“ทุกคนดูนั่น! มันต้องใหญ่โตขนาดไหนกันถึงมองเห็นได้ั้แ่ตรงนี้” ตี๋ชี้ไปที่สิ่งปลูกสร้างสีขาวบริเวณริมเส้นขอบฟ้า
เมืองเรนเดียร์ตั้งอยู่บนเนินเขายกสูงจากระดับพื้นดินเล็กน้อย มันสูงพอที่จะทำให้กลุ่มของโคลนมองเห็นได้จากระยะไกล มีกำแพงหินล้อมรอบตัวเมืองเป็วงกลมขนาดใหญ่ถึงสามชั้น ้ามีทางเดินเชื่อมต่อกันระหว่างกำแพงทั้งสาม และมีหอสังเกตการณ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของประตูเมืองทั้งสี่ทิศ
ทางด้านทิศตะวันออกของเมืองติดกับูเาสูง ส่งผลให้มีแม่น้ำไหลตัดผ่านกลางเมือง หากเป็่หน้าแล้งพวกเขาสามารถปิดทางน้ำเพื่อเก็บไว้ใช้ภายในเมือง ส่วนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับป่าขนาดใหญ่ ถนนจากประตูเมืองทั้งสี่ด้านทอดยาวและมากันที่ลานกว้างกลางเมือง ส่งผลให้การสัญจรไปมาของผู้คนสะดวกรวดเร็วแม้ว่าจะเป็เมืองที่มีขนาดใหญ่มากก็ตาม
สถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างภายในเมืองยังคงเป็แบบยุคกลาง สิ่งปลูกสร้างทำจากหินและไม้เป็ส่วนใหญ่ มีปราสาทขนาดใหญ่ของเ้าเมืองตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้ ๆ กับแม่น้ำ และมันถูกรายล้อมไปด้วยบ้านเรือนของผู้คน

กลุ่มของโคลนเดินผ่านกำแพงหินขนาดใหญ่ทั้งสามชั้นเข้ามา กำแพงด้านนอกสุดมีทหารอัศวินในชุดเกราะสีเงินรักษาการณ์อย่างขยันขันแข็ง ้ามีทหารเดินห้อยดาบยาวเพื่อตรวจตราความสงบเรียบร้อยรอบ ๆ กำแพงเมือง
พวกโคลนเดินไปตามถนนหินและพบกับผู้คนมากมาย บางครั้งพวกเขาก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าคนที่เดินผ่านไปเป็ NPC หรือผู้เล่นด้วยกัน เพราะทุกคนนั้นดูสมจริงเหมือนกันไปหมด จะมีก็เพียงแค่บางคนเท่านั้นที่แต่งตัวโดดเด่นจนสามารถแยกออกได้ทันทีเมื่อมองเห็นเพียงครั้งเดียว อย่างเช่นชายที่เดินสวนโคลนไปเมื่อครู่เขาใส่ชุดเกราะหนักสีน้ำเงินอย่างดี ด้านหลังสะพายไว้ด้วยโล่ขนาดใหญ่กว่าครึ่งตัวไม่ต้องบอกก็รู้เขาคือผู้เล่นสายแทงค์แน่นอน และอีกประเภทหนึ่งคือพวกที่เพิ่งมาถึงเมืองแบบพวกเขาที่สวมใส่เพียงเสื้อผ้าเริ่มต้นกับรองเท้าบูตเน่า ๆ คู่หนึ่ง
“ทุกคนเห็นชายเมื่อครู่นี้ไหม เขาดูแข็งแกร่งสุด ๆ เลยล่ะ” ดัสตินกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ว้าว! พวกสายแทงค์นี่ไม่ว่าเดินไปที่ไหนก็ดูเจิดจรัสสุด ๆ ดูสิ...มีแต่คนมองหมอนั่น พี่โคลนนี่ตาถึงจริง ๆ ที่เลือกเล่นสายแทงค์” ตี๋พูดขึ้น
“ใครบอกนายว่ากันฉัน้าเป็แทงค์เกอร์” โคลนไม่แปลกใจที่ตี๋เข้าใจผิด
