หลังจาก ผ่านไป 3 ชั่วโมง
จักพรรดิ์ฉีิที่กำลังฝึกตน ตามขั้นแรกของ วิชาร่างเทพทรราช ตอนนี้ขาขวาก็ได้พยายามลองััพลังปราณแต่ยังไม่เกิดความก้าวหน้าอะไรมาก มันไม่แปลกเลย ถ้ามันฝึกง่ายๆ มันจะเป็วิชาที่ฝืนฟ้า ฝืน์ได้อย่างไร
ตึกๆ ตึกๆ
เสียงฝีเท้าดังออกมาจากข้างนอกกระท่อม
“ หรือจะเป็ท่านปู่ที่กลับมา ”
เมื่อคิดได้แบบนี้ฉีิหยุดการฝึกฝนแล้วกลับไปนอนต่อแบบเดิม
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ
ฝึดๆ
พลังจิตสายนึงแผ่ตรวจสอบภายในกระท่อม
“ นี้ไม่ใช่ท่านปู่ ”
จักพรรดิ์ฉีิเมื่อััพลังที่แผ่เข้ามาตรวจสอบรู้ได้ทันทีแถมคนที่มาพวกนี้ไม่ได้มาดีๆ ด้วยเป็แน่มีกลิ่นอายฆ่าฟันปรากฎออกมา
ข้างนอกกระท่อมไม้ มีชายชุดคุมดำ 2 คน อย่างน้อยพลังฝึกตนอยู่ในขั้นผนึกแก่นแท้เป็แน่ เพราะ 1 ในพวกเค้าสามารถ เหาะเหินเดินอากาศได้แล้ว
*เมื่อฝึกตนถึงขั้น ผนึกแก่นแท้ จะมาสามารถใช้พลังปราณในการเหาะเหินเดินอากาศได้
“พี่ใหญ่ จิวหนึ่ง ท่านแน่ใจนะ ว่าท่านสะกดลอยตามมันมาถูก ข้างในกระท่อมนี้มีเพียงเด็กพิการ คนนึงไม่เห็นมีเ้าแก่นั้นเลย ”
เสียงพูดของ 1 ในชายชุดคุมดำที่ยืนอยู่บนพื้นถามกับพี่ใหญ่ของเค้า
“น้องรอง จิวสอง ข้ากับเ้า สองคนตามหามันมาเป็สิบปี สิบปี ยังไม่สามารถเจอมันได้ เ้ายังจะคาดหวังอีกหรือ ”
พี่ใหญ่ จิวหนึ่งตอบมันโดยน้ำเสียงไม่แยแสเท่าไหร่
“พี่ใหญ่ ถ้าไม่สามารถหาเ้าแก่นั้นได้ แล้วทำไมภารกิจการตามล่าไม่ถูกยกเลิกซะที ”
น้องรองถามพี่ใหญ่ด้วยความแปลกใจ ภารกิจตามจับคนภารกิจนี้ คนที่มีข้อมูลจริงๆ คือพี่ใหญ่เท่านั้น มันก็รู้เพียงว่า ตามข้อมูลภารกิจให้ตามจับบุคคลผู้นึง บุคคลผู้นี้มีพลังการฝึกตนที่ยิ่งใหญ่แต่กลับมาซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ชนบท
“หึหึ ยกเลิกหรอข้าว่าต่อให้จะผ่านไป 100 ปี 1000 ปี ภารกิจนี้คงไม่สามารถยกเลิกได้หรอก ภารกิจที่เกียวข้องกับราชวงค์ของ 2 ทวีป ”
พี่ใหญ่ จิวหนึ่ง พูดบอกน้องสองอย่างมีเลศนัย
เมื่อน้องสองได้ยินว่าภารกิจที่พวกเค้าทำมาเป็ 10 10 ปีเกี่ยวข้องกับราชวงค์ ของ 2 ทวีป อดไม่ได้ที่ตัวของน้องสองจะตัวสั่นเทา ต้องเข้าใจก่อนว่าทวีปแต่ละทวีปถูกปกครองโดยราชวงค์ ราชวงค์ที่มีตัวตนอย่าง จักพรรดิ์คอยดูแล
“พี่ใหญ่ ถ้ามันสำคัญเพียงนี้เราทำไม่สำเร็จจะไม่เป็ปัญหาหรือ”
น้องสองกล่าวถามพี่ใหญ่ด้วยความกลัว
