บทที่ 16 จวีซือหนานเป็ภรรยาของผม
“แล้วเธอดีกว่าฉันตรงไหนกัน!” หานเกาอี้คว้าแขนของเธอไว้แน่น “ดูท่าทางของตัวเองในผับคืนนั้นซะก่อน แล้วค่อยมาพูดจาอวดดีทำเหมือนตัวเองเป็แม่พระแบบนี้… จวีซือหนาน ถ้าเธอยอมนอนกับฉันในคืนนี้เหมือนน้องสาวของเธอ ฉันสัญญาว่าจะลืมเื่ทั้งหมดที่ผ่านมา และจะไม่พูดถึงมันอีกเลย”
“ฝันไปเถอะ!”
จวีซือหนานมองเขาด้วยสายตาดุดันและเด็ดขาด
“เธอยอมนอนกับคนอื่นได้ แต่ทำไมไม่ยอมนอนกับฉันล่ะ”
จวีซือหนานพยายามดึงแขนออกจากมือของหานเกาอี้ แต่เขากลับออกแรงบีบมากขึ้นเรื่อย ๆ
“หานเกาอี้ ไอ้คนไร้ยางอาย!”
“ในเมื่อเธอคิดว่าฉันไร้ยางอาย งั้นฉันก็จะทำให้เธอรู้เองว่า จริง ๆ แล้วคำว่า ‘ไร้ยางอาย’ มันเป็ยังไง!”
เมื่อพูดจบ หานเกาอี้ก็คว้าแขนของเธอไว้แน่น และผลักเธอถอยหลังไปเรื่อย ๆ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนริมฝีปากของเขาแทบจะประกบกับริมฝีปากของเธอ
จวีซือหนานมองเขาด้วยสายตารังเกียจ
“ปล่อยฉันนะ!”
จวีซือหนานผลักเขาออกด้วยสองมือ ทว่าพละกำลังของเธอกลับไม่มากพอ และเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะจูบเธออยู่รอมร่อ จวีซือหนานจึงเปล่งเสียงออกมาดังลั่น “หานเกาอี้ ฉันขอเตือนคุณนะ ตอนนี้ฉันเป็แฟนของประธานบริษัทเซิ่งเต๋อ คุณคิดให้ดี ๆ เถอะว่าถ้าล่วงเกินฉันแล้ว ผลมันจะเป็ยังไง!”
หานเกาอี้หน้าเจื่อนไปชั่วขณะ แล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความข้องใจ “เธอพูดว่ายังไงนะ เธอเป็แฟนของกงเจ๋ออวี้? ฮ่า ๆ ๆ…” เขาหัวเราะอย่างดูถูก “แล้วทำไมเธอไม่บอกว่าเป็เมียของเขาเลยล่ะ!”
จวีซือหนานจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ถ้าวันนี้ไม่เชื่อ ก็อย่าโทษว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน!”
ขณะเดียวกันนั้น บนรถยนต์โรลส์รอยซ์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น เ้าของใบหน้าอันหล่อเหลา กงเจ๋ออวี้ก็เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
ทันทีที่ได้ยินเสียงอันหวานหูนั้นพูดว่า ‘คนคนนั้นคือผู้ชายของฉัน…’ กงจ่างซิงก็เตรียมจะหันไปดูปฏิกิริยาของพี่ชาย แต่เมื่อได้เห็นก็เป็ต้องผงะและอ้าปากค้างไปด้วยความประหลาดใจ!
เป็เวลากว่าสามสิบปีแล้วที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากริมฝีปากของพี่ชาย
“พี่ครับ… พี่ไม่เป็ไรใช่ไหม…”
ใบหน้าหล่อเหลาของกงเจ๋ออวี้แปรเปลี่ยนเป็ความเ็าภายในชั่วพริบตา “นายอยากให้ฉันเป็อะไรมากนักใช่ไหม?”
