เอกสารชุดใหม่ในมือที่ได้รับมาหลังจากการลงทะเบียนว่าด้วยแผนที่โรงเรียน ชื่ออาคาร หอพัก สถานที่ สิ่งของที่ต้องเตรียมให้พร้อมรายชื่อหนังสือ ยูนิฟอร์มเครื่องแบบนักเรียน จีเซลพลิกอ่านรายละเอียดพลางรอเพื่อน เธอเดินออกมาทางซ้ายตามคนก่อนหน้าแต่ก็ไม่ทันสังเกตว่าเขาไปที่ไหนต่อ ยังไงเธอก็คงต้องรอแซมก่อนอยู่แล้วล่ะฯ
“เฮ้ เธอคงจะลงทะเบียนนักเรียนใหม่แล้วใช่ไหม”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาในโสตประสาทจีเซลเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงที่พูดกับเธอ เด็กหนุ่มที่ดูแล้วอายุไม่ห่างจากเธอมากนักเขาใส่ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนดูเรียบร้อยดี ถ้าไม่รวมกับชายเสื้อที่ออกมาผมสีน้ำตาลอ่อนสั้นในทรงเรียบร้อย ตาชั้นเดียวที่บ่งบอกถึงเชื้อสายชาวตะวันออก ั์ตาสีน้ำตาลแฝงด้วยแววตาขี้เล่นดูแล้วเข้ากับรอยยิ้มที่ดูขี้เล่น บวกกับลักยิ้มที่มุมขวา ผู้ชายคนนี้คงจะเป็คนที่เข้าหาได้ง่ายที่สุดคนหนึ่งในโรงเรียนนี้จีเซลสบตากับคนตรงหน้าแล้วส่งยิ้มตอบ เล่นเอาเขาถึงกับทำตัวไม่ถูก
“ว้าว เอ่อ ขอโทษทีนะ เธอคงจะไม่ใช่เชื้อพระวงศ์คนสำคัญจากวาตูนอร์ธใช่ไหม”
“จะบังเอิญไปรึเปล่า ถ้าบอกว่าใช่”
จีเซลยิ้มพร้อมกับตอบอย่างไม่ถือตัวดูเหมือนว่าเธอจะพกโลโก้ของราชวงศ์มาด้วยสินะ
“ถึงว่าล่ะ คุ้น ๆ หน้าจากที่เคยเจอ”
จะให้บอกว่าคุ้นหน้าอย่างเดียวคงจะไม่ถูก ก็ออร่าผู้ดีมีสกุลของเธอมันออกมาซะขนาดนั้น
“เอ...ไม่ทราบว่า เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าคะ”
“จะบอกว่า เคยเจอกัน ก็คงจะไม่ถูกหรอกครับ พอดีเห็นที่งานฉลองวันชาติเอลแกนที่นอร์ติกาเมื่อปีก่อน”
“อ๋อ งานนั้นนี่เอง ดีใจจังค่ะที่จำได้ด้วย แสดงว่านวอร์พิกซิสได้เข้าร่วมงานนั้นด้วยทุกปีหรอคะ”จีเซลตอบด้วยท่าทีเป็กันเองที่สุด เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเธอเองก็ไม่ได้ถือยศฐาบรรดาศักดิ์ของตนเอง
“ใช่แล้ว บางปีก็เป็หนึ่งในผู้...”
“ใครอ่ะ”
เสียงแจ๋ว ๆ ของแซมเอ่ยขึ้นมาเหมือนจะถามจีเซลแต่ดูแล้วเป็การตั้งใจขัดจังหวะบทสนทนาของคนทั้งสองมากกว่า แววตาของคนขี้สงสัยที่ดูตั้งท่าหาเื่จ้องมองไปยังรุ่นพี่หนุ่มคนแปลกหน้าทำเอาอีกฝ่ายถึงกับอมยิ้มกับท่าทีของสาวน้อย
ที่ลือกันว่าองครักษ์ของเ้าหญิงเชื้อพระวงศ์วัลตูนอร์ธจะตามติดเป็เงาคงจะเป็จริงสินะ นี่ถึงกับส่งมาเรียนด้วยกันเลย เด็กหนุ่มคิดพลางมองพิจารณาเขาเคยเจอคนพี่มาแล้ว ผมสีดำสนิท ดวงตาสีฟ้า แต่คนน้องทำตาดุ ๆ ดูท่าคนน้องจะน่าสนใจมากกว่าคนพี่อีก
“เอ่อ...”
