ฉ่า ๆ
ฉู่ ๆ
เสียงดังฉ่าเมื่อกุ้งแดงถูกโยนลงในน้ำมันเดือดกลิ่นหอมของกระเทียมและเครื่องปรุงฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวทำเอาคนที่กำลังทำอาหารต้องน้ำลายไหลด้วยความหิว ตอนนี้นางหิวจนแสบท้องไปหมดทั้งที่ก่อนหน้าก็กินแอปเปิลหมดไปเป็ลูก แต่ก็ไม่อาจจะต้านทานความหิวโหยได้เลย หรือว่านางได้กลายเป็ตัวตะกละไปแล้วสินะ
“หอมมากดีล่ะข้าจะจัดการไม่ให้เหลือสักตัวเลยคอยดู” แม่ครัวหัวป่าคิดอย่างหมายมาดจัดการตักกุ้งผัดกระเทียมใส่จาน พร้อมด้วยข้าวสวยร้อน ๆ กินคู่กัน
“อืมมม อาโหลยยยย”ใบหน้างามหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับรสชาติอาหารฝีมือตัวเอง ข้างจานกุ้งผัดกระเทียมก็ยังมีถ้วยน้ำแกงเห็ดแสนอร่อยไว้กินคู่กัน
หลังจากจัดการอาหารลงท้องไปจนเกลี้ยงหนังตาก็เริ่มหย่อน หนิงเซียนปิดปากหาวหวอด รีบจัดการเก็บถ้วยชามให้เสร็จเพื่อที่ว่านางจะได้กลับมาเอนหลังนอนสักตื่นเอาไว้ค่อยลุกขึ้นมาจดบันทึกที่ทำค้างไว้ั้แ่เมื่อวานต่อให้จบก็แล้วกัน
แต่แล้วแทนที่จะได้นอนเอนหลังแล้วค่อยตื่นขึ้นมาอีกรอบอย่างที่คิดไว้กลับกลายเป็ว่านางตื่นอีกทีก็ตอนรุ่งเช้าไปเสียได้อีกทั้งสิ่งที่ทำให้หนิงเซียนต้องอารมณ์เสีย ก็ตรงที่ดันไปฝันเห็นสามีตัวร้ายฝันว่าอ๋องตัวร้ายอยู่ด้วยทั้งคืน และยังเอาแต่หอมแก้มนางไม่ยอมห่างราวกับว่าหวงแหนเป็หนักหนาทั้งที่เขาไม่เคยทำดีกับหนิงเซียนเลยสักครั้งและยิ่งไปกว่านั้นนางและเขาได้มีสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งอีกด้วยช่างเป็ความฝันที่น่าขนลุกเสียจริง
สงสัยนี่คือผลของการที่นางไม่ไหว้พระก่อนนอนหรือไม่นะเช่นนั้นต่อจากนี้ข้าจะไหว้ไม่ขาดเลยสักคืน เผื่อว่าผีร้ายจะได้ไม่ต้องมาอำกันอีก
การที่นางยังคงนึกถึงท่านอ๋องก็อาจจะมาจากจิตใต้สำนึกของหนิงเซียนคนเก่า ที่ยังคงรักตัวร้ายอย่างหมดหัวใจต่อจากนี้นางจะเป็ผู้ตัดขาดความรักของเ้าตัวด้วยมือคู่นี้เองหรือหากหนีเหล่าตัวละครหลักไม่พ้น นางก็แค่หลีกเลี่ยงพวกเขาทำตัวจืดจางราวกับอากาศธาตุเพื่อจะได้ไม่เป็จุดสนใจให้พวกเขาเ่าั้มาหลอกใช้นางได้เหมือนต้นฉบับ เท่านี้หนิงเซียนก็จะไม่ต้องตายนางก็จะอยู่เงียบ ๆ ไป ส่วนนางเอกก็เอาพระเอกและตัวร้ายไปเสียเท่านี้ก็ลงตัวแล้ว
ฮุ ๆ เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องหนีให้เหนื่อยหนิงเซียนเ้าช่างฉลาดจริง ๆแผนทั้งหมดก็คิดหาทางออกได้แล้วก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกเมื่อหาทางออกให้กับตนเองได้ หญิงสาวจึงไม่มีความกังวลใด ๆ อีกต่อไปใบหน้าที่ประเดี๋ยวย่นประเดี๋ยวยิ้ม หากคนภายนอกได้เห็นคงจะคิดว่านางได้เสียสติไปแล้วก็ได้
เมื่อไม่มีเื่ให้หมองใจร่างบางจึงเอาหยิบตะกร้าตรงเข้าสวนผักหลังบ้านเก็บผักสวนครัวที่โตพอจะนำมาทำอาหารได้ทั้งนางตั้งใจว่าจะพรวนดินกำจัดวัชพืชในแปลงผักสักหน่อย่นี้เริ่มจะรกจนแทบจะมองไม่เห็นผักอยู่แล้วทำงานให้เหงื่อออกก็ถือว่าเป็การออกกำลังกายเช่นกันขยับกายเสียบ้างพักนี้เอาแต่ฝันเื่ไม่เป็เื่ เหนื่อยแล้วจะได้หลับเป็ตาย
หนิงเซียนนั่งลงข้างแปลงผักกาดต้นอวบใบเขียวใหญ่น่าทานนางเริ่มลงมือถอนหญ้าออกจากแปลงผักไปเรื่อย ๆแดดที่เริ่มจะร้อนทำให้หลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ กระนั้นหนิงเซียนก็ยังคงนั่งทำสวนต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
หญ้าในแปลงผักถูกถอนออกแปลงแล้วแปลงเล่าในที่สุดมันก็ทำเสร็จจนครบทุกแปลงจากนั้นหญิงสาวจึงเตรียมนำปุ๋ยคอกที่ได้จากการไปขอมูลวัวของชาวบ้านนำมาโรยใส่แปลงผักเพื่อให้สารอาหารจากมูลวัวช่วยให้ผักเจริญงอกงามยิ่งขึ้น
