“ ไป “ เด็กหนุ่มพึมพำ ก่อนที่จะย่องออกจากบ้านอย่างเงียบๆ
สมชายฟังเสียงประตูบ้านปิดลงแล้วจึงเดินออกมาจากห้อง เขามองยังจดหมายแล้วเก็บไว้
อิงอรผู้มารดาเข้ามาสวมกอดสามีพร้อมกับร่ำไห้
“ ลูกผู้ชายเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องเป็ไปตามชะตา “ สมชายเอ่ย
สองสามีภรรยาเดินมายังหน้าต่างเพื่อส่งบุตรชายของตนด้วยสายตา เขามองยังใบหน้าของบุตรชาย เขาพยักหน้าช้าๆ
ใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวของบุตรชายนั้นมันให้เขาเบาใจเป็อย่างมาก เพราะมิใช่เด็กหนุ่มอายุสิบหกคนใดจะมีใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวเช่นนี้
ั้แ่เด็กนั้นบุตรชายของเขาก็ได้ชื่อว่าเป็จอมเด็ดเดี่ยวอยู่แล้ว เมื่อคราที่เขาถูกจู่โจมด้วยสัตว์อสูรจนขาขาด เป็บุตรชายของเขาที่คอยถือไม้ท่อนกวัดแกว่งไล่สัตว์อสูรที่เข้ามาหมายกัดกินเขาเป็อาหาร
เด็กชายปราบในวันนั้น จนถึงวันนี้ก็ยังเป็คนเดิมมิเปลี่ยนแปลง
“ ปราบ ลูกต้องปลอดภัย “ อิงอรเอ่ย
“ อย่ากังวล “ สมชายเอ่ย
“ จงเชื่อมั่นในลูกของเรา พี่เชื่อว่าเมื่อปราบกลับมา เขาจะกลับมาพร้อมกับความยิ่งใหญ่ “ สมชายเอ่ย
“ อืม “ อิงอรพยักหน้าช้าๆ
ปราบมองยังเงาลางๆในความมืด เขาย่อกายลงแล้วก้มกราบอีกครั้ง
เด็กหนุ่มเร่งวิ่งอย่างมิคิดชีวิต เขาต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเขาเองแลบิดามารดาเปลี่ยนใจ
“ ข้าต้องพลิกชะตาชีวิตของข้า ข้าต้องยิ่งใหญ่ ข้าต้องร่ำรวย “ เขาเอ่ยออกมา
ปราบวิ่งออกมายังถนนใหญ่ เขาพบกับกองกำลังรักษาเมืองที่เวลานี้นำยานตรวจการออกลาดตระเวนทั่วเมือง แสงจากไฟสัญญาณวับวาบที่อยู่บนหลังคายานสว่างจ้า เด็กหนุ่มเร่งหลบเข้ายังพุ่มไม้ริมถนนอย่างรวดเร็ว
เขาเหลียวมองยังกองบัญชาการของสำนักจอมยุทธสาขาย่อยที่สิบสี่ เขาพบว่าที่นั่นกำลังระดมพล
“ ไป “ ปราบวิ่งออกจากพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งชั่วโมงเด็กหนุ่มนั่งหอบจนตัวโยนเมื่อมาถึงสำนักงานจอมยุทธสาขาย่อยที่สิบสี่ สองตาของเขามองยังรูปหล่อช้างเผือกใหญ่ั์สูงประมาณร้อยเมตร สองตาของรูปหล่อช้างเผือกเป็สีฟ้า งาของมันนั้นยาวเฟื้อย
ในขณะที่กำลังมองยังรูปหล่อช้างเผือกอยู่นั้นได้มียานสนับสนุนออกมา เด็กหนุ่มเร่งวิ่งตามแลเกาะกระบะหลังของยานสนับสนุนอย่างรวดเร็ว เขาปีนเข้าไปภายในแลแอบซ่อนตัวในลัง
ยานสนับสนุนพุ่งทะยานบุกฝ่าผิวหน้าดินที่ขรุขระจากหลุมะเิั้แ่สมัยที่มนุษย์ประเคนสรรพวุธเพื่อสังหารสัตว์อสูรที่เข้ามารุกราน ทั่วพื้นที่ของประเทศไทยในอดีตนั้นกลายเป็สมรภูมิรบ
