ทว่ามันกลับแตกต่างกับตอนเร่งเดินทางก่อนหน้านี้ที่เดินเหินรวดเร็วดั่งลมพัดอย่างสิ้นเชิง
ในครั้งนี้ฝีเท้าของสวี่ซาซาไม่เพียงแต่จะช้าลงอย่างมาก แต่เธอยังคอยสอดส่องไปรอบๆอย่างระมัดระวังตลอดเวลา แม้จะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็จะหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วถึงจะเริ่มเดินทางต่อวางท่าทางระแวดระวังเกินเหตุจนแม้แต่ลมพัดใบไม้ไหวก็ยังสะดุ้ง
ทางด้านเฉาอวี่เองก็มีท่าทีไม่ได้ดีไปกว่าเธอนักเขาไม่เพียงแต่จะยกโล่ขึ้นมาบังไว้ข้างหน้าอย่างแน่นหนาแต่ยังตั้งท่าพร้อมพุ่งชนอยู่ตลอดเวลา ราวกับเกรงว่าจะถูกลอบโจมตีอย่างไรอย่างนั้น
แม้แต่หลี่ว์อันที่เคยแสดงท่าทางโอหังอวดดีมาตลอดในยามนี้ก็ยังกุมไม้เท้าในมือไว้แน่น แถมพลังเวทในร่างยังพลุ่งพล่านเห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ทุกเมื่อ
โชคยังดีที่ดวงของพวกเขายังถือว่าดีอยู่บ้างตลอดทางไม่เจออุปสรรคใหญ่อะไร และไม่พบผู้ใช้อาชีพจากประเทศวอหนูเลยแม้แต่คนเดียว
เพียงครึ่งชั่วโมงสั้นๆหลังจากนั้น เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า และความมืดมิดเข้าปกคลุมผืนแผ่นดินในที่สุดทุกคนก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือท่าข้ามทมิฬ
เมื่อมองไปยังสภาพแวดล้อมโดยรอบที่มืดสลัวสวี่ซาซาก็ตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแน่ใจว่าบริเวณใกล้เคียงไม่มีผู้ใช้อาชีพจากประเทศวอหนูอยู่จริงๆเธอถึงค่อยๆ ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เอาละ เรามาถึงกันแล้ว ทุกคนเตรียมตัวเก็บเลเวลได้เลย”
ใบหน้าของสวี่ซาซาปรากฏรอยยิ้มเหมือนยกภูเขาออกจากอก
แต่เธอยังพูดไม่ทันขาดคำ
ครืน...ครืน... ครืน...!
ทันใดนั้นพื้นดินพลันปริแตกออก มอนสเตอร์ขนาดมหึมาที่มีลำตัวยาวหลายสิบเมตรทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงฉาน และมีหัวแยกออกมาจากลำคอถึงเก้าหัวก็พุ่งพรวดออกมาจากใต้ดิน และกระโจนเข้าใส่สวี่ซาซาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือทันที
“ระวัง!”
รูม่านตาของลู่เซิ่งหดเกร็งเขาขยับตัวตามสัญชาตญาณหมายจะเข้าไปช่วย
ทว่าเขายังไม่ทันได้ลงมือเฉาอวี่ที่อยู่ด้านข้างก็ก้าวแซงหน้าเขาไป พุ่งทะยานเข้าใส่มอนสเตอร์ตัวนั้นทันที
“พุ่งชนป่าเถื่อน!”
ฟึ่บ!
วินาทีต่อมาเสียงลมหวีดหวิวก็ดังขึ้น
เห็นเพียงร่างของเฉาอวี่ที่กลายเป็นเงาเลือนรางพุ่งเข้าไปประชิดตัวมอนสเตอร์ตัวนั้นในชั่วพริบตา ก่อนจะชนมันจนหงายหลังล้มตึงไป
HP-311!
“โฮก...”
