คืนเดือนมืดที่ถูกกำหนดให้เป็วันผ่าตัดครั้งสำคัญใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนในจวนฉินอ๋องต่างอยู่ในความตึงเครียด จ้าวชิงเหยา และ เสี่ยวเยว่ ขลุกตัวอยู่ใน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ เพื่อฆ่าเชื้อเครื่องมือชุดสุดท้าย ส่วน หลี่จ้าน แม้จะถูกจำกัดให้อยู่ในเรือนของตน แต่ก็ส่งทหารเงาออกไปตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายนอกอย่างไม่ขาดสาย
บรรยากาศในจวนเงียบสงบจนน่าขนลุก ทำให้รู้สึกเหมือนเป็
คุกทองคำ ที่ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ ชิงเหยารู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาจากภายนอก ไม่ใช่แค่สายตาของ
หลิ่งเฟิง ที่เฝ้าอยู่ แต่เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและจ้องทำลายจากศัตรูทางการเมืองของหลี่จ้าน พวกเขาพยายามหาทาง ขัดขวาง การผ่าตัดครั้งนี้ โดยเชื่อว่าการรักษาอาการขาพิการของอ๋องจะทำลายแผนการของพวกเขา
“คุณหนูเ้าคะ” เสี่ยวเยว่ กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่เธอกำลังต้มน้ำฆ่าเชื้ออุปกรณ์ “ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนมีใครมองเราอยู่ตลอดเวลาเ้าค่ะ”
ชิงเหยาไม่ได้ตอบ แต่เธอกำชับเครื่องมือผ่าตัดที่เธอเพิ่งลับคมเสร็จให้แน่นขึ้น “ไม่ต้องกลัวเสี่ยวเยว่ หน้าที่ของเราคือการทำให้ห้องนี้สะอาดที่สุด ความสะอาดคือชีวิต” เธอย้ำ
ในขณะเดียวกัน
หลี่จ้าน ได้รับรายงานจากหลิ่งเฟิงว่า องค์ชายรอง และ ขุนนางใหญ่ ได้เพิ่มจำนวนสายสืบที่แฝงตัวอยู่รอบจวน พวกเขากำลังรอโอกาสที่จะเข้ามา
ใส่ร้ายป้ายสี และ ลอบสังหาร อ๋องขาพิการผู้นี้ หากการผ่าตัดสำเร็จ นั่นหมายถึง
อำนาจที่กำลังจะกลับคืน สู่หลี่จ้าน และ ความหายนะ ของพวกเขา
“จ้าวชิงเหยา” หลี่จ้านเรียกภรรยาของตนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเครียดเมื่อเธอเข้ามาตรวจอาการสุดท้ายของเขา “ข้าได้รับรายงานว่าศัตรูไม่สามารถหาทางโจมตีข้าได้โดยตรง พวกเขาจึงกำลังจะมุ่งเป้าไปที่ จุดอ่อน”
“จุดอ่อน? ท่านหมายถึง ข้า หรือ ห้องผ่าตัด เพคะ?” ชิงเหยาถามอย่างตรงไปตรงมา
“ทั้งสองอย่าง” หลี่จ้านตอบ “พวกเขาไม่้าให้เ้าทำการผ่าตัดได้สำเร็จ พวกเขาจะทำลาย
เครื่องมือ และ สมุนไพร ของเ้า” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “และ... มี การทรยศหักหลังในจวนและนอกจวน ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่การทำลายความพยายามในการรักษาของเ้า”
