สัตว์อสูรหมาป่าขนเงินเลเวล 2 จำนวน 1 ตัวเตรียมโจมตี หากโดนสังหารจะเสียเลเวล 1 เลเวลและติดสถานะอ่อนแอ 2 ชั่วโมงโซลอนโผล่ออกมาชั้นแรก ก็พบว่ามันเป็ลานกว้างรูปวงกลมซึ่งมีหมาป่าขนเงินอยู่ 1 ตัว
แค่ 1 ตัวเท่านั้น
โซลอนเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างงุนงง เขานึกว่าหอคอยนักปราชญ์จะมีดีมากกว่านี้ ถึงแม้จะเป็แค่ชั้นแรกแต่การส่งมอนเตอร์อ่อนๆอย่างหาป่าขนเงินเลเวล 2 มา เขาก็รู้สึกว่าเกมนี้มันจะง่ายไปไหม
ทางด้านลูน่าที่เดินตามมา เมื่อเห็นว่าศัตรูของชั้นหนึ่งเป็หมาป่าขนเงิน เธอก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรรอบๆเมืองแล้วหมาป่าขนเงินค่อนข้างแข็งแกร่งเลยทีเดียว แม้แต่ยอดฝีมือกิลด์โดมิเนี่ยนก็ต้องเหนื่อยไม่น้อย สำหรับเธอหอคอยนักปราชญ์แห่งนี้คงไม่หมูนัก
ลูน่ามองไปที่โซลอนที่กำลังขมวดคิ้ว หญิงสาวก็ยิ้มอย่างเ็า เธอคิดว่าโซลอนนั้นรู้สึกกดดันเพราะศัตรูแข็งแกร่งเกินไป เดิมทีเธอก็รู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีอวดเก่งของโซลอนอยู่แล้ว ทั้งๆที่ไม่มีความสามารถกลับ้าโก่งราคา ตอนแรกเธอคิดจะช่วยโซลอนต่อสู้เพื่อจะได้ออกไปจากที่นี่เร็วๆ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าจะปล่อยให้เขาตายและทำให้ภารกิจล้มเหลวไปเลยจะง่ายกว่า
“เชิญอวดเก่งไปเถอะค่ะ”
ลูน่าพึมพำอย่างไม่พอใจ แม้เสียจะแ่เบามากราวกับปีกแมลงหวี่แต่โซลอนนั้นเป็คนหูดีราวกับสัตว์ประหลาด เขาจึงได้ยินคำพูดเ่าั้อย่างชัดเจน
ทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจลูน่ามากนัก เดิมทีเขาตั้งใจจะจบภารกิจนี้คนเดียวอยู่แล้ว เมื่อเขามองไปที่เธอเขาก็พบว่าเธอได้แต่ยืนเฉยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะช่วยเขาเลย
//ก็ดี//
โซลอนไม่ได้สนใจลูน่าอีกต่อไป การที่เธอไม่ช่วยเขามันก็มีข้อดีเช่นกัน พวกเขาสองคนไม่เคยต่อสู้ร่วมกันมาก่อน หากช่วยกันสู้จริงๆลูน่าอาจจะขัดแข้งขัดขาเขาก็ได้
ชายหนุ่มเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยเข้าหาหมาป่าขนเงิน ในสายตาเขามอนเตอร์ตัวนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจอีกต่อไป หากปราศจากการ Resonance มันก็แค่มอนเตอร์ธรรมดาตัวหนึ่ง โซลอนไม่ได้รู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อย
ระยะห่างของโซลอนและหมาป่าขนเงินลดลงเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่ระยะ 10 เมตร หมาป่าขนเงินก็สามารถััการมีอยู่ของโซลอนได้ ทันใดนั้นมันก็หันมาขู่คำรามใส่โซลอนเสียงดัง
