อาศัยนิสัยเซียงลี่ที่ชอบก่อเื่หยอกล้อให้คนอื่นมีความสุขฮวาหว่านจึงได้มาที่บ้านสกุลโม่หลายครั้ง ถือได้ว่าคุ้นเคยกับคนบ้านโม่เป็อย่างดี
บิดามารดาของเซียงลี่อยู่ในสวนกำลังปรึกษากันเื่การแต่งงานของพี่สาวคนที่สอง ฮวาหว่านยกมือคำนับอย่างนอบน้อมทักทายท่านอาและอาสะใภ้ด้วยความเคารพ เซียงลี่กลับะโทักแล้วก็วิ่งไปหยิบขนมเปี๊ยะดอกชบาในบ้าน
อาสะใภ้โม่ทักทายฮวาหว่านกลับ คิดถึงบุตรสาวตนเองะโโลดเต้นราวลิงน้อยอดไม่ได้ที่จะกล่าว“ไม่แปลกที่เซียงลี่ชอบที่จะติดตามสาวน้อยที่มาจากในเมืองผู้นี้แต่กลับไม่ได้เรียนรู้กิริยาของนางสักครึ่งหนึ่งเลย”
เมื่อตอนที่ฮวาหว่านถูกรับมาอยู่ที่หมู่บ้านหยุนเซียวนั้นคนบ้านโม่ก็ได้ทราบเื่ราวของฮวาหว่านของนางเก๋อซื่อมาบ้างแล้ว ว่าเป็เด็กไร้ที่พึ่งพิงจากบิดามารดา เมื่อมองดูรูปร่างที่ผอมแห้งอ่อนแอ ก็คิดว่าฮวาหว่านคงไม่สามารถใช้ชีวิตในหมู่บ้านชนบทได้เป็แน่คิดไม่ถึงว่าจะมองผิดไป
คนในหมู่บ้านให้ความสำคัญกับมือที่หยาบกร้านและโพกผายบรรดาพวกมีความรู้และสวยงามไม่มีประโยชน์อันใด ไม่สามารถพึงพิงให้ปากท้องอิ่มได้
ฮวาหว่านเองไม่คิดว่าคำพูดของอาสะใภ้โม่คือคำชมอันใดแต่ริมฝีปากยังเผยอแย้มยิ้ม “น้องเซียงลี่เป็เด็กรู้ความทุกวันมักคอยดูแลและช่วยเหลือข้าหลายอย่าง”
อาสะใภ้โม่ได้ยินฮวาหว่านชมเชยเซียงลี่ก็ชอบใจรอยยิ้มบนหน้าขยายขึ้นอีกหลายเท่า ะโไปทางห้องให้เซียงลี่หยิบขนมเปี๊ยะมาให้ฮวาหว่านมากหน่อย
ท่านอาโม่จัดอานของรถลาเรียบร้อยแล้วจึงนั่งลงบนมุมหินที่ถูกขัดจนเรียบ นั่งรอเพื่อนร่วมทางที่จะเข้าเมืองดวงตามองไปยังต้นหญ้าในมือของฮวาหว่านพลันนึกถึงปิ่นปักผมที่ฮวาหว่านมอบให้เซียงลี่ ถามอย่างประหลาดใจ “สาวน้อยบ้านหลี่ปิ่นปักผมของอาลี่เป็เ้าทำเองใช่หรือไม่?”