ชิงเหยาเงียบไป เธอเคยพบว่ามีคนภายในจวนที่ไม่ใช่เสี่ยวเยว่ เป็ ไส้ศึก คอยรายงานความเคลื่อนไหว แต่การที่ศัตรูกล้าใช้แผนลอบสังหารหมายความว่าพวกเขา หมดความอดทนแล้ว
“ท่านอ๋องเพคะ ข้าขอให้ท่านเชื่อใจ หลิ่งเฟิง และ เสี่ยวเยว่” ชิงเหยากล่าว “พวกเขาคือคนเดียวที่ทราบถึงรายละเอียดการผ่าตัดของเรา และข้าจะใช้พวกเขาในการวางแผนซ้อนแผน”
ในค่ำคืนนั้น ขณะที่จวนทั้งหลังกำลังหลับใหล
หลิ่งเฟิง ผู้ซึ่งมีวรยุทธ์สูงส่งเหนือคนธรรมดา กำลังซุ่มอยู่ในความมืดมิด เขาทำตามคำสั่งของท่านอ๋องอย่างเคร่งครัด ในการดูแลความปลอดภัยและจัดการเื่สกปรก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่เบาบางและผิดปกติหลายจุดเข้ามาใกล้
เรือนของชายา
นักฆ่า กลุ่มหนึ่งถูกส่งเข้ามาในจวนอย่างเงียบเชียบ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน: ทำลายห้องยาและห้องปฏิบัติการ ของจ้าวชิงเหยา และ
ลอบสังหาร ชายา เพื่อให้การผ่าตัดของฉินอ๋องต้องยุติลงโดยทันที
หลิ่งเฟิงไม่รอช้า เขาเคลื่อนไหวราวกับ
วายุเยือกเย็น พุ่งเข้าปะทะกับนักฆ่ากลุ่มแรกที่พยายามปีนกำแพงเข้ามาใกล้เรือน
ฉากการต่อสู้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ เสียงดาบปะทะกันเบา ๆ แต่รุนแรง หลิ่งเฟิงต้องต่อสู้กับนักฆ่าจำนวนมากได้ด้วยตัวคนเดียว ความภักดีและความเก่งกาจของเขาคือ
กำแพงป้องกันภัย ให้ฉินอ๋องโดยตรง
ภายในเรือน ชิงเหยา และ เสี่ยวเยว่ ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่รุนแรงอยู่ห่าง ๆ
“คุณหนู! พวกเขากำลังมาแล้วเ้าค่ะ!” เสี่ยวเยว่ร้องด้วยความตื่นตระหนก แต่เธอก็ยังคงเกาะติดชิงเหยาไม่ห่าง
ชิงเหยากำมีดผ่าตัดแน่น เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถต่อสู้ทางกายได้ แต่เธอมี ไหวพริบ และ ความรู้
“เสี่ยวเยว่! ไม่ต้องกลัว!” ชิงเหยาสั่งอย่างเด็ดขาด “ตอนนี้เ้าต้องใช้
ใบหน้าที่ดูไร้เดียงสา ของเ้าเพื่อส่งสารลับ!”
เธอรีบเขียน แผนซ้อนแผน สั้น ๆ ลงบนกระดาษห่อสมุนไพร แล้วยื่นให้สาวใช้ “นำสารลับนี้ไปส่งให้หลิ่งเฟิงทันที! เร็วที่สุด!”
เสี่ยวเยว่ ต้องปลอมตัวและส่งสารลับ ในขณะที่
หลิ่งเฟิง กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องเ้านายของเขา
เสียงดาบกระทบกันอย่างรุนแรงนอกเรือนทำให้
จ้าวชิงเหยา และ เสี่ยวเยว่ รู้สึกถึงอันตรายที่เข้ามาใกล้ หลิ่งเฟิงกำลังต่อสู้กับนักฆ่าอย่างดุเดือดเพื่อปกป้องพื้นที่โดยรอบให้พ้นจากการบุกรุก ภายในห้องผ่าตัดลับ ชิงเหยากัดฟันแน่น
“คุณหนูเ้าคะ!” เสี่ยวเยว่ร้องอย่างตื่นตระหนก “พวกเขากำลังมาถึงเรือนแล้ว! ข้า... ข้าไปไม่ได้เ้าค่ะ!”