“ขอโทษทีนะ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลย...”
“ไปกันเถอะจีเซล พี่สาวคนนั้นบอกให้ไปทางซ้ายอ่ะ”
คนมาใหม่หาได้สนใจคนตรงหน้าไม่ แซมหันไปคุยกับจีเซลแถมยังจะลากเพื่อนไปที่อื่นต่ออีก ทำเอาเขาเหวอไปสักพัก
ยัยเด็กนี่มันอะไรกันเมินกันแบบนี้ได้เลยรึไง ไม่เป็ไร เอาใหม่ได้
หลังจากทำใจเย็นเป็น้ำก็พร้อมที่จะเริ่มต้นบทสนทนาใหม่อีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้แนะนำตัวอีกครั้งเด็กหนุ่มผมแดงคนใหม่ก็เดินตรงมาทางนี้พอดี
“เฮ้ ฟังทางนี้หน่อยเด็กใหม่”
เ้าหญิงผมทองหันมามองด้วยสายตาเชิงขอโทษ ยัยเด็กหัวดำทำท่าถอนหายใจ ส่วนไอ้เด็กหัวแดงที่มาใหม่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ไอ้หมอนั่น เขาคุยกับเราใช่ไหม”
แซมขยับเข้าไปพูดกับจีเซล แต่ดูเหมือนว่าคนที่ถูกพูดถึงจะได้ยินจีเซลได้แต่ยิ้มแหย ดูไม่ออกเลยว่าเพื่อนเธอไร้เดียงสาจริง ๆหรือว่าจะตั้งใจกวนอีกฝ่ายกันแน่
“เกรงว่าจะใช่นะ พวกเธอ หนึ่ง สอง สามคน ส่วนตัวฉัน เรียว อารากิตะ อยู่ปี2 รับหน้าที่ดูแลพวกเธอหลังลงทะเบียนเอง”
“งั้นดีเลย ขอถามพี่ปี 2 ว่าแต่จะให้ไปทำอะไรต่อ” เด็กหนุ่มหัวแดงยกมือขึ้นถาม
“หลังจากนี้ฉันจะต้องพาพวกเธอทั้งหมดเดินสำรวจโรงเรียนพอเป็พิธีเล็ก ๆน้อย ๆ ตอนนี้โรงเรียนอยู่ใน่จัดงานเปิดโรงเรียนพร้อมกับรับนักเรียนใหม่เพื่อให้นักเรียนใหม่อย่างพวกเธอได้ทำความรู้จักกับโรงเรียนกันก่อน”
คำตอบของเรียวทำให้แซมที่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้เกิดสนใจขึ้นมาบ้างกับการทัวร์โรงเรียนขนาดย่อมในขณะที่เด็กหนุ่มหัวแดงไม่ทราบชื่อที่ดูเหมือนไม่สนใจใครกลับดูมีท่าทีกระตือรือร้นมากกว่าคนอื่นเขาพยักหน้าตอบรับเรียว
“แล้วให้ฉันเรียกพวกเธอแต่ละคนว่ายังไงดีล่ะ”
“ฉัน จิลเลียน เซราฟีน ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” การแนะนำตัวด้วยชื่อเกือบเต็มยศของจีเซลทำเอาหนุ่มรุ่นพี่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้น
“ว้าว เป็ชื่อที่ฟังดูแล้วไม่ซ้ำใครเลย แต่ไม่ทราบว่าเธอมีชื่อที่ เอ่อน่าจะเรียกได้ง่ายกว่านี้ไหม”
“งั้นเรียกฉันว่า จิลเลียน ก็ได้ค่ะ”
“ฉันแซม ยินดีที่ได้รู้จักด้วย”
แซมตอบด้วยคำห้วนสั้น ๆ สายตาของทั้งสามคนหันไปยังบุคคลผมแดงนิรนามอีกคนที่ยังไม่ปริปากอะไรจนในที่สุดก็ยอมเอ่ยปาก
“ราฟาเอล”
