บทที่ 6 สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์้าตัวคน!
“เร็วเข้า บอกข้ามาว่าเขาอยู่ที่ใด? ข้าอยากจะขอบคุณเขา!”ผู้าุโเหยายืนขึ้น ก่อนจะพบว่าขณะนี้ร่างกายตนเองเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอีกครั้ง!
ฉินหลินกล่าวอย่างกระดากอายว่า “หลังจากรักษาท่านเสร็จ เขาได้หยิบเอาสมุนไพรทั้งสามที่เขา้า ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังที่พักของบุตรศักดิ์สิทธิ์”
“เอาไปแค่สามอย่างเท่านั้น ...มันจะพอหรือ?” ผู้าุโเหยากลายเป็คนใจกว้างขึ้นมาทันที
ฉินหลินตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับไปว่า “ผู้าุโเหยา ปกติแล้วสมุนไพรหรือวัตถุดิบอันล้ำค่าเช่นนี้ แม้ข้าจะร้องขอ แต่ท่านกลับไม่ให้ แล้วเหตุใดบัดนี้กลับใจกว้างนักเล่า?”
เดิมทีฉินหลินคิดว่าผู้าุโเหยาคงจะโกรธเคือง หรือต่อว่าอะไรบางอย่าง แต่ผู้าุโเหยากลับมองเขาอย่างเฉยเมย
"นั่นต้องถามตัวเ้าเองเสียแล้ว ร่ำเรียนวิชาแพทย์มาก็มาก ทว่ากลับไม่อาจเก่งกาจเท่าเด็กนั่นได้ เช่นนี้เ้ายังมีหน้ามาพูดอีกหรือ?!"
“ข้า!” ฉินหลินพูดอะไรไม่ออก
อย่างไรก็ตาม ฉินหลินเองก็ได้วิชาแพทย์บางอย่างจากมาลู่เฉินเช่นกัน ดังนั้นท่าทีของเขาจึงกลายเป็ผ่อนคลาย ก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า "นั่นสินะ... เ้าเด็กคนนั้น เขานี่มันอัจฉริยะตัวจริง!"
“หยุดพูดจาไร้สาระ ข้าจะนำสมุนไพรไปส่งให้เขา!”
ผู้าุโเหยาไม่รอช้า รีบเร่งเข้าไปหยิบวัตถุดิบอันล้ำค่า ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับฉินหลิน
...
ขณะนี้ ลู่เฉินอยู่ในตำหนักของบุตรศักดิ์สิทธิ์
ตำหนักแห่งนี้กว้างใหญ่พอตัว แต่มันถูกทิ้งร้างมาเกือบพันปีแล้ว มันจึงรกร้างไร้ผู้คน ทว่าสิ่งนี้ก็เป็โชคดีเช่นกัน เพราะนั่นทำให้ตำหนักแห่งนี้เงียบสงบ ปราศจากเสียงรบกวน
และนี่ก็คือสิ่งที่ลู่เฉิน้า!
ลู่เฉินสูดตัวยาที่มีส่วนผสมของสมุนไพรทั้งสามชนิด ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มาจากหอโอสถ
เมื่อโอสถเริ่มออกฤทธิ์ ก็บังเกิดกลุ่มก้อนคล้ายหมอกควันสีเขียวมรกตขึ้นมา ณ ใจกลางตันเถียน!
บริเวณรอบกลุ่มก้อนหมอกควันสีมรกตนั้น มีจุดแสงเก้าจุดห้อมล้อมอยู่ ซึ่งมีเพียงแปดจุดเท่านั้นที่เปล่งแสงเจิดจ้า ขณะที่อีกหนึ่งจุดนั้นปล่อยออกมาได้เพียงแสงสลัว
“ยามนี้ขาดแค่เพียงกระดูกราชสีห์ขนเพลิงเท่านั้น!” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเริ่มเข้าที่แล้ว แต่ขาดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ลู่เฉินจึงตัดสินใจที่จะออกไปข้างนอก
ทว่าทันใดนั้น ขณะที่เขาออกมาจากตำหนักบุตรศักดิ์สิทธิ์ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ด้านหน้า
ชายสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินผู้หนึ่งนำอยู่หน้ากลุ่ม มือของเขาถือกระบี่เล่มหนึ่ง และกำลังแผ่รัศมีขั้นกลั่นลมปราณระดับเก้าออกมาอย่างต่อเนื่อง!