“อ้าว นายไม่ได้้าเล่นเป็สายแทงค์หรอกเหรอ” หมวยประหลาดใจกับคำพูดของโคลน เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่มองไปทางเขาเป็สายตาเดียวราวกับกำลังรอคอยคำตอบของคำถามเมื่อครู่ เพราะทุกคนคิดมาเสมอว่าโคลนคือตัวแทงค์ประจำปาร์ตี้ของพวกเขา และชายคนนี้ก็ทำมันได้ดีด้วย
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันไม่เคยคิดจะเป็ผู้เล่นสายแทงค์เลย” โคลนตอบอย่างมั่นใจ เพราะในความคิดของชายหนุ่มอาชีพสายแทงค์เป็อาชีพที่เสี่ยงอันตรายที่สุด หากเขาเลือกเล่นเป็แทงค์เกอร์จริง ๆ คงผิดต่อหลักการปลอดภัยไว้ก่อนของเขาแน่ ๆ
ทุกคนดูมึนงงสุด ๆ เห็นได้ชัดจากหน้าต่างปาร์ตี้ว่าเขาเป็ผู้เล่นที่ใช้โบนัสพอยต์ไปกับค่า VIT จำนวนมาก ไม่อย่างนั้นค่า HP ของเขาคงไม่ทะลุหลักพันได้ไวขนาดนี้ แต่ตอนนี้เขาดันบอกว่าไม่ได้้าจะเป็แทงค์เกอร์
“เอ๋? มีแบบนี้ด้วยหรือ ผู้เล่นที่อัพ VIT แต่ไม่้าเป็แทงค์เกอร์” ซานะถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นราวกับกำลังเจอเื่น่าสนใจ
“ไม่รู้สิ แต่ก็มีฉันแน่ ๆ แล้วคนหนึ่ง” โคลนชี้มาที่ใบหน้าตนเอง
“แล้วพี่้าเล่นอาชีพประเภทไหนเหรอ ไฟต์เตอร์? (Fighter) เมจิกเชี่ยน? (Magician) โรก? (Rogue) เรนเจอร์? (Ranger) หรือว่า...ยะอย่าบอกนะว่าเป็เคลริค (Cleric) ” ตี๋ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ฉันไม่รู้” โคลนยิ้มแห้ง
“หา!! นาย/พี่ไม่รู้…” ทุกคนะโออกมาเป็เสียงเดียวกันจนคนที่เดินผ่านไปมาหันมามอง
“จะะโกันทำไมล่ะ” โคลนพูดเสียงเบา เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อยที่ทุกคนมองเขาราวกับมองคนประหลาด “ก็ฉันเข้ามาเล่นเกมแบบฉุกละหุกปุบปับ เลยไม่ได้คิดเอาไว้ว่าจะต้องเป็อะไร และที่ใช้พอยต์ทั้งหมดไปกับค่า VIT ก็เพราะ้าค่า HP สูง ๆ ไว้ก่อนเท่านั้นเอง” โคลนอธิบาย
“เอ๋… นายเป็มือใหม่เหรอเนี้ย ฉันคิดว่านายเป็พวกมืออาชีพอะไรทำนองนั้นเสียอีก” หมวยคาดไม่ถึง
“อะไรทำนองนั้น” โคลนตอบไปอย่างไม่มั่นใจเช่นกัน
พวกเขาเดินมาจากประตูทางทิศเหนือ ลัดเลาะไปตามถนน รู้ตัวอีกก็มายืนอยู่บริเวณลานกว้างกลางเมืองเสียแล้ว ด้านซ้ายมือมีปราสาทหินโอ่อ่าสวยงามตั้งอยู่บนเนินเขา คนที่อาศัยอยู่ภายในต้องเป็พวกมีรสนิยมสูงศักดิ์แน่
“เอาล่ะทุกคน นี่มันก็ใกล้เที่ยงแล้ว ฉันกับตี๋ต้องออฟไลน์ไปทำธุระก่อน” หมวยดูเวลาที่หน้าต่างของระบบก่อนจะพูดขึ้น
“อย่างนั้นฉันจะไปสำรวจเมืองและหาภารกิจทำ มีใคร้าไปด้วยกันไหม” คนบ้าภารกิจมองหาเพื่อน
ดัสตินเอามือตบไหล่จอนนี่ก่อนจะพูดขึ้น “ฉันไปด้วยเพื่อนยาก”
