ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 166 ยังสู้เลี้ยงสุนัขไม่ได้

            “เถ้าแก่เนี้ยขอรับ ร้านเราเพิ่งมีแขกมาใหม่หลายคน พวกเขา…”

            ลูกจ้างเองก็ไม่รู้จะเอ่ยเช่นไรดีได้แต่ทำหน้าลำบากใจ ชี้ไปยังที่นั่งที่พวกซูฉงกวงนั่งอยู่“พวกเขาแต่งตัวเช่นนี้ คงไม่ได้คิดจะเบี้ยวค่าอาหารหรอกกระมังขอรับ?”

            อาภรณ์ที่สวมใส่มีแต่รอยปะไม่รู้ว่าไม่ได้อาบน้ำมานานเท่าไรแล้ว เพียงเข้าใกล้ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นสาบสางคนเช่นนี้ จะจ่ายค่าอาหารไหวหรือ?

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นจางอ้ายหลินก็ประหลาดใจเล็กน้อย เงยหน้ามองตามทิศทางที่ลูกจ้างชี้ไป ก็ถึงกับตะลึงคนตระกูลซูพวกนี้ มาที่นี่ได้อย่างไร!?

            เมื่อคราก่อนที่พบนางจ้าวที่หมู่บ้านหลิวเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีชีวิตที่ไม่ดีนัก ผ่ายผอมจนเห็นแต่กระดูกดูท่าทางเหมือนจะไม่มีข้าวกิน แม้แต่ค่าเข้าเมืองคนทั้งครอบครัวเช่นนี้จะจ่ายไหวเชียวหรือ?

            พวกเขาเข้าเมืองมาได้อย่างไรแล้วหาร้านอาหารของพวกนางเจอได้อย่างไร?

            จางอ้ายหลินรู้สึกว่าเรื่องราวคงไม่ง่ายดายเช่นนั้นอีกทั้งท่าทางของคนเหล่านั้น ดูอย่างไรก็รู้ว่ามาด้วยเจตนาร้าย

            คนตระกูลซูบ้านใหญ่พวกนี้เก่งกาจในการหาเรื่องเพียงใด นางเคยเห็นมาแล้ว ในวันนี้ และสถานการณ์เช่นนี้ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ เสียแล้ว

            ตอนนี้ในร้านมีลูกค้าอยู่ไม่น้อยหากเกิดเรื่องขึ้นมาคงดูไม่งามคนตระกูลซูสายหลักพวกนั้นก็ไม่ใช่พวกที่จะพูดจาด้วยเหตุผลดีๆไม่แน่ว่าอีกเดี๋ยวคงจะด่าทออะไรออกมา สร้างความรำคาญให้ลูกค้าคนอื่นความเสียหายของร้านอาหารคงจะมากยิ่งขึ้น

            จางอ้ายหลินคิดใคร่ครวญแล้วจึงตัดสินใจว่าจะยังไม่ทำอะไร รอดูสถานการณ์ก่อน ท่าทางของคนเหล่านั้นก็แค่อยากจะมากินแล้วไม่จ่ายเงินเท่านั้น กับอีแค่ข้าวเพียงมื้อเดียวพวกนางจะถือว่าทำบุญทำทานก็แล้วกัน

            ส่วนหลังจากอาหารมื้อนี้แล้วจะทำอย่างไรก็ค่อยว่ากันทีหลัง ขอเพียงไม่กระทบต่อการค้าขาย นางก็ไม่มีอะไรต้องกลัว!

            เมื่อลูกจ้างได้ฟังคำสั่งของนางก็แสร้งตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เดินยิ้มแย้มไปรับรายการอาหารตามปกติ

            เมื่อซูฉงกวงกับบุตรชายทั้งหลายนั่งลงก็ยืดคอออกมองไปรอบๆ เห็นอาหารหลายชนิดวางอยู่บนโต๊ะของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นไก่ย่าง เครื่องในหมู หมูสามชั้นตุ๋น…

            พวกเขาพยายามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นจากนั้นซูฉงกวงก็กวักมืออย่างใจใหญ่ “เอาอันนั้นอันนั้น แล้วก็อันนั้น เอามาให้ข้าทั้งหมด อย่างละหนึ่ง ไม่สิ... อย่างละสองที่!”

            เขาจำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้กินเนื้อมานานเท่าไรตอนนี้ต่อให้เอาหมูทั้งตัวมาวางไว้ตรงหน้า เขาก็สามารถกัดกินจนเกลี้ยงได้!

            เมื่อซูฉงกวงสั่งอาหารเสร็จคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเขาถึงแม้จะอ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็รู้จักภาพบนเมนูไม่ว่าจะเป็นซี่โครง หมูหัว หมูสามชั้นตุ๋นต่างๆ นานาคนทั้งหลายสั่งอาหารไปทั้งหมดสิบกว่าอย่าง อีกทั้งล้วนเป็นอาหารที่มีแต่เนื้อทำเอาลูกจ้างตกตะลึงไปตามๆ กัน

            ตอนนี้เขาสามารถยืนยันได้แล้วว่าคนพวกนี้มาเพื่อกินแล้วไม่จ่ายเงินอย่างแน่นอนทำตัวประหนึ่งไม่เคยกินเนื้อมาก่อนในชีวิตนี้ คิดหรือว่าจะมีปัญญาจ่ายค่าอาหาร!

            เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเขายังคงต้องไปขอคำชี้แนะจากจางอ้ายหลินอีกครั้ง เมื่อได้ยินสถานการณ์เช่นนี้จางอ้ายหลินก็ขมวดคิ้ว แต่ก็ยังสั่งให้ลูกจ้างนำอาหารที่พวกเขาสั่งไปจัดวาง

            เนื่องจากอาหารบางอย่างได้เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วความเร็วในการจัดอาหารจึงรวดเร็วมาก พวกคนบ้านใหญ่เหล่านั้นในตอนแรกที่ได้กลิ่นหอมกรุ่น ยังคงคิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานา ทันทีที่อาหารวางลงพวกเขาก็ไม่ใส่ใจสิ่งใดอีกต่อไป

            พวกเขาต่างหยิบตะเกียบขึ้นมาจ้วงแทงเนื้อในจานแม้แต่นางจ้าวที่ก่อนหน้านี้แสดงท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อยในตอนนี้ก็ไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เข้าร่วมวงแย่งอาหารด้วย

            เมื่อคีบอาหารได้แล้วซูฉงกวงก็รีบยัดเข้าปากอย่างตะกละตะกลามซูต้าไฉและซูต้าฟู่เห็นว่าใช้ตะเกียบแล้วไม่ทันใจจึงใช้มือเปล่าคว้าอาหารเข้าปากคำใหญ่ๆ ไม่นานนักหมูพะโล้ทั้งจานก็อันตรธานหายไปในพริบตา พวกเขาทั้งหลายสำลักจนตาเหลือก

            เมื่อลูกจ้างนำอาหารมาวางอีกครั้งเห็นสภาพโต๊ะที่เต็มไปด้วยเศษอาหาร ก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

            ไม่ทันที่เขาจะได้ตอบสนองซูต้าไฉที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็แย่งจานมาจากมือของเขาแล้วบ่นงึมงำขณะที่ปากยังเต็มไปด้วยเนื้อ “กว่าจะยกมาได้ชักช้าอะไรเช่นนี้ ระวังข้าจะเฉดหัวเจ้าออกไป…”

            ลูกจ้างฟังไม่ถนัดว่าเขาพูดอะไรแต่ก็มองออกว่าอีกฝ่ายไม่ให้เกียรติตนเองเลยสักนิด ทว่าแม้จะไม่พอใจอยู่บ้างแต่การเป็นลูกจ้าง ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอแขกที่ทำตัวไร้เหตุผลเขาก็ไม่ได้มีภูมิต้านทานน้อยขนาดนั้น ยังคงยิ้มแล้วเอ่ยว่า“เชิญตามสบายขอรับ” จากนั้นก็หันไปรับรายการอาหารที่โต๊ะอื่นต่อ

            ซูอี้หว่านยุ่งอยู่ในครัวมาได้สักพักตั้งใจจะออกมาข้างนอกเพื่อผ่อนคลายกลับเห็นพวกซูฉงกวงที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารชุดใหญ่เบื้องหน้า

            “ท่านแม่ นี่มัน…” ซูอี้หว่านขมวดคิ้วเดินไปยังหน้าโต๊ะมองไปยังทิศทางที่ซูฉงกวงนั่งอยู่ “พวกเขามาหาที่นี่ได้อย่างไร?”