กรร
สัตว์อสูรหมาป่าขนเงินเลเวล 2 จำนวน 1 ตัวเตรียมโจมตี หากโดนสังหารจะเสียเลเวล 1 เลเวลและติดสถานะอ่อนแอ 2 ชั่วโมง (มอนเตอร์ในหอคอยนักปราชญ์จะไม่ให้ค่าประสบการณ์ใดๆเมื่อถูกสังหาร)
เมื่อโซลอนได้ยินเสียงประกาศในวงเล็บ ชายหนุ่มก็ชะงักไปแวบหนึ่ง เขาไม่นึกว่าเกมจะขี้งกขนาดนี้ เพราะการจะชนะมอนเตอร์แต่ละตัวได้นั้นไม่ง่ายเลย
//ได้ค่าสถานะ 0.5 เป็การทดแทนก็ไม่เลว//
คิดได้โซลอนก็ยิ้มน้อยๆ เป็จะหวะเดียวกับที่หมาป่าขนเงินเริ่มเคลื่อนไหว
มันกระโจนเข้าหาโซลอนอย่างรวดเร็ว ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันคมกริบถูกอ้าออกมาทางของคอของเขา
โซลอนมองมันด้วยสายตาเฉยเมย มือขวาชักดาบออกจากฝัก
ฉัวะ
509
เรียบง่าย ลื่นไหล และต่อเนื่อง
เพียงการเคลื่อนไหวแค่ครั้งเดียว ร่างของหมาป่าขนเงินก็ขาดออกเป็สองท่อน
โซลอนเก็บดาบเข้าฝัก ร่างของหมาป่าขนเงินก็กลายเป็หมอกสีขาวซึมเข้าไปในร่างของเขา ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย
//หืม//
ในขณะที่กำลังพิจารณาความรู้สึกที่ได้รับไปเมื่อครู่ หางตาของโซลอนก็ไปสะดุดกับหมอกกลุ่มหนึ่งซึ่งลอยผ่านร่างเขาไป โซลอนมองตามพวกมันไปอย่างสงสัย
หมอกกลุ่มนี้ลอยไปทางที่ลูน่ายืนอยู่ และซึมเขาไปในร่างกายของเธอ หญิงสาวที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้สนใจมากนัก กลับกันสายตาของเธอกลับจ้องไปที่ร่างของโซลอนเขม็ง สำหรับนักดาบชั้นสูงนั้นพวกเขาจะมีเซ้นส์ในการประเมินนักดาบด้วยกัน ลูน่าเองก็เป็นักดาบที่เก่งกาจคนหนึ่งทว่าก่อนหน้านี้เธอกลับไม่สามารถรับรู้ถึงความเก่งกาจของโซลอนได้เลย จนกระทั่งโซลอนได้จับดาบ เธอจึงสามารถััวงดาบอันเฉียบคมของเขาได้
ลูน่าคิดได้แบบนั้นก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น การที่โซลอนปกปิดพลังได้มิดชิดขนาดนี้ มีข้อเดียวคือเขามีฝีมือทัดเทียมกับเธอหรืออาจจะเก่งกว่า
“คุณเป็ใครกันแน่คะ” ลูน่ากล่าวออกมาเสียงเครียด ในมือของเธอตอนนี้มีดาบคาตานะเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมา การที่มียอดฝีมือที่เก่งพอๆกับเธอปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกระทันหันมันทำให้ลูน่ารู้สึกไม่ปลอดภัย
โซลอนที่กำลังพิจารณากลุ่มหมอกที่ซึมเข้าไปในร่างกายลูน่าอยู่ก็สะดุ้งเฮือก เขาพบว่าบัดนี้เขาได้ตกอยู่ในวงดาบอันเกี้ยวกราดของลูน่าซะแล้ว
“เธอจะทำอะไรเนี่ย” โซลอนเลิกคิ้วขึ้น //แค่มองนิดเดียวถึงกับฟิวส์ขาดเลยเหรอ//