“ไม่ใช่นะ… ไม่ใช่แบบนั้น…”
กงจ่างชิงรีบส่ายหน้าเป็พัลวันพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ “จะเป็แบบนั้นไปได้ยังไง ผมแค่ไม่เคยเห็นพี่ยิ้มแย้มขนาดนี้มาก่อน พี่ครับ พี่รู้ไหมว่าตอนนี้พี่ดูเหมือนคนกำลังจมอยู่ในโลกของความรักอยู่…”
หลังจากััได้ถึงสายตาเย็นะเืที่จ้องมา กงจ่างชิงก็รีบปิดปากในทันที
ดวงตาคมกริบของกงเจ๋ออวี้มองเขาอย่างดุดัน ก่อนจะเหลือบไปยังชายหญิงคู่นั้นซึ่งยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าบ้าน
“แฟนของเธอคือกงเจ๋ออวี้? เธอกำลังหลอกตัวเองอยู่หรือไง!” หานเกาอี้หัวเราะอย่างดูแคลน สายตาไม่พอใจจับจ้องมายังใบหน้าสวย ๆ ของจวีซือหนาน “เธอคิดว่าตัวเองเป็ลูกเศรษฐี มีเกียรติ มีอำนาจอยู่เหรอ คิดเหรอว่ากงเจ๋ออวี้จะมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นได้”
“หานเกาอี้ คุณตาบอดหรือไง! ฉันก็ส่งรูปให้คุณดูแล้วนี่ มองไม่เห็นเหรอ!”
หานเกาอี้ขมวดคิ้วแล้วรีบหยิบมือถือในกระเป๋าออกมา เขาเปิดวีแชตขึ้นมา จากนั้นใบหน้าเ็าของกงเจ๋ออวี้ก็ปรากฏขึ้นมาในสายตาของเขา หานเกาอี้เงยหน้าขึ้นด้วยสายตาคาดคั้น และยังคงไม่ยอมเชื่อ “เป็ไปไม่ได้!”
ความสับสนปรากฏขึ้นในแววตาของหานเกาอี้ ตอนนั้นเขาเห็นเพียงว่าเธอกำลังแนบชิดอยู่กับผู้ชาย จนไม่ได้สนใจว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร ทว่าตอนนี้… รวมถึงสถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับบริษัทของเขา...
ขณะที่หานเกาอี้กำลังจมอยู่ในห้วงความคิด จวีซือหนานก็ดึงแขนกลับมาอย่างแรง และสะบัดมือของเขาออกไป จากนั้นก็มองเขาด้วยสายตาอันเย่อหยิ่ง
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองทำอะไรฉันดูสิ แต่ฉันคิดว่าคุณคงจะรู้ฤทธิ์เดชของกงเจ๋ออวี้ดีนะ ถ้าคืนนี้ฉันกลับไปบอกเขาว่าถูกแฟนเก่าตามรังควาน… ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า บริษัทเหวินหาวจะยังคงอยู่รอดไปจนถึงพรุ่งนี้หรือเปล่า!”
หานเกาอี้กำลังถูกแฟนเก่าข่มขู่!
“นี่เธอ…”
หานเกาอี้กลืนคำด่าลงคอ ทำได้เพียงแค่ชี้นิ้วไปยังเธอ หลังจากนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยอย่างเ็าว่า “จวีซือหนาน เธออย่าคิดว่าเธอเป็แฟนของกงเจ๋ออวี้แล้วฉันจะกลัวเธอนะ ฉันจะให้โอกาสเธอกลับไปทบทวนให้ดี ครั้งหน้าอย่ามาทำแบบนี้กับฉันอีก!”
เขาเดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ฝ่ายจวีซือหนานก็เอามือกุมอกตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
เกือบไปแล้ว! เธอไม่รู้ว่าในวันข้างหน้าที่หานเกาอี้รู้ว่าเื่ทั้งหมดที่เธอพูดเป็เพียงคำโกหกแล้วอีกฝ่ายจะโมโหเป็ฟืนเป็ไฟมากขนาดไหน
ทว่าคนในรถที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อได้ยินคำว่า ‘แฟน’ หางคิ้วของกงเจ๋ออวี้ก็แทบจะชี้ขึ้นฟ้า
กงจ่างชิงส่ายหน้าอย่างอืมระอา “จบสักที…”
เมื่อเห็นว่าหานเกาอี้ลับตาไปแล้ว กงจ่างชิงจึงถามชายหนุ่มข้าง ๆ ว่า “พี่ คนชื่อหานเกาอี้เข้าไปแล้ว เราควรจะไปรับแฟนของพี่ขึ้นมาด้วยไหม”
“อย่าดีกว่า กลัวเธอจะรู้สึกอึดอัดเปล่า ๆ ไปกันเถอะ”
“...”
พระเ้า! พี่ชายของเขากลายเป็คนที่แสนดีกับคนอื่นขนาดนี้ไปได้ยังไง!
เช้าวันรุ่งขึ้น
“คุณชายหาน! แย่แล้วครับ!” เลขาของหานเกาอี้วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานอย่างตื่นตระหนก พร้อมกับหอบแฟ้มเอกสารมาด้วย
หานเกาอี้ที่กำลังนั่งดื่มชาในห้องทำงานอย่างสบายใจ ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็บึ้งตึงในทันที “มีอะไร ทำไมถึงไม่เคาะประตูก่อน?”
