เ้าสิ่งนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากตู้ จากนั้นก็ก้าวเข้าไปหาพริกที่ยืนหันหลัง ฝีเท้าค่อนข้างแ่เบา เนื่องจากทุกย่างล้วนโขยกด้วยปลายเท้า จวบจนถึงระยะที่มือเอื้อมถึง มันก็พุ่งเข้าใส่สุดกำลัง
“เฮ้ย! ” พริกใ แต่ด้วยปฏิกิริยาที่ว่องไว เธอจึงหันกลับมาตั้งรับได้ทัน สองมือยันหน้าอกของอีกฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าถึงตัวได้ง่ายๆ กระนั้นเด็กสาวก็ยังล้มคว่ำลงไปนอนบนเตียงอยู่ดี เนื่องจากถูกน้ำหนักตัวโถมใส่
“ แกเป็ใคร ” พริกโวยวาย สองมือพยายามผลักไส แต่เ้าของร่างนั้นยังทาบทับ และพยายามยื่นหน้าเข้ามาหาอย่างบ้าคลั่ง เสมือนหนึ่งเห็นเด็กสาวเป็อาหาร
่เวลาที่ยื้อยุด พริกก็ได้เห็นโฉมหน้าของจอมงับ มันเป็หญิงสาวร่างบางที่เปล่าเปลือย ผิวกายขาวซีดคล้ายศพที่ตายมาหลายชั่วโมง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวส่ายไปมา ราวกับคนบ้า ผมเผ้ายุ่งเหยิงเป็กระเซิง แถมยังมีกลิ่นเหม็นหืนโชยออกมาจากร่างกาย อันชวนให้อยากอ้วกเป็ที่สุด
“หรือจะเป็เ้าของห้อง ” แม้อยู่ใน่หนีตาย พริกก็ยังสงสัย เลยลองสำรวจปีศาจสาวอีกที จึงพบว่ามีผ้าผืนใหญ่อุดปากของมันอยู่ บริเวณข้อมือปรากฏเชือกฟางที่ขาดกระจุย ทำให้เข้าใจเหตุการณ์ได้บางส่วน
“ เข้าใจละ เธอน่าจะโดนมัดและจับยัดตู้ไว้ พอกลายเป็ผีดิบ เลยหลุดออกมาเล่นเรา ”
ขณะที่พริกกำลังขบคิดอยู่นั้ ความซวยก็เริ่มถามหา ด้วยผ้าที่เคยอุดปากค่อยๆร่วงหล่น เผยให้เห็นเขี้ยวของปีศาจสาวที่งับขึ้นลงถี่รัว น้ำลายและเืหลั่งไหลลงมารดกายของเธอ
“เฮ้ย! ชักจะแย่แล้ว ทำไงดีนะ ”
ถึงพริกจะว่องไว แข็งแรงกว่าผู้หญิงทั่วไป แต่ไม่ได้ทรงพลังถึงขั้นเหวี่ยงผู้คนได้ง่ายๆ และในเสี้ยววินาทีดับจิตนั้นเอง เด็กสาวก็นึกถึงคำสอนของครูยูโดคนนึงที่เคยไปเข้าคอร์สฝึก
“ถ้าจะเล่นงานคู่ต่อสู้ ต้องคุมสติให้อยู่ แล้วรอให้อีกฝ่ายเสียจังหวะ จากนั้นก็ทุ่มสุดแรงใส่มัน”
“ใช่แล้ว ต้องเล่นแบบนี้ ” พริกพยายามสงบจิต สองตาจ้องมองปากของุ์ตลอด จากนั้นก็ปล่อยสองมือที่ค้ำยัน ทำให้ซอมบี้สาวก้มหน้าลงมากัด แต่ในจังหวะที่คมเขี้ยวเกือบถึงลำคอ เด็กสาวก็เอี้ยวหลบอย่างรวดเร็ว มันจึงได้แต่งับฟูกนอนที่แสนนิ่ม
“ ตอนนี้แหละ ” ในขณะที่ซอมบี้กัดพลาด พริกก็ทุ่มแรงทั้งหมดกระแทกใส่มันสุดกำลัง ส่งผลให้ร่างขาวซีดกระเด็นตกเตียง