โซลอนคิดอย่างไม่เข้าใจ เขาก็แค่สังเกตุหมอกที่ซึมเข้าไปในตัวเธอก็เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะแอบมองอะไรทั้งนั้น
“เก็บวงดาบของคุณกลับไปเถอะ มันใช้กับผมไม่ได้หรอก” พูดจบโซลอนก็ปลดปล่อยวงดาบของเขากลับไปบ้าง
พริบตาต่อมา วงดาบหนาหนักของโซลอนก็ผลักวงดาบอันเกี้ยวกราดของลูน่าออกไปไปจนพ้นตัว
ในสายตาของคนทั่วไปพวกเขาจะพบว่าสองสาวกำลังจ้องตากันด้วยความรัก แต่จริงๆแล้วการจ้องตานี้แฝงไปด้วยอันตรายถึงชีวิต เพราะบัดนี้วงดาบสองวงกำลังเชือดเฉือนกันอย่างดุเดือด ทั้งห้องต่างตกอยู่ในความเงียบ ความอึดอัดบางอย่างแผ่ปกคลุมไปทั่วห้อง
โซลอนััลักษณะวงดาบของลูน่าซักพักหนึ่งเขาก็ยิ้ม
“คุณเป็คนของตระกูลแบรดเดอร์สินะ วงดาบที่เกี้ยวกราดและกระหายเืแบบนี้คุณปิดไม่มิดหรอก”
สิ้นเสี้ยงของโซลอน ใบหน้าของลูน่าก็เปลี่ยนเป็ตกตะลึง เธอมีเหตุผลบางอย่างที่้าปกปิดตัวตนแต่วันนี้เธอกลับถูกชายหนุ่มแปลกหน้ามองออกเพียงแค่มองดูวงดาบของเธอ ทันใดนั้นวงดาบของเธอก็รุ่นแรงขึ้นราวกับะเิ บรรยากาศในห้องราวกับจะเปลี่ยนเป็ใบมีดอันคมกริบ
โซลอนััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงวงดาบของลูน่า ชายหนุ่มก็เปลี่ยนรอยยิ้มเป็ความเ็า
“ลดวงดาบของคุณลงซะ สู้กับผมไปก็ไม่มีประโยชน์ ทางที่ดีเราควรอยู่ห่างกันเอาไว้จะดีว่า” สิ้นคำโซลอน เขาก็ลดวงดาบของตัวเองไปดื้อๆ ทำเอาลูน่าชะงักไปแวบหนึ่ง
หญิงสาวมองไปที่แววตาของโซลอน เธอก็ไม่พบเจตนาร้ายใดๆแสดงออกมาเลย ไม่เพียงแค่เจตนาร้ายเท่านั้น เธอยังไม่พบความหมายใดๆในแววตาของเขาเลย ราวกับกำลังมองไปที่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ลูน่ารู้สึกว่าตัวตนของโซลอนนั้นช่างลึกลับเป็อย่างมาก
เมื่อตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆลูน่าก็ลดวงดาบที่คลอบตัวโซลอนลง แต่เธอก็ไม่ได้สลายไปทั้งหมดเธอยังเหลือวงดาบไว้รอบตัวเองเพื่อระวังอันตราย
“ในเมื่อคุณไม่มีเจตนาร้ายใดๆ คุณช่วยปิดเื่ตระกูลของฉันเอาไว้ได้ไหมคะ” ลูน่ากล่าวขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง ท่าทางของเธอตอนนี้ปราศจากการดูถูกเขาเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว มันเป็ความเคารพที่มอบให้นักดาบที่มีฝีมือเท่าเทียมกัน