มอนสเตอร์ตัวนั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดมันละทิ้งเป้าหมายอย่างสวี่ซาซาที่อยู่ตรงหน้าทันทีแล้วหันมาพุ่งเข้าใส่เฉาอวี่แทน
และจนถึงตอนนี้เองลู่เซิ่งถึงจะได้เห็นค่าสถานะพื้นฐานของมอนสเตอร์ตัวนี้อย่างชัดเจน
[เป้าหมาย: ไฮดราเก้าหัวโบราณ]
[ประเภท: สัตว์ป่า]
[ระดับ: ชนชั้นสูง]
[เลเวล: 62]
[พลังชีวิต: 6,433]
[ค่ามานา: 3,127]
[ระดับดาวพลังรบ: 341 ดาว]
[สกิลเฉพาะ: กรดกัดกร่อน, พันธนาการแห่งความตาย]
...สัตว์ร้ายที่มีเก้าหัวตัวนี้ แต่ละหัวล้วนมีความนึกคิดเป็นของตัวเอง!
...
“นี่คือมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูง ทุกคนระวังตัวด้วย!”
สวี่ซาซาตะโกนเตือนพลางก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากไฮดราเก้าหัวโบราณ
เมื่อทำเช่นนั้นแล้วเธอจึงชูไม้เท้าในมือขึ้น พร้อมกับร้องตะโกนก้อง
“ทัณฑ์แห่งแสง!”
ฟิ้วฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
ลูกบอลแสงสีขาวบริสุทธิ์นับไม่ถ้วนพุ่งออกจากไม้เท้าของสวี่ซาซาแล้วระดมซัดเข้าใส่ร่างงูขนาดยักษ์ของไฮดราเก้าหัวโบราณอย่างต่อเนื่อง
HP-222!
HP-259!
HP-274!
...
ในขณะเดียวกันเฉาอวี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาขว้างโล่ในมือออกไปอย่างแรง
“โล่เหินเวหา!”
ฟิ้ว...ปัง!
HP-456!
โล่ขนาดใหญ่ลากผ่านความว่างเปล่าเป็นเส้นโค้งที่เจิดจ้าก่อนจะกระแทกเข้ากับร่างของไฮดราเก้าหัวโบราณอย่างแรงสร้างดาเมจที่น่าประทับใจให้มันในทันที
“โฮก...!”
หลังจากได้รับความเสียหายติดต่อกันไฮดราเก้าหัวโบราณก็บันดาลโทสะ มันอ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยเลือดแล้วพ่นของเหลวพิษสีเขียวเข้มเข้าใส่เฉาอวี่ซึ่งนั่นก็คือสกิลเฉพาะตัวของมันที่เรียกว่า ‘กรดกัดกร่อน’
ทว่าสวี่ซาซากับเฉาอวี่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เพิ่งจะเคยร่วมมือกันครั้งแรกเมื่อเห็นไฮดราเก้าหัวโบราณปล่อยสกิลออกมา โดยไม่ต้องรอให้เฉาอวี่เตือนสวี่ซาซาที่ทำหน้าที่เป็นนักบวชก็สละการโจมตีทันที แล้วใช้สกิลพิทักษ์ใส่เขาแทน
“โล่ศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง!”
วิ้ง...
โล่ป้องกันสีเหลืองทองโปร่งแสงปรากฏขึ้นกลางอากาศ
และสกิลที่พ่นออกมาจากไฮดราเก้าหัวโบราณก็เข้าปะทะกับโล่ที่สร้างจากสกิล‘โล่ศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง’ พลังทำลายล้างของมันถูกหักล้างไปเก้าในสิบส่วนทำดาเมจใส่เฉาอวี่ได้เพียง 100 กว่าหน่วยเท่านั้น!
“ดาบเพชฌฆาตไร้กลัว!”
“ทัณฑ์แห่งแสง!”
HP-431!
HP-203!
HP-221!
HP-234!
...
หลังจากนั้นคนทั้งสองและงูหนึ่งตัวก็เข้าตะลุมบอนกันอย่างดุเดือดผลัดกันใช้สกิลเข้าใส่กันไม่หยุด
แม้ว่าไฮดราเก้าหัวโบราณตัวนี้จะเป็นมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงซึ่งไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิต สกิล หรือระดับดาวพลังรบจะแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปอย่างมาก
ทว่าสวี่ซาซากับเฉาอวี่กลับประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
คนหนึ่งคือนักบวชอีกคนคือนักรบ คนหนึ่งคอยเพิ่มเลือดและกางโล่ อีกคนก็เลือดเยอะและมีพลังป้องกันสูง
ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้แม้พลังต่อสู้ของ ‘ไฮดราเก้าหัวโบราณ’ ตัวนี้จะถือว่าไม่เลว แต่ก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีต่อหน้าทั้งสองคนได้นานนักไม่ช้าหลอดเลือดของมันก็ลดลงจนเหลือศูนย์ และขาดใจตายไปในทันที
[ติ๊ง!]