“ฉันไป” ซานะตอบอย่างมั่นใจ คนที่เหลือจึงมองไปทางโคลนเพื่อหาคำตอบ
“ฉันมีบางอย่างต้องทำ มันคงใช้เวลามากพอดู ฉันจะแยกกับพวกนายตรงนี้” โคลนพูดด้วยท่าทีราวกับไตร่ตรองไว้แล้ว
“นายจะไปตามหาคนที่นายเคยเล่าให้ฟังเหรอ” หมวยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ใช่ ฉันต้องตามหาคนคนหนึ่ง”
“เพื่อนเหรอ?” หมวยโยนหินถามทาง
“จะว่าไงดีล่ะ ความสัมพันธ์ของพวกเราซับซ้อนกว่านั้นมาก” โคลนไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
“เอ๋ เป็คนสำคัญเหรอ” หมวยถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นราวกับกำลังลุ้นผลสอบ
“อืม...ใช่ เป็คนสำคัญมาก” โคลนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมาอย่างปกติ “ถ้าไม่มีคนคนนั้นก็คงไม่มีตัวฉันในวันนี้”
“มะมะไม่มี...คนนั้น...ก็คงไม่มีนะนะนาย...เหรอ”
หมวยดูจะเข้าใจบางอย่างผิดไป เธอเดินหน้าแดงไปทางตี๋แล้วชวนกันออฟไลน์ออกไปทันที โคลนที่เห็นก็ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ จากนั้นจึงบอกลาทุกคนเพื่อแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัว
โคลนเปิดหน้าต่างแผนที่ขึ้นมาตามคำแนะนำของจอนนี่ จึงพบกับแผนภาพแสดงที่ตั้งสถานบริการต่าง ๆ ภายในเมือง ไม่ว่าจะเป็ร้านค้าทั่วไป โรงแรมที่ให้บริการห้องพัก ร้านขายอาวุธ ร้านขายชุดเกราะ และจุดให้บริการผู้เล่นหน้าใหม่ ดูเหมือนว่าหากผู้เล่นอยู่ภายในเมืองจะสามารถใช้งานแผนที่ของเมืองนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาไอเทมแผนที่ จอนนี่ยังแนะนำอีกว่าหากเขาไม่รู้จะไปที่ไหน ให้ไปที่จุดให้บริการผู้เล่นหน้าใหม่เสียก่อน เพราะที่นั่นจะบอกข้อมูลที่สำคัญคร่าว ๆ สำหรับผู้เล่นเริ่มต้น
แต่เมื่อเห็นว่าจุดให้บริการผู้เล่นหน้าใหม่นั้นตั้งอยู่บริเวณประตูทางทิศตะวันออกซึ่งไกลจากจุดที่เขาอยู่พอสมควร ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะไปยังร้านค้าทั่วไปที่อยู่ใกล้กับลานกลางเมืองมากที่สุดก่อน
บริเวณนี้เป็เหมือนแหล่งรับซื้อและขายวัตถุดิบและสินค้าจิปาถะทุกอย่าง มันไม่ได้มีเพียงแค่ร้านเดียวแต่มีอยู่เต็มไปหมด ระหว่างทางที่โคลนเดินผ่านมามีพ่อค้าแม่ค้าแย่งกันเสนอขายสินค้าให้เขาเต็มไปหมด แต่โคลนสุ่มเลือกร้านที่ถูกใจมาร้านหนึ่งจากนั้นจึงเดินเข้าไปด้านใน
ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีตะกร้าและชั้นวางสินค้าตั้งเป็แนวยาวให้ผู้คนได้เลือกซื้อตามสะดวก กลิ่นสมุนไพรหลากชนิดส่งกลิ่นหอมอย่างเป็ธรรมชาติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีเช่นโลกยุคปัจจุบัน โคลนสูดดมเข้าไปอย่างลืมตัวก่อนจะมีเสียงทักทายจากเ้าของร้านดังขึ้น
