(18)[Ch2P1S2] : เด็กสาวสุดเพี้ยนที่เพ้อว่าจะเป็สตรีศักดิ์สิทธิ์
ผมมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เห็นผู้คนในตลาดกำลังเจรจาค้าขายกันอย่างเริงร่าเสียงดังเจี้ยวจ้าวเพื่อขายของสด ผักผลไม้ เครื่องดื่มขนมปัง พ่อค้าร้านเนื้อปิ้งย่างเสียบไม้ก็หยิบเนื้อปรุงรสวางลงบนเตาจนควันฟุ้งทั้งร้านเพื่อสร้างกลิ่นหอมเรียกลูกค้า
พื้นถนนสายหลักในตัวเมืองปูด้วยหินสีขาวเทาเป็เส้นทางที่สะดวกสัญจรด้วยรถม้าและคนเดินถนน แม่ค้าผลไม้โพกผ้าโพกหัวสีขาวะโขายแอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลแดง สาลี่ ลูกแพร์ หลากหลายสีสันริมทาง บางร้านก็วางเตากระทะขนาดใหญ่ ผัดเส้นผัดเครื่องให้ไฟลุกดูน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคนผ่านไปผ่านมาให้หันกลับมามอง
แม้จะเป็่เวลากลางวันแต่กลับดูเหมือนมีการจัดงานเทศกาลจนผมอดไม่ได้ที่จะร้อง 'ว้าว' ออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ
"แวะหาที่จอดข้างหน้าจ่ะ จอร์จ"
พี่จูลเคาะเรียก และบอกให้คนขับหาที่จอดรถม้า
"ครับ เลดี้"
เมื่อได้ที่จอดแล้ว ทั้งมิกเกลแหละมิเลนในรถม้าคันแรกก็ลงมาเพื่อช่วยกันเลือกสรรหาอาหารอร่อยๆและขนมของฝากติดไม้ติดมือ ถือไปฝากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า
"ไม่ได้เจอเลดี้หลายวันเลยครับ ยินดีรับใช้เลดี้เสมอครับ"
เสียงพ่อค้าเนื้อเสียบไม้ทักทายกับพี่จูลด้วยความคุ้นเคยกันราวกับเป็ลูกค้าขาประจำ ส่วนแม่ค้าผลไม้เองทันทีที่เห็นมิกเกลและมิเลยเดินมาแต่ไกลก็รีบจัดแจงคัดสรรผลไม้อย่างดีแยกใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาลไว้ให้ก่อนจะส่งให้สองสาวใช้ด้วยรอยยิ้มทางการค้า
ผมช่วยถือบาร์บีคิวปิ้งย่างเสียบไม้เท่าที่จะช่วยถือไหว แล้วก็เดินไปข้างๆพี่จูล
ตามถนนอิฐที่เป็ซอยย่อยต่อจากถนนสายหลักนำทางไปสู่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ขึ้นโครงเสาด้วยไม้ ก่อด้วยอิฐ ปิดด้วยหินสีขาว แม้จะไม่ได้ดูสวยงามโดดเด่นนักแต่ก็ให้ความรู้สึกดูดีและเป็กันเอง
ผมเดินตามพี่จูลและสองสาวใช้ แล้วปล่อยให้องครักษ์คนหนึ่งรออยู่ด้านนอก ด้านในมีชายหญิงคู่หนึ่งโค้งต้อนรับ ฝ่ายหนึ่งจับชายกระโปรงตนถอนสายบัวอย่างเคารพนบน้อมด้วยมารยาทที่ถูกฝึกมา
"ตามสบาย เคธี่ คล้อด วันนี้เราแวะมาเยี่ยมด้วยความคิดถึงเด็กๆ ไม่ได้มีธุระเร่งด่วนอันใด"
"ค่ะ เลดี้ แล้วท่านชายท่านนี้?"
"เขาชื่อโนวิส เป็หลานรักของเราเอง"
พี่จูลแนะนำตัวผมให้ทุกคนรู้จักโดยเสร็จสรรพพร้อมยิ้มแฉ่งภูมิใจให้ทุกคนเห็นจนผมแอบอายแทน ผมโค้งตามมารยาทสุภาพบุรุษทำให้ทั้งสองต้องค้อมตัวต่ำลงด้วยความเจียมตัว
"ที่นี่ อาจไม่สามารถทำให้องค์ชายสะดวกสบายนัก ขอได้โปรดให้อภัยพวกเราด้วย"
พวกนี้มองเห็นผมเป็เสือดุที่พร้อมจะขย้ำกินรึยังไงกันเนี่ย หรือชื่อเสียงเสียๆของโนวิสมันดังไปถึงนอกวังด้วยนะ?