“ปราสาทนี้ที่เราอยู่มีอยู่ 5 ชั้น ชั้นล่างนี่เป็ห้องโถงเอนกประสงค์ใหญ่มากขอบอก ส่วนใหญ่ก็ใช้จัดประชุม งานสำคัญต่าง ๆ นานา แม้แต่งานปฐมนิเทศเด็กใหม่สัปดาห์หน้าก็จัดที่นี่”
รุ่นพี่ผู้ทำหน้าที่เป็ไกด์ผายมือไปยังปราสาทสีขาวด้านหน้าพวกเธอปราสาทสูงใหญ่ที่สวยสง่าถูกออกแบบให้ดูร่วมสมัย เต็มไปด้วยหน้าต่างกระจกโค้งสูงทิศตะวันตกของปราสาทเป็ซุ้มประตูโค้ง พื้นทางเดินเท้าปูทอดด้วยอิฐสีขาววางแซมด้วยอิฐสีดำที่พวกเธอยืนอยู่แซมแหงนหน้าขึ้นมองไปยังตัวปราสาทสีขาวนวลตา บนยอดปราสาททิศตะวันตกและออกมีหอคอยอยู่หน้าต่างที่หอคอยฝั่งตะวันออกเปิดอยู่ลมพัดผ่านผ้าม่านสีเข้มตัดกับสีปราสาทพัดปลิวพลิ้วสไวเป็จังหวะเดียวกันกับธงบนยอดรั้วและยอดปราสาทที่หอคอยตะวันออกนั่นดูเหมือนจะถูกใช้งาน
“หอคอยไม่ได้มีไว้แค่ประดับหรอ” ปากไวเท่าความคิดแซมถามทันทีที่สังเกตเห็น
“ใช่แล้ว บนยอดหอคอยของทิศตะวันออกเดียวกับที่เรายืนอยู่นี้เป็ห้องของอาจารย์ใหญ่ หรือก็คือผู้อำนวยการคนปัจจุบัน”
“อากิระ โยชินากะ” เด็กหนุ่มผมแดงนามว่า ราฟาเอลเอ่ยชื่อของผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้จากโบรชัวร์และเอกสารในมือ
“ใช่แล้ว พวกเธอจะได้เจอเขาแน่ในวันปฐมนิเทศ เขาเป็คนที่...มีความคิดน่าสนใจมากพวกเธอต้องคาดไม่ถึงแน่”
เด็กใหม่ทั้งสามพยักหน้ารับข้อมูลจากรุ่นพี่แซมยังคงสอดส่องสายตามองไปทั่วทางเดินชั้นหนึ่ง
“มีข้อสงสัยอะไรอีกไหม”
เรียวหยุดเดินที่หน้าบันไดโถงทางขึ้นชั้นบน หันมาถามแซมที่ยังคงหันซ้ายขวาเหมือนมีข้อสงสัยตลอดเวลา
“ทางเดินนี่ มันไปถึงที่ไหนหรอ”
แซมย้ำเท้าซ้ายเป็จังหวะซ้ำ ๆ บนพื้นอิฐ เป็การระบุในสิ่งที่เธอถามเรียวยิ้มออกมา แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ ราฟาเอลก็ตอบสวนขึ้นมา
“มันก็เป็ทางเดินทะลุไปอาคารอื่นไง ดูในโบรชัวร์นี่ก็รู้แล้ว”
ราฟาเอลตอบแซมโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากโบรชัวร์ในมือ น้ำเสียงเนิบ ๆที่เอ่ยออกมาเหมือนดูไม่สนใจคนรอบข้าง แต่คำพูดทิ้งท้ายนั่นชัดเจนว่าเขาคงรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยเล่นเอาคนไม่ดูโบรชัวร์ถึงกับกระตุกยิ้ม พลางคิดในใจว่าไอ้หมอนี่มันวอนหาเื่กันแน่ ๆ ในขณะที่จีเซลอดขำออกมาไม่ได้ จนแซมต้องหันไปดู
สงสัยแซมจะเจอมวยถูกคู่เข้าแล้วสินะจีเซลคิดในใจ ก่อนจะควบคุมท่าทีของเธอให้เป็ปกติที่สุด