ชิงเหยาจับบ่าสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ไว้แน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดขาด “เสี่ยวเยว่ เ้าคือคนเดียวที่สามารถส่งสารนี้ได้ พวกเขาจะไม่สงสัยใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาของเ้า จงจำไว้ว่านี่คือ
ภารกิจเพื่อชีวิตของท่านอ๋อง!” เธอตัดสินใจต้องทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุด:
ใช้เสี่ยวเยว่เป็ผู้ส่งสารลับ
เสี่ยวเยว่เห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของชิงเหยา และความภักดีต่อคุณหนูของเธอก็มีมากกว่าความกลัว เธอรับกระดาษห่อสมุนไพรที่มีข้อความลับที่ชิงเหยาเขียนไว้อย่างรวดเร็ว แล้วพยักหน้ารับคำสั่ง
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ! ท่านต้องระวังตัวนะเ้าคะ!” เสี่ยวเยว่สวมชุดธรรมดาที่เธอใช้ในการปลอมตัวออกไปตลาด และเล็ดลอดออกจากเรือนอย่างรวดเร็วราวกับกระรอกที่ว่องไว ใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาทำให้เธอไม่เป็ที่สงสัยของคนในจวน ซึ่งเป็จุดเด่นที่ชิงเหยาใช้ให้เป็ประโยชน์
ด้านนอกเรือน,
หลิ่งเฟิง กำลังต่อสู้อย่างดุดัน เขาใช้ วรยุทธ์สูงส่งเหนือคนธรรมดา ต่อสู้กับนักฆ่าที่สวมชุดดำมากกว่าสิบคน เขาคือ
กำแพงป้องกันภัย ที่ไม่ยอมให้ใครล่วงล้ำเข้ามาใกล้เ้านายของเขา แต่จำนวนของศัตรูที่มุ่งเป้ามาที่การทำลาย
ห้องยา นั้นมีมากเกินไป
ในขณะที่เขาปัดป้องคมดาบและหลีกเลี่ยงการโจมตีอันตราย
เสี่ยวเยว่ ก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดอย่างเงียบเชียบ
“องครักษ์หลิ่ง! นี่คือสารลับจากคุณหนูเ้าค่ะ!” เสี่ยวเยว่ส่งกระดาษที่ถูกพับอย่างเร่งรีบให้เขา หลิ่งเฟิงชกนักฆ่าคนหนึ่งจนสลบแล้วคว้ากระดาษนั้นมาทันที
เขากางอ่านมันอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงสลัวของดวงจันทร์ เนื้อหาที่เขียนด้วยลายมือของชิงเหยานั้นเรียบง่ายแต่ชาญฉลาด: "ไฟจากทางใต้, พรางตา, ยาพิษในดิน"
หลิ่งเฟิงเข้าใจทันที! ชิงเหยากำลังใช้สถานการณ์นี้เพื่อ
วางแผนซ้อนแผน
“เสี่ยวเยว่! กลับไปซ่อนตัวที่เรือนใหญ่ทันที! ห้ามออกมาเด็ดขาด!” หลิ่งเฟิงสั่งเสียงต่ำ ก่อนจะเคลื่อนไหวตามแผนที่ได้รับมอบหมาย
หลิ่งเฟิงใช้ทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมของเขา ดึงดูดนักฆ่ากลุ่มใหญ่ให้ไปทาง
สวนเล็ก ๆ ที่ถูกทิ้งขว้าง ซึ่งเป็พื้นที่ที่มืดและเงียบเหงา จากนั้นเขาก็ส่งสัญญาณลับให้ทหารเงาที่ซุ่มอยู่
จุดไฟ ที่บริเวณโรงเก็บฟืนทางทิศใต้ของจวนตามคำแนะนำของชิงเหยา (ไฟจากทางใต้)
ควันและแสงไฟที่ลุกไหม้จากโรงเก็บฟืนดึงดูดความสนใจของนักฆ่าทันที พวกเขาคิดว่าเป้าหมายสำคัญ (เช่น ห้องเอกสารลับของอ๋อง) กำลังถูกทำลาย นี่คือการ พรางตา ที่ยอดเยี่ยม