[ยินดีด้วย คุณกำจัด ‘ไฮดราเก้าหัวโบราณ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 5,832 หน่วย!]
“เฮ้ย มอนสเตอร์ตัวเดียวให้ค่าประสบการณ์ตั้ง 5,000 กว่าหน่วยเลยเหรอ?”
เมื่อเห็นข้อมูลที่แจ้งเตือนขึ้นมาบนแผงสถานะลู่เซิ่งนอกจากจะตกใจแล้ว เขายังเข้าใจในเจตนาของพวกสวี่ซาซาทันที
มิน่าล่ะพวกเขาถึงยอมเสี่ยงอันตรายที่จะถูกผู้ใช้อาชีพจากประเทศวอหนูลอบสังหารเพื่อดั้นด้นมาเก็บเลเวลที่หุบเขาสิ้นหวังแห่งนี้
ที่แท้ค่าประสบการณ์ที่นี่มันสูงจนน่าเหลือเชื่อขนาดนี้แค่ฆ่ามอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงตัวเดียวก็ได้ค่าประสบการณ์ 5,000กว่าหน่วย ซึ่งมากกว่าการไปไล่ฆ่ามอนสเตอร์ข้างนอกเป็นฝูงเสียอีก
แถมค่านี้คือค่าประสบการณ์ที่หารให้สี่คนแล้วด้วย
ถ้าเกิดเป็นการกำจัดมอนสเตอร์ตัวนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ใช่ว่าจะได้รับค่าประสบการณ์ถึง 20,000 กว่าหน่วยเลยงั้นเหรอ?
เมื่อคิดได้ดังนี้หัวใจของลู่เซิ่งพลันร้อนรุ่มขึ้นมาทันที
“ทำได้เยี่ยม!”
ในตอนนั้นเองเมื่อเห็นมอนสเตอร์ถูกโค่นลงสำเร็จเฉาอวี่ก็หัวเราะร่าด้วยความดีใจและรีบเข้าไปเก็บของรางวัลทันที
ทว่าก็น่าเสียดายที่‘ไฮดราเก้าหัวโบราณ’ ตัวนี้ดรอปเพียงวัตถุดิบไม่กี่อย่างที่ไร้มูลค่าแม้แต่อุปกรณ์ที่พอดูได้สักชิ้นก็ยังไม่มีดรอปออกมาเลย
“โธ่เว้ย ของที่ดรอปได้ขยะชะมัด...”
เมื่อมองดูของดรอปที่น่าเวทนาจากไฮดราเก้าหัวโบราณเฉาอวี่ก็ส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
“หึหึ จริงๆ แล้วมันก็ถือว่าไม่เลวนะถึงมอนสเตอร์ตัวนี้จะไม่ได้ดรอปของดีอะไรออกมาแต่ค่าประสบการณ์ที่ได้ก็น่าประทับใจมากทีเดียว” ลู่เซิ่งพูดขึ้นยิ้มๆอยู่ข้างๆ
“ใช่แล้วๆ นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเราเพิ่งจะมาถึงหุบเขาสิ้นหวังเราก็สามารถฆ่ามอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงได้ตัวหนึ่งแล้วนี่ถือเป็นการเริ่มต้นที่สวยงามเลยล่ะ” สวี่ซาซาก็รีบกล่าวเสริมขึ้นทันที
จะมีก็แต่หลี่ว์อัน
เขาราวกับจะดูแคลนการแสดงออกของทุกคนอย่างยิ่งจึงกอดอกพลางแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “เหอะ!ก็แค่มอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงทั่วไปตัวหนึ่งเท่านั้นแหละฉันคนเดียวก็จัดการได้สบายๆ ดูพวกนายทำท่าทางภูมิอกภูมิใจเข้าสิช่างเป็นพวกไม่เคยพบเคยเห็นโลกเอาเสียเลย”