“อ่าใช่แล้ว ทางเดินแบบนี้มีอยู่ทั่วโรงเรียน ดูนั่นสิ มันทะลุออกไปเชื่อมกับทางเดินไปที่อื่นต่อ”เรียวชี้ให้เห็นว่าทางเดินนี้ตรงเข้าไปในยังใจกลางโรงเรียนที่จะแยกออกไปเป็ทางเดินสี่สายบนทางเดินนั่นยังมีนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มที่เดินนำว่าที่นักเรียนใหม่อยู่หลายกลุ่มทำให้เห็นว่าคนที่มาลงทะเบียนใหม่คนอื่น ๆในวันนี้ก็คงมีรุ่นพี่แบบเรียวพาเดินทัวร์ “ที่อื่น ๆฉันจะพาเดินชมแน่นอน แต่ตอนนี้เราขึ้นไปชั้นสองกัน”
เรียวเดินนำพวกเธอขึ้นไปบนบันไดแต่ไม่ทันที่ทั้งสามจะได้ขึ้นไป ก็มีอีกเสียงดังเข้ามาหยุดพวกเขาไว้ก่อน
“ขอโทษนะคะ ขอไปด้วยได้ไหมคะ”
เด็กสาวตัวเล็กผมสีน้ำตาล ั์ตาสีเขียวมรกตเธอวิ่งเข้ามาหากลุ่มพวกเธอพร้อมด้วยรอยยิ้มโชว์ฟันกระต่ายดูเป็เอกลักษณ์ “คือว่า พี่ที่ลงทะเบียนบอกให้ฉันไปกับพวกคุณน่ะค่ะ”
“มาเลยเด็กใหม่พวกเรากำลังจะไปชั้นสองพอดี ฉัน เรียว เธอคนนี้คือ จิลเลียน”เรียวพูดแนะนำตัวพร้อมผายมือมายังจีเซล จีเซลโบกมือทักทายเพื่อนใหม่“คนนั้นชื่อ...อะไรนะ...อ่อ ราฟาเอล” ราฟาเอลที่ถูกแนะนำแต่เ้าตัวยังคงสนใจกับโบรชัวร์แผนที่ในมือ “ส่วนนู่นที่ยืนทำตาดุ แซม” คนตาดุหันขวับมองค้อนใส่รุ่นพี่ที่หยอกเธอเล่นท่าทางตอบกลับของเธอดูท่าจะถูกใจเขากว่าเดิม
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ เรียกฉันว่า ลินดา ก็ได้ค่ะ”
สาวน้อยตัวเล็กแนะนำตัวให้คนอื่น ๆ จีเซลกับแซมยิ้มทักทายตอบส่วนราฟาเอลเพียงแค่เงยหน้ามอง แล้วพยักหน้าให้ตามมารยาท
“ทำความรู้จักกันไว้นะเด็กใหม่ ไม่แน่พวกเธออาจจะได้อยู่ห้องเดียวกันก็ได้”
“ห้องเดียวกัน? ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเรียนด้วยกันอยู่แล้วหรอ”
ราฟาเอลถามทันที พร้อมกับเงยหน้าขึ้นจากบรรดากระดาษในมือ คิ้วขมวดเข้าหากัน
“ใช่แล้ว อ้อ ลืมไป ตอนที่โรงเรียนระดับต้น พวกเธอคงเรียนเป็ห้องเดียวกันหมดสินะแต่ที่นี่ไม่ใช่แบบนั้นหรอก เรามีเกณฑ์แบ่งห้อง”
“แบ่งยังไง” แซมถามต่อ
เรียวยักไหล่ก่อนตอบ“บางปีก็สอบข้อเขียน บางปีก็ทดสอบพลัง ความสามารถ แต่ละปีไม่เหมือนกันแล้วแต่ผู้อำนวยการในแต่ละปี”
“แล้วปีที่ผ่านมาผู้อำนวยการคนปัจจุบันเขาแบ่งยังไงคะ” จีเซลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ก็ตามวิธีที่ฉันว่าไปนั่นแหละ ส่วนปีนี้ก็ไม่แน่ใจ ใครจะรู้ว่าเขาคิดอะไร”
เรียวตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ ผิดกับเด็กใหม่ทั้งสี่คนที่บางคนก็หน้าถอดสีบางคนก็เริ่มครุ่นคิด บางคนยังสบายใจ ส่วนบางคนสติหลุดไปแล้ว ดูท่าการเริ่มต้นเรียนในโรงเรียนนี้คงไม่ง่ายอย่างที่ผ่านๆ มาสินะ