ฮวาหว่านตะลึงผงกศีรษะอย่างซื่อสัตย์ “ในชนบทมีต้นหญ้าตั้งหลายชนิด ดีที่เซียงลี่ไม่รังเกียจ”
“ฮา ฮาของเล่นนี้ประณีตยิ่งนัก แม้แต่เด็กสาวในเมืองหลวงยังต้องชื่นชอบเ้าลี่น้อยจะรังเกียจได้อย่างไรกันเล่า” ท่านอาโม่หัวเราะลงลูกคอ
ฮวาหว่านหัวเราะตามคำพูดที่ท่าอาโม่กล่าวถึงเด็กสาวในเมืองหลวง คงเป็เด็กสาวชาวบ้านตามตรอกซอกซอยกระมัง เด็กสาวจากบ้านผู้ดีมีตระกูลไหนเลยจะชายตาแลมองเครื่องประดับหญ้าพวกนี้
“สาวน้อยบ้านหลี่เ้าต้องวางแผนทำเครื่องประดับสักหลายๆชิ้นส่งเข้าไปในเมืองปิ่นหญ้าหนึ่งชิ้นอย่างน้อยต้องได้สักสามเหรียญ ถ้าเพิ่มราละเอียดอีกหน่อยต้องได้ถึงห้าเหรียญเชียวนะ”โม่ฟู๋ทำการค้าในเมืองหลวง สมองย่อมคำนวณว่องไว สายตาย่อมแหลมคมเมื่อคืนเขามองเห็นปิ่นหญ้า ในใจย่อมคำนวณแล้วคิดจะใช้พื้นที่หน้าร้านขายสมุนไพรหอมของเถ้าแก่อัน
เมื่อวันก่อนเถ้าแก่อันมีจดหมายมาถึงวางแผนจะจะรวบรวมเครื่องประดับชิ้นเล็กมอบให้แก่ลูกค้าของร้าน เดิมทีตกลงจะมอบรูปปั้นดินตัวเล็กๆแต่รูปปั้นดินพวกนั้นตัวหนึ่งอย่างน้อยต้องใช้เงินสิบเหรียญ
สมุนไพรหอมในร้านของเถ้าแก่อันทำมาจากการเผาต้นหญ้าสมุนไพรดังนั้นเครื่องประดับหญ้าย่อมเหมาะสมมากกว่ารูปปั้นดิน
โม่ฟู๋ยังนึกเสียดายพร์ของฮวาหว่าน จึงอยากถือโอกาสนี้ใช้ความบริสุทธิ์ใจของเถ้าแก่อัน ช่วยฮวาหว่านมีช่องทางหาเงิน
ฮวาหว่านตกตะลึงนางไม่เคยคิดมาก่อนว่าเครื่องประดับหญ้าจะทำเงินได้ จึงกล่าวตามตรงว่าตัวนางเองไม่เคยคิดจะทำการค้าขายจากสิ่งพวกนี้ฮวาหว่านครุ่นคิด แล้วจึงปฏิเสธอ้อมๆ “ขอบคุณกับความหวังดีของท่านอาโม่ข้าเพียงแค่ใช้เวลาว่างทำของเล่นพวกนี้เท่านั้นส่งเข้าไปขายในเมืองเกรงว่าจะเป็ที่หัวเราะเยาะเอาเท่านั้น ยังคงอย่าเลยดีกว่าข้าไม่อยากรบกวนท่านอาโม่ฟู๋”
โม่ฟู๋กล่าวอย่างเสียดาย“ท่านอาของเ้าบอกว่าได้ก็ได้สิ แต่ว่าถ้าหากเ้าไม่เต็มใจจะทำการค้านี้ข้าก็ไม่บังคับ” ในใจของโม่ฟู๋ทราบดี ถึงแม้ว่าเถ้าแก่อันจะไม่รับเครื่องประดับหญ้าของนางก็ย่อมมีช่องทางทำเงินอยู่แล้ว
ที่ตรงนี้กำลังพูดคุยทางนั้นเซียงลี่กำลังนำกระดาษน้ำมันห่อขนมเปี๊ยะที่ถูกวางเป็ชั้นๆแล้วนำมายัดส่งให้ฮวาหว่าน ด้านข้างอาสะใภ้โม่กำลังหน้าตึง
แม้ว่าใบหน้าของอาสะใภ้โม่จะไม่ได้เปลี่ยนสีฮวาหว่านก็ยังไม่กล้ารับ ปฏิเสธได้สักพักสุดท้ายฮวาหว่านจึงได้แต่หยิบขนมเปี๊ยะดอกชบาและขนมเปี๊ยะหวานไปอย่างละชิ้น
เซียงลี่ยื่นขนมเปี๊ยะที่เหลือให้อาสะใภ้หว่าน กำลังจะลากฮวาหว่านไปเก็บผักป่ากับทำปิ่นหญ้าในห้องกลับมีเสียงของพี่สาวคนที่สองดังขึ้นมา น้ำเสียงร้อนรนเหมือนกำลัง้าให้เซียงลี่เข้าไปช่วยอันใด
เซียงลี่มองฮวาหว่านอย่างลำบากใจฮวาหว่านชูขนมเปี๊ยะดอกชบาในมือ “ครั้งนี้ข้ามาเพื่อหยิบของกินเ้ารีบเข้าห้องไปเสียเถอะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยเล่นกันอีก”
