บทที่ 27 พี่ชายควรจะเป็เช่นนี้!1
แบกน้องสาวไว้บนหลังแล้ว เย่ฉวนก็เริ่มออกเดินอีกครั้ง ทว่าทันใดนั้นเขาก็จำต้องหยุดเดิน
ไม่ไกลจากเขานักมีคนสามคนยืนอยู่!
พวกเขาก็คือเจียงเหนียนและอีกสองคนที่เหลือ!
เจียงเหนียนกับคนอีกสองคนเดินมาหาเย่ฉวน ก่อนที่เจียงเหนียนจะคลี่ยิ้มบางและเอ่ยขึ้น “พวกเราสามคนมาที่นี่เพื่อส่งคุณชายเย่!”
เย่ฉวนวางน้องสาวลงและประสานมือคำนับต่อชายทั้งสาม “ขอบคุณขอรับ!”
เจียงเหนียนยิ้ม หยิบขวดหยกขาวออกมายื่นให้เย่ฉวน “มียาบำรุงตันเถียนทั้งหมดสามสิบเม็ดในขวดนี้ เป็ของขวัญเล็กน้อยจากเราสามตระกูล โปรดจงรับมันไว้เถอะ!”
ยาบำรุงตันเถียน!
เย่ฉวนมองคนทั้งสาม รู้สึกงุนงง
ราวกับรับรู้ถึงความสับสนของเย่ฉวน เจียงเหนียนก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ต้องขออภัยที่ข้าพูดตามตรง เราสามคน้ามีความสัมพันธ์อันดีกับคุณชายเย่ แม้คุณชายเย่จะไม่ใช่คนของตระกูลเย่อีกแล้ว แต่คุณชายเย่ก็ยังเป็คนเมืองชิงอยู่ เมื่อท่านออกจากที่นี่ไป หากท่านมีชื่อเสียงในภายภาคหน้าแล้ว เราก็จะได้รับผลประโยชน์จากการร่วมมือกับท่านด้วย!”
เย่ฉวนหยิบขวดหยกขาว จากนั้นก็ค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็การคารวะพวกเขา “ขอบคุณขอรับ!”
แม้เขาไม่้าเป็หนี้บุญคุณอะไรคนเหล่านี้ แต่เขาก็้ายาบำรุงตันเถียนพวกนี้จริง ๆ ชายหนุ่มเต็มใจเป็หนี้บุญคุณคนอื่นไม่ว่าจะเป็เื่ใหญ่แค่ไหนก็ตามหากว่ามันเกี่ยวกับน้องสาวของเขา!
ในตอนนี้ หลี่หยูพลันเอ่ยขึ้น “คุณชายเย่กำลังไปที่เมืองหลวงหรือ?”
เย่ฉวนพยักหน้า “ข้ากำลังจะไปที่วิทยาลัยฉางมู่ในเมืองหลวง!”
หลี่หยูยิ้มบางและโบกมือขวา จากนั้นรถม้าก็วิ่งตรงมาหาเขาจากในเมือง
หลี่หยูยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “มันเป็ระยะทางยาวไกลนักในการไปถึงเมืองหลวง หากเดินทางเท้าเปล่า ข้าเกรงว่าท่านจะต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าครึ่งปี พวกท่านสองพี่น้องสามารถขนสัมภาระไปยังเมืองหมื่นภูผาก่อนที่จะอาศัยเรือเหาะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง หนึ่งเดือนให้หลังก็จะตรงกับ่เวลาเปิดการศึกษาของวิทยาลัยฉางมู่พอดี ดังนั้นท่านน่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา”
หลังหลี่หยูเอ่ยจบ จางเลี่ยก็หยิบถุงเงินกับม้วนกระดาษส่งให้กับเย่ฉวน “คุณชายเย่ นี่คือของกำนัลเล็กน้อยจากใจของข้า เมื่อท่านไปถึงเมืองหลวงแล้ว ท่านจะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง แม้มันจะไม่มากนัก แต่ก็น่าจะเพียงพอต่อความ้ายามฉุกเฉินของท่าน และกระดาษม้วนนี้ก็คือแผนที่ที่แสดงเครื่องหมายจุดอันตรายในบางที่ไว้ ซึ่งท่านไม่ควรผ่านเข้าไปในสถานที่เหล่านี้”
เย่ฉวนมองคนทั้งสาม จากนั้นเขาก็โค้งศีรษะพร้อมกับประสานมือทั้งคู่ไว้ด้านหน้า “ข้าจะจดจำความกรุณาของพวกท่านในวันนี้ ถ้าได้กลับมาข้าจะตอบแทนบุญคุณของพวกท่านแน่ ลาก่อน!”
เมื่อเอ่ยจบ ชายหนุ่มก็จัดเก็บสัมภาระทั้งหลายและจากนั้นก็แบกน้องสาวของเขาขึ้นไปบนรถม้า
ไม่นานนัก เย่ฉวนกับน้องสาวของเขาก็หายไปจากสายตาของพวกเขา!
มองเย่ฉวนกับน้องสาวของเขาหายไปกับระยะทางแล้ว หลี่หยูพลันกระซิบขึ้นมา “คนคนนี้จะกตัญญูรู้คุณหรือไม่นะ?”
เจียงเหนียนยิ้มพลางเอ่ย “ท่านเห็นน้องสาวของเขาหรือไม่?”