“ฮ่า ๆ อย่าไปคิดมากนักสิเด็กใหม่ ไปดูชั้นสองกันเถอะ”
เรียวปลุกใจน้อง ๆ ก่อนจะเดินนำขึ้นไปบนบันได ทิ้งให้บรรดาคนอ่อนวัยกว่าได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินตามหลังขึ้นไป
บนระเบียงทางเดินชั้นสองเต็มไปด้วยเสาโค้งประดับมองออกไปจากระเบียงทางเดินจะเห็นส่วนที่ออกมาจากซุ้มประตูโค้งในชั้นที่หนึ่งเป็ทางเดินอิฐสีขาวปูไปจนถึงรูปปั้นหินอ่อน เส้นทางที่ตรงไปยังทิศใต้เป็อาคารขนาดใหญ่หลายชั้นที่ดูเหมือนแยกออกเป็อาคารย่อยอีกเส้นทางทิศตะวันออกตรงไปยังสนามกีฬาโครอสเซียมส่วนทางทิศตะวันตกดูแล้วเหมือนจะเป็ทางเดินเชื่อมอีกฝั่งของปราสาทนี้ที่ยาวทอดลงไปด้านล่างยังคงมีเหล่านักเรียนชายหญิงทำหน้าที่พาว่าที่นักเรียนใหม่เดินชมสถานที่
“เป็ไงล่ะ วิวจากตรงนี้ก็เห็นไปเกือบทั่วทั้งโรงเรียนเลยนะ แต่ขอแนะนำว่าถ้าดูจากห้องดาราศาสตร์ที่อยู่หอคอยฝั่งตะวันตกจะเป็จุดชมวิวที่ดีที่สุดเลยล่ะ”
เรียวบอกเล่าด้วยน้ำเสียงที่ภูมิใจและอยากจะนำเสนอโรงเรียน
“แล้วรูปปั้นตรงกลางสี่แยกนั่น คืออะไร”
แซมชี้ไปยังตำแหน่งที่เธอพูดถึง
“นั่นน่ะหรอ...ไว้เธอค่อยลงไปดูเองดีกว่านะ”
รุ่นพี่หนุ่มตอบคำถามด้วยการเชิญชวนให้เธอไปหาคำตอบเอาเอง แล้วส่งรอยยิ้มปิดท้ายทำเอาคนฟังถึงกับฉุนกึก นี่เธอถามดี ๆ แล้วนะ ส่วนคนรอบข้างได้แต่กลั้นหัวเราะไปตามๆ กัน
“บนชั้นสองนี้ แบ่งพื้นที่ออกเป็ห้องเรียนวิชาต่าง ๆ เอาไว้ รวมถึงชั้นสามและสี่ด้วย ส่วนชั้นห้าเป็ที่พักของพวกอาจารย์ งดทัวร์ชมนะทุกคน...เอ้อ รวมถึงหอคอยฝั่งตะวันออกด้วยอย่างที่บอก เป็ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่”
เรียวยังคงทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวที่ดีแนะนำห้องเรียน คอยตอบคำถามของเ้าหนูจำไมที่เอาแต่ถามทุกอย่าง จนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ายัยเด็กริคาร์โด้คนนี้ไม่รู้จริงๆ หรือว่า้ากวนเขากันแน่ แต่ไม่เป็ไร เพราะดูเหมือนว่าไอ้เ้าเด็กหัวแดงที่ชื่อราฟาเอล ก็พร้อมที่จะดักคอเธอทุกรอบเหมือนกัน จะว่าไปแล้วถ้าเ้าสองคนนี้ถูกคัดให้อยู่ห้องเดียวกันคงจะน่าสนุกไม่น้อย
“ข้างบนนั่นคือหอคอยฝั่งตะวันตก เป็จุดที่สูงที่สุดในโรงเรียน”
“ตอนนี้เราอยู่ชั้นสี่ งั้นแสดงว่านั่นคือชั้นห้าสินะคะ” ลินดา สาวน้อยตัวเล็กเอ่ยถาม หลังจากเงียบฟังมาตลอดทาง
“ทำไมเราต้องขึ้นไปถึงชั้นห้าด้วยล่ะเนี่ย” คนปากไวบ่นขึ้นทันควันเมื่อได้ยินคำว่าชั้นห้า
