“วิคการ์ ตื่นเถอะ” เดียนาสะกิดปลุกพี่ชาย “ได้ยินไหม ข้าว่ามันคือเสียงหมาป่า”
“ใช่” วิคการ์ตอบขณะที่ยังสะลึมสะลือ “แต่พวกมันเข้ามาในนี้ไม่ได้หรอก” เด็กชายพูดเช่นนั้นก่อนจะหันไปเห็นประตูไม้ที่เปิดแง้มไว้โดยไม่ได้ลงดาล เขาจ้องเขม็งอย่างงุนงงอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากพื้น “พวกเขาหายไปไหน” วิคการ์ถามอย่างประหวั่น เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วไม่พบคนชราทั้งคู่อยู่ในกระท่อมของพวกเขา
“พวกเขาอาจจะออกไปจัดการพวกหมาป่า”
“ช่วยด้วย! ” เด็กทั้งคู่สะดุ้งตัวลอยเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังลั่นมาจากทางโรงนาหลังกระท่อม เดียนาตระหนักได้ในทันทีว่า เสียงหอนปนคำรามของสุนัขป่าราวสองสามตัวก็ลอยตามลมมาจากทิศทางเดียวกันนั้น
“รีบหนีกันเถอะ เดียนา” วิคการ์ตวัดเสียงอย่างเด็ดขาด
“ไม่! ” เดียนาปฏิเสธเสียงแข็ง “เราต้องช่วยพวกเขาวิคการ์ พวกเขาให้อาหารและที่พักกับเรา หมาป่าพวกนั้นอาจจะตามเรามาั้แ่ตอนที่เราเดินอยู่บนถนนโคลน และถ้าไลลาไม่มีน้ำใจช่วยพาเรามาที่นี่แต่แรก เสียงร้องนั่นอาจมาจากเรา ไม่ใช่พวกเขา”
“ก็ได้ ๆ เดียนา” วิคการ์ยอมแพ้ “แต่เ้าต้องสัญญาว่าเราจะไม่เข้าไปยุ่ง หากเห็นว่าช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้แล้ว”
“ข้าสัญญา” เดียนารับปากอย่างกระตือรือร้น วิคการ์คว้าฟืนท่อนหนึ่งแล้วผลักประตูออกอย่างจำใจ
“เสียงพวกเขาดังมาจากบนนั้น” วิคการ์กล่าว ขณะที่ส่องตะเกียงของไลลาตามเสียงกรีดร้องของชายและหญิงชรา แสงสีเหลืองฝ่าความมืดมิดและลมเย็นเยียบ ไปยังส่วนบนสุดของผนังที่ติดกับหลังคามุงจากของโรงนาที่เต็มไปด้วยรอยปะผุ มีบันใดไม้ผุ ๆ พาดอยู่กับผนังโรงนาเพื่อขึ้นไปบนนั้นได้ เดียนาค่อย ๆ ก้าวตามวิคการ์อย่างระวังระไว ไปบนขั้นบันใดที่ส่งเสียงเอี๊ยดตามจังหวะแห่งการก้าวขาของเธอกับพี่ชาย พลางนึกสงสัยว่า หมาป่าปีนบันใดขึ้นไปบนนั้นได้อย่างไรกัน
และในที่สุด ทั้งคู่ก็ขึ้นไปจนถึงส่วนบนสุดของผนัง มีแผ่นไม้กระดานปูเป็พื้นยื่นออกไปในอากาศเหนือพื้นด้านในของโรงนา กลิ่นเหม็นเน่าอย่าง
ร้ายกาจคละคลุ้งอยู่ในอากาศจนเดียนาอาเจียนออกมา วิคการ์ค่อย ๆ เดินไปตามแผ่นไม้ แล้วส่องตะเกียงไปยังพื้นโรงนาด้านล่าง แต่เมื่อมองลงไปในนั้นกลับมีเพียงกองหญ้าแห้ง ไร้ซึ่งเงาของสัตว์เลี้ยงที่เดียนาจินตนาการไว้ เช่นเดียวกันกับเงาของสองคนชราที่หายวับไปอย่างน่าพิศวง ทุกอย่างเงียบกริบราวกับว่าเสียงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เสียงกรีดร้องของไลลากับริกเคอร์หายไปพร้อม ๆ กับเสียงหอนของสุนัขป่า ก่อนที่เดียนาจะใต่อบางสิ่งที่เธอได้เห็นในเงามืดที่มุมหนึ่งของโรงนา เด็กหญิงถอยหลังกรูดจนเกือบหงายท้องตกลงไปยังพื้นดินที่เธอเพิ่งเหยียบก่อนหน้า แต่มือเหี่ยวแห้งคู่หนึ่งคว้าตัวเธอไว้ได้ทันท่วงที