“สวัสดีท่านลูกค้าที่ตาถึง เอ๊ะ...หรือจะบอกว่าจมูกถึงดี กลิ่นที่ท่านดมอยู่ขณะนี้มาจากรากของต้นคายพิษ ต้นคายพิษจะมีความสามารถตามธรรมชาติคือบังคับให้สัตว์มีพิษทั้งหลายคายพิษใส่ในผิวดิน และต้นคายพิษจะดูดซึมพิษที่เจือจางเหล่านี้เพื่อไปหล่อเลี้ยงและเป็อาวุธปกป้องพวกมันจากสัตว์ทั้งหลายที่้ามากินพวกมัน”
เมื่อโคลนได้ยินมาถึงตรงนี้ก็แสดงสีหน้าแตกตื่น รีบเอามือปิดจมูกทันที เ้าของร้านเห็นดังนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะอธิบายต่อ
“แต่ไม่ต้องห่วง กลิ่นของรากคายพิษไม่มีอันตรายใด ๆ กลับกันมันจะช่วยให้ผู้สูดดมรู้สึกสดชื่นและมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ” พูดเสร็จเ้าของร้านก็ยื่นถุงผ้าผูกปากขนาดเล็กมาทางชายหนุ่มด้วยสีหน้าเป็มิตร
โคลนรับมันมาก่อนจะสูดดมเข้าไปอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าแล่นเข้ามาในร่างกาย เขารีบเปิดหน้าต่างสถานะก่อนจะพบว่าค่า SP ของตนเองเพิ่มขึ้นทีละน้อย
“โอ้...ของโคตรดี!” โคลนชมเชยก่อนจะส่งมันคืนให้เ้าของร้าน
“แฮะแฮ่ม...สิ่งนี้เป็ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับคู่ค้าทางธุรกิจของเรา โปรดรับมันไว้เถิดท่านนักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่” เ้าของร้านค้าดันมือของโคลนกลับไปเบา ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา
“เรามาดูกันว่าดีกว่า ว่าท่านนำอะไรมาให้ข้า...” ชายผอมสูงใส่แว่นตาข้างเดียวเอ่ยขึ้นก่อนจะผายมือไปที่เคาน์เตอร์สินค้า โคลนเห็นดังนั้นก็รู้สึกเขินอายเพราะชายตรงหน้ายกยอเขาเสียยิ่งใหญ่ แต่ภายในช่องเก็บของของเขามีเพียงแค่ซากของแกะขนแดงและหมาป่าเท่านั้น ไม่ได้มีของพิเศษอะไรให้น่าตื่นเต้นเช่นรากคายพิษที่เขามอบให้
เ้าของร้านคนนี้ดูจะเชี่ยวชาญการเจรจาพาทีเป็พิเศษ เพียงแค่เห็นสีหน้าเขินอายของโคลนก็กล่าวคำพูดบางอย่างออกมาอย่างไม่มีสะดุด
“แน่นอนพ่อค้าตัวน้อย ๆ อย่างข้ายังคงต้องพึ่งพาท่านนักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ไปอีกนาน ไม่ใช่แค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว” พูดเสร็จก็ผายมือ คลี่ยิ้มอย่างเป็มิตรส่งผลให้หนวดสีดำที่ตกแต่งอย่างดีขยับเคลื่อนไหวไปตามริมฝีปาก
โคลนตอบรับไมตรีด้วยการตัดสินใจขายสินค้าทั้งหมดที่มีให้แก่ร้านนี้ ซากของหมาป่าสีน้ำตาล 4 ตัว ได้แก่ อุ้งเท้า กรงเล็บ หนังติดขน และฟันของหมาป่าสีน้ำตาล รวมถึงขนของแกะสีแดง 10 ผืนปรากฏบนเคาน์เตอร์สินค้า