“เขาก็ยังบอกอยู่ไง ว่า เป็ห้องเรียนดาราศาสตร์” ราฟาเอลพูดด้วยความรำคาญกับคำถามของแซมั้แ่เดินมาด้วยกัน ยัยคนนี้ยังไม่หยุดถามเลยสักที่
“รู้อยู่แล้วน่า ฉันแค่...เอ่อ กำลังคิดว่า สูงขนาดนี้ฉันคงมาเรียนสายทุกคาบแน่เลย”
“ถูกอย่างที่เธอว่าเลยเด็กใหม่ เดินขึ้นลงบันไดห้าชั้น ออกกำลังกายดี ๆนี่เอง” เรียวเดินนำรุ่นน้องขึ้นไปยังบันไดวนขึ้นไปยังหอคอยชั้นสูงสุด“รู้ไหมว่าเมื่อก่อนนี้ เคยใช้ไอ้ของที่เหมือนรอกส่งของ แต่ใหญ่กว่าน่ะเอ่อ เรียกว่า ลิฟท์ ล่ะมั้ง เป็สิ่งประดิษฐ์ที่เจ๋งดีนะ แถมยังใช้เวทมนตร์เข้ามาช่วยในการเคลื่อนที่ให้เร็วขึ้นได้ด้วย”
“เฮ้ แล้วเราใช้ไอ้นั่นขึ้นไปได้ไหม”
แซมถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง ก่อนที่จะถูกทำลายลงด้วยคำตอบของเรียว
“ไม่อ่ะ มันพังไปเมื่อปีก่อน มีนักเรียนขึ้นไปใช้เยอะ จนมันพังไปหลังจากนั้นมา เลยออกกฎให้ใช้ได้แค่พวกอาจารย์เท่านั้น” เรียวหันไปมองท่าทีของทั้งสี่คนที่ตามหลังเขามามีเพียงแค่จีเซลที่ยังคงสำรวมท่าทีอยู่เสมอ สมกับชาติตระกูลของเธอจริง ๆ ในขณะที่ทั้งสามคนที่เหลือทำท่าทีถอดใจกับการเดินขึ้นไปยังหอคอยแล้วโดยเฉพาะยัยหนูริคาร์โด้ เธอถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะทำท่าให้กำลังใจตัวเองแล้วเดินนำแซงเขาขึ้นไป “กำลังใจดีจริงนะแม่คุณ”
หลังจากเดินขึ้นบันไดวนที่ชวนน่าเวียนหัวขึ้นมาจนถึงยอดหอคอยเบื้องหน้าของพวกเธอคือประตูไม้โค้งสูงชิดเพดานขนาดใหญ่ ลวดลายสลักเป็ตราสัญลักษณ์โรงเรียนพร้อมเขียน W บ่งบอกว่านี่คือทิศตะวันตก เรียวเคาะประตูสองสามทีจากนั้นประตูบานใหญ่ก็เปิดเข้าไปเอง เผยให้เห็นห้องภายในหอคอยแห่งนี้ห้องเป็รูปวงกลม แทบจะมีหน้าต่างกระจกอยู่ทั่วทุกมุมห้อง พร้อมกับผ้าม่านสีเข้มที่ตัดกับผนังสีอ่อนภายในห้องมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับนักเรียน มีกระดานไม้สีเขียวเข้มอยู่หน้าห้องบนเพดานโค้งเต็มไปด้วยลวดลายของแผนที่ดวงดาว ทันใดนั้นเสียงของเ้าของห้องก็เอ่ยทักทายบุคคลมาใหม่
“สวัสดีจ้ะเด็ก ๆ ยินดีต้อนรับสู่ห้องดาราศาสตร์”
หญิงสาวรูปร่างดีในชุดกระโปรงยาวสีครีม ดวงตาสีเขียวทะเลผมบลอนด์ยาวที่ถูกดัดเป็ลอนจัดเป็ทรงสวยงาม เธอเดินออกมาจากโต๊ะครูพร้อมกับรอยยิ้มหวานส่งมาทักทายนักเรียนใหม่
“เด็ก ๆ ที่ว่านี่รวมถึงผมด้วยไหมครับอาจารย์”
“แหม เรียว ที่นี่ยินดีต้อนรับให้เธอมาเรียนเสมอนะถ้าเธอไม่โดดเรียนวิชาดาราศาสตร์”