            จางอ้ายหลินส่ายหน้าวางแท่งดินสอถ่านในมือลง “มาได้อย่างไรก็ไม่รู้แต่เมื่อมาแล้ว อยากจะไล่ไปก็คงไม่ง่าย”

            คนบ้านใหญ่พวกนี้โลภมาก เมื่อเห็นว่าพวกนางบริหารกิจการได้ดีเพียงใดจะต้องดื้อดึงไม่ยอมไปอย่างแน่นอน!

            จางอ้ายหลินหาได้เกรงกลัวคนเหล่านี้แต่เมื่อนึกว่าจะต้องมาโต้เถียงกับพวกเขา ก็พลันรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า

            เรื่องนี้ซูอี้หว่านก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งทีแรกคิดว่าซูอี้ฉินแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ซูไท่ไท่ก็เข้าไปชดใช้กรรมในคุกพวกนางคงไม่มีเรื่องให้ข้องแวะกับพวกคนตระกูลซูอีกนึกไม่ถึงเลยว่าคนพวกนี้จะตื๊อไม่เลิกราขนาดนี้ใช้เวลาไม่นานก็หาทางเข้ามาในเมืองจนได้

            แต่ว่า...

            เมื่อคิดถึงครั้งก่อนที่เจอนางจ้าวที่หมู่บ้านหลิวท่าทางของอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าความเป็นอยู่ของพวกเขาไม่ค่อยดีนักหรืออาจกล่าวได้ว่าน่าสังเวช ในสภาพเช่นนี้พวกเขาจะมีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าเข้าเมืองได้อย่างไรกัน?

            “ข้าว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายดายเช่นนั้น”

            ก่อนหน้านี้โรงสุราประตูมังกรยังคงคิดหาทางสร้างความเดือดร้อนให้พวกนางอยู่เสมอแต่สองสามวันมานี้ กลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างผิดหูผิดตาไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ลำพังแค่เรื่องนี้ ก็ผิดปกติเกินไปแล้ว

            นอกจากนี้คราที่ซูไท่ไท่และซูอี้ฉินเดินทางเข้าเมืองนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นฝีมือของคนจากตระกูลหลงที่นำพวกนางมาในเมื่อพวกเขากล้าใช้วิธีการเช่นนี้เป็นครั้งแรกย่อมไม่ลังเลที่จะใช้มันเป็นครั้งที่สอง จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องแปลกใจ

            เพียงแต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้เป็นท่านหลงหรือหลี่จ่างกุ่ยที่เป็นคนลงมือ

            คงจะเป็นหลี่จ่างกุ่ยกระมังเพราะว่าทางบ่อนพนันนั่น ท่านหลงก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้วแล้วพวกเขาก็คงยังไม่ระแคะระคายมาถึงพวกนาง ป่านนี้คงยังไม่มีแก่ใจจะมาหาเรื่องกัน

            กลับเป็นหลี่จ่างกุ่ยแห่งโรงสุราประตูมังกรที่ช่วงนี้กิจการไม่ดี ก็เลยว่างมาก

            แต่ว่าคนใต้บังคับบัญชาของตระกูลหลงพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยฉลาดนัก เมื่อคราวก่อนใช้งานซูไท่ไท่ก็ไม่ได้อะไรดีๆ กลับไปพวกเขาถึงกับไปหาคนบ้านใหญ่พวกนั้นอีกหรือว่าคิดว่าด้วยพละกำลังของซูฉงกวงกับบุตรชายทั้งหลายจะสามารถรับมือกับพวกนางได้?

            หากหลี่จ่างกุ่ยคิดเช่นนั้นเขาก็ช่างไร้เดียงสานัก ซูอี้หว่านไม่ได้กลัวพวกเขาเลยจริงๆ!

            แต่ก็ต้องบอกว่าสีหน้าท่าทางของคนบ้านใหญ่พวกนี้ ช่างน่าขยะแขยงยิ่งนักเมื่อคิดถึงของที่พวกนางให้พวกเขาได้กินซูอี้หว่านก็รู้สึกว่ายังสู้เลี้ยงสุนัขไม่ได้

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592