“ผม้าขายพวกมันทั้งหมด คุณให้ราคาเท่าไหร่” โคลนถามขึ้น
“อืม... ขนของเรดวูล (Red Wool) หาไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็เป็ที่้าของตลาด ข้าให้ 5 Gold ส่วนซากของหมาป่าูเานั้นสภาพค่อนข้างดีเลยทีเดียว ข้าให้ตัวละ 12 Gold รวมทั้งหมดเป็ 53 Gold” เ้าของร้านคิดราคาอย่างรวดเร็ว
‘ให้ตายเถอะ! ฉันเสี่ยงชีวิตแทบตาย แต่ทั้งหมดนี่กลับขายได้เพียง 53 Gold เองหรือ’ โคลนบ่นอุบอิบ จากนั้นจึงลองนำเถาวัลย์สีน้ำตาลออกมาวางบนเคาน์เตอร์และถามเ้าของร้านจิปาถะดู
“โอ้ แขนของดอกเขมือบหรือนี่ มีไม่มากนะคนที่กล้าออกล่าดอกเขมือบแบบนี้ แต่น่าเสียดายที่ดอกเขมือบนั้นมีเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้นที่นำไปทำประโยชน์ได้ นั่นก็คือน้ำกรดของมัน ท่านได้นำมันมาหรือไม่” เ้าของร้านถามขึ้นอย่างสนใจ
“การจัดการศพของพวกมันยากเกินไปสำหรับผมในตอนนี้” โคลนตอบอย่างเสียดาย
คนผมเทารับเงินและเตรียมเดินออกจากร้าน แต่เมื่อเขาสังเกตได้ว่า NPC คนนี้อาจจะมีทักษะตรวจสอบ เพราะสามารถระบุชื่อของมอนสเตอร์ได้จากวัตถุดิบที่เขานำมาขาย จึงมีความคิดที่จะนำอัญมณีออกมาถามหาข้อมูลวิธีใช้งาน
“พอดีผมมีไอเทมอยู่ชิ้นหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไร คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหม” โคลนพูดเสร็จก็หยิบมันมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์ แสงเจิดจ้าส่องสะท้อนออกจากก้อนหินสีเขียวที่มีขนาดเท่าฝ่ามือ เมื่อเ้าของร้านมองไปที่มันดวงตากลมโตของเขาก็ตกตะลึงอย่างที่โคลนไม่เคยเห็นมาก่อน
ก่อนหน้านี้ที่โคลนนำไอเทมต่าง ๆ มาเสนอกับเ้าของร้าน ถึงปากของเขาจะเอ่ยชมเชยต่าง ๆ นา ๆ แต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย แต่เมื่อเห็นอัญมณีสีเขียวก้อนนี้ใบหน้าของเขาราวกับเปลี่ยนไปเป็คนละคน
“นะนะนะนะนี่มัน...อัญมณีของพวกผู้วิเศษนี่!!”
“หา... ผู้วิเศษ? ฉันเอาให้นายดูเพราะ้าความกระจ่าง แต่นายดันทำให้ฉันสับสนกว่าเดิมเสียอีก” โคลนเกาหัวงุนงง
“มันเป็ไอเทมของพวกผู้วิเศษ วิธีการใช้งานไม่มีมนุษย์คนไหนรู้หรอก แต่ถ้าหากท่าน้าขายมัน ข้าจะรับซื้อมันในราคาหนึ่งแสนโกลด์ ไม่สิหนึ่งแสนห้าหมื่นโกลด์เลย” เ้าของร้านพูดขึ้นอย่างมีความหวัง
“หนึ่งแสน!!” โคลนะโเสี่ยงดังลั่น “เอ๋...แต่นายบอกว่าไม่รู้วิธีใช้งาน แต่ทำไมให้ราคามันสูงขนาดนี้”