เซียงลี่รับคำอย่างหนักแน่นคลี่ยิ้มกว้าง มองเห็นฟันสองเขี้ยวราวกับฟันของเสือ
ฮวาหว่านกล่าวอำลาท่านอาและอาสะใภ้โม่จึงกลับบ้านหลี่ นางไตร่ตรองว่าจะนำขนมเปี๊ยะทั้งสองชิ้นนั้นไปให้พี่ชายที่สำนักปราชญ์ทุกวันท่านพี่ต้องเรียนหนังสืออย่างยากลำบาก ควรจะได้ลิ้มลองขนมรสเลิศของเมืองหลวงเสียบ้าง
เมื่อมาถึงรั้วของลานเล็กบ้านสกุลหลี่กำลังที่จะเปิดประตู ฮวาหว่านก็ได้ยินเสียงท่านลุงและท่าป้าคุยกันที่ด้านในแถมยังเอ่ยถึงชื่อของนางกีด้วย
ฮวาหว่านชะงักฝีเท้า
“เ้าเข้าใจว่าในบ้านเพิ่มคนมาอีกคนคือฮวาหว่านแล้วเื่ราวมันจะง่ายดายอย่างนั้นหรือที่ไหนจะไม่ต้องใช้เงินกัน?หากเพียงแค่เื่อยู่กินเสื้อผ้าก็น่าจะพอแล้ว อนาคตก็ต้องแต่งงานในหมู่บ้านไม่มีบ้านไหนที่ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของนางตายยังไงแต่ละบ้านแค่ไม่คิดว่าเป็นางเป็ตัวเคราะห์ร้ายก็ดีแค่ไหนแล้วไหนเลยจะกล้ารับเข้าบ้าน ถึงแม้ว่านางจะหน้าตาสวยงามน่ารับเข้าตระกูลแต่พวกเราก็ไม่มีทรัพย์สินเดิม(ของหมั้นหมายทางฝ่ายเ้าสาว) ให้นางหรอกนะ”นางเก๋อซื่อพลันกล่าวเสียงเบาลง “เฮอะ สินสอดหมั้นหมายของเหรินเอ๋อก็ต้องไม่ขาดตกบกพร่องนะ”
หลี่ชางม่านไม่พอใจรุนแรง“ถ้าไม่ใช้เพราะเ้าปากมาก คนในหมู่บ้านไหนเล่าจะรู้เื่ของหว่านน้อย ส่วนพวกของหมั้นหมายกับสินเดิมของฝ่ายหญิงข้ามองดูแล้วเหรินเอ๋อกับหว่าน้อยก็เหมาะสมกันดี พวกเขาเมื่ออยู่ด้วยกันพวกเราก็ประหยัดขึ้นตั้งมาก”
นางเก๋อซื่อสบถเสียงดัง“เชอะ งามล่ะพวกเ้า”น้องชายข้าเก๋อต้าหลางสอบเป็ขุนนางรับตำแหน่งเป็หัวหน้าห้องเครื่องของฮ่องเต้ไหนเลยที่บุตรสาวของเขาจะชายตาแลเหรินเอ๋อของพวกเรา อีกไม่กี่ปีเหรินเอ๋อก็จะต้องเข้าสอบขุนนางชุนแหว่ยแล้ว(การสอบขุนนางในฤดูใบไม้ร่วง) ยังจะต้องขอความช่วยเหลือจากบ้านสกุลเก๋อเ้าอย่าทำให้การแต่งงานครั้งนี้เสียเื่ไปเสียล่ะ”
“บิดาของหว่านน้อยก็เป็ขุนนาง......”
คำพูดของหลี่ชางม่านยังไม่ทันจะกล่าวจบก็ถูกนางเก๋อซื่อขัดขึ้น“ขุนนางที่ตายแล้วจะพูดอะไรได้? ยังไม่พูดถึงมารดาของหว่านน้อยเมื่อแรกเหตุใดถึงถูกใจคนวาสน้อยของตระกูลฮวากันนะตอนนี้ยังทิ้งเด็กที่เอาแต่สิ้นเปลืองข้าวเปลืองน้ำมันไว้กับพวกเราอีก”
“พอแล้วยิ่งพูดก็ยิ่งไปกันใหญ่...”
มือของฮวาหว่านที่วางบนสลักประตู เดิมเตรียมจะผลักเข้าไปแต่กลับไม่ยอมขยับ ทั่วสรรพางค์กายั้แ่ศีรษะยันปลายเท้าเหมือนจะกองลงมา
ยืนอยู่ครู่หนึ่งฮวาหว่านจึงหมุนร่างเดินจากไป มุ่งตรงไปยังบ้านของเซียงลี่ในใจคาดหวังว่าโม่ฟู๋จะยังคงไม่ไปเมืองหลวง
“ท่านอาโม่ฟู๋” ฮวาหว่านมาถึงบ้างเซียงลี่ทันกับที่โม่ฟู๋กำลังลากรถลาออกเดินทาง
“หว่านน้อยเป็ไรแล้ว?”