“เ้าสองเ้าคิดว่าภารกิจสำคัญเพียงนี้ จะมีเพียงกลุ่มนักฆ่าตระกูลจิวของเราหรือที่รับมันมาทำ ภารกิจนี้ ถูกแจกจ่ายให้สำนักขั้น 3 ขึ้นไปทุกสำนัก ของ 2 ทวีปช่วยกันทำ ความยิ่งใหญ่ของรางวัลไม่ต้องพูดถึง แต่ผ่านมา 10 ปียังไม่ได้เื่อะไร ตอนนี้เรากลับกันได้แล้ว ”
พี่ใหญ่ตอบกลับน้องสอง
“พี่ใหญ่ ท่านจะปล่อยเ้าพิการนั้นไว้จริงๆหรอ เมื่อกี้ข้าแผ่ััไปตรวจสอบมัน มันต้องรู้ตัวเป็แน่”
ก่อนจะกลับน้องสองหันมากล่าวถามพี่ใหญ่ของมัน
“เ้าสอง เ้านี้ชักจะโง่ไปแล้วนะ มันพิการอยู่แล้วมันจะััพลังเ้าได้อย่างไร กระท่อมนี้ข้าตรวจสอบความเป็มาของมันจากชุมชนเล็กๆ เมื่อกี้แล้ว มัันเป็ไอพิการแต่กำเนิด อาศัยอยู่กับปู่ 2 คน ข้าสงสัยปู่มัน แต่บัดนี้ถ้าไม่เจอ ก็กลับก่อนวันหน้าค่อยมาใหม่ ถ้าเ้าฆ่าไอพิการนี้แล้วปู่มันดันเป็คนที่เราตามหา พอมันรู้ตัวหนีไปก่อนจะเป็อย่างไร ”
เมื่อพี่ใหญ่พูดจบ ก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าหายลีบไปกับตาโดยไวเมื่อน้องสองเห็นอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ตามไปเท่านั้น
ภายในกระท่อมไม้
จักพรรดิ์ฉีินอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิม เค้าไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ เนื่องจากพลังที่ห่างชั้นกันเกินไป
แม้แต่เสียงที่ 2 คนภายนอกคุยกันเค้าก็ไม่สามารถรับรู้ หรือจับใจความอะไรได้เลย
เค้ารู้แต่ว่ามันแปลกมาก ระดับพลังที่แผ่เข้ามาสำรวจในกระท่อมเมื่อกี้อย่างน้อยก็ ผนึกแก่นแท้ แล้วพวกผนึกแก่นแท้มาทำอะไรในพื้นที่ชนบท ชนบทขนาดที่ไม่มีสำนัก 1 ดาวมาตั้งอยู่
จักพรรรดิ์ฉีิ เลิกคิดอะไรไร้สาระ
“ ค่อยลองหยั่งเชิงท่านปู่ดูตอนท่านกลับมาละกัน ”
หลังจากคิดได้อย่างนั้นจักพรรดิ์ฉีิก็เริ่มกลับมาฝึกตนต่อ
1 ชั่วโมงถัดไป
ตึกๆ เกิดเสียงฝีเท้าอีกครั้ง
คราวนี้ฉีิ สามารถััได้แล้วว่าคนที่มาเป็ท่านปู่
ท่านปู่ที่ร่างกายกำยำ ตอนนี้อยู่ภายนอกกำลังแบกไม้กลับมาหน้ากระท่อม
ฉีิที่ััได้แบบนั้นรีบวิ่งออกไป เพื่อช่วยประคองไม้ลงมา
“ฉีิ ไม่เป็ไร หลานร่างกายไม่แข็งแรง แค่นี้ปู่ทำไหวสบายมาก”
ปู่ฉีหนานที่เห็น ฉีิรีบวิ่งออกมาช่วยรู้สึกปลื้มปิติภายในใจ แต่ก็กลัวฉีิจะเจ็บจากการมายกไม้เพราะร่างกายฉีิไม่แข็งแรง เลยเลือกพูดออกไปแบบนั้น
“ ไม่เป็ไร ท่านปู่ ”
ฉีิเลือกที่จะเข้าไปช่วยเหมือนเดิม น้ำเสียงห่วงใยที่เค้าได้จากปู่มันคือของจริง