นอกจากนี้ ลู่เฉินยังมองเห็นว่าที่แขนขวาของอีกฝ่ายมีวงแหวนสีแดงเพลิงอยู่ด้วยกันสองวง!
“รากิญญาธาตุไฟสองดาว!”
ลู่เฉินมองไปที่ชายคนนั้น เป็จังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายเปิดปากเอ่ยวาจา “ข้าชื่อหยานเยว่ มาที่นี่เพราะ้าท้าประลองกับเ้า!”
“อะไรนะ? ท้าประลองกับข้างั้นหรือ?” ลู่เฉินตกตะลึง
สีหน้าของหยานเยว่ฉายชัดถึงความ้าที่จะต่อสู้ เขากล่าวว่า "ตามกฎของสำนัก ถ้าศิษย์รุ่นเดียวกันสามารถเอาชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์ในขณะนั้นได้ คนผู้นั้นก็จะสามารถเข้ามาแทนที่ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้!"
ลู่เฉินรู้สึกงุนงง เหตุใดสำนักเก้าสุขสงบจึงวุ่นวายนัก? เขาเพียง้าของบางอย่างจากสำนักนี้มารักษาตนเองเท่านั้น ตำแหน่งบุตรอะไรนั่นเขาไม่เคยสนใจแม้แต่น้อย!
ลู่เฉินจึงถามกลับไปว่า "เ้าอยากเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ?"
“ไร้สาระ! ทุกคนล้วน้า!” หยานเยว่ตอบ และลู่เฉินเองก็ตอบกลับในทันทีว่า “ถ้าเช่นนั้น... ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ตกเป็ของเ้าแล้วกัน ข้าไม่้า!”
“อะไรนะ?” ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นถึงกับตะลึง ก่อนที่ใครบางคนจะกระซิบกับหยานเยว่ว่า “ศิษย์พี่หยาน ชายผู้นี้ดูถูกท่าน!”
หยานเยว่ไม่้ารับตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์มาง่าย ๆ จึงกล่าวว่า “ข้า้าเอาชนะเ้าอย่างตรงไปตรงมา จนได้ตำแหน่งมาครอง ข้าไม่้าให้เ้ามาสงสารแล้วยกตำแหน่งให้ข้าเช่นนี้!”
“ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์นี้ข้าไม่สนใจจริง ๆ หากมีผู้ใด้า... เช่นนั้นก็เชิญรับไป!” ลู่เฉินพูดจบ เขาก็เตรียมตัวที่จะจากไปทันที
ทว่าหยานเยว่กลับโมโหจัด เขาชักกระบี่ออกมา หมายจะขู่บังคับให้ลู่เฉินประลองในฉับพลัน
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมา
ครั้นทุกคนหันมามองตามต้นเสียง ก็เห็นผู้าุโเหยาและฉินหลินที่กำลังเดินมา ฉินหลินเอ่ยอย่างโกรธเคืองว่า "เ้าคิดจะทำอันใด?"
"ข้า้าท้าประลองกับเขา เพื่อขึ้นเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์คนใหม่!" หยานเยว่ตอบโดยไม่ลังเล
“เ้า!” ฉินหลินมองอีกฝ่ายอย่างดูิ่ ตั้งท่าจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่ลู่เฉินกลับเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนว่า “ข้าได้สิ่งที่ปรารถนาแล้ว จึงไม่้าตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์นี้อีก ถ้าพวกเขา้า... ท่านก็ให้พวกเขาเลือกใครสักคนมารับตำแหน่งนี้ไปได้”
ได้สิ่งที่ปรารถนาแล้ว? จะให้ใครเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ได้?
อย่างไรก็ตาม ผู้าุโเฮยซึ่งติดตามมาด้วยพลันเอ่ยด้วยสีหน้ามืดมน "การท้าประลองชิงตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่เ้าสามารถบอกปัดหรือยกเลิกได้!"
