ตอนที่ 55 หนีตาย
“สายเกินไปแล้ว” หลินเยี่ยกล่าวก่อนจะเตะหลิวเหว่ยอย่างรุนแรง
เขาเตะโดนจุดสำคัญด้วยแรงเพียงแผ่วเบา
"อ๊า…"
หลิวเหว่ยกรีดร้องก่อนจะถูกเตะซ้ำจนลมล้งด้วยความเจ็บปวด
หลังจากจัดการกับสวะหลิวเหว่ยแล้ว หลินเยี่ยเดินไปแกะเชือกออกให้หลินชิ่งจู๋พร้อมถามอย่างเย็นชา “คุณโอเคไหม?”
“ฉันกลัวแทบตาย” หลินชิ่งจู๋โผเข้ากอดหลินเยี่ยไว้แน่นทันทีที่เป็นอิสระ
โชคดีที่หลินเยี่ยมาทันเวลา ไม่อย่างนั้นเธออาจถูกหลิวเหว่ยทำร้ายได้
“อะแฮ่ม!”
หลินเยี่ยกระแอมพร้อมกล่าว “คุณ… ปล่อยผมก่อนได้ไหม?”
"เอ่อ..."
หลิงชิ่งจู๋รีบถอนตัวออกจากอ้อมแขนของหลินเยี่ยด้วยความเขินอาย
“คุณถูกวางยาสลบชนิดรุนแรง มาเถอะ ผมช่วยล้างพิษให้” หลินเยี่ยเรียกพลังวิญญาณสู่มือขวาก่อนจะช่วยเธอล้างพิษ
"โอ้ ว้าว!"
หลินชิ่งจู๋หน้าเอามือปิดคอพร้อมกล่าวอย่างงุนงง “โอ้… ไม่ให้เวลาฉันเตรียมตัวหน่อยเหรอ?”
“ไม่ต้องเตรียมตัวหรอก อยู่นิ่ง ๆ ก็พอ”
“แต่…” หลินชิ่งจู๋กัดปากลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจ “โอเค ก็ได้”
จากนั้นหญิงสาวเอนกายนอนบนเตียงด้วยความเขินอาย
เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมให้หลินเยี่ยช่วยล้างพิษตามต้องการ
หากต้องเสียความบริสุทธิ์ให้ชายใดก็ขอให้เป็นหลินเยี่ย
ชายผู้นี้ช่วยชีวิตเธอและปู่เอาไว้ หลินชิ่งจู๋จึงประทับใจและมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขา
“คุณนอนลงทำไม?” หลินเยี่ยถามด้วยความงุนงงเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของหญิงสาว
“คุณจะล้างพิษให้ฉันไม่ใช่เหรอ? ฉันพร้อมแล้ว…” หลินชิ่งจู๋กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพราะนี่ถือเป็นการเสียบริสุทธิ์ครั้งแรกของเธอ
“ล้างพิษไม่จำเป็นต้องนอนก็ได้” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมเอื้อมมือกดหน้าท้องหญิงสาว
เขาถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายหญิงสาวก่นจะถึงมือออก “เอาล่ะ พิษถูกล้างออกแล้ว คุณไม่เป็นไรแล้ว”
“หือ? เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ด้วยทักษะทางการแพทย์ของผม พิษนั้นไม่สามารถทำอะไรคุณได้”
“โอเค!” หลินชิ่งจู๋ลงจากเตียงอย่างเขินอายและผิดหวังเล็กน้อย
หลินชิ่งจู๋คิดว่าหลินเยี่ยจะมีสัมพันธ์กับเธอเพื่อล้างพิษ ทว่าเขากลับล้างพิษด้วยการกดหน้าท้องเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะมีความสุข แต่กลับไม่มีเลย
เธอลุกขึ้นจัดระเบียบตนเองพร้อมกล่าวขอบคุณ “หลินเยี่ย ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่มาช่วยได้ทันเวลา”
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องแค่นี้เอง” หลินเยี่ยเหลือบมองหลิวเหว่ยที่กำลังทุรนทุรายพร้อมถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“เรื่องมันยาว” หลินชิ่งจู๋กล่าว “หลิวเหว่ยวางแผนกับเพื่อนงานปาร์ตี้เพื่อวางยาฉัน และตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ข่มขืนฉัน”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เธอเตะหลิวเหว่ยด้วยความโมโห
“เพื่อนคุณไว้ใจไม่ได้ อยู่ให้ห่างจากพวกเขาซะ” หลินเยี่ยเตือนก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป
หลินชิ่งจู๋รีบคว้าแขนหลินเยี่ยไว้ “ฉันดีใจมากที่ได้รู้จักคุณ คุณช่วยฉันไว้เยอะ ไปทานมื้อเย็นกันหน่อยดีไหมคะ?”
"ไม่ดีกว่า!"
หลินเยี่ยหยุดพร้อมมองมือหลินชิ่งจู๋ที่จับแขนเขาอยู่พร้อมเตือน “ผมแต่งงานมีภรรยาแล้ว โปรดอยู่ให้ห่าง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ถือ”
“แต่ผมถือ” หลินเยี่ยดึงแขนออกพลันเดินจากไป
"เฮ้อ!"