เมื่อปู่เห็นแบบนี้ ปู่ก็ไม่ได้ว่าอะไร หลังวางไม้ไว้หน้ากระท่อมเสร็จ 2 ปู่หลานก็ช่วยกันตัดไม้ซ่อมประตูบานที่พัง
*ปู่วิ่งชนพัง
วันนี้ปู่ดูมีความสุขเป็พิเศษ เพราะดูเหมือนร่างกายฉีิจะดูแข็งแรงมากกว่าปกติ
“ฉีิมาหาปู่หน่อย”
ก่อนที่ 2 คนจะเข้าไปพักในกระท่อม ปู่เรียกฉีิมาหา ก่อนที่ปู่จะแผ่พลังเข้าไปสำรวจจุดตันเถียน เพราะคาดหวังว่าปาฏิหารจะมีอยู่จริง จักพรรดิ์ฉีิก็ไม่ได้ปฎิเสธท่านปู่ ปล่อยให้พลังจิตของปู่แผ่เข้ามา มาสำรวจ ณ จุดตันเถียน
หลังจากนั้น ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ
สีหน้าที่มีความสุข และความคาดหวังของท่านปู่ก็ได้หม่นหมองลง จมไปกับความเศร้าอีกครั้ง
เพราะจุดตันเถียนของฉีิ ก็มีสภาพไม่ต่างจากเดิมเลย ที่ต่างคือร่างกายดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาซึ่งปู่ก็ไม่สามารถหาสาเหตุและทราบได้ว่ามันเกิดจากอะไร
เมื่อฉีิเห็นภาพนี้ ในใจก็เกิดความเ็ปขึ้นมา เค้าอยากบอกความลับต่อท่านปู่แต่ความลับนี้มันหนักหนามากเกินไป จักพรรดิ์ฉีิ เลือกที่จะเก็บเป็ความลับของเค้าไว้เพียงผู้เดียว
เมื่อถึง่เวลาอาหารค่ำ
โต๊ะหน้ากระท่อมตอนนี้ได้ถูกจัดเรียงไว้ด้วยอาหาร
วันนี้อาหารมากเป็พิเศษ 2 ปู่หลานนั่งกินอาหารกันอย่างมีความสุข สิ่งนี้คือชีวิตประจำวันที่เด็กน้อยฉีิ ได้รับมาตลอด กลับกันจักพรรดิ์ฉีิไม่เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้เลย ความรู้สึกของคำว่าครอบครัว แม้จะไม่ได้พร้อมหน้าด้วยพ่อ แม่ แต่แค่มีท่านปู่แค่นี้ก็สุขใจ แล้ว
“ท่านปู่ครับ วันนี้มีคนมาหาที่กระท่อมด้วย ข้าได้ยินเสียงเท้าแต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมเข้ามาภายในกระท่อม น่าจะเป็หัวหน้าชุมชนกวางแน่เลย”
หลังกินอาหารไปได้ สักพัก ฉีิเริ่มเล่าเื่วันนี้ เค้าลองหยั่งเชิงด้วยคำพูดเพื่อดูสีหน้าปฎิกิริยาของท่านปู่
เมื่อท่านปู่ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าท่าทางของท่านปู่ยังปกติเรียบเฉย
“น่าจะใช่นะฉีิ งั้นพรุ่งนี่เราเข้าไปหาหัวหน้าชุมชนกวาง กันดีกว่า”
ท่านปู่ตอบกลับฉีิด้วยน้ำเสียงเรียบ
หลังจากกินข้าวเสร็จทั้งท่านปู่และฉีิ ก็แยกย้ายเข้านอน
แม้กระท่อมจะเก่าแต่ก็แยกห้องไว้ชัดเจน
ตอนนี้ ฉีิที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ก็เริ่มขมวดคิ้ว