"ผล... ผลเป็อย่างไรอาจารย์? ทำไมศิลาไม่ขึ้นสีัคราม หรือแม้แต่สีอสูรพื้นถิ่น!" หลี่เจี้ยนะโด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัวมากกว่าความเยาะเย้ย
อาจารย์อู๋ก้าวถอยหลัง ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี "เป็ไปไม่ได้... ศิลาไม่แสดงผล แต่มันกลับ... 'ว่างเปล่า' พลังธาตุทั้งหมดในศิลาหายไปไหน?! รอยแตกนี่มันคืออะไรกัน!"
เฟยหลงรีบชักมือกลับ เขาทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นหินอ่อน หอบหายใจอย่างรุนแรงจนตัวโยน เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมทั่วแผ่นหลัง เขารับรู้ได้ว่าครั้งนี้เขาไม่ได้แค่รอดชีวิต แต่มันคือการเปิดประตูสู่โชคชะตาที่อันตรายและมืดมิดยิ่งกว่าเดิม พลังในกายเขาไม่ใช่ควันไฟที่เป็เศษเหลือของลมปราณ แต่เป็สิ่งที่อาจารย์อู๋เพิ่งจะกล่าวถึง... "ัดำ" สายเืต้องห้ามที่สามารถกลืนกินกฎเกณฑ์และพลังของ์
เหม่ยอิงที่ยืนมองจากบนระเบียงถึงกับต้องใช้มือจับราวไม้ไว้แน่นจนไม้แตกละเอียด "ัดำที่กลืนกินเบญจธาตุ... จวนอ๋องหลี่นั่น เก็บงำเื่พวกนี้เอาไว้จริงๆ"
ท่ามกลางเสียงฮือฮาและความสับสนที่โกลาหล เฟยหลงกุมกระบี่นิลกาฬที่บัดนี้ดูจะหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เขารับรู้ได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของผู้คน... ไม่ใช่สายตาที่ดูแคลนอีกต่อไป แต่มันคือสายตาที่หวาดระแวงและหวาดกลัวต่อสิ่งลึกลับที่อยู่เหนือความเข้าใจของพวกเขา
"หลี่เฟยหลง..." อาจารย์อู๋เรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นเครือ "เ้า... เ้าคือตัวอะไรกันแน่?"
เฟยหลงไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่พยุงกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ในใจของเขาตระหนักแล้วว่า การเป็เพียงอากาศที่ว่างเปล่านั้นปลอดภัยกว่าการเป็อะไรก็ไม่รู้ที่โลกหวาดกลัว และตอนนี้... กรงขังที่ชื่อว่าความอ่อนแอได้พังทลายลงแล้ว เหลือเพียงเส้นทางสู่อะไรก็ไม่รู้ ที่เขาต้องเดินไปอย่างโดดเดี่ยว
ท่ามกลางเศษซากของศิลาเบญจธาตุที่กลายเป็เพียงก้อนหินสีเทาหม่นและมีรอยร้าวพาดผ่านใจกลาง บรรยากาศในลานประลองเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของศิษย์นับร้อย อาจารย์อู๋ยืนตัวสั่นพยายามใช้มือลูบรอยแตกนั้นราวกับจะภาวนาให้มันกลับมาสมานกันเหมือนเดิม แต่เปล่าเลย... พลังธาตุศักดิ์สิทธิ์ถูก "สูบ" ออกไปจนเกลี้ยงเกลา
"หลี่... หลี่เฟยหลง! เ้ามันตัวกาลกิณี!" อาจารย์อู๋แผดเสียงหลงจนหนวดเคราสั่น "เ้าทำลายสมบัติของต้นราชวงศ์ เ้าต้องถูกส่งตัวไปกรมราชวงศ์เพื่อรับโทษปะา!"