“แน่นอนครับ” โซลอนตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขาไม่คิดจะหาเื่อยู่แล้ว ตระกูลแบรดเดอร์เป็ตระกูลนักดาบโบราณที่เก่งกาจมาก อำนาจของพวกเขามีมากมายมหาศาล สายลับตัวเล็กๆอย่างเขาไม่มีรสนิยมแกว่งเท้าหาเสี้ยนอยู่แล้ว การที่พวกเขาส่งคนออกมาแฝงตัวข้างนอก เขาก็ไม่มีเหตุผลจะไปเปิดเผยการกระทำของตระกูลแบรดเดอร์อยูแล้ว
“ขอบคุณมากค่ะ” สีหน้าของลูน่าดีขึ้นมาก เธอก้มหัวให้โซลอนอย่างอ่่อนช้อย “ก่อนหน้านี้ฉันขอโทษด้วยที่เข้าใจคุณผิด ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นักดาบที่เก่งกาจขนาดนี้”
“อ๋อ ไม่เป็ไรหรอกครับ” โซลอนโบกมือส่งๆอย่างไม่รู้จะทำยังไง เขาเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือของลูน่าเขาก็ปรับตัวไม่ทัน
//นิสัยเคารพผู้แข็งแกร่งแต่ไม่เห็นค่าคนอ่อนแอของพวกแบรดเดอร์นี่ฝันอยู่ใน DNA จริงๆ//
คิดแล้วโซลอนก็ถอนหายใจ เขามองไปที่ลูน่าก็อดรู้สึกยอมรับไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้เป็นักดาบที่เก่งมากจริงๆ เดิมทีเขาคิดว่ากิลด์โดมิเนี่ยนคงไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่ แต่เมื่อเขาเจอสัตว์ประหลาดอย่างลูน่าและคนที่อยู่ในป่าตอนนั้น เขาก็รู้เลยว่ากิลด์นี้ไม่ได้มีแค่คำคุย
“ฉันไม่เคยเจอคนรุ่นเดียวกันที่มีฝีมือเท่าเทียมกันมาก่อน คุณช่วยปะลองกับฉันสักครั้งได้ไหมคะ” ลูน่าจ้องมองโซลอนอย่างสงบ ทว่าแววตาของเธอนั้นเปร่งประกายแวววาวอย่างมาก
//ว่าแล้วเชียว บ้านนี้คงบ้าการปะลองทุกคนจริงๆ เฮ้ย// โซลอนคิดอย่างเหนื่อยใจ
“ผมยังไม่ว่างครับ ถ้าคุณอยากปะลองจริงๆให้รอผมเสร็จภารกิจนี้ก่อน” โซลอนปฏิเสธทันที ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์มาสู้กับเธอ เพราะเขาเพิ่งกินข้าวหมูทอดไปกล่องนึงเขาจะเสียเวลามากไปกว่านี้ไม่ได้ เขาจะต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ได้ยินแบบนั้นลูน่าก็ยิ้มออกมาบางๆอย่างลืมตัว เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอแสดงอารมณ์ออกไปหญิงสาวก็หุบยิ้ม แล้วตีหน้าจริงจัง “ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยคุณทำภารกิจเองค่ะ”
“ไม่จำเป็หรอกครับ ผมเคลียร์คนเดียวได้ คุณดูเฉยๆก็พอ” โซลอนปฏิเสธ เขาไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับตระกูลแบรดเดอร์มากนัก เพราะถ้าสนิทกันเขาก็ต้องเข้าไปเกี่ยวกับเื่ยุ่งยากมากมาย เขาจึงพยายามรักษาระยะห่างเท่าที่ทำได้
“คุณคิดว่าฉันมีฝีมือไม่พอที่จะร่วมมือกับคุณเหรอคะ” ลูน่าไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของโซลอน เธอจึงคิดว่าเขากำลังดูถูกเธออยู่ เธอจึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า “ถ้าคุณไม่เชื่อใจในฝีมือของฉัน ฉันสามารถพิสูจน์ให้คุณดูได้ เรามาปะลองกันเลยไหมคะ ฉันมั่นใจว่ามันจะใช้เวลาไม่นานค่ะ”