หลินชิ่งจู๋เม้มปากพร้อมเอียงศีรษะด้วยรอยยิ้ม “ทุกวันนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเจอสุภาพบุรุษเช่นคุณ”
“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้าน” หลินเยี่ยกล่าวก่อนจะเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองขึ้นรถและขับไปยังคฤหาสน์ของตระกูลหลินทันที
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน หลินเหม่ยชินก็ออกมาทักทาย
หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “ทำไมพี่ไปไหนมาไหนกับคุณหลินเยี่ยยามดึกอีกแล้ว?”
“ฉันถูกหลิวเหว่ยลักพาตัวไปในงานปาร์ตี้ โชคดีทีคุณหลินเยี่ยมาช่วยได้ทัน” หลินชิ่งจู๋อธิบายสั้น ๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
สีหน้าของหลินเหม่ยชินเปลี่ยนไปทันทีพร้อมถามอย่างกังวล “พี่โอเคไหม? ถูกหลิวเหว่ยทำร้ายตรงไหนรึเปล่า?”
“ไม่เป็นไร โชคดีที่หลินเยี่ยมาช่วยทันเวลา”
“หลิวเหว่ย ไอ้สาระเลว ฉันจะช่วยสั่งสอนมันให้” หลินเหม่ยชินตั้งจะพาบอดี้การ์ดไปจัดการเขา
หลินชิ่งจู๋คว้าแขนน้องสาวเพื่อหยุดเธอ “ไม่เป็นไร หลินเหม่ยถูกหลินเยี่ยจัดการจนน่วมไปแล้ว เขาแก้แค้นแทนเราแล้ว”
“ไอ้สารเลวนั่น ควรโดนสั่งสอนสักพันรอบ”
“เอาล่ะ ไปหาลุงกันเถอะ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเขา” ทั้งสองบอกลาหลินเยี่ยก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน
หลินเยี่ยกลับไปยังภูเขาเทียนหูเพื่อฝึกวิชาต่อ เขาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงโดยไม่ลดละจนสามารถบรรลุรากฐานขั้นตั้นระดับสูงได้ภายในคืนเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้นหลินเยี่ยยังคงนั่งสมาธิและฝึกวิชาต่อ แต่หลินชิ่งจู๋กลับปรากฏตัวขึ้นและขัดจังหวะการฝึกของเขา
“คุณมาที่นี่อีกทำไม?” หลินเยี่ยถามด้วยความไม่พอใจปนตำหนิ
"อ้าว!"
หลินชิ่งจู๋วางกล่องอาหารลง แสร้งกล่าวอย่างโกรธเคือง “ฉันแค่ใจดีเอาข้าวมาให้”
“ที่จริงไม่ต้องเอามาก็ได้นะ
“ฉันรู้ว่าคุณฝึกหนักและกลัวว่าจะหิวเลยนำอาหารเช่าสุดพิเศษมาให้” หลินชิ่งจู๋กล่าว “ไม่เอาก็ไม่เป็นไร ฉันเทให้หมาก็ได้
จากนั้นเธอหยิบกล่องอาหารขึ้นมาเตรียมจะทิ้ง
“เดี๋ยว” หลินเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมหยิบกล่องอาหารจากมือหลินชิ่งจู๋ “ขอบคุณนะครับสำหรับน้ำใจ”
"ค่อยยังชั่ว"
“ผมจะไปกินข้าว มีอะไรอีกไหม?”
“ฉันเคยเรียนมวยมาก่อน คุณช่วยสอนศิลปะการต่อสู้แบบใหม่ให้ทีได้ไหม?” หลินชิ่งจู๋กระพริบราวกับกำลังอ้อนวอน
“เอาอาหารมาให้ผมเพื่อหลอกให้สอนวิชาเหรอ?” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมหยิบอาหารออกมาเรียงรายก่อนจะเริ่มกิน
อาหารเช้าหลากหลายเมนูพร้อมด้วยขนมสุดพิเศษมากมาย
“ฮิฮิ!”
หลินชิ่งจู๋ยิ้มพร้อมเดินไปนวดหลังหลินเยี่ยเพื่อทำให้เขาพอใจ “สอนวิชาให้ฉันหน่อยนะ คุณคงไม่หวงวิชาขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?”
"ก็ได้!"
หลินเยี่ยวางอาหารลงก่อนจะลุกขึ้นกล่าว "ถ้าอย่างงั้นผมจะสอนวิชาหมัดหงฉวนให้”
หลินเยี่ยออกแรงชก
วิชาหมัดหงชวนของหลื่นเยี่ยนั้นแพรวพราว ลื่นไหล และน่าตื่นเต้น
หลอนชิ่งจู๋ตกตะลึงเมื่อเห็นวิชาหมัดหงฉวนของหลินเยี่ยและอดปรบมือไม่ได้ “สมบูรณ์แบบมาก ลื่นไหลและแพรวพราว”
“ฝึกฝนและเรียนรู้วิชาหมัดชุดนี้ให้ได้ แล้วจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้คุณอีก” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมนั่งลงกินต่อ
เขาแสดงวิชาหมัดชุดนี้ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที
สำหรับเขาแล้ววิชาหมัดหงฉวนถือเป็นศิลปะการต่อสู้ระดับง่ายและแสดงได้อย่างรวดเร็ว