“เมื่อวานฉันเจออิงด้วยว่ะ เห็นนายเคยบอกว่าเธอย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ” ปรัศวินชวนพี่ชายคนกลางคุย
คนฟังมือชะงักค้างโดยอัตโนมัติเพราะชื่อที่เขาจำแม่นไม่เคยลืม
ไอ้โปรดรู้ว่าเขากับน้ำอิงมีความสัมพันธ์กันแบบไหนเพราะหนหนึ่งน้องชายของเขาเคยบังเอิญเปิดประตูคอนโดฯ เข้าไปเจอฉากไม่ค่อยเรียบร้อยนัก เขาสวมเพียงผ้าขนหนูพันเอวสอบหลวมๆ ขณะมอบจูบดูดดื่มให้นรารินตรงเคาน์เตอร์ครัว
น้องชายของเขาหน้าแดงจัด ขณะสาวเ้ารีบวิ่งไปซ่อนตัวในห้องนอน ส่วนเขาได้แต่ขยี้ผมเก้อๆ เบี่ยงตัวหลบไปอีกทางไม่เช่นนั้นเครื่องแสดงความเป็ชายคงชี้หน้าน้องชายแท้ๆ จากใต้ผ้าขนหนูผืนหนาเป็แน่
ความลับพวกเขาแตกโผละตอนนั้น ส่วนหมอนี่ออกจะงอนเล็กน้อยที่เพิ่งเห็นกับตาว่าพี่ชายแท้ๆ มีสัมพันธ์แแ่กับเพื่อนร่วมรุ่นของตัวเอง แถมชายหนุ่มเคยหมายตาหวังจะจีบนรารินด้วยแต่สาวเ้าปฏิเสธ ที่แท้เธอก็แอบมีสัมพันธ์ลับๆ กับพี่ชายคนรองของเขา
“เจอที่ไหนอ่ะ” คล้ายว่าเขาจะไม่สนใจแต่ก็อยากรู้
กลับมาเมื่อไหร่ เจอที่ไหน ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง คำถามมากมายครอบงำเขาหากแต่เอ่ยถามไม่ได้เพราะไอ้โปรดคงไม่รู้รายละเอียดลึกขนาดนั้นเช่นกัน
“คอนโดใกล้ๆ ออฟฟิศฉัน”
ปรัศวินเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพของตัวเอง เปิดตัวทำกิจการไปเมื่อไม่นานแต่ดูท่าทางจะรุ่งทีเดียวสำหรับการทำบริษัทชิปปิ้งแม้เริ่มต้นเป็ธุรกิจขนาดกลางก่อน
“เหมือนว่าเธอจะอยู่แถวนั้นนะ”
ปริณธวัฒน์ยืดแผ่นหลัง จิ้มมะเขือเทศเข้าปาก ทำท่าคล้ายกับว่าไม่สนแต่ภายในใจร้อนรุ่มอยากเจอยัยตัวแสบที่ทำลายหัวใจหัวใจเขาจนย่อยยับเสียเดี๋ยวนั้น
“นายได้ติดต่อเธอบ้างมั้ย” ปรัศวินแย็บถามพี่ชายเมื่อเ้าตัวทำหน้ามู่ทู่แปลกไปจากปกติเมื่อเอ่ยถึงนราริน
“ไม่ ไม่เลย”
เขาซ่อนความเจ็บซ้ำ ไม่บอกเหตุผลว่าถูกสั่งห้ามไม่ให้ติดต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีทางถอยห่างจากชีวิตเธอไกลขนาดนี้
“นานแค่ไหน”
“ั้แ่เธอย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นนั่นแหละ”
“งั้นก็แสดงว่าไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเธอเลยน่ะสิ”
“อืม ทำนองนั้น” ชายหนุ่มตอบเสียงห้วนจัด ยังเคืองไม่น้อยที่สะบั้นความสัมพันธ์ชนิดไม่รักษาน้ำใจกันเลยสักนิด
“ฉันเห็นเธอสวมแหวนด้วยนะ”
ปรัศวินลองใจ คนถูกล่อติดกับเงยหน้าขึ้นมองพร้อมเบิ่งตาโตทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘สวมแหวน’ พานคิดไปไกลทันทีว่าหญิงสาวอาจแต่งงานหรือมีคู่หมั้นแล้ว
