเขานั้นทั้งเจ็บใจและอยากจะร้องไห้ไม่ต่างจากมิฮารุ
ฮารุโตะรักมิฮารุและมิฮารุเองก็รักฮารุโตะเช่นกัน
ไม่รู้ว่าการที่ทั้งสองได้พบกันนั้นจะเป็เพียงแค่เื่บังเอิญหรือโชคชะตาเริ่มมาจากพ่อแม่ของทั้งสองได้ย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ทเม้นต์เดียวกันห้องพักก็ยังอยู่ติดกันอีก และเป็เพราะเด็กน้อยทั้งสองเกิดในฤดูใบไม้ผลิเหมือนกันจึงทำให้ทั้งสองครอบครัวพัฒนาความสัมพันธ์กันจนสนิทสนม
เพราะเด็กชายเกิดในฤดูใบไม้ผลิจึงมีชื่อว่าฮารุโตะเพราะเด็กหญิงเกิดในฤดูใบไม้ผลิจึงได้ชื่อว่ามิฮารุ
พ่อแม่ของฮารุโตะต้องทำงานกันทั้งคู่ ทำให้มีบ่อยครั้งที่ต้องฝากฮารุโตะไว้กับที่บ้านของมิฮารุทั้งสองคนจึงโตมาด้วยกันั้แ่ยังแบเบาะหากจะให้นิยามความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็คำพูดแล้วล่ะก็ คงจะเป็คำว่า “เพื่อนสมัยเด็ก”กระมัง เพราะอยู่ด้วยกันมาั้แ่จำความได้จึงหลีกเลี่ยงความรู้สึกรักใคร่ชอบพอไปไม่ได้เลย
ในขณะนั้น เด็กน้อยทั้งสองยังไม่รู้จักความหมายของคำว่ารักรู้เพียงว่าสำหรับทั้งสองแล้วเขาคือคนพิเศษของกันและกันไม่ว่าจะเป็สาเหตุที่ชอบหรือจุดเริ่มต้นของความรักนั้นพวกเขาไม่รู้หรอกรู้แค่เพียงว่าชอบและหลงใหลอีกฝ่ายเท่านั้นเอง
“ฮารุคุง อยู่ด้วยกันนะ ฮารุคุง”
เด็กชายอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เด็กหญิงของเขาหยุดร้องเพราะเมื่อมิฮารุเสียน้ำตา จิตใจเขาก็พลอยเศร้าโศกไปด้วย ฮารุโตะไม่รู้จะทำอย่างไรกับมิฮารุที่นอกจากจะไม่หยุดร้องแล้วยังเกาะเขาแน่นเขาคิดหาวิธีไม่ออกเลยจริงๆเขาที่ไร้เรี่ยวแรงในยามนี้จะทำอะไรให้มิฮารุได้บ้างนะ ฮารุโตะกำมือแน่นเมื่อเขาตระหนักว่าตัวเองในตอนนี้ไม่สามารถทำได้แม้กระทั่งจะปกป้องเพื่อนในวัยเด็กที่เขารักที่สุดไม่ให้จากลาได้
ฮารุโตะคิดว่าแค่มีมิฮารุอยู่เคียงข้าง เท่านี้เขาก็มีความสุขแล้วแต่ในตอนนี้ตัวเขากลับทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเขาเป็แค่เด็กชายคนหนึ่งเท่านั้นแต่เขาก็อยากให้ความปรารถนาของตนเองเป็จริงสักวัน อยากจะอยู่กับมิฮารุตลอดไปอยากจะเดินเคียงข้างมิฮารุตลอดไป เขาจึงสารภาพความในใจออกไปเพราะนั่นเป็เพียงสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในยามนี้
“ถ้าโตแล้วฉันจะมารับเธอนะ ถึงตอนนั้นเรามาแต่งงานกันนะมิฮารุ!”
ฮารุโตะรวบรวมความกล้าแล้วสารภาพรักต่อมิฮารุออกไปครั้งแรกในชีวิต
“ถ้าเราแต่งงานกัน เราจะได้อยู่ด้วยกัน ต่อให้ตายไปก็จะปกป้องมี่จัง!”
ฮารุโตะะโอย่างต่อเนื่อง ตึกตักตึกตัก...เสียงหัวใจของเด็กชายเต้นระรัว
“ไม่ได้...เหรอ?”