“โครม ”
แม้พ้นวิกฤติอย่างหวุดหวิด แต่โดยรวมจัดว่ายังมีภัย พริกจึงรีบมองหาอาวุธคู่มือ นั่นก็คือไม้เบสบอล ไม่นานก็พบว่ามันถูกวางพิงอยู่ข้างผนัง ทว่าเธอไม่อาจหยิบได้ง่ายๆ ด้วยมีซอมบี้สาวยืนขวางหน้า
“แฮ่…..” ซอมบี้สาวคำรามดัง พร้อมกะโผลกกะเผลกเข้ามา แต่พริกไม่ถอยหนี แถมยังวิ่งใส่สุดกำลัง และในจังหวะที่ใกล้ปะทะ เธอก็ก้มหลบได้อย่างหวุดหวิด พร้อมม้วนตัวไปข้างหน้า
“ได้แล้ว ” ในที่สุด พริกก็ได้ไม้เบสบอลมาไว้ในมือ มุมปากเริ่มยิ้มเล็กน้อย ความมั่นใจกลับมาเต็มเปี่ยม และก่อนที่ซอมบี้ตนนั้นจะหันกลับมา เธอก็พุ่งเข้าไปหวดศีรษะของมันด้วยอาวุธคู่ใจ
“เปรี้ยง ”
ร่างขาวซีดของซอมบี้เซถลาในคราวแรก แต่พริกไม่ยอมให้มันตั้งตัวติด จึงฟาดย้ำในจุดเดิมอีกสี่ห้าที ทำให้ปีศาจสาวทรุดฮวบลงไปนอน
“ยังไม่จบหรอก เอาไปอีก ” พริกะโเข้าไปซ้ำอีกครั้ง เป้าหมายคือกะโหลกหนาๆ และทันทีที่ไม้เบสบอลถูกทุบลงไป เืแดงฉานก็กระฉูดขึ้นมา
“โพล๊ะ ”
ความเงียบเข้ามาเยือนทันควัน และกลางบรรยากาศนั้นได้ปรากฏเสียงหอบถี่ของเด็กสาว
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
พริกยอมรับว่าเปลืองแรงไม่น้อย และเสียวไส้เอามากๆ เพราะถ้าไม่มีสกิลต่อสู้ติดตัว เธอคงหนีไม่พ้นความตาย แล้วต้องกลายเป็ซอมบี้ พอผ่านอันตรายได้ระยะหนึ่ง เด็กสาวก็เริ่มสำรวจซากศพ
“คอโดนรัด ท้องถูกแทง ไม่โดนเชือกรัดตาย ก็คงโดนมีดเล่นงาน”
ระหว่างที่พริกหาสาเหตุการตาย(น่าจะไปเป็ตำรวจเนอะ) สองตาก็เหลือบไปเห็นตัวเองในกระจกบานใหญ่ เลยพบว่าเธอกำลังอยู่ในชุดวันเกิด ด้วยผ้าขนหนูที่คลุมกายน่าจะหลุดหายไปในตอนบู๊ ทำให้เผลออุทานดัง
“เหวอ ผ้าหายไปไหนเนี่ย แถมเปื้อนเืทั้งตัวอีก ขยะแขยงชะมัด ”
…………………………
พริกชำระล้างคราบคาวด้วยฝักบัว จากนั้นก็แต่งตัว โดยใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ที่ดูทะมัดทะแมง ซึ่งน่าจะเป็สมบัติเก่าของซอมบี้ที่เธอเพิ่งทุบกะโหลก
“ พอดีตัวเลย โชคดีที่หุ่นของผู้หญิงคนนี้ใกล้เคียงกับชั้น” พริกพึมพำ ก่อนจะหยิบกระเป๋าเป้ใบใหญ่มาบรรจุสิ่งของจำเป็อาทิเช่นอาหารแห้งจำนวนมาก ขวดใส่น้ำเปล่า เสื้อผ้าสำรอง
“ น่าจะช่วยให้เรารอดซักสองอาทิตย์ ” พริกลองคะเน แต่ก่อนจะออกจากห้อง เธอก็หันไปมองซอมบี้สาวที่นอนแน่นิ่ง ดวงฉายแววเห็นใจ
“เฮ้อ เธอไม่ควรโดนแบบนี้เลย ขอให้ไปดีนะ ”
………………………….