“ไลลา” เดียนาหายใจหอบอย่างรุนแรง ในขณะที่ริกเคอร์พุ่งพรวดออกมาจากมุมมืดของผนังโรงนาด้านหลังของเดียนากับวิคการ์ แล้วกอดรัดตัววิคการ์ไว้แน่น เขาบีบข้อมือของเด็กชายอย่างรุนแรงจนท่อนฟืนหล่นลงบนพื้นไม้ ก่อนที่ชายแก่หัวล้านจะแย่งตะเกียงไป และทันใดนั้นอะไรบางอย่างก็ปรากฏชัดขึ้นบนพื้นโรงนาด้านล่าง
“นั่นมันตัวบ้าอะไรกัน” วิคการ์สบถ “คนหรือ ไม่! ไม่ใช่ นั่นมันสัตว์นรกชัด ๆ ” สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือสิ่งที่คล้ายกับมนุษย์ผู้ใหญ่ร่างเปลือยเปล่าสองคนที่มีเส้นผมโสโครกยาวเฟื้อยและพันกันยุ่ง เช่นเดียวกันกับเล็บมือและเล็บเท้าที่ยาวแหลมชวนสยอง พวกมันมีรูปร่างที่ดูคล้ายมนุษย์ แต่พวกมันกลับเดินด้วยสี่ขา พลางแยกเขี้ยวคำรามขู่เสียงดังสนั่น พวกมันทำท่าทางคล้ายกับสุนัข แต่กลับดูสกปรก และน่าขยะแขยงจนไม่อาจนับได้ว่านั่นคือสุนัข
“พวกท่านทำแบบนี้เพื่ออะไรกัน” เดียนาถามอย่างหวาดผวา
“ขอโทษทีสาวน้อย ข้าไม่อยากทำอย่างนี้เลย แต่พวกลูกชายของเรากำลังหิวน่ะ” ไลลาเค้นเสียงแก่น่าขนลุกข้างหูเดียนา “ไลกา กับ ไวกา พวกเขาไม่มีอะไรให้กินอิ่มท้องหลายวันแล้ว ดูสิลูก ๆ ของแม่” ไลลาหลังค่ะโกนไปยังสิ่งมีชีวิตในโรงนาเบื้องล่าง “แม่ใช้กระต่ายตัวเล็กตกปลาตัวใหญ่มาให้ลูกได้ตั้งสองตัวแน่ะ” ไลลาหัวเราะอย่างชั่วร้าย
“เพราะอย่างนี้ใช่ไหมพวกเ้าถึงได้ถูกขับไล่ออกมาจากมัดพัดเดิล”
วิคการ์ถาม ั์ตาสีฟ้าขุ่นเคืองเป็อย่างยิ่ง “พวกเ้ามันวิปริต”
“อย่า! อย่า ได้โปรด” เดียนาแผดเสียงร้องเมื่อชายแก่ดันตัววิคการ์ไปจนสุดแผ่นไม้กระดาน
“คนอย่างพวกเ้าต่างหากที่วิปริต” ไลลาแผดเสียงก้องในโรงนาอย่างโกรธเกรี้ยว “น้องสาวปัญญาทึบของข้าตัดญาติกับข้า เพียงเพราะข้าจับหมาตัวแรกของนางให้ลูก ๆ ของข้ากิน งี่เง่าเสียจริง! มันก็แค่ลูกหมาล่าเนื้อชั้นต่ำ เ้าว่าไหม เ้าหนู”
“ถูกแล้ว ที่รัก” ริกเคอร์พูดเสียงยาน เดียนาเพิ่งสังเกตว่าชายชราดูน่าเกลียดน่ากลัวเพียงใดในตอนนี้ “แล้วพวกชาวบ้านสารเลวในมัดพัดเดิลนั่นก็ขับไล่เราออกจากหมู่บ้าน ผิดหรือที่เราเลี้ยงลูก ๆ ไม่เหมือนที่พวกนั้นเลี้ยง ผิดด้วยหรือที่เราอยากให้ลูก ๆ ของเราแข็งแกร่งเหมือนหมาป่า แข็งแกร่งกว่าลูก ๆ ของพวกมันทุกคน”