ฮารุโตะถามต่อด้วยเสียงสั่นเครือ
ไม่รู้ว่ามิฮารุหยุดร้องไปตอนไหนเด็กหญิงเอาแต่เหม่อมองใบหน้าของฮารุโตะ
“แต่งสิ แต่ง มิฮารุจะแต่งงานกับฮารุโตะ!”
หลังจากตอบรับคำขอของฮารุโตะใบหน้าของมิฮารุก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแสนน่ารัก
เด็กชายยินดีอย่างยิ่งเขาคิดว่าจะต้องทำตามสัญญานี้ให้ได้ ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานเพียงใดก็ตามเขาจะปกป้องรอยยิ้มนี้ให้ได้ เขาสาบานไว้แบบนั้นแล้วจุมพิตมิฮารุเบาๆ ก่อนจากมา
สัญญาที่เด็กชายได้ให้ไว้นั้นไม่มีน้ำหนักเลยมันก็เป็สัญญาของเด็กๆ นั่นแหละเป็สัญญาที่พูดไว้โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภายภาคหน้า แต่สัญญานี้กลับบันทึกในความทรงจำของฮารุโตะเป็อย่างดีและสัญญานี้ยังเป็ตัวผลักดันในการใช้ชีวิตของเขาอีกด้วย
ั้แ่นั้นมาฮารุโตะตั้งมั่นและพยายามอย่างหนัก เพราะความใฝ่ฝันที่อยากจะพบกับมิฮารุอีกครั้งเขาอยากเจอมิฮารุมากจนไม่อาจอยู่เฉยได้ ไม่ว่าจะเป็เื่ไหนอย่างไรก็ตามเขาก็พยายามอย่างหนักเพราะคิดว่าจะทำให้ได้พบกับมิฮารุเร็วขึ้นเด็กชายเชื่ออย่างนั้น ฮารุโตะจึงตั้งใจเรียนอย่างหนักช่วยครอบครัวทำทั้งงานบ้านและการเกษตรนอกจากนั้นปู่ของเขายังช่วยสอนศิลปะป้องกันตัวโบราณที่พบเห็นได้ยากในสมัยนั้นด้วยอาจเป็เพราะโตมาในสภาพแวดล้อมอย่างนั้น ฮารุโตะจึงเติบโตมาเป็คนขยันและซื่อสัตย์ไม่รู้ว่าความพยายามอย่างหนักของเขาจะสื่อไปถึงคนอื่นด้วยหรือเปล่าเพราะพ่อของฮารุโตะยอมรับเื่ที่เขาจะสอบเข้าและเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมปลายของเมืองที่มิฮารุอาศัยอยู่
ผลก็คือฮารุโตะได้เจอกับมิฮารุอีกครั้งอย่างไม่คาดฝันในโรงเรียนที่เขาสอบเข้าได้นี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะโชคชะตาหรือความบังเอิญที่ทำให้มิฮารุเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเดียวกันนี้แม้ว่าจะอยู่คนละห้องก็ตามฮารุโตะก็ใจนร่างกายแข็งทื่อไปเลยเมื่อเขาเห็นชื่อของมิฮารุอยู่บนกระดานรายชื่อราวกับถูกขโมยลมหายใจฮารุโตะยืนนิ่งไปเมื่อเขาเห็นมิฮารุในวัยสาวสะพรั่งในเครื่องแบบนักเรียนแม้เธอจะโตขึ้นแค่ไหน ฮารุโตะก็ไม่มีทางจำผิดคนแน่ แม้ตัวจะอยู่ไกลแต่หัวใจนั้นรู้สึกใกล้ชิด เป็เพราะมิฮารุเป็คนสำคัญสำหรับเขาตลอดมา
มิฮารุในยามนี้ผมยาวสลวยเป็ประกายสีดำขลับยาวมาถึงกลางแผ่นหลังหน้าตาสะสวย ผิวขาวราวกับแต่งแต้มด้วยหิมะ ร่างเล็กแต่สมส่วนดูเป็คนเรียบร้อยแต่เต็มไปด้วยบรรยากาศของผู้ความเป็กุลสตรีและสง่างาม
---------------
คำว่า ฮารุ ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าฤดูใบไม้ผลิ