“ไม่ได้หรือ?” ลู่เฉินถามกลับ
ผู้าุโเฮยเยาะเย้ย “เ้าลองคิดดูให้ดี หากคนนอกรู้เื่นี้เข้า พวกเขาจะมองสำนักเก้าสุขสงบอย่างไร? พวกเขาคงหัวเราะเยาะจนฟันแทบร่วงหากทราบว่าเ้ายกตำแหน่งให้ผู้อื่น ทั้งยังขี้ขลาดไม่กล้าแม้แต่จะประลองด้วยซ้ำ!”
ฉินหลินกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ผู้าุโเฮย เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลยหรือ?”
ผู้าุโเฮยยิ้มอย่างประหลาด “สิทธิ์? เมื่อกลายเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ ตัวเขาก็ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว!”
ฉินหลินสบสายตาผู้าุโเหยาคล้ายกับ้าให้ช่วยเหลือ ซึ่งอีกฝ่ายก็คล้ายจะรู้ตัว จึงกล่าวกับาุโเฮยว่า "ถ้าเขาไม่้าที่จะเป็ ก็ไม่ต้องไปบังคับ!"
ผู้าุโเฮยขมวดคิ้วทันที "ผู้เฒ่าเหยา ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
“เ้าไม่เข้าใจคำที่ข้าพูดหรือ?” ผู้าุโเหยาถามกลับ สีหน้าของผู้าุโเฮยแปรเปลี่ยนเป็ย่ำแย่โดยพลัน “ข้าแค่...”
“เอาตามที่ข้าว่า ปล่อยเขาไปเสีย!”
คำพูดของผู้าุโเหยาทำให้ผู้าุโเฮยรู้สึกขุ่นเคือง
ในขณะที่ศิษย์คนอื่น ๆ พวกเขาต่างสงสัยว่าลู่เฉินทำอย่างไร เหตุใดผู้าุโเหยาที่ว่ากันว่าเข้าหายากที่สุดถึงได้กล่าววาจาช่วยเหลือเขาเช่นนี้?
ระหว่างนั้นมีศิษย์คนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา "แย่แล้ว!"
ผู้าุโเฮยที่หงุดหงิดอยู่จึงถามอย่างโกรธเคือง "เ้าะโหาเหตุอันใด?"
“คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาที่เชิงเขา พวกเขาบอกว่าให้เราส่งตัวหัวขโมยไปให้” ศิษย์คนนั้นเอ่ยจบก็หันมองไปที่ลู่เฉิน
ฉินหลินได้ยินเช่นนั้นก็ใ “ไปที่ประตูสำนักเร็วเข้า!”
ผู้าุโเฮยรู้ว่านี่เป็โอกาสอันดี จึงกล่าวว่า "ผู้เฒ่าเหยา ถ้าเขาไม่ใช่บุตรศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป เช่นนั้นเราก็ต้องส่งเขาให้กับสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์!"
“ส่งให้สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์รึ เหตุใดต้องทำเช่นนั้น?” ผู้าุโเหยาถามด้วยความโกรธ ผู้าุโเฮยจึงได้แต่ตอบอย่างประหม่าว่า “เพราะคนผู้นี้ขโมยคัมภีร์ของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้วหนีมา ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่ไว้ชีวิตแน่! ทว่าหากอยากมีลมหายใจต่อไป เขาก็ต้องซ่อนอยู่ที่นี่กับเราเท่านั้น!"
ผู้าุโเหยาไม่คิดว่าลู่เฉินจะมีประวัติเช่นนี้ ส่วนฉินหลินที่อยู่ด้านข้าง เมื่อได้ยินดังนั้นก็กล่าวอย่างโกรธเคืองว่า "เขาถูกใส่ร้าย!"
“เขาจะถูกใส่ร้ายหรือไม่ มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด!” ผู้าุโเฮยปักใจเชื่อว่าลู่เฉินได้ขโมยอะไรบางอย่างมาจริง ๆ!
ผู้าุโเหยาจ้องผู้าุโเฮย แล้วถามว่า "เ้ารู้หรือไม่ว่าผลที่ตามมาจากการใส่ร้ายคนร่วมสำนักเดียวกันเป็เช่นไร?"