“และการที่จะแข็งแกร่งดุจหมาป่า” ไลลาโอ่อย่างภาคภูมิใจ “ก็ต้องเลี้ยงพวกเขามาพร้อม ๆ กับหมาป่า เ้าน่าจะได้เห็นนะสาวน้อย ลูกหมาป่าน่ารักสองตัวนั้นน่ะ ริกกับจิม พวกมันเป็ครูที่ยอดเยี่ยมของไลกากับไวกา แต่น่าเสียดายที่พวกมันอายุสั้นไปหน่อย มันตายก่อนที่ลูก ๆ ของเราจะโตเป็หนุ่มเสียอีก”
เดียนารวบรวมความกล้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็าระคนเศร้า “หมาป่าไม่อยู่ในคอกโสโครกอย่างนี้หรอก พวกมันจะล่าอย่างอิสระอยู่ในป่าใหญ่ กินอย่างสำราญอยู่ใต้แสงจันทร์ และนอนกลางวันอย่างสุขสบายอยู่ใต้แสงอาทิตย์ ไอ้ตัวประหลาดพวกนั้นก็แค่ผลงานของจิตสำนึกอันไม่รู้ผิดชอบชั่วดีของพวกน่าสมเพซอย่างเ้าสองคนเท่านั้นเอง”
เดียนาสะบัดแขนหลุดจากมือเหี่ยวยานของไลลา แล้วเตะเต็มแรงไปที่หัวเข่าของริกเคอร์ข้างที่เขาปวด ชายชราทรุดตัวลงกุมเข่าพลางกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง วิคการ์คว้าท่อนฟืนแล้วฟาดหน้าของริกเคอร์อย่างไม่ทันตั้งตัว ชายแก่เสียการทรงตัวและร่วงลงไปยังพื้นของโรงนา และในขณะที่ไลลากำลังกรีดร้องอย่างเสียสติ เดียนาก็ผลักหญิงชราร่วงตามสามีของนางลงไป เดียนากับวิคการ์ยืนมองคนชราทั้งคู่กระเสือกกระสนคลานหนีสัตว์ร้ายสองตัวที่พวกเขาสร้างขึ้น แต่พวกเขาก็ดูจะไร้ความหวังที่จะได้อยู่ต่อไปอีกวัน ทั้งคู่ถูกลูก ๆ ของตัวเองฉีกทึ้งจนสิ้นใจอย่างน่าอนาจ
“เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม เดียนา” วิคการ์ถามด้วยความห่วงใยน้องสาวเป็ที่สุด
“ฆ่าเมื่อจำเป็ต้องฆ่า จำได้ไหม” เดียนาพูดเสียงหนักแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ ก่อนที่เธอจะหยิบตะเคียงที่ชายชราทำหล่นไว้บนพื้นไม้ แล้วโยนมันลงไปที่กองหญ้าแห้งจนไฟและน้ำมันแตกกระจาย
เปลวไฟเล็ก ๆ แผ่ขยายเป็มหาเพลิงในเวลาไม่นานนักเมื่อได้เชื้อไฟชั้นดี เดียนากับวิคการ์รีบหนีลงมาอยู่บนผืนดินที่ถูกปกคลุมด้วยหญ้าต้นสั้น
ใกล้ ๆ กับกระท่อม เด็กทั้งคู่ยืนมองโรงนาน่าเกลียดมอดไหม้อยู่พักหนึ่ง จนถึงเวลาประจวบกับเสียงไก่ป่าที่ขันเกรียว นั่นเป็สัญญาณแห่งการเดินทางอีกครั้งในทิวาใหม่
“มนุษย์...หรือ...หมาป่า” วิคการ์ยิ้มเป็ครั้งแรกหลังจากความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เด็กชายได้ประสบ
“หมาป่า” เดียนาเลือก “และข้าเพิ่งเข้าใจว่าบางอย่างก็ควรจะถูกเผาให้สิ้นซาก” เดียนากล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบประดุจมีหยดน้ำค้างยามเช้าวางอยู่บนลิ้นเล็ก ๆ ของเธอ