“ขอโทษครับคุณชายหาน ตระกูลกงได้ยกเลิกสัญญาทั้งหมดกับตระกูลหานแล้ว รวมถึงโครงการ ZC ซึ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ด้วย!”
“อะไรนะ?!” เขาลุกจากเก้าอี้พลางะโถามอย่างตื่นตระหนก!
“แล้วก็…”
“ยังมีอะไรอีก อย่าเอาแต่อ้ำอึ้ง รีบพูดมาทีเดียว!” เขาดุเลขาเสียงเข้ม
“นอกจากนี้… เขายังเตือนคุณชายอีกว่า อย่าโผล่หน้าไปให้จวีซือหนานเห็นอีกเป็อันขาด ถ้าเขายังเห็นว่าคุณชายไปรังควานเธออีก ก็จะถือว่าคุณชายท้าทายอำนาจของตระกูลกง…”
เพล้ง!
แก้วชาแตกกระจายไปทั่วพื้นห้อง
เขามองเลขาด้วยสายตาแข็งกร้าว แววตาของเขาสะท้อนความแค้นเคืองออกมา
สิ่งที่จวีซือหนานพูดกับเขาเมื่อวานนี้ เป็จริงทั้งหมด!
ดี! ดีจริง ๆ!
จวีซือหนาน เธอแน่มากเลยนะ!
เมื่อเลขาเห็นว่าท่านประธานกำลังโกรธอย่างสุดขีด จึงได้แต่ยืนนิ่งแทบไม่กล้าหายใจแรง เขากำลังกลัดกลุ้มว่าจะพูดอะไรให้เ้านายได้คลายความหงุดหงิดลงได้บ้าง แต่ก็ได้ยินเสียงก่นด่าดังขึ้นมาอีกครั้ง “มัวแต่ยืนเซ่ออะไรอยู่ได้!”
เลขาหนุ่มจึงรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คุณชาย เื่สัญญาจะทำยังไงดีครับ”
“ทำยังไง… ทำยังไง… เอาแต่ถามว่าทำยังไงอยู่ได้ทุกวัน! ถ้าไม่มีปัญญาจะทำอะไรได้ แล้วฉันจะเลี้ยงพวกนายไว้ทำไมกัน!” หานเกาอี้โมโหสุดขีด “รีบส่งคนไปขอโทษตระกูลกงเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ตระกูลหานห้ามมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด ไม่ว่าเื่อะไรก็ตาม! รีบไปซะ!”
“ครับ รับทราบครับท่านประธาน ผมจะไปเดี๋ยวนี้!”
เมื่อไล่เลขาออกไปแล้ว หานเกาอี้ก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาโมโหมากเสียจนเห็นริ้วรอยขึ้นระหว่างคิ้วหนาคู่นั้น
‘จวีซือหนาน’ ผู้หญิงคนนี้กล้ายั่วยุสิงโตอย่างเขาให้เกรี้ยวโกรธขึ้นมาได้ เธอคิดว่าตัวเองเป็ใครกันแน่ คิดว่าการพึ่งพาอำนาจของตระกูลกงจะช่วยให้รอดพ้นจากกำมือของเขาได้อย่างนั้นเหรอ
เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าใครเป็คนที่รักเธออย่างสุดหัวใจ และยิ้มแย้มแจ่มใสให้เธออยู่เสมอ
พอเจอเื่แค่นี้ก็ลืมคำสัญญาที่เคยให้ไว้ซะแล้ว ผู้หญิงนี่ช่างกลับกลอกซะจริง!
ครู่ต่อมา หานเกาอี้ก็กำมือจนเส้นเืบนหลังมือปูดนูนขึ้น เขาหลับตาลงขบกรามแน่น พยายามสะกดกลั้นความโกรธที่พลุ่งพล่านในใจ
แต่ยิ่งพยายามกลั้นเท่าไร ความโกรธกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
ไม่ได้การ! ไม่ว่าอย่างไรเขาต้องระบายมันออกมา
คิดได้ดังนั้น หานเกาอี้จึงคว้าเสื้อคลุมแล้วผลักประตูออกไปอย่างรุนแรง
หลังเลิกงาน จวีซือเฝยพยายามโทรหาหานเกาอี้อยู่หลายครั้งแต่เขาก็ไม่รับสาย เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ บางทีจวีซือหนานคงพูดอะไรกับหานเกาอี้แน่ ๆ
หากไม่มีจวีซือหนานคอยข้องแวะ หานเกาอี้คงไม่เ็าขนาดนี้
ตอนนี้มีบางอย่างผิดปกติ!