[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70

    บทที่ 31 ตระกูลสวีก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย

            บทที่ 31 ตระกูลสวีก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย

            

            สวีลี่ลี่กลับบ้านมาพร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เรื่องที่สวีเถาเถาพยายามปิดบังเลยไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป พี่ชายคนโตจึงจำต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่ฟัง

            

            สีหน้าของจ้าวซิ่วหลานเปลี่ยนไปในทันที เธอคว้าไม้กวาดที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะฟาดใส่สวีลี่ลี่

            

            "ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึก! ให้รู้จักอายเสียบ้าง!"

            

            พี่ชายคนโตรีบเข้าไปป้องกันสวีลี่ลี่สวีเถาเถาเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจก่อนจะเข้าไปห้ามจ้าวซิ่วหลานเอาไว้ "แม่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาตีหรือด่าพี่นะตระกูลหวังนั่นไม่ใช่คนดี พี่เขาถูกหวังลี่หลอกให้กินให้ดื่ม แถมยังโดนทำร้ายจิตใจอีก แม่อย่าตีพี่เลย ตอนนี้พวกตระกูลหวังแค่ตกใจกลัวไปชั่วคราว แล้วพี่ใหญ่ก็เล่นงานหวังลี่ไปไม่น้อยตระกูลหวังต้องกลับมาเอาเรื่องแน่"

            

            จ้าวซิ่วหลานโยนไม้กวาดทิ้งด้วยความโกรธพลางกอดอกด่าไม่หยุด"ก็ลองให้ยายแก่จางเฉียวนั่นมาหาเรื่องสิ! ถ้ามันกล้ามา ฉันจะถลกหนังมัน!"

            

            สวีเถาเถาส่ายหน้า "ไม่ได้ เราจะปล่อยให้พวกเขามาหาเรื่องไม่ได้ ชื่อเสียงของพี่สาวสำคัญกว่า บ้านป้าจางเฉียวมีลูกชาย พวกเขาไม่จำเป็นต้องสน แต่บ้านเราไม่เหมือนกัน"

            

            สวีต้ากวงทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ "แล้วจะให้ทำยังไง เราจ่ายเงินให้คนแบบนั้นไม่ได้หรอก"

            

            ใครจะทนได้ ลูกสาวถูกทำลายชื่อเสียง แล้วยังต้องจ่ายค่ารักษาให้ไอ้สารเลวนั่นอีก!

            

            สวีเถาเถามองพ่อด้วยความตกใจ "ทำไมบ้านเราต้องจ่ายเงินด้วยล่ะ มันควรจะเป็นบ้านพวกเขาที่ต้องชดใช้ให้บ้านเรา พวกเขาขโมยขนมถั่ววอลนัตของบ้านเรา แถมยังทำลายชื่อเสียงของพี่สาวด้วย เรื่องร้ายแรงแบบนี้ต้องแจ้งตำรวจให้จัดการสิ!"

            

            สวีต้ากวงกับภรรยาต่างพากันนิ่งไป

            

            ลูกคนนี้นี่! กลับดำเป็นขาวได้ขนาดนี้!

            

            สวีลี่ลี่สะอื้นพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง "น้องเล็กฉัน..."

            

            สวีเถาเถาทำหน้านิ่งพลางถาม "พี่ พี่ยังชอบหวังลี่อยู่เหรอ? ถ้าพี่ยังชอบ ไม่ว่าจะยังไง ฉันจะทำให้พี่สมหวังเอง"

            

            แน่นอนว่าถ้าสวีลี่ลี่ยัง 'หลงรัก' ขนาดนั้น เธอจะช่วยให้สมใจ แต่หลังจากนี้เธอคงไม่อยากยุ่งกับพี่สาวคนนี้อีก

            

            การมีความรักก็ต้องดูจังหวะเวลาด้วย

            

            สวีลี่ลี่จับมือน้องสาวพลางส่ายหน้า เธอรีบถามขึ้นอย่างร้อนรน "ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันแค่จะบอกว่าก่อนหน้านี้ฉันยังเคยส่งขนมพุทราและขนมเส้นให้หวังลี่ด้วย น้องเล็กถ้าถึงตอนนั้นเธอช่วยเรียกร้องค่าเสียหายจากครอบครัวหวังเพิ่มได้ไหม? พวกเขาขโมยไปทั้งนั้น!"

            

            สวีเถาเถา "..."

            

            สมกับเป็นพี่สาวฉันจริง ๆ !

            

            ทุกคนในบ้านตระกูลสวี "..."

            

            จ้าวซิ่วหลานโกรธจนหาไม้กวาดทั่วบ้าน "ฉันจะตีแกให้ตายเลย ไอ้ขี้ขโมย!"