ประตูแง้มเปิดช้าๆ จากนั้นพริกก็ชะโงกหน้าออกมา แล้วมองซ้ายขวา พอเห็นว่าทางสะดวก เธอก็ก้าวออกจากห้อง
“ปลอดภัย แต่ก็แค่ตอนนี้ล่ะนะ”
อุปสรรคต่อมาคือการออกจากหอพักแห่งนี้ เพราะเท่าที่จำได้ มันยังมีฝูงผีดิบนับร้อยยืนอออยู่บนถนนหน้าอาคาร
“ หวังว่าพวกมันจะหายไป จะได้เผ่นง่ายขึ้น”
เด็กสาวย่องอย่างระมัดระวัง สองมือกระชับไม้เบสบอล บนหลังสะพายเป้ขนาดใหญ่ที่บรรจุของไว้เต็มเปี่ยม ไม่นาน เธอก็ถึงทางออก จึงค่อยๆเอื้อมมือไปจับลูกบิด ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ และลังเลว่าจะเปิดมันดีหรือไม่
“ ต้องเสี่ยง ถ้ามัวแต่กลัว ก็ไปไหนไม่ได้ซักที กล้าๆไว้ ยัยแกงส้มหวังพึ่งเราอยู่นะ ”
พอพริกตัดสินใจได้ เธอก็หมุนลูกบิดด้วยน้ำหนักมือที่เบาสุดๆ ทำให้บานประตูไม้หนาหนักเปิดออก ส่งผลให้สายลมเย็นยามเช้าลอดผ่านเข้ามากระทบกาย
“แอ๊ด ”
“ตึก ตึก ” หัวใจของพริกเต้นแรง อะดรีนาลีนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สองเท้าเตรียมพร้อม หวังสับหนีฝูงซอมบี้นับร้อย ทว่ากลับพบแต่ถนนกว้างที่มีผีดิบยืนอยู่ประปราย
“เอ๊ะ! หายไปไหน หรือว่าพวกมันจะแอบหนีไปงีบตอนเช้าเหมือนในเื่ Kingdom ” พริกสงสัย แต่ไม่มีเวลาคิดมากนัก เพราะซอมบี้หลายตัวเริ่มหันมาสนใจเธอเเล้ว
“เอาเถอะ ค่อยหาคำตอบทีหลัง ตอนนี้รีบเผ่นก่อนดีกว่า ”
…………………………….
พริกเปลี่ยนแผนใหม่ โดยพยายามลัดเลาะไปทางถนนใหญ่สลับหลบซ่อนตามตรอก เพื่อหลีกหนีสายตาของเหล่าซอมบี้ที่ยืนโงกเงกไปมา ซึ่งก็ได้ผล เธอไม่ต้องออกแรงตีหัวของพวกมันเลยซักตัว และในที่สุด เด็กสาวก็ถึงจุดหมาย
“ อยู่ไหนนะ ” พริกซุ่มเงียบข้างตึกธนาคาร โดยที่ร่างกายส่วนใหญ่กำบังอยู่หลังถังขยะขนาดบิ๊กไซส์ มือขวาถือกล้องส่องทางไกลที่หยิบฉวยมาจากห้องของสาวปริศนา หลังจากสำรวจอยู่อึดใจ เด็กสาวก็พบกับสิ่งที่้า
“ เจอป้ายบอกทางแล้ว อีก 10 โลถึงรังสิต ไกลเหมือนกันแฮะ ”
ดูเหมือนว่าพริกจะมัวแต่สำรวจเส้นทางมากเกินไป เลยไม่ทันระวัง ทำให้ซอมบี้ชายในชุดพนักงานออฟฟิศย่องเข้ามาข้างหลัง แต่ก่อนที่มือของมันจะได้ัักาย เธอก็ได้ยินเสียงร้องเตือน
“ระวัง ก้มหัวลง ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