ในขณะที่นักฆ่าแตกกลุ่มไปที่ทิศทางของไฟ หลิ่งเฟิงก็ใช้โอกาสนี้โจมตีกลับอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เขาสังเกหารนักฆ่าที่เหลืออย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงหัวหน้ากลุ่มคนเดียว
“เ้ามาเพื่อทำลายห้องยาของชายา! นั่นคือคำสั่งขององค์ชายรองใช่หรือไม่?” หลิ่งเฟิงถามเสียงเข้ม
หัวหน้านักฆ่าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ถึงแม้จะพลาดการทำลายห้องยานั้น แต่วันผ่าตัดของฉินอ๋องก็จะไม่มีวันมาถึง!” เขาพยายามควักอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ใน
ดิน บริเวณรากไม้ของสวน
ยาพิษในดิน! หลิ่งเฟิงตระหนักได้ทันที
ชิงเหยาได้เตือนเขาว่า ศัตรูอาจใช้
การวางยาพิษ หรือ การติดเชื้อ จากสิ่งแวดล้อมใกล้เคียงในการทำลายความพยายามในการรักษาของเธอ แม้แต่
ดิน ก็อาจเป็เครื่องมือในการทำลายได้
หลิ่งเฟิงไม่ปล่อยโอกาสให้ศัตรูทำสำเร็จ เขาสังหารหัวหน้านักฆ่าทันที ก่อนจะรีบทำลายอาวุธลับและพิษที่ซ่อนอยู่ในดิน เพื่อไม่ให้กระทบต่อความสะอาดของบริเวณนั้น
เมื่อเหตุการณ์สงบลง หลี่จ้าน ถูกเข็นมาที่เรือนของชายา เขาเห็นซากศพของนักฆ่า และความเสียหายเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในบริเวณรอบนอก
“เกิดอะไรขึ้น?” หลี่จ้านถามเสียงเครียด
“แผนซ้อนแผนของชายาจ้าวพ่ะย่ะค่ะ” หลิ่งเฟิงรายงานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความนับถืออย่างแท้จริง “นางใช้การลอบสังหารนี้เพื่อเปิดโปงการทรยศหักหลังในจวน และข้าได้กำจัดนักฆ่าที่จงใจมาทำลายห้องผ่าตัดแล้ว”
ชิงเหยาเดินออกมาจากเรือน ใบหน้าของเธอยังคงดูซีดเซียว แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“การผ่าตัดของเราปลอดภัยแล้วเพคะท่านอ๋อง” ชิงเหยากล่าว “แต่ท่านต้องเข้าใจว่าศัตรูกำลัง ร้อนใจ การโจมตีครั้งนี้เป็การยืนยันว่า การกลับมาเดินได้ของท่าน คือความหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเขา!”
หลี่จ้านมองไปยังชิงเหยาและหลิ่งเฟิงที่ยืนเคียงข้างกัน เขาตระหนักว่า
ความใกล้ชิด ที่เกิดจากการต่อสู้ร่วมกัน ได้สร้าง ความผูกพัน ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าฐานะทางการเมือง
“ชิงเหยา” หลี่จ้านเรียกชื่อเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างลึกซึ้ง “เ้าไม่ได้แค่ช่วยขาข้า... แต่เ้าช่วย ชีวิต และ อำนาจ ที่ข้ากำลังจะทวงคืนด้วย”
การลอบสังหารครั้งนี้ไม่ได้ทำลายการรักษา แต่กลับทำให้
หลี่จ้าน เชื่อใจ จ้าวชิงเหยา อย่างสมบูรณ์ การผ่าตัดครั้งสำคัญจึงถูกกำหนดขึ้นในคืนเดือนมืดที่กำลังจะมาถึง