“สวมแหวนตรงนิ้วนางข้างขวา สวยดี น่าจะแพงใช่เล่น”
ปรัศวินยิ้มทะเล้นรู้ว่าแกล้งหยอกพี่ชายได้สำเร็จ เพราะอีกฝ่ายทำหน้าตาตื่นในตอนแรกและแทบอยากะโข้ามโต๊ะมาชกเขาทีเดียวเมื่อรู้ว่าแค่แกล้งพูดเล่นให้เข้าใจผิด
“เลิกกันไม่ดีเหรอ”
“ไม่เคยคบกันเลยต่างหาก”
“แต่ที่พวกนาย…” ปรัศวินยั้งปาก นึกถึงฉากวาบหวิวที่เคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน พี่ชายของเขาต้องทึ้งผมแน่หากรู้ว่าเขาติดใจภาพผมยุ่งเหยิงเล็กๆ ปนเซ็กซี่แม้ไม่โป๊หมดจดของนรารินจนเก็บมาฝัน
“หมายถึงนายกับเธอเป็… เซ็กส์เฟรนด์กัน แค่นั้น?” ปรัศวินถามเสียงสูง ผู้หญิงที่ดูมีคุณค่า ไม่เปิดรับใครเข้ามาในชีวิตง่ายดายเช่นนรารินจะใช้ร่างกายเป็เพียงที่ปลดปล่อยระบายอารมณ์เพื่อใครสักคนโดยไม่ผูกมัดกันทางความรู้สึกอย่างนั้นหรือ
ชายหนุ่มสะดุดใจคำว่า ‘เซ็กส์เฟรนด์’ ไม่น่าเชื่อว่าตลอดเวลาหลายปีนั้นเขาวางนรารินอยู่ในสถานะนั้นจริงๆ เพื่อมาสำเหนียกในภายหลังว่าเธอมีค่ากว่าถ้อยคำนั้นมาก
“นายยังคิดถึงเธอหรือเปล่า” ปรัศวินเปลี่ยนคำถามใหม่
ปริณธวัฒน์นิ่วหน้า
“อะไรดลใจให้นายอยากเผือกเื่ของฉันขนาดนั้นวะ”
คนถูกถามทำหน้าไม่ยี่หระ
“แค่ถามดู”
“ถามเพื่อ?” เขาเริ่มไม่ไว้ใจน้องชายแท้ๆ จึงรีบออกตัวรัวเร็วจนลิ้นแทบพันกัน “ตอนนี้ต่อให้ฉันกับอิงไม่ได้ติดต่อกันแล้วแต่นายห้ามจีบเธอเด็ดขาด ฉันยอมรับความสัมพันธ์อีนุงตุงนังไม่ได้ เราเป็พี่น้องจะยุ่งเกี่ยวเกินเลยผู้หญิงคนเดียวกันมันเป็ไปไม่ได้ ไม่มีวันและไม่มีทาง!!”
ปรัศวินงับปากฉับพร้อมเอนหลังพิงเก้าอี้ อาหารมื้อนี้อร่อยดี บรรยากาศพูดคุยระหว่างพี่น้องก็แปลกไปจากปกติด้วยตรงที่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะคุยกันเื่ธุรกิจ หากแต่คราวนี้ประเด็นใหญ่ใจความสำคัญเกี่ยวกับนราริน ผู้หญิงที่เคยอยู่ในใจของปรัศวินแต่อยู่เคียงข้างกายปริณธวัฒน์
“ฉันเคยชอบอิงนะ อาจจะก่อนเธอเจอนายด้วยซ้ำ” ปรัศวินสารภาพอย่างตรงไปตรงมา
ผู้เป็พี่ชายตาลุกวาว ประโยคถัดมาทำเอาเขาแทบนั่งเก้าอี้ไม่ติด
“ต่อให้เธอเคยมีอะไรกับนายนั่นมันก็แค่เื่ในอดีต ฉันสนปัจจุบันมากกว่า”
“หมายความว่าไงไอ้โปรด!” เขาชักหึงเืขึ้นหน้า สรรพนามเรียกผู้เป็น้องชายเริ่มไม่น่ารัก
คนเกิดทีหลังกระตุกยิ้มร้ายแฝงความเ้าเล่ห์ ไม่ยอมตอบคำถามอะไรอีกเลยแล้วกลับมาละเลียดมื้อเย็นต่อจนอิ่ม ทิ้งให้พี่ชายหงุดหงิดคิดมากจนมองตัวเองตาลุกเป็ไฟก็มิปาน
…