ได้ยินดังนี้พวกเขาก็เข้าใจในทันที
เจียงเหนียนมองรถม้าที่ดูพร่าเลือนกลืนไปกับระยะทางมากขึ้นพลางกระซิบ “คน ๆ นี้ช่างมีการกระทำเด็ดเดี่ยวนัก เขาไม่เคยเป็คนใจอ่อนและนั่นถือเป็จุดแข็ง หากตระกูเย่มีคนเช่นนี้อยู่ ข้าเกรงว่าเราจะต้องก้มหัวให้อย่างไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีในภายหน้า โชคดีที่เ้าพวกโง่ในตระกูลเย่กลับเลือกที่จะสนับสนุนผู้ถูกเลือก ต่อให้พวกเขาอยากจะสนับสนุนผู้ถูกเลือก พวกเขาก็ไม่ควรจะข่มอัจฉริยะคนอื่น ๆ! ตอนนี้ถือเป็เื่ดีแล้วล่ะที่พวกเขาบีบคน ๆ นี้ให้ตัดขาดจากตระกูลเย่! ผู้าุโใหญ่กับประมุขตระกูลเย่ช่างโง่เขลาเสียจริง!”
หลี่หยูยิ้มและเอ่ยตอบ “แต่สำหรับพวกเราแล้วมันก็ถือว่าเป็เื่ดีไม่ใช่หรือ?”
เจียงเหนียนยิ้มและเอ่ยกลับ “แน่นอนสิ!”
จางเลี่ยพลันยิ้มออกมาและเอ่ยต่อ “พวกท่านทั้งสอง สำหรับเนื้อที่เรียกว่าตระกูลเย่แล้ว พวกท่านคิดว่าควรจะแบ่งมันอย่างไร?”
หลี่หยูเอ่ยพลางหัวเราะ “จริง ๆ แล้วเราสามารถแบ่งได้ตามที่เรา้าเลย กลับไปแบ่งเนื้อก้อนใหญ่นี้กันเถอะ!”
ทั้งสามหันหลังแล้วจากไป
อีกด้านหนึ่งบนูเา สตรีถือหอกยาวผู้นี้จ้องมองรถม้าที่กำลังเเล่นอยู่ด้านล่าง
สตรีผู้นี้ก็คืออันหลานซิ่ว!
เื้ัอันหลานซิ่วคือชายชราถือไม้เท้าคนหนึ่งยืนอยู่
อันหลานซิ่วเอ่ย “ท่านหลิง ท่านคิดว่าอย่างไรเ้าคะ?”
ชายชราเหลือบมองรถม้าและเอ่ยขึ้นมา “ดูจากการเคลื่อนไหว ครั้งตอนที่เขาตอนต่อสู้กับเ้าแล้ว คุณชายคนนี้ต้องมีประสบการณ์ต่อสู้แบบถึงเป็ถึงตายมาอย่างนับไม่ถ้วน สำหรับเื่ที่เขาเป็มือกระบี่ ข้าเองก็ยังบอกไม่ได้ว่าใครเป็อาจารย์ของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจก็คือตอนนี้เขากลายเป็ผู้ฝึกกระบี่แล้ว”
พูดถึงจุดนี้เขาก็ลังเลไปก่อนจะเอ่ยออกมา “แม่นาง เขามีฝีมือดี แต่พวกเ้าทั้งสองมาจากต่างโลกกัน และอีกอย่างหนึ่งเ้าก็มีชื่ออยู่บนทำเนียบจอมยุทธด้วย!”
ทำเนียบจอมยุทธ์!
ทั่วทั้งทวีปชิงมีแคว้นเล็กแคว้นน้อยนับร้อย มีแคว้นใหญ่สี่หรือห้าเเคว้นเช่นเดียวกับตระกูลชั้นสูงและสำนักซ่อนเร้นบางกลุ่ม เหล่าคนรุ่นเยาว์ทั้งหมดแห่งกองกำลังเหล่านี้ต่างมีเป้าหมายหลักเหมือนกันก็คือการมีชื่ออยู่บนทำเนียบ!
ทำเนียบจอมยุทธเป็ทำเนียบที่มีค่าและมีอำนาจมากที่สุดในทั่วทั้งทวีปชิง ใครก็ตามที่มีชื่ออยู่บนทำเนียบต้องเป็อัจฉริยะเปี่ยมพร์มากที่สุดและมหัศจรรย์มากที่สุด!
ทั่วทั้งแคว้นเจียงมีเพียงสองคนที่มีชื่ออยู่บนทำเนียบ!
หนึ่งในนั้นก็คืออันหลานซิ่ว!
อันหลานซิ่วเหลือบมองท่านหลิงและคลี่ยิ้มบาง “ท่านหลิงคิดว่าข้ามีความเสน่หาต่อเขาเพราะข้าให้จี้หยกกับเขาเป็ของขวัญงั้นหรือ ท่านกลัวว่าข้าจะก้าวพลาดสินะ?”
ท่านหลิงไม่เคยคิดว่าสตรีผู้นี้จากตระกูลของเขาจะพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ เขาจึงรีบค้อมศีรษะและหยุดพูด
อันหลานซิ่วมองรถม้าที่หายลับไป “ท่านหลิง ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว ข้าเคยถามความเห็นของท่านที่มีต่อเขาแล้ว ข้าไม่ได้ถามว่าเขามีความสามารถอะไร แต่ถามว่าเขาเป็คนแบบไหน”
ได้ยินคำพูดของนาง ท่านหลิงก็ย่นคิ้ว
อันหลานซิ่วกลั้วหัวเราะและเอ่ยต่อ “พี่ชายควรจะเป็เช่นนี้ล่ะ!”
หลังจากนั้นนางก็หันหลังเหาะจากไป
ยืนนิ่งอยู่ในที่เดิมแล้ว ท่านหลิงก็เงียบไปครู่ใหญ่ จากนั้นเขาจึงหันหลังและเดินจากไป