            

            หากสวีลี่ลี่ไม่มีปัญหา เรื่องอื่นก็จะจัดการได้ง่ายขึ้น

            

            วันต่อมา ครอบครัวตระกูลสวีให้พี่ชายคนโตไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ส่วนจ้าวซิ่วหลานกับสวีต้ากวงไปที่บ้านลุงของสวีเถาเถา ใช่แล้ว สวีเถาเถาได้เล่าเรื่องที่มีคนลือว่าเธอหมั้นหมายแล้วให้ครอบครัวฟัง

            

            สวีต้ากวงและภรรยาโกรธจนแทบขาดใจ ลูกสาวทั้งสองคนถูกคนพูดให้เสียชื่อเสียง จะให้ทนได้อย่างไร?

            

            เดิมทีเธอคิดว่าให้ถ้าให้สวีต้ากวงและภรรยาออกหน้า เรื่องน่าจะจบลงด้วยดี แต่ใครจะรู้ว่าสวีเถาเถาประเมินพลังต่อสู้ของย่าต่ำไป อ้อ ตามที่แม่เธอเล่า ยังมีป้าสะใภ้ที่คอยยุแยงตะแคงรั่วอีกคน งานหมั้นนี้เลยยกเลิกไม่สำเร็จ!

            

            "เถาเถาเอ้ยย่าของลูกมันไม่ใช่คน! คนแก่ใจดำรับเงินสินสอดของเขาไปห้าสิบหยวน! แม่ว่าแล้วว่าป้าสะใภ้ของลูกมันหลงเงินจนตาบอด จะมาใจดีแนะนำลูกชายผู้จัดการโรงงานเครื่องหนังให้ลูกสาวแม่ได้ยังไง! โชคดีที่แม่ยังมีสติให้พ่อไปสืบ ลูกรู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น? ที่แท้มันเป็นผู้ชายที่เคยแต่งงานแล้ว! แถมเมียคนแรกยังทิ้งลูกเล็ก ๆ ไว้ตั้งสองคน! ตั้งใจจะให้ลูกสาวแม่ไปเป็นแม่เลี้ยง ไอ้ผู้หญิงใจดำ สวรรค์ช่างไม่มีตา ทำไมไม่ส่งสายฟ้าฟาดมันให้ตายไปซะ!"

            

            จ้าวซิ่วหลานจับมือลูกสาวคนเล็กพลางเช็ดน้ำตา สลับระหว่างด่าและร้องไห้ ทำให้สวีเถาเถารู้สึกปวดหัว

            

            ส่วนชายร่างใหญ่กำยำอย่างสวีต้ากวงก็ถูกแม่บังคับจนตาแดง เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด

            

            "ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่ได้! เงินนั่นก็ไม่ใช่บ้านเราที่เป็นคนรับมา ยังไม่ถึงเวลาที่ลูกสาวฉันต้องแต่งงาน!"

            

            ครั้งนี้เขาถูกครอบครัวพี่ชายทำให้หัวใจเย็นชา เขาไม่เชื่อว่าแม่กับพี่สะใภ้แอบยุยงอยู่เบื้องหลัง แล้วพี่ชายจะไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!

            

            จ้าวซิ่วหลานเห็นเขาแล้วโมโหขึ้นมาทันที จึงระบายอารมณ์ด้วยการเตะเขาไปทีหนึ่ง "ไปให้พ้น อย่ามายุ่งกับเราสองแม่ลูก! ตระกูลสวีของพวกคุณไม่มีคนดีสักคน!ไปอยู่กับแม่ที่ไร้น้ำใจของคุณเถอะ อย่ามาทำให้บ้านฉันสกปรก!"

            

            แม้จะถูกภรรยาเตะอย่างแรงหลายที สวีต้ากวงก็ยังคงก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร

            

            "หนูไปเอง! ย่ารับสินสอดของเขามาแล้ว ในเมื่อบอกว่าเป็นหญิงสาวตระกูลสวีหนูจะแต่งงานแทนน้องสาวเอง ถ้าพวกเขาไม่รังเกียจ หนูก็จะไม่ทำให้พวกเขาอับอายหรอก!"

            

            ขณะที่ทุกคนกำลังกลุ้มใจ สวีลี่ลี่ก็ลุกขึ้นยืนอย่างดุดัน เธอพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำปนความโกรธ

            

            สวีเถาเถาเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าในยามคับขัน พี่สาวของเธอจะยอมเสียสละเพื่อเธอ พูดตามตรงว่าเธอรู้สึกซาบซึ้งใจมาก

            

            "พี่..."

            

            จ้าวซิ่วหลานตบหน้าสวีลี่ลี่ทันที "พูดอะไรไร้สาระ!"

            

            ลูกสาวทั้งสองคนของเธอ เธอจะไม่ยกให้ใครทั้งนั้น!

            

            ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ผู้จัดการโรงงานเครื่องหนังยังไม่มาคุยกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง แต่กลับไปหาคุณย่าทางอ้อมเลย ทั้งครอบครัวนั้นช่างไม่มีมารยาท และถึงแม้จะไม่มีเรื่องนี้ แต่การที่ฝ่ายชายมีลูกติดมาสองคน ก็ไม่ใช่มาตรฐานในการเลือกลูกเขยของเธออยู่แล้ว!