“เสียดายที่ข้าไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับปุ๋ยหมักไม่เช่นนั้นผักคงจะงามได้ยิ่งกว่านี้” ใบหน้างามยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจในตอนที่นางยังอยู่โลกเดิมทำงานแทบตาย กลับไม่มีเงินเหลือเก็บแต่พอได้ใช้ชีวิตแสนธรรมดา ไม่ต้องดิ้นรนตื่นเช้าเพื่อออกไปทำงานหาเงินกลับมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ
อีกฟากหนึ่งห่างออกไปหนึ่งหลี่(500เมตร)
สายตาคมเฝ้ามองสตรีร่างเล็กทำงานสวนอย่างขยันขันแข็งใบหน้างามที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหัวเราะมันทำให้เขาละสายตาจากนางไม่ได้เลยเมื่อไรกันที่เอาแต่เฝ้ามองการกระทำทั้งหมดของนางทั้งที่เมื่อก่อนก็เอาแต่เพิกเฉยไม่เคยใส่ใจ
กายหนายืนมือไพล่หลังมองสตรีตรงหน้าไม่ไหวติงพลางครุ่นคิดถึงการเปลี่ยนไปของหนิงเซียนสตรีอ่อนแอทำตัวปวกเปียกช่วยตนเองมิได้สักอย่าง ไฉนเลยตอนนี้นางกลับดูมีชีวิตชีวามีความสุขกับความยากลำบากเช่นนี้กัน มันเหมือนกับไม่ใช่คนเดิม
“พระองค์จะไม่เข้าไปหรือพ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์คู่กายเอ่ยถามขึ้นอย่างใคร่รู้ เดิมทีอนุหนิงได้ถูกขับไล่ออกจากวังอ๋องพระองค์้าถอนรากถอนโคนคนของศัตรูทั้งยังเป็การตัดปัญหาเื่หลังเรือนอันน่าปวดหัวสตรีก็รังแต่จะนำความวุ่นวายเข้ามาไม่รู้จักจบสิ้นในความคิดของท่านอ๋องสตรีเป็อะไรที่น่ารำคาญที่สุด มิใช่เพียงแค่อนุหนิงเท่านั้นอนุทุกคนก็ถูกจัดการด้วยเช่นกัน จะต่างเพียงแค่วิธีที่ทำให้ออกไปเท่านั้นวังอ๋องในตอนนี้ว่างเปล่าไร้เงานายหญิง
“ไม่” การพบกันครั้งนี้มันเป็แค่ความบังเอิญก็เท่านั้นไม่จำเป็จะต้องออกไปแสดงตัว
“จะกลับเมืองหลวงเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์หนุ่มได้แต่มองอนุหนิงอย่างเห็นใจในตอนที่เข้ามาเป็อนุแต่แรกเริ่มก็มิได้เต็มใจอยู่แล้วอีกทั้งยังต้องออกจากวังอ๋องไปตกระกำลำบาก โดนร่างแหไปด้วยโดยที่หนิงเซียนมิได้มีส่วนรู้เห็น เป็เพียงคนที่บังเอิญรับเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้
“อืม”เหลียงเฟิงหมุนกายเดินกลับตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่แล้วด้วยใบหน้าที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้ แต่ภายในใจเขามันรู้สึกสับสนภาพการร่วมเตียงกันหลายคืนที่ผ่านมา ยังคงติดตรึงอยู่ภายในใจเขาชายหนุ่มรีบสลัดทุกอย่างทิ้งไปเขาก็แค่ใช้นางเพื่อให้หลุดพ้นจากฤทธิ์ยากำหนัดน่ารังเกียจนั่นถือเสียว่ามันคือคราวซวยของนางก็แล้วกัน ไม่จำเป็จะต้องรู้สึกผิดสตรีทุกคนก็น่ารำคาญเหมือนกันหมด
องครักษ์คู่ใจเดินตามหลังผู้เป็นายไปทันทีกระนั้นก็ยังคงหันกลับไปมองสตรีร่างเล็กด้านหลังเป็ระยะท่านอ๋องดูเหมือนจะไม่ให้ความสนใจอนุหนิง แต่ทว่าในตอนที่อาการกำหนัดกำเริบแทนที่จะเรียกนางคณิกามาปรนนิบัติสักคน เพื่อช่วยให้พิษในตัวคลายลงแต่พระองค์กลับเลือกที่จะทนทรมาน เพื่อมาหาอนุหนิงไกลถึงหมู่บ้านในชนบท เขาไม่เข้าใจท่านอ๋องเลยสักนิดพระองค์คิดอะไรอยู่กันแน่
“เ้าจะมองอีกนานหรือไม่หากไม่อยากถูกควักลูกตาก็หยุดการกระทำนั่นเสีย”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”เสียงเย็นะเืที่รับสั่งออกมา ทำเอาองครักษ์หนุ่มเย็นวาบไปทั้งตัวรีบเก็บสายตาตนเองโดยไว ก็ไหนท่านอ๋องบอกว่ามิได้สนใจอนุหนิงแต่การกระทำช่างสวนทางกันเหลือเกิน