ในขณะที่เฟยหลงกำลังจะอ้าปากอธิบาย หลี่กวง ที่ยืนดูอยู่ข้างล่างก็ก้าวออกมาด้วยท่าทางที่พยายามจะให้ดู "สง่างามที่สุดใน3โลก"
"ช้าก่อนอาจารย์อู๋!" หลี่กวงสะบัดผ้าคลุมสีแดงเพลิงอย่างแรงจนผ้าคลุมไปฟาดหน้าสมุนข้างๆ "เื่นี้ข้า... องค์ชายหลี่กวงแห่งวังบูรพา จะเป็ผู้ดูแลเอง!"
เขาเดินก้าวอาดๆ ขึ้นไปบนแท่นประลอง พยายามทำหน้าเคร่งขึมระดับสิบ แต่ดันเดินสะดุดขอบบันไดหินที่แตกหักจนเสียหลักไปนิดนึง แต่เขาก็รีบตีเนียนเปลี่ยนเป็ท่าคุกเข่า1ข้างแล้วเสยผมขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เฟยหลง... เ้าขยะที่บังอาจทำของมีค่าพัง" หลี่กวงชี้หน้าเฟยหลงด้วยนิ้วที่สั่นนิดๆ (ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะเมื่อกี้เข่ากระแทกพื้นแรงไปหน่อย) "เ้าไม่รู้หรือว่าราชสกุลของเ้าทำบาปไว้กับแคว้นของเราแค่ไหน? เมื่อ20ปีก่อน เสด็จพ่อข้าบอกว่าตระกูลเ้าทำอัปยศจนเราเกือบแพ้า วันนี้เ้ายังมา 'ดูดกลืน' ศิลาเบญจธาตุอีก! เ้านี่มัน... ตัวซวยชัดๆ!"
เฟยหลงขมวดคิ้ว "องค์ชาย... ข้าไม่ได้ตั้งใจ มันแค่..."
"ไม่ต้องพูด!" หลี่กวงยกมือห้าม "ข้าในฐานะองค์ชายแห่งวังบูรพา จะขอคุมตัวเ้าไว้เอง เพื่อนำไปศึกษา... เอ้ย... สอบสวนแบบพิเศษ! ที่คุกใต้ดินของข้า!"
ในคุกใต้ดิน(ที่ดูเหมือนห้องเก็บของประหลาด)
หลี่กวงลากเฟยหลงมาที่คุกส่วนตัวที่อยู่ลึกเข้าไปในโซนศิษย์เอก แทนที่จะเป็โซนทรมาน มันกลับเต็มไปด้วยกระจกเงาและหุ่นลองชุดเกราะ หลี่กวงรีบปิดประตูลงกลอนทันทีที่เข้ามาถึง"เอาล่ะ! เ้า..!" หลี่กวงเปลี่ยนท่าทีทันที เขาเอามือกุมเข่าที่เพิ่งกระแทกพื้นพลางร้อง “โอ๊ยๆๆๆ แตกไหมเนี่ย เข่าข้าจะแตกไหม!”
เฟยหลงอึ้งไป3วิ "เอ่อ... องค์ชาย ท่านลากข้ามาที่นี่เพื่อถามเื่อะไร?"
หลี่กวงรีบกลับมายืนตัวตรง พยายามรวบรวมปราณหมาป่าเพลิงออกมาขู่ แต่หมาป่าที่ออกมาดันเป็ตัวจิ๋วที่กำลังทำท่าหาววอด "เ้าแดง! ออกมาดีๆหน่อย สิ!" เขาตบหัวตัวเองเรียกปราณ "ฟังนะเฟยหลง... เสด็จพ่อข้าบอกว่าพวกสายเือ๋องหลี่น่ะเป็พวกไม่จงรักภักดี ใครเข้าใกล้จะจบไม่สวย จริงๆเื่มันลึกกว่านี้..เอิ่ม ข้าจึงต้องสั่งสอนเ้าซักหน่อย เพื่อทดสอบพลังบางอย่าง ข้ารู้นะ ว่าเ้าไม่ธรรมดา" หลี่กวงพูดด้วยตรรกะประหลาด "เมื่อกี้ตอนที่ศิลามันร้าว... ข้าเห็นควันสีเทาของเ้ามันไม่ได้แค่ทำลาย แต่มันเหมือนมัน 'สูบ' พลังทั้งหมดไว้... เ้าทำได้ไงสอนข้าบ้างสิ! ข้าอยากเอาไปใช้กับปราณหมาป่าของข้า เผื่อมันจะเลิกนอนี้เีเช่นนี้!"