พวกมันนั้นขึ้นฝั่งที่ชายทะเลฝั่งอันดามันของไทยแล้วเข้าไล่ล่าสังหารชาวบ้านอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนมากมายหลายล้านคนตกตายลงในเวลาเพียงหนึ่งวัน พวกมันใช้เวลาเพียงสิบวันสังหารผู้คนทางภาคใต้จนหมดสิ้น แล้วเคลื่อนพลขึ้นเหนือ
กองทหารของไทยแลประชาชนต่างตั้งป้อมปราการที่กาญจนบุรี แลราชบุรี เพื่อยับยั้งทัพของสัตว์อสูร แต่ก็มิอาจที่จะทำอันใดมันได้ เพราะอาวุธที่มีนั้นมิสามารถสยบพวกมันได้ กองกำลังผสมจึงถอยร่นเข้าสู่พระนคร แล้วทำการอพยพผู้คนไปยังนครราชสีมา
ทหารกล้ามากมายตกตายล พร้อมกับเหล่าประชาชนผู้กล้า แม้นว่าพวกเขาจะสละชีพเพื่อปกปักษ์แดนดินไว้แต่ก็เป็การสละที่ชีพที่เสียเปล่า เพราะไม่สามารถยับยั้งการรุกรานของเหล่าสัตว์อสูรเลยแม้นแต่น้อย ซ้ำร้ายร่างไร้ิญญาเ่าั้ยังกลายเป็อาหารอันโอชะอีก
ราวสามชั่วโมง ยานสนับสนุนจึงหยุดลง ปราบเร่งออกจากลังแล้วทะยานร่างลงจากยานวิ่งหลบเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว เขาซุ่มมองยังกองกำลังของจอมยุทธที่อยู่ในชุดเกราะพิเศษที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้มากมายหลายหมื่นกิโลกรัม
เด็กหนุ่มเร่งทะยานร่างเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว เขาหวังเพียงว่าจะเข้าไปถึงก่อนเหล่าจอมยุทธ เพราะการที่เขาเข้าถึงก่อนนั้นเขาย่อมสามารถค้นหาสมบัติล้ำค่าได้ก่อน
ปราบกวาดตามองทั่ว บริเวณที่เขาอยู่นั้นยังห่างจากจุดะเิไกลถึงสามสิบกิโลเมตร แต่ผืนป่าแห่งนี้ยังคงอยู่ดี มันถูกเพียงพลังคลื่นเสียงแลแรงะเิไม่ได้ถูกพลังทำลายล้างกลืนกิน
เด็กหนุ่มรั้งกายไว้ แล้วมองยังซากของหมาป่าอสูรที่ตกตายเพราะแรงะเิ เขามองยังแก่นิญญาของมันที่แตกหัก แม้นจะแตกหักแลเหลือเพียงหนึ่งส่วน แต่พลังิญญาที่หลงเหลือนั้นยังคงเต็มเปี่ยม
เด็กหนุ่มก้มเก็บแก่นิญญาอสูรอย่างรวดเร็ว “ แก่นิญญาอสูรเป็ที่้าของตลาด มันบริสุทธิ์กว่ายาิญญาและโอสถิญญามากนัก “ เขาพึมพำ
“ ทั้งราคาของมันก็ยังล่อใจให้คนออกมาเสี่ยงตายค้นหา “ เขาพยักหน้าช้าๆ
“ แก่นิญญาอสูรระดับหนึ่งสร้างรากฐาน มีราคาอยู่ที่หนึ่งแสนเหรียญโลกา “ เขาพึมพำ
“ ระดับสองสร้างกายาห้าแสนเหรียญโลกา ระดับสามสร้างิญญาหนึ่งล้านเหรียญโลกา ระดับสี่หลอมรวมกายาห้าล้านเหรียญโลกา “ เขาพึมพำ
“ ที่ข้ามีเวลานี้เพียงหนึ่งส่วนของระดับสอง ซึ่งไม่มีราคาใด ทำได้เพียงฝึกฝนให้กับตัวเอง “ เขาพึมพำ