            

            ลูกสาวทั้งสองคนของเธอยังบริสุทธิ์ จะให้แต่งงานกับคนที่เคยมีภรรยามาก่อน?

            

            เว้นแต่จ้าวซิ่วหลานจะเสียสติไปแล้วเท่านั้น!

            

            "ยังไงครอบครัวเราก็ไม่รับรู้เรื่องการแต่งงานนี้ ใครจะแต่งก็แต่งไป! ยายแก่นั่นไม่ได้มีแค่หลานสาวสองคนของเราสักหน่อย บ้านลุงใหญ่ก็มีชิงหลานกับชิงเหมยที่กำลังอยู่ในวัยออกเรือน พี่สะใภ้ใหญ่ก็ชอบเป็นแม่สื่อให้ลูกสาวคนอื่นไม่ใช่เหรอ งั้นฉันจะยกคู่ที่ดีแบบนี้ให้เธอไปจัดการแทนก็แล้วกัน!"

            

            จ้าวซิ่วหลานพูดอย่างเด็ดขาด ตัดสินใจอย่างเฉียบแหลม

            

            สวีเถาเถารู้สึกสบายใจ นี่แหละคือครอบครัวที่เธออยากได้ การกลับมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า

            

            ทุกคนในครอบครัวหันไปมองสวีต้ากวง

            

            สวีต้ากวงถูกภรรยาและลูกสาวจ้องมองด้วยสายตาดุดัน จนไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไร

            

            "พ่อ… พ่อจะฟังที่แม่ของพวกเธอพูด"

            

            เรื่องนี้จบลงชั่วคราว ลุงใหญ่สวีมาเรียกสวีต้ากวงให้ไปทางนั้น แต่สวีต้ากวงไม่ยอมไป ไม่แม้แต่จะมองหน้าพี่ชายที่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีด้วย

            

            พูดตามตรง ถึงแม้พี่ชายจะช่วยเหลือเรื่องงานของลูก ๆ แต่ครอบครัวพวกเขาก็ให้เงินไปไม่น้อย เขาไม่ได้เอาเปรียบพี่ชายแต่อย่างใด ดังนั้นครั้งนี้สวีต้ากวงจึงแข็งขืน

            

            "นายกำลังงอนฉันเหรอ! แม่ก็อายุมากแล้ว เธอเหลือเวลาอีกไม่มาก นายจะทำให้ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวแย่ลงขนาดนี้เลยเหรอ?"

            

            "เหล่าเอ้อร์! ฉันกำลังพูดกับนายอยู่นะ! นายหมายความว่ายังไง! จะไม่ติดต่อกับแม่จริง ๆ เหรอ! นี่มันถือว่าอกตัญญูเลยนะ! ถ้าคนอื่นรู้เข้าจะต้องเอาไปนินทาแน่ ๆ !"

            

            สวีเถาเถายังไม่ทันถึงบ้านก็ได้ยินเสียงคนสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ที่ปากซอย พอมองดูให้ชัดก็พบว่าเป็นพ่อกับลุงใหญ่

            

            ไม่ว่าลุงใหญ่จะพูดอะไร พ่อก็ไม่ยอมพูดตอบแม้ลุงใหญ่โมโหจนหน้าแดงพ่อก็ยังคงเฉยชา

            

            สวีเถาเถาแทบจะหลุดขำออกมา

            

            ขณะที่กำลังแอบฟังอยู่นั้น ลุงใหญ่ก็ดันเห็นเธอเข้า ดวงตาของเขาเป็นประกาย

            

            "เถาเถา! รีบมานี่เร็ว! ช่วยพูดกับพ่อเธอหน่อย ฉันจนปัญญากับนิสัยดื้อรั้นของเขาแล้ว! ไม่ยอมฟังเหตุผล ดื้อเหมือนลา ฉันโมโหจะตายอยู่แล้ว!"

            

            สวีต้ากวงหันไปเห็นสวีเถาเถาสีหน้าของเขาอ่อนลงเล็กน้อย "เถาเถากลับบ้านไปก่อน พ่อมีเรื่องต้องคุยกับลุงของลูก"

            

            เขาแอบโกรธพี่ชายเล็กน้อยที่ลากเด็กเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยแบบนี้ มันใช่เรื่องที่ไหนกัน!

            

            สวีเถาเถาเข้าใจความหมายของพ่อ แต่ก็ไม่อยากทำตามคำพ่อ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเธอ ถ้าเธอไม่รู้ก็ว่าไปอย่างแต่ดันเมื่อบังเอิญมาเจอพอดี เธอก็มีบางอย่างอยากจะคุยกับลุง

            

            "ลุง พ่อ หนูได้ยินทุกอย่างที่พวกคุณคุยกันแล้ว"

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติมาพิชิตฝันด้วยระบบอาชีพในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808