"ข้าสอนไม่ได้หรอกองค์ชาย ..." เฟยหลงตอบเสียงเรียบ "แล้วเื่ที่ท่านบอกว่าตระกูลข้าไม่จงรักภักดีล่ะ?"
หลี่กวงชะงักไป แววตาแฝงความจริงจังขึ้นมาแวบหนึ่ง "เื่นั้น... กรมราชวงศ์สั่งห้ามพูดถึงาเมื่อ20ปีก่อน พ่อข้าบอกแค่ว่าอย่าเข้าใกล้จวนอ๋องหลี่ เพราะพวกเ้านั้นอันตรายและยามนี้ ยามที่พวกเ้ายังมีตัวตนอยู่ บารมีของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะสั่นคลอน เพราะมีข่าวลือว่าจริงๆ แล้วตระกูลเ้า คือผู้ที่ช่วยชีวิตฮ่องเต้ไว้ในา ทำให้ฮ่องเต้ไร้ซึ่งพระบารมี มันซับซ้อนน่ะ จริงๆข้าก็รู้ไม่หมด"
"ช่วยชีวิตฮ่องเต้?"
"ก็ไอ้วิชา 'ดูดกลืน' อะไรของเ้านั่นแหละ!" หลี่กวงโพล่งออกไป "ดูดเอาปราณเน่าๆ จากคนอื่นมาไว้ที่ตัวเอง ใครเขาทำกัน? มันเสียภาพลักษณ์ของผู้สูงศักดิ์หมด! เราเหล่าราชวงศ์ล้วนเกรียงไกร มีแต่พลังทำลายล้าง!"
ในขณะที่หลี่กวงกำลังพล่ามเื่รสนิยมความเท่ของปราณ ทันใดนั้น ศิษย์พี่หญิงเหม่ยอิง ก็พังประตูเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"หลี่กวง... เ้าเอาเขามาซ่อนไว้ที่นี่ทำไม?"
หลี่กวงสะดุ้งสุดตัว รีบคว้ากระบี่มาโพสต์ท่าเตรียมสู้ทันที "ศิษย์พี่หญิง! ข้า... ข้ากำลังสอบสวนเขาอย่างหนัก! เห็นไหมว่าเขาหน้าซีดแค่ไหน (จริงๆ เฟยหลงหน้าซีดเพราะาแ) ข้ากำลังจะเค้นความลับเื่... เื่... รสนิยมการปะชุดของเขาอยู่พอดี!"
เหม่ยอิงถอนหายใจยาว "ไร้สาระจริงๆ... ตามข้ามาทั้งคู่ ปรมาจารย์ใหญ่เรียกพบด่วน เื่ศิลาเบญจธาตุไม่ใช่เื่ที่เ้า2คนจะมานั่งเล่นตลกกันได้"
หลี่กวงหน้าเสีย "ปรมาจารย์ใหญ่? ท่านปู่เฒ่าที่ชอบลงโทษคนด้วยการให้คัดลายมือนับหมื่นจบนั่นน่ะเหรอ? ไม่นะ! นิ้วข้ายังไม่พร้อมรับภาระหนักขนาดนั้น!"
เฟยหลงมองดูองค์ชายหลี่กวงที่กำลังคร่ำครวญเื่นิ้วมือ พลางนึกในใจว่า... บางทีความมืดมิดของราชวงศ์อาจจะไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความเพี้ยนขององค์ชายคนนี้เสียแล้ว