เมื่อผู้าุโเฮยได้ยินเช่นนี้ เขาก็ดูเหมือนจะกลายเป็คนสัตย์ซื่อขึ้นมาโดยพลัน “แต่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาที่นี่แล้ว พวกเราจะทำอย่างไรดี?”
“ฮึ่ม! ข้าอยากเห็นนักว่าใครจะกล้าแตะต้องเขา!” ผู้าุโเหยาเอ่ยจบก็จากไปอย่างโกรธเคือง ขณะที่ศิษย์คนอื่น ๆ พากันตามไปดูความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น
ผู้าุโเฮยเหลือบมองลู่เฉิน ก่อนจะจากไปพร้อมกับคนที่เหลือเช่นกัน
ฉินหลินปลอบลู่เฉินว่า "เ้าไม่ต้องห่วง!"
“ไป!” ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเดินตามขบวนนั้นไปอย่างช้า ๆ
ฉินหลินกลัวว่าลู่เฉินจะทำอะไรโง่ ๆ จึงรีบกล่าวว่า "เ้าซ่อนตัวเถอะ!"
“ข้าไม่ชอบเป็หนี้บุญคุณใคร!” ลู่เฉินส่ายหัว
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินดื้อรั้น ฉินหลินก็ได้แต่กังวลใจ ไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำเช่นไร
บริเวณเชิงเขาเก้าสุขสงบ บัดนี้มีผู้คนมากมายจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มายืนรอ
หนึ่งในนั้นมีผมสีแดงเพลิงและสวมเสื้อคลุมสีโลหิต เขาแบกขวานสีแดงสดสองอันไว้ข้างหลัง มองดูแล้วลึกลับอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีศิษย์จากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์อีกจำนวนมาก
หากฟังให้ดีจะพบว่าพวกเขาเหล่านี้ต่างะโว่า "สำนักเก้าสุขสงบ จงส่งมอบคนออกมา!"
“สำนักเก้าสุขสงบ! หากไม่ส่งมอบคน หลังจากนี้ก็ขอให้พวกเ้าอย่าได้ลงจากเขาอีก ถ้าไม่อยากเจอดี!”
คนพวกนั้นบ้าคลั่งยิ่งนัก ราวกับว่าพวกเขาไม่เห็นสำนักเก้าสุขสงบอยู่ในสายตา
“นี่มันอะไรกัน?!” ทันทีที่ผู้าุโเหยาปรากฏตัว คนเ่าั้ก็พากันเงียบเสียง และกระซิบพูดคุยกัน “คนผู้นี้คือใคร คนบ้างั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ เขา... เขาคือผู้าุโเหยา!”
“อะไรนะ?!”
ไม่เพียงแต่ศิษย์เหล่านี้เท่านั้นที่ใ แม้แต่ชายผมแดงก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเช่นกัน “พี่เหยา ทำไมท่านถึงมาที่นี่?”
“พวกเ้ามาที่นี่เพื่อจับกุมผู้คน เช่นนั้นแล้วข้าจะไม่มาได้หรือ?” ผู้าุโเหยาถ่มน้ำลาย ในขณะที่ชายผมแดงขมวดคิ้ว “พี่เหยา ข้าเองก็ทำตามคำสั่งเช่นกัน ดังนั้นขออย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย!”
“จริงหรือ? ถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงเอาชนะข้าให้ได้เสียก่อน!” ผู้าุโเหยาตอบ ก่อนจะปล่อยรัศมีสีทองออกจากร่าง! และชายผมแดงก็ปล่อยรัศมีสีทองออกมาเช่นกัน!
ชายผมแดงฉายสีหน้าเคร่งขรึม ปากก็กล่าวว่า "ข้าแค่้าตัวเด็กคนนั้น!"
“งั้นก็ข้ามศพข้าไปก่อน!” ผู้าุโเหยาตอบ
ชายผมแดงได้ยินดังนั้นก็สงสัย “ชายชราคนนี้กินยาผิดมาหรือไร?”
ขณะนั้น ลู่เฉินพลันออกมาจากกลุ่มคน "ข้าจะรับมือเอง!"
หลังจากที่เห็นลู่เฉิน กลุ่มคนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็พากันส่งเสียงประณามทันที
“หัวขโมย!”