ปราบเร่งทะยานร่างออกจากซากของหมาป่า เขาไปยังถ้ำที่แห่งหนึ่งที่ถูกแรงะเิบดขยี้ เมื่อมาถึงถ้ำเด็กหนุ่มเร่งรื้อหินก้อนน้อยใหญ่ที่ทับถมทั่วปากถ้ำออกอย่างรวดเร็ว
ราวครึ่งชั่วโมงกว่าที่ปราบจะทำการรื้อก้อนหินออกจากถ้ำแล้วเสร็จ เขาทิ้งร่างลงนั่งแล้วหอบหายใจออกอย่างแรง
เมื่อพักฟื้นร่างกายแล้วเสร็จ เขาจึงเข้าสำรวจภายในอย่างรวดเร็ว เมื่อเขามาภายในถ้ำสองตาของเขาพลันเบิกโพลงเมื่อพบกับซากศพของเสือโคร่งอสูร ร่างของมันนั้นยังคงสมบูรณ์ยิ่ง เพราะมันตกตายลงเพราะพลังคลื่นเสียงทำลายเส้นประสาท
“ ของดี “ ปราบร้องออก
เขาเร่งยกก้อนหินเข้าซ้อนทับกันที่หน้าปากถ้ำอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มเร่งนำมีดออกมา แล้วเข้าแล่เนื้อถือหนังของมันอย่างรวดเร็ว แม้นจะไร้ซึ่งประสบการณ์แต่จากการที่อ่านมามากดูมามาก เขาจึงสามารถจดจำวิธีการได้อย่างขึ้นใจ เพียงมินานเสือโคร่งอสูรก็หลงเหลือเพียงโครงกระดูกสีดำ
“ มันเป็เพียงเสือโคร่งหนุ่มที่มีพลังเพียงสร้างรากฐานระดับสอง กายาจึงยังมิได้กล้าแกร่งมากนัก “ ปราบพึมพำ
“ ข้าน่าจะกินได้ “ เขาพึมพำ
ปราบเร่งก่อไฟเพื่ออย่างเนื้อเสือโคร่งอสูร เพราะเขาเคยอ่านในตำรายุทธใต้ดินว่า “ หากผู้ใดกล้าที่จะกินเนื้อของสัตว์อสูรคนผู้นั้นจะได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่ของสัตว์อสูร พลังที่ยิ่งใหญ่นั้นมันมาพร้อมกับความเสี่ยง หากรอดก็จะกลายเป็คนใหม่ หากไม่รอดก็จองวัดได้เลย “
เมื่อเนื้อเสือโคร่งสุกได้ที่ เด็กหนุ่มใช้มีดเฉือนเอาเนื้อที่สุกออกมา เขามองยังเนื้อเสือโคร่งอสูรย่าง เวลานี้หัวใจของเขานั้นเต้นมิเป็จังหวะ มันเต้นอย่างรุนแรงรุนแรงเสียจนภายนอกยังได้ยิน
“ ซูด “ เขาสูดหายใจเข้าลึก
เขาครุ่นคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ความยากจนที่ต้องพบเจอ ความท้อแท้ของชีวิต ความถูกหยามเหยียด “ ง่ำ “ ปากของเขากัดลงยังเนื้อเสือโคร่งอสูรย่าง
“ ง่ำ ง่ำ “ เขาเคี้ยวเนื้อเสือโคร่งอสูรย่างอย่างมูมมาม เนื้อขาทั้งขาถูกเขากัดกินจนสิ้นภายในเวลาเพียงสิบนาที ทั้งยังกัดกินแก่นิญญาอสูรของมันอีก
หลังจากที่กลืนกินเนื้อเสือโคร่งอสูรย่างแล้วเสร็จ เขาได้นั่งขัดสมาธิเพื่อดูปฏิกิริยาของร่างกาย แต่จนแล้วจนรอดก็มิมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ รึว่าจะกินน้อยไป “ เขาพึมพำ
“ เช่นนั้นแล้วอย่าให้เสียของ “ เด็กหนุ่มเร่งเข้าหาเนื้อย่างส่วนที่เหลือ