พอได้ทักทายตามมารยาทแล้ว ผมก็นั่งฟังการพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบของเคธี่และพี่จูล
ก่อนจะเข้าเื่รายละเอียดการบริหารงานบ้านเด็กกำพร้าที่เคธีรายงาน ผมตั้งใจฟังอย่างเต็มที่จะได้รู้รายละเอียด จำนวนเด็กในบ้าน รวมถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้าน
แต่ไม่นานนัก ตาผมก็สังเกตเห็นไปยังนอกหน้าต่าง ท่ามกลางเด็กที่แต่งตัวปอนกำลังรวมกลุ่มเล่นด้วยกันอยู่ข้างนอก มีเด็กสาวคนหนึ่งโดดเดี่ยวและโดดเด่นออกมาจากกลุ่มเด็กอายุไล่เลี่ยกัน
เธอมีผมสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ สวมชุดกระโปรงเดรสสีขาวขี้เถ้า แววตาของเธอดูไม่สนไม่แคร์สิ่งใดบนโลก
เธอกำลังมองทอดสายตาไกลออกไปในตัวเมืองก็จริง หากแต่กลับดูเหมือนเธอกำลังเหม่อฝันกลางวันมากกว่า
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเด็กคนอื่นๆ เธอกลับยืนสงบนิ่งไม่ไหวติง จนดูคล้ายกับเธอเป็ผู้ปลีกวิเวกและตัดขาดจากโลกทางฝั่งนี้แล้ว ทั้งที่ร่างทั้งร่างของเธอก็ยังคงอยู่ที่นี่
ผมเพ่งสายตามองรอบตัวเธอเพื่อตรวจสอบมานา และพบว่า มีประกายสีขาวสว่างครอบคลุมบางๆเป็ออร่าเคลือบอยู่
ธาตุแสงอย่างนั้นเหรอ? ดูเหมือนผมจะโชคดีพอสมควรเลยนะ
ถ้าพูดถึง เด็กสาวกับธาตุแสง ไม่ว่ายังไงก็ไม่พ้นคำว่า สตรีศักดิ์สิทธิ์ ผู้หญิงที่ทรงอำนาจแห่งจักรวรรดิศักดิ์มาติอัส อาณาจักรภาคพื้นทวีปที่ให้ความสำคัญเป็อย่างที่ไม่มีที่ใดในโลกเทียบได้ และการให้ความสำคัญอย่างสูงกับตำนานและการบูชาเทพเ้าแห่งแสงเป็เทพสูงสุด
ในฐานะสตรีศักดิ์ที่เป็ที่เคารพบูชาของผู้คน นอกเหนือจากอำนาจวาสนาในการสั่งการปรับปรุงวิหารยังมีเงินตรา เครื่องหอมบูชา ของมีค่าที่หลั่งไหลมาจากผู้ศรัทธา ไม่เพียงแต่ตัวสตรีเอง
ยังรวมไปถึงผู้ที่อุปถัมภ์ดูแลที่จะได้รับการยอมรับ เข้าสู่แวดวงชนขั้นสูงโดยง่าย
พูดง่ายๆก็คือ มันเป็บันไดพิเศษของสามัญชนและลูกหลานขุนนางระดับล่างที่จะก้าวขึ้นมาเป็บุคคลสำคัญผ่านความสามารถเชิงประจักษ์ เที่ยงตรง และทรงพลัง
จะว่าไปมันก็เหมาะกับเซตติ้งของอาณาจักรแห่งนี้ดี
เหตุที่ความยิ่งใหญ่มีมากมายจนต้องผ่อนผันให้มีการเลื่อนระดับชนชั้นของครอบครัวสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ใช่เหตุอื่นใดนอกจากพลังของธาตุแสงที่เป็ต้นทางของเวทย์รักษาฟื้นฟู สามารถเยียวยารักษาผู้คนได้ทุกชนชั้น แม้จะเกิดวิกฤติโรคระบาด หรือโพชั่นแก้พิษขาดแคลน
นอกจากนี้ตำแหน่งของสตรีศักดิ์สิทธิ์เองก็เป็ผู้ชี้นำสิ่งที่ถูกต้องให้เหล่าผู้ศรัทธา เป็ผู้มอบวจนะของเทพแห่งแสง สร้างความมั่นคงทางจิตใจ ระดมกำลังกองทัพเพื่อเข้าสู่สมรภูมิและพร้อมยอมตายถวายชีวิตเพื่อไปเป็หนึ่งเดียวกับเทพแห่งแสง
ผู้นำความเชื่อที่นำพาผู้คนให้ทำตามโดยง่าย จึงมาควบคู่กับอำนานการปกครองของจักรพรรดิและราชวงศ์ ดังนั้นจึงเป็เื่ปรกติที่จะมีฝ่ายเชื้อพระวงศ์และดยุคพยายามที่จะควานหา และรีบคว้าตัวสตรีศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อนั้แ่เนิ่นๆและทั้งหมดที่ว่ามา คือ สิ่งที่ผมเรียกมันว่า 'โชค' ยังไงล่ะ!
ในเนื้อเื่ของBMH สตรีศักดิ์สิทธิ์มีเพียงแค่สองคน คนหนึ่งเป็นางเอก ส่วนอีกคนเป็นางร้าย แต่ไม่ว่าจะเป็คนไหน ผมเข้าไปจีบๆไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอยู่ดี…
"พี่จูลฮะ ผมขอออกไปเล่นข้างนอกได้ไหมฮะ?"
"ให้นั่งฟังเฉยๆคงจะเบื่อสินะจ๊ะ ออกไปกับเพื่อนวัยเดียวกันน่าจะดีกว่าเนอะ"
ในเมื่อพี่จูลเห็นชอบแล้ว ผมก็เดินออกไปจากห้องทันที โดยไม่เสียเวลาแก้ความเข้าใจผิดที่ว่า ผมเบื่อ
เด็กข้างนอกเล่นกันเสียงดังทั้งไล่จับกันในสนามด้วยเสื้อผ้าที่มอมแมมผิดกับเด็กสาวคนนั้นที่ยังคงทอดสายตามองผ่านซากกำแพงสีน้ำตาลเก่าๆ ผมเดินเข้าไปใกล้และมองตามสายตาของเธอไปเพื่อดูว่า เธอกำลังเหม่อมองอะไร
ปลายทางสายตาของเธอคือ วิหารศักดิ์สิทธิ์ วิหารอันเป็สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ใช้เพื่อทดสอบคุณสมบัติ
โดยมากเป็สถานที่ของชนชั้นสูงที่จะพาลูกพาหลานของตนมาทดสอบเมื่อพวกเขาอายุได้10ปี หรือบางทีอาจน้อยกว่านั้นถ้าหากมีสัญญาณหรือนิมิตที่เชื่อได้ว่ามีคุณสมบัติพิเศษ