“คนทรยศ!”
ผู้เฒ่าเหยาเร่งออกตัวปกป้องลู่เฉิน "ไม่เป็ไร ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเถอะ!"
“ข้าจะจัดการเื่ของข้าเอง อย่ามาลำบากแทนข้าเลย!” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็เดินไปหากลุ่มคนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทันที!
ฉินหลินเห็นสถานการณ์ตรงหน้าก็กังวล ะโร้องว่า “ลู่เฉิน กลับมาเดี๋ยวนี้!”
ทว่าผู้าุโเฮยนั้นกลับรู้สึกยินดียิ่ง! “เด็กคนนี้นับว่าใจแข็งไม่เบา!”
ลู่เฉินจ้องไปทางชายผมแดง "เ้าบอกว่ามาจับข้าหรือ?”
“ใช่! เพราะเ้าขโมยของจากสำนักและหนีมา! ข้าจึงจะจับเ้ากลับไปสอบสวนหาความจริง!” ชายผมแดงกล่าว
ลู่เฉินได้ยินดังนั้นพลันยิ้มเยาะเย้ย “ถ้าข้าบอกว่าถูกใส่ร้าย เ้าจะเชื่อหรือไม่?"
“ถึงจะพูดเช่นนั้น... แต่ข้ามีพยาน!” ชายผมแดงกล่าวจบก็ะโเรียกคนจากด้านหลัง “พวกเ้าจงก้าวออกมา!”
ทว่าคนเ่าั้ไม่กล้าขยับออกมาแม้แต่น้อย! แต่ถึงพวกเขาจะไม่ออกมา ลู่เฉินก็จำได้อย่างชัดเจนว่าแท้จริงแล้วคนกลุ่มนี้ก็คือคนกลุ่มเดียวกับที่ผลักเขาลงหน้าผา!!!
“พวกเ้าพูดมา!” ชายผมแดงะโเร่ง
“ผ... ผะ.. ผู้าุโหง เป็เขา!” คนผู้หนึ่งก้าวออกมาพร้อมเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และเมื่อมีคนเริ่มแล้ว คนอื่น ๆ ก็พากันะโว่า “ใช่แล้ว เป็เขา!”
“เขาขโมยคัมภีร์ไป และยังทำร้ายพวกเราจนาเ็!”
“ใช่ ดูสิ ดูรอยแผลตามร่างกายของพวกเราสิ!”
พวกเขาพากันแสดงให้ทุกคนเห็นร่องรอยาแที่เกิดขึ้น ทำให้แม้แต่ศิษย์ของสำนักเก้าสุขสงบเองก็พลอยใ และหลงเชื่อกันไปไม่มากก็น้อย
ผู้าุโหงมองไปทางกลุ่มคนจากสำนักเก้าสุขสงบ แล้วเอ่ยว่า "เ้าก็เห็นแล้วใช่หรือไม่ ว่าข้าไม่ได้ใส่ร้ายเขา!"
“ท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับยาเสริมิญญาหรือไม่?” ลู่เฉินถามด้วยรอยยิ้ม
ยาเสริมิญญา?
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความใ ในขณะที่ผู้าุโเหยาเข้าใจในทันที “เ้าหมายถึง ยาเม็ดที่ทำให้คนพูดความจริง?!”
“ใช่ จงใช้มันกับพวกเขา แล้วท่านจะรู้ว่าพวกเขาโกหกหรือไม่!” ลู่เฉินตอบ
ผู้าุโเหยาได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวอย่างอับอายว่า "ยาล้ำค่าเช่นนั้น เราไม่มีหรอก!"
ชายผมแดงจ้องเขม็ง พลางเอ่ยเสียงแข็ง “เ้าหนู คนของข้าจะโกหกได้อย่างไร หยุดโต้เถียงเถอะ!”
“ท่านเชื่อใจพวกเขามากขนาดนั้นเลยหรือ?” ลู่เฉินยิ้มเยาะ
“แน่นอน!”
แน่นอนว่าชายผมแดงย่อมปกป้องพวกพ้อง
แต่ใครจะรู้ว่า... การกระทำของลู่เฉินหลังจากนั้น จะทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง!!!