พูดจบลูน่าก็ตั้งท่าจะชักดาบออกมา โซลอนเห็นแบบนั้นถึงกับเซ็งจิต เขาคร้านจะทะเลาะกับเธอ
“เอาที่คุณสบายใจเถอะครับ เราแยกกันไปคนละทางแล้วแบ่งศัตรูกันคนละครึ่ง” โซลอนถอนหายใจ
ในฐานะหัวหน้าปาร์ตี้เขาสามารถเห็นเลเวลของสมาชิกได้ โซลอนเปิดหน้าต่างปาร์ตี้ขึ้นมาเขาก็พบว่าลูน่าเลเวล 9 แล้ว ค่าสถานะเธอยังมากกว่าเขาด้วยซ้ำ
//ไม่น่าจะมีปัญหา//
เมื่อพิจารณาความแข็งแกร่งของปาร์ตี้เสร็จแล้ว โซลอนก็ออกเดินทาง
“ไปกับเถอะ”
สิ้นคำของโซลอน เขาก็เดินไปชั้นที่ 2 ต่อ ลูน่าก็เดินตามเขาไปติดๆ
บันไดขึ้นชั้นสองนั้นอยู่ไม่ไกล ทั้งสองเดินไม่ถึงสิบเมตรก็มาถึง โซลอนมองเข้าไปในห้องเขาก็พบกับหมาป่าขนเงินสองตัว
ทั้งสองไม่จำเป็ต้องพูดกันให้มากความ โซลอนแยกไปจัดการอีกตัวหนึ่ง ส่วนลูน่าก็มุ่งหน้าไปหาอีกตัวหนึ่ง
โซลอนไม่อยากเสียเวลาไปมาก ชายหนุ่มไม่รอให้หมาป่ารู้ตัวก่อน เขาพุ่งตัวเข้าประชิดมันทันที จากนั้นหัวของมันก็หลุดออกจากบ่า
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจโซลอนก็หันไปมองลูน่าที่กำลังพุ่งเข้าจู่โจมหมาป่าขนเงิน
//ใกล้จบแล้วสินะ วิชาดาบหมาป่า์ยังคงรุนแรงเหมือนเดิม// โซลอนมีสีหน้าเคร่งขรึมราบเรียบ
ลูน่าพุ่งตัวเขาไปด้วยความคลองแคล่ว ดาบคาตานะในมือถูกวางตำแหน่งไว้ข้างลำตัว หากวิชาดาบของโซลอนคือความลื่นไหลต่อเนื่องราวกับสายน้ำ วิชาดาบของลูน่าก็คงเป็เหมือนเทพหมาป่าทที่ทรงพลัง ท่าร่างของเธอนั้นเน้นที่ความว่องไวและเฉียบคม การเคลื่อนไหวร่างๆกระชับเรียบง่าย ดาบที่ปล่อยออกมานั้นว่องไวอย่างที่สุด
ฉัวะ
665
ค่าความเสียหายทะลุหกร้อยแต้มปรากฏขึ้นเหนือหัวหมาป่าขนเงินตัวนั้น วินาทีต่อมาหัวของมันก็หลุดออกจากบ่า ส่วนลำตัวเองนั้นก็เละแทบกลายเป็ชิ้นเนื้อ
“เยี่ยม” โซลอนอดไม่ได้ที่จะชมออกมา ดูเหมือนลูน่าจะไม่ใช่สมาชิกธรรมดาของตระกูลแบรดเดอร์เสียแล้ว เพราะทักษะดาบเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าใครจะทำได้ หากเป็วิชาดาบหมาป่า์ขั้นแรกจะสร้างได้แค่าแภายนอกเท่านั้น แต่เมื่อเขาดูซากของหมาป่าขนเงินที่เละไปหมดเขาก็พบว่าวิชาดาบของลูน่านั้นเข้าสู่ขั้นกลางแล้ว ซึ่งคนที่มีฝีมือขนาดนี้ส่วนใหญ่จะเป็ชมาชิกระดับสูง ยิ่งเป็คนอายุน้อยแล้วด้วยสถานะของเธอก็ยิ่งสูงเข้าไปใหญ่