“ถึงข้าจะไม่รู้วิธีใช้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้คุณค่าของมัน ท่านนักผจญภัยว่าอย่างไร สนใจจะขายมันให้ข้าไหม” ชายร่างผอมสูงกล่าวอย่างมีความหวัง
“ไม่ล่ะ ฉันแค่้ารู้วิธีการใช้งานมันเท่านั้น ถ้านายไม่รู้ก็ไม่เป็ไร” โคลนตอบปฏิเสธไป เขา้ารู้ความสามารถของมัน ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะขายหรือนำไปใช้งาน
เมื่อหมดธุระแล้วเขาเดินออกมาจากร้านโดยมีสายตาเสียดายมองตามหลังมาติด ๆ โคลนไม่สนใจ เปิดแผนที่ขึ้นมาและมุ่งหน้าไปยังร้านชุดเกราะที่อยู่ติดกับกำแพงเมืองทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ทันที
เมื่อเขามาถึงที่หมายก็พบกับคู่สามีภรรยาวัยกลางคน ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังทำงานฝีมือบางอย่างกันอยู่ โคลนไม่รอช้าเดินเข้าไปบอกความ้าทันที
“สวัสดีครับ ผม้าสั่งทำชุดสวมใส่โดยใช้เ้านี่” โคลนส่งหนังหมีไปให้กับชายวัยกลางคน
“โอ้ หนังของหมีสีนิลเรอะ” ชายเ้าของร้านชุดเกราะละความสนใจจากงานที่ทำอยู่ทันทีเมื่อเห็นว่ามีลูกค้ารายใหม่เข้ามา เขาสำรวจหนังหมีสีนิลอยู่สักพักหนึ่งจากนั้นจึงพูดขึ้นมา
“เ้า้าเสื้อหรือกางเกงดีล่ะ” เ้าของร้านชุดเกราะถามขึ้นพลางสำรวจอุปกรณ์สวมใส่ของโคลน
“ผม้าทั้งเสื้อและกางเกงเลยครับ” โคลนตอบอย่างไร้เดียงสา
“หุหุ พ่อหนุ่มน้อย หนังผืนเดียวไม่สามารถนำไปทำได้สองส่วนหรอกนะ” เ้าของร้านเอ่ยอย่างอารมณ์ดี เมื่อโคลนได้ยินดังนั้นเขาก็คิดหนักขึ้นมาทันที เขาไม่รู้ว่าควรจะนำมันไปทำเป็ส่วนเสื้อหรือกางเกงดี
‘เอายังไงดีนะ...’ โคลนคิด
ระหว่างนี้เองที่หญิงวัยกลางคนผู้เป็ภรรยาของชายเ้าของร้านเดินเข้าร่วมกลุ่มสนทนาด้วย เธอเห็นโคลนมีท่าทางคิดหนักจึงเสนอความคิดขึ้น
“เอาอย่างอย่างนี้ดีไหมจ๊ะหนุ่มน้อย เราจะแยกส่วนหนังและขนออกจากกันเป็สองส่วน ส่วนหนังจะนำไปทำเป็เสื้อเกราะหนังสัตว์ส่วนบน ส่วนขนสีดำฉันจะนำมันไปเย็นขึ้นมาใหม่เป็เสื้อคลุม แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะว่าความสามารถทางด้านการป้องกันของมันก็จะลดหลั่นลงไปเช่นกัน แต่จะได้ความสามารถด้านอื่น ๆ เข้ามาแทน”
โคลนสังเกตเห็นว่าคู่สามีภรรยานี้จะแบ่งหน้าที่การทำงานได้เป็อย่างดี คนสามีเน้นทำงานในส่วนแรงงาน ส่วนภรรยาเน้นทำในส่วนของงานฝีมือหากทั้งคู่ร่วมมือกันทำชุดเกราะให้เขา มันจะต้องออกมาสมบูรณ์แบบแน่นอน
“ถ้าได้แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลยครับ แล้วจะคิดราคาอย่างไร” โคลนถามเื่สำคัญที่สุด เพราะตอนนี้เขามีเงินอยู่เพียง 278 โกลด์ เองโดย 53 โกลด์ มาจากการขายสินค้าที่ร้านจิปาถะ และอีก 225 โกลด์มาจากการปล้นศพพวกโจรที่ยึดหมู่บ้าน