“ท่าอาโม่เมื่อครู่ที่ท่านกล่าวว่าถึงเื่ที่เครื่องประดับหญ้าสามารถทำเงินได้สามเหรียญยังจะรักษาคำพูดอยู่หรือไม่”สองมือของฮวาหว่านลูบคลึงชายเสื้ออันหยาบกร้านไปมา ปลายเล็บแกะไปตามรอยย่นของชายเสื้ออันหยาบกร้าน
“รักษาสัจจะแน่นอน เื่การนำสิ่งไม่มีค่างวดมาสร้างเงินได้นี้ เด็กน้อยเ้าอย่าพลาดไปล่ะ”
ฮวาหว่านกัดริมฝีปากเบาๆ“ก่อนนั้นข้ายังไม่เข้าใจ ท่านอาโม่ ข้าคิดจะรับงานนนี้ แต่ว่าการทำหญ้าประดับนี้คงต้องให้ท่านอาโม่ช่วยทำจึงจะสำเร็จ”
โม่ฟู๋อ้าปากกล่าว“ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าตอนนี้ในมือเ้ามีสินค้าจำนวนเท่าไหร่ข้าจะติดตัวเข้าเมืองไปให้เถ้าแก่อันพิจารณาหากเป็ไปได้ก็จะขายให้เถ้าแก่อันเสียเลย”
“ตอนนี้ในมือข้ายังไม่มีหญ้าประดับที่ทำเสร็จแล้วเลย.....”
“อย่างนี้”ใบหน้าของโม่ฟู๋แสดงสีหน้าลำบากใจ “ข้าจะต้องรีบเข้าเมืองประมาณสิบห้าวันถึงจะกลับมา เ้าไปทำมาก่อนหลังจากสิบห้าวันแล้วค่อยนำมาส่งให้ข้าแล้วกัน”
ฮวาหว่านเมื่อได้ฟังว่าต้องอีกสิบห้าวันก็ร้อนรนนางอยากจะช่วยแบ่งภาระให้กับบ้านหลี่เร็วๆ ช่วยให้พี่ชายมีสินสอดของหมั้นหมายไม่อยากที่จะกินอยู่เปล่าๆ “ท่านอาโม่ฟู๋ ถ้าหากว่าท่านสะดวกสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าท่านกับเถ้าแก่อันคนนั้นอาศัยที่ถนนอะไรในเมืองผ่านไปอีกสองวันข้าจะนำเครื่องประดับหญ้าที่ทำเสร็จแล้วไปหาพวกท่าน”
โม่ฟู๋ถึงแม้จะประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงกระทันหันของฮวาหว่านแต่ร้านของเถ้าแก่อันก็ไม่ใช้ความลับอะไร “ทางเหนือของแม่น้ำเปี้ยน ตรงถนนพันโหลวข้ามสะพานโจวตรงเข้าไปข้างใน อยู่ด้านข้างจุดพักม้าฮวยหยวน”
ฮวาหว่านโค้งคำนับโม่ฟู๋“อีกสองวันต้องรบกวนท่าอาโม่ฟู๋แล้ว”
หมู่บ้านหยวนเซียงเป็หมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงที่สุดถึงอำเภอกวงหยางก่อน พอขึ้นทางหลวงจนถึงเมืองหลวงระยะทางไม่เกินสามสิบลี้อาศัยฝีเท้าของฮวาหว่านประมาณสองชั่วยามก็ถึง หากว่าสามารถหายืมรถลาได้ก็จะยิ่งไปขึ้นไปอีก
ฮวาหว่านเติบโตในเมืองหลวงมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว ในใจนางคาดคำนวณไว้อย่างดีแล้ว วันนั้นออกเดินทางยามห้าของเช้าตรู่เข้าเมืองตรงประตูหนานเฮย พอถึงจุดพักม้าฮวยหยวนส่งเครื่องประดับหญ้าเรียบร้อยก็คงประมาณยามเที่ยงนางสามารถเร่งกลับหมู่บ้านหยุนเซียวได้ก่อนที่จะค่ำพอดี
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/31460372a950b4e2a8c09017ed8e19b6
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่บันทึกมงกุฎขนนกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #บันทึกมงกุฎขนนก #readAwrite ด้วยน้า