ลูน่าเก็บดาบเข้าฝัก เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของโซลอนเธอก็คลี่ยิ้มอย่างสุภาพ เธอไม่ได้มีท่าทางดีใจกับชมมากนัก
“คุณเองก็เช่นกันค่ะ คุณจัดการหมาป่าขนเงินได้ก่อนฉันเสียอีก”
ได้ยินแบบนั้นโซลอนก็ยักไหล่ “ผมเคยสู้กับมันมาก่อนน่ะครับ เลยรู้การเคลื่อนไหวมันเป็อย่างดี”
“อย่างนั้นเหรอคะ” ลูน่ายิ้มเล็กน้อย ดวงตาของเธอจ้องมาที่โซลอนเขม็ง ทำให้เกิดความอึดอัดบางอย่างขึ้นระหว่างทั้งสอง ระหว่างนั้นซากศพของหมาป่าขนเงินก็สลายกลายเป็หมอกและซึมเข้าสู่ร่างกายคนทั้งสอง
“ครับ” โซลอนเห็นแบบนั้นก็ไม่รู้จะตอบอะไร เขาเข้าใจสายตานั้นดี มันคงประมาณว่า “มาสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งกันเถอะค่ะ”
“เราไปกันต่อเถอะครับ” โซลอนรีบตัดบทก่อนจะเดินออกไปทันที เขาไม่อยากสู้กับเธอตอนนี้
“ค่ะ” ลูน่าขานรับก่อนจะเดินตามไป
ทั้งสองเดินมาถึงชั้นสามอย่างรวดเร็วก็พบว่ามันมีหมาป่าขนเงินสามตัวอยู่ชั้นบน ซึ่งเ้าหาป่าโชคร้ายทั้งสามก็กลายเป็ศพในไม่กี่วินาที โซลอนและลูน่าขึ้นไปชั้นที่ 4 ทันทีและก็มีหมาป่าขนเงินอยู่สี่ตัวตามคาด โซลอนและลูน่าจึงแบ่งกันไปคนละสองตัว
ไม่นานทั้งสองก็ผ่านไปถึงชั้นห้า หก เจ็ด แปด เก้้า ซึ่งแต่ละชั้นก็มีหมาป่าจำนวน ห้า หก เจ็ด แปด เก้าตัวตามลำดับ และโซลอนและลูน่าก็แบ่งกันคนละครึ่งเหมือนเดิม จนกระทั่งมาถึงชั้นที่สิบ
โซลอนมองเข้าไปเขาก็พบว่าพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหมอกหนา ลูน่าเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว เธอใช้มือััเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของหมอกเมื่อพบว่าไม่มีอันตรายใดๆ หญิงสาวก็แทรกตัวเข้าไป
“หมอกนี่จำกัดการรับรู้ทางสายตาของเราค่ะ ฉันสามารมองเห็นรอบตัวได้แค่หนึ่งเมตรเท่านั้น” เสียงลูน่าดังผ่านหมอกออกมา โซลอนไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ชายหนุ่มเดินเข้าไปในหมอกเขาก็พบว่าสิ่งที่ลูน่าพูดนั้นเป็เื่จริง
หืม
ในขณะที่โซลอนกำลังจะอ้าปากพูด เขาก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารทางด้านหลัง
“ระวังค่ะ ด้านหลัง” ลูน่ากล่าวเสียงเครียด
ไวเท่าความคิด ดาบของโซลอนก็หลุดออกจากฝัก
ฉัวะ
549
ตุ๊บ
หัวของหมาป่ากระเด็นตกลงพื้น
“ข้างหลังคุณ” โซลอนกล่าวเสียงเรียบ
ลูน่าเองก็เหมือนจะััได้ ดาบในมือเธอถูกกวัดแกว่งถึงสองครั้งติด
ฉัวะ ฉัวะ
632
599
ตุ๊บ ตุ๊บ
ร่างเละๆของหมาป่าของตัวโผล่ออกมาจากหมอก
//เดี๋ยวนะ// โซลอนตาเบิกกว้าง