“ชุดเกราะส่วนบน 50 โกลด์ เสื้อคลุม 50 โกลด์ เป็อย่างไร?” หญิงวัยกลางคนเสนอ
“เอิ่ม...นี่มันค่อนข้างแพงเลยนะครับ พอจะลดให้หน่อยได้ไหม” โคลนลองต่อราคาดู
“ราคานี้ถูกสุดแล้วพ่อหนุ่ม ถ้าพ่อหนุ่มไปร้านอื่นไม่มีทางถูกกว่าร้านของพวกเราแน่นอน” ดูท่าทางผู้เป็ภรรยาจะไม่ได้มีฝีมือแค่ด้านงานเย็บปักถักร้อยเท่านั้น เธอยังเชี่ยวชาญการค้าเสียด้วย
โคลนที่เห็นดังนั้นก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เขามองไปรอบ ๆ ร้านจนพบกับรองเท้าหนังสัตว์สีดำและกางเกงผ้าสีน้ำตาลเข้มที่ดูสวมใส่สบายตัวหนึ่ง พวกมันถูกแปะป้ายราคาไว้ชิ้นละ 20 โกลด์
“ผมจะจ่ายให้พวกคุณทั้งหมด 120 โกลด์ แต่ผมขอกางเกงและรองเท้าหนังพวกนั้นด้วย”
เมื่อหญิงชราได้ฟังก็เตรียมตัวจะพูดอะไรบางอย่าง โคลนเห็นเข้าจึงชิงพูดก่อน
“ถ้าพวกคุณไม่ตกลงกับข้อเสนอนี้ ผมก็จะลองไปถามร้านอื่นดู ไม่แน่พวกเขาอาจจะตอบรับก็ได้” โคลนยิ้มเ้าเล่ห์
“ฮ่า ๆ ตกลง! พ่อหนุ่มนี่ฝีมือไม่เลว หวังว่าอนาคตเราจะได้ทำงานร่วมกันอีก” ชายวัยกลางคนตอบตกลงอย่างอารมณ์ดี “แต่เ้าต้องจ่ายเงินล่วงหน้า และพรุ่งนี้เช้าเ้ามารับชุดได้เลย”
“ตกลง” โคลนตอบรับและส่งหนังหมีและเงินจำนวน 120 โกลด์ให้กับเ้าของร้านทั้งสอง พวกเขารับเงินไปและเตรียมตัวจะกลับไปทำงานต่อ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงหยุดไว้และเอ่ยคำถามบางอย่างออกมา
“เอ่อ... พวกคุณเคยเจอผู้ชายที่มีรูปร่างและใบหน้าคล้าย ๆ กับผมบ้างไหมครับ” โคลนลองถามออกไปสุ่ม ๆ โดยไม่ได้คาดหวังในคำตอบมากนัก แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาหัวใจเต้นแรง
“เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าข้าคุ้นหน้าพ่อหนุ่มคนนี้จริง ๆ” ชายวัยกลางคนหันไปคุยกับภรรยาของเขา
“จริงเหรอ! คุณเคยเห็นคนที่หน้าตาคล้ายผมเหรอ เขาอยู่ที่ไหน?” โคลนถามอย่างร้อนรน
“ใช่พ่อหนุ่ม ข้าเคยเห็นหน้าตาคนที่คล้าย ๆ เ้าจริง ๆ ที่ข้าจำได้เพราะเขานำวัตถุดิบหายากหลายอย่างมาให้ข้าสร้างเครื่องสวมใส่ให้ แถมพ่อหนุ่มคนนั้นต่อราคาเก่งเหมือนเ้าเสียด้วย ส่วนเขาอยู่ที่ไหนนั้นข้าไม่รู้จริง ๆ” ชายวัยกลางคนเล่า
“แล้วครั้งสุดท้ายที่คุณเจอเขาคือเมื่อไหร่” โคลนถาม
“อืม...ก็คงเป็เมื่อวานตอนเช้า ๆ เห็นจะได้ เขามารับชุดที่สั่งทำไว้ ข้าก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย ที่รู้ก็มีเท่านี้แหละ ขอตัวก่อนนะพ่อหนุ่มข้ามีงานต้องทำอีกเยอะ”
“เมื่อวานหรือ จะใช่หมอนั่นไหมนะ”