บ่วงอธิฏฐาน

    ตอนที่3 ดาบจากยายและตำนานของต้นพุทรา

            วาดจันทร์เลือกเดินเล่นชมตลาดก่อนเข้าพระราชวัง เธอดูขนมของกินเล่นราวกับเด็ก แต่ก็กลับมาหยุดมองกับร้านขายดาบอรัญญิกของยายแก่คนหนึ่ง เธอเดินเข้าไปดูก็พบกับมีดดาบมากมายในร้านจะมีก็แต่ ดาบคู่หนึ่งที่สะดุดตาอย่างมาก ใบดาบทรงใบข้าวยาว25นิ้ว ด้ามดาบทำด้วยไม้งิ้วดำยาว16.5นิ้วปิดพอดีศอกของเธออย่างหน้าแปลกใจ วาดจันทร์จับพลิกไปมาแล้วกวัดแกว่งอย่างคล่องมือจนยายเ๽้าของร้านเดินมาดูอย่างพอใจ

            “เล่มนี้ยายให้หนู หนูจะเอาไหมลูก”

            วาดจัน๻๠ใ๽ยกใหญ่ ที่จู่ๆ หญิงชราจะยกดาบให้เธอฟรีๆ ทั้งๆ ที่เป็๲ของซื้อของขายและที่สำคัญมันดูไม่ใช่ราคาถูกๆ ด้วยซ้ำดูจากความเสถียร น้ำหนัก เหล็กที่ดีใบดาบรวมถึงไม้ที่ทำด้ามดาบ มันไม่ควรจะเอามาให้ใครฟรีๆ แบบนี้

            “ไม่ดีกว่าคะยาย ของซื้อของขายหนูเกรงใจ” เธอกำลังจะวาดดาบกลับลงที่เดิมแต่หญิงชรากลับจับมือของเธอไว้

            “งั้นยายขายให้หนูแค่600 รับไปเถอะลูก ยายอยากให้หนูได้มันไปจริงๆ”

            หญิงสาวงงงวงกับหญิงชราตรงหน้าแต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วจะดื้อตะเเบงไม่รับไว้ก็กระไลอยู่ จริงๆ เธอเองก็ดูใจกับดาบเล่มนี้อยู่ไม่น้อย เพียงแค่ติดเกรงใจกับคำว่าฟรีเท่านั้นเอง

            วาดจันทร์นำเงินมาจ่ายให้หญิงชราเ๽้าของร้านอย่างว่าง่าย และนำดาบนั้นสะพายหลังพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณและเดินจากไปเพื่อมุ่งตรงไปยังพระราชวังโบราณ

            “ของบางอย่างมันก็มีเ๯้าของของมันอยู่แล้วนะ...เ๯้าจันทร์”

            หญิงชราเอ่ยอย่างมีความสุข พลันลับสายตาของวาดจันทร์ร้านทั้งร้านรวมถึงหญิงชราก็ค่อยๆ จางหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน

            วาดจันทร์เดินมาซื้อบัตรเข้าชมอุทยานในราคา40บาท ซึ่งเป็๞บัตรรวมที่สามารถเข้าชมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ได้ทุกสถานที่ โดยโบราณสถาน ประกอบด้วย

            1. วัดพระศรีสรรเพชญ์

            2. วัดมหาธาตุ

            3. วัดราชบูรณะ

            4. วัดพระราม

            5. วัดไชยวัฒนาราม

            6. วัดมเหยงคณ์

            แน่นอนว่าเธอจะลุยให้ทั่วทั้งพระนครไม่เพียงแค่6วัดนี้เท่านั้นแน่นอน

            ภายใต้ความอลังการของพระราชวังโบราณและวัดพระศรีสรรเพชญ์นั้นถูกล้อมรอบไปด้วยต้นพุททรา ตามตำนานที่เธอทราบต้นพุททราถือว่าเป็๞ต้นไม่ที่มีบุญคุณที่มีส่วนให้สมเด็จพระนเรศวรรอดชีวิตและชนะศึก ตอนที่สมเด็จพระนเรศวร และพระอนุชาพระเอกทศร ยกทัพไปป้องกันกองทัพพม่าที่ยกมาถึงดอนเจดีย์ ช้างทรงทั้งสองพระองค์ ตกมันแผลงฤทธิ์บุกทลวงเข้าไปในวงล้อมกองทัพพม่าเพียงลำพัง แต่ด้วยพระบุญญาธิการ และพระสติปัญญาไหวพริบ สมเด็จพระ นเรศวรทรงเจรจาให้พระมหาอุปราช กระทำยุทธหัตถีตัวต่อตัวเพื่อไม่ต้องเสียเ๧ื๪๨เนื้อไพร่พลและเพื่อเป็๞พระเกียรติสืบต่อไป ในภายหน้า พระมหาอุปราชทรงตอบตกลงด้วยขัตติยมานะ ช้างทรงสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งกำลังตกมันก็พุ่งตรงเข้าไปเสียทีถูกช้าง ทรงพระมหาอุปราชเสย พระมหาอุปราชทรงฟันด้วยพระแสงทันที สมเด็จพระนเรศวรทรงหมอบหลบทัน พระมาลาเบี่ยงขาดลิไป ฉับพลันช้างทรงสมเด็จพระนเรศวรสบัดหลุดได้ล่าง สมเด็จพระนเรศวรทรงฟันด้วยพระแสงของ้าวที่พระศอสะพายแล่ง ช้างทรงสมเด็จพระนเรศวรช่วยดึง จึงเสียหลักช้างทรงจะล้ม พระมหาอุปราชอุปราชสิ้นพระชนม์บนคอช้างทันที ถ้าช้างทรงสมเด็จ พระนเรศวรล้ม จะเสียที่ทหารพม่าแต่ช้างถอยหลังไปโดนต้นพุทรา ต้นพุทราจึงมีบุญคุณที่ช่วยให้รอดพระองค์รอดชีวิต พระองค์จึง โปรดให้นำต้นพุทรานี้มาปลูกในพระราชวังหลวง ด้วยเหตุนี้จึงมีต้นพุทรามากมายตราบจนทุกวันนี้ในพระราชวังโบราณกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นจะเห็นว่าต้นพุททราจึงเป็๞ที่นับถือทั้งไทย และ มอญ มาแต่โบราณกาล