ลูน่าที่เป็คนเคร่งเครียดอยู่แล้วใบหน้าของเธอยิ่งเครียดกว่าเดิม
“หนึ่ง สอง สาม สี่….ยี่สอบสองตัว”
โซลอนยิ้มแห้งๆ ตอนนี้พวกเขาโดนล้อมไปด้วยศัตรูที่มากกว่ายี่สิบสองตัว ซ้ำร้ายการมองเย็นยังถูกจำกัดเอาไว้ด้วย
“ดูเหมือนชั้นที่สิบจะเป็ด่านทดสอบที่แท้จริงด่านแรกนะครับ หากนับหมาป่า 3 ตัวแรกที่เราฆ่ามันไป ชั้นนี้อาจจะมีหมาป่ามากกว่ายี่สิบห้าตัว 9 ด่านที่ผ่านมาคงเอาไว้อุ่นเครื่องเท่านั้น”
“ค่ะ” ลูน่าตอบเสียงขรึม หญิงสาวมองไปรอบๆด้วยสายตาระแวดระวัง ถึงแม้จะถูกจำกัดระยะการมองเห็นแต่เธอก็มีหูและเซนส์ดาบที่เป็เลิศ หากมีการเคลื่อนไหวหรือจิตสังหารที่แผ่ออกมาเธอจะสามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ
“ผมว่าเราระวังหลังให้กันก็ดีนะครับ” พูดจบโซลอนก็เดินมาที่ด้านหลังของลูน่า ไม่นานแผ่นหลังของทั้งสองคนก็ชนกัน โซลอนรวมรวมสมาธิเพื่อปกป้องแผ่นหลังของลูน่า ส่วนลูน่าก็ปกป้องแผ่นหลังให้โซลอน คงมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่พวกเขาไม่จำเป็ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
ในจังหวะนั้นใบหน้าของลูน่าก็แปลกไป ขนตางอนของเธอสั่นไหวไปมาเมื่อแผนหลังของเธอัักับโซลอน
“มาแล้ว” โซลอนกล่าวเสียงเรียบ เขาจับััการเคลื่อนไหวได้จากทานด้านซ้ายมือ
“ฉันเองค่ะ” ในขณะที่โซลอนจะลงมือ ลูน่าจู่ๆก็ชัดดาบออกมาแทงใส่หมอกทางด้านขวามือของเธอ
ฉึก
621
ความเสียหายจำนวนมากพร้อมกับศพหมาป่าตกกระแทกพื้น
//ซ้าย 2 ตัว ขวา 3 ตัว//
โซลอนกับลูน่ารับรู้ได้ทันที ด้วยความที่เป็นักดาบชั้นสูงเหมือนกัน โซลอนจึงรู้ว่าหลังจากออกดาบไปแล้วการวกดาบกลับมานั้นต้องใช้เวลาเล็กน้อย ชายหนุ่มตัดสินใจหันหน้าเข้าหาตัวที่อยู่ทางซ้ายมือหรือทางขวามือของลูน่า ส่วนลูน่าก็หันไปหาหมาป่าขนเงินที่พุ่งมาจากฝั่งตรงข้ามของโซลอน กลายเป็ว่าตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้าโดยตรงกับหมาป่าสองกลุ่ม
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ
ทั้งสองคนราวกับเครื่องบทเนื้อ หมาป่าทั้งห้าตัวถูกดาบฟันใส่จนขาดเป็สองท่อนพริบตา
“ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย” โซลอนได้แต่ยิ้มแหยๆ
หลังจากที่จัดการหมาป่ากลุ่มนี้เสร็จ เขาก็ตรวจจับได้ว่ามีหมาป่าขนเงินอีกกว่า 50 ตัวกำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขา ซึ่งหากพวกมันโจมตีเข้ามาพร้อมกัน พวกเขาคงไม่รอด ถึงแม้ดาบของเขาจะว่องไวแค่ไหนสุดท้ายมันก็มีแค่เล่มเดียว ไม่มีทางสู้คมเขี้ยวของหมาป่า 50 ตัวได้