“ถ้าอาจารย์พูดถึงขนาดนี้ ปีนี้ผมก็จะตั้งใจนะครับ”
ดูท่าแล้ว ไม่ใช่ที่วิชาเรียนมันทำให้นักเรียนอยากโดดหรอกคงจะเป็การเดินขึ้นบันไดห้าชั้นมากกว่า
“ทุกคน นี่คือ อาจารย์ซิลีน คามาร์”
“สวัสดีอีกครั้งนะจ้ะทุกคน ฉันเป็อาจารย์วิชาดาราศาสตร์ อยู่ประจำที่หอคอยนี้และก็เป็อาจารย์ที่ปรึกษาให้กับห้อง 3 ทิศใต้ ใช่ไหมจ๊ะเรียวคุง”
“ใช่ครับอาจารย์” เรียวตอบอาจารย์ด้วยท่าทีเจี่ยมเจี้ยม
“ว่าแต่ พวกเธอยังไม่ได้ถูกคัดห้องสินะ อืมเดี๋ยวก็คงจะได้รู้ในวันปฐมนิเทศ หวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะจ๊ะ”
บทสนทนาของอาจารย์วิชาดาราศาสตร์จบลงเพียงเท่านั้น เพราะเธอเดินไปเปิดม่านที่หน้าต่างออกเผยให้เห็นวิวด้านนอกจากหอคอยนี้ ทุกอย่างสมกับคำที่เรียวคุยโม้ไว้
จากจุดสูงสุดของโรงเรียนมองออกไปทางทิศใต้จากตัวปราสาทที่ยาวลง ยังมีหอคอยอีกแห่งหนึ่ง แต่ดูจะเล็กและเตี้ยกว่าหอคอยนี้ ทางด้านทิศตะวันออกเป็โคลอสเซียมขนาดใหญ่และริมสุดของทิศตะวันออกเป็กำแพงโรงเรียน ลงไปอีกหน่อยคือปราสาทหลังเล็ก ที่มีอยู่สี่หอคอยและมีทางเดินเชื่อมต่อกัน ถัดลงไปอีกคือ โรงกระจกดูเหมือนว่าที่นี่จะสอนเื่การเพาะปลูกด้วยและสุดกำแพงอีกฝั่งของโรงเรียนทางทิศตะวันตกติดกับเนินเขาที่เป็ป่าขยับมาอีกหน่อยเป็ทะเลสาปประจำเมืองแห่งนี้ ทะเลสาปอมาดิ ผู้คนยังคงเดินสวนกันไปมาชวนรู้สึกมีชีวิตชีวา มีทั้งว่าที่นักเรียนใหม่ที่มาลงทะเบียนวันนี้ นักเรียนในชุดยูนิฟอร์มที่เป็ไกด์บางคนกำลังวิ่งวุ่นประสานงานหรือทำอะไรก็แล้วแต่เหล่าชายฉกรรจ์ติดอาวุธที่อยู่รอบรั้วโรงเรียน ถึงจะไม่ได้ใส่ชุดเครื่องแบบทหาร พวกรักษาความปลอดภัยแต่ก็ดูออกอยู่ดี แม้อากาศจะร้อนแต่ก็ยังมีสายลมหอบเอาไอน้ำจากทะเลสาปพัดเข้ามาให้คลายร้อนได้บ้าง
“เป็ไงล่ะ วิวโรงเรียน จากจุดที่สูงสุด” เรียวเอ่ยถามหลังจากที่ปล่อยให้นักเรียนใหม่ซึมซับบรรยากาศสักพัก
“สมกับที่รุ่นพี่บอกเลยค่ะ คุ้มที่เดินขึ้นมา” จีเซลตอบพร้อมกับความรู้สึกประทับใจ
“เห็นทุกอย่างในโรงเรียนเลยล่ะค่ะ” ลินดาตอบด้วยรอยยิ้มเห็นฟันกระต่าย
“สุดยอดจริง ไม่ยักรู้ว่ามีชายแดนธรรมชาติด้วย” ราฟาเอลตอบโดยที่ยังคงมองดูภาพของโรงเรียนตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
“อืม ร้อนดี” แซมขยับคอเสื้อเป็จังหวะ คำตอบห้วน ๆยังคงความเป็ตัวเอง และเรียกสายตาของคนในห้องให้หันมาพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย
“อะไร...ก็คนอื่นพูดไปหมดแล้วนี่”
หลังจากการทัวร์เดินขึ้นลงหอคอยตะวันตก ที่เล่นเอาไกด์และนักท่องเที่ยว(?)เหนื่อยหอบ ต่างก็พากันนั่งพักที่ขั้นบันได แซมยังคงใช้มือพัดที่หน้าตัวเองหวังให้คลายร้อนได้บ้างราฟาเอลที่ในตอนนี้ใช้โบรชัวร์ต่างพัดแทนอ่านเอาข้อมูลสาวน้อยตัวเล็กอย่างลินดาที่ไม่พูดอะไรมาก แต่ก็เหนื่อยไม่ต่างจากคนอื่นแม้กระทั่งจีเซลที่พยายามคีพลุคเอาไว้แต่ดูเหมือนว่าบันไดวนนี่ก็เป็อุปสรรคต่อการวางมาดเ้าหญิงของเธอเหมือนกัน คนเป็รุ่นพี่อย่างเรียวที่ตอนนี้ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกมาพาดไว้ที่ไหล่เขาลุกขึ้นก่อนคนอื่น ทำเอาน้อง ๆ ถึงกับหันมองเป็ตาเดียวเชิงตั้งคำถามว่าจะไปต่อหรอ เรียวเป่าลมออกจากปาก ก่อนจะคิดหาอะไรฆ่าเวลารอให้เด็กพวกนี้หายเหนื่อยเขาควรจะพูดอะไรดีล่ะ ใครก็ได้พูดอะไรทีเถอะ
“นี่รุ่นพี่คะ”
ราวกับว่าลินดาอ่านใจเขาออก เธอยกมือขึ้นก่อนพูดเหมือนตอนขออนุญาตอาจารย์ในห้องเรียน
“ว่าไง”
“ที่นี่เรียนวิชาอะไรบ้างคะ มีที่ต่างจากโรงเรียนระดับต้นไหมคะ”
“เอ้อ นี่ฉันยังไม่ได้เล่าให้ฟังสินะ ที่นี่แบ่งวิชาเรียนออกเป็สองสาย คือสายวิชาหลัก และวิชาเสรี หรือบางคนก็เรียก วิชารอง วิชาเสริม อะไรก็ว่าไปนั่น”เรียวชูสองนิ้วประกอบการอธิบาย “วิชาหลักตามชื่อมันเลย ยังไงนักเรียนทุกคนต้องเรียน บังคับเรียนก็ว่าได้ ส่วนวิชาเสรีมีให้เลือกเรียน ในแต่ละเทอม พวกเธอจะต้องลงอย่างน้อย 2 วิชา เข้าใจไหม”
“อ่าฮะ 2 เทอมต่อ 1 วิชา” แซมยกมือตอบ
“2 วิชา ต่อ 1 เทอมสิวะ” ราฟาเอลแก้ทันควัน
“กลับกันนิดหน่อย ให้อภัยกันได้” แซมแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ
“ตามนั้นแหละ วิชาหลักก็จะมีพวกคณิตศาสตร์ ภาษา วิทยาการ ดาราศาสตร์ สังคมประวัติศาสตร์ กฎหมาย ดนตรี ปรัชญา เอ้อ ที่สำคัญได้ข่าวว่ามีการพิจารณาวิชาศิลปะป้องกันตัวพื้นฐาน กับพวกเวทมนตร์ คาถาพื้นฐานเพิ่มเข้ามาด้วย”ดูเหมือนว่าการรับข้อมูลชุดใหม่จะฟังแล้วชวนอ้วกมากกว่าการเดินขึ้นลงบันไดวนเมื่อกี้อีกแซมทำท่าหน้าซีดและพยายามอ้วกออกมา เอาทำจีเซลถึงกับหันไปหัวเราะอีกทาง ส่วนราฟาเอลได้แต่มองแล้วรู้สึกเอือมระอาทำไมสองคนนี้อยู่ด้วยกันได้ทั้งที่ต่างกันขนาดนี้
“เราลาออกตอนนี้เลยได้ไหม” แซมถามขึ้นด้วยท่าทีกวนบาทา
“เธอแค่ไม่ต้องมาวันปฐมนิเทศก็พอล่ะมั้ง” เรียวสวนขึ้นทันควันส่วนยัยหนูริคาร์โด้ตบเข่าดังฉาดอย่างเอาเื่ ได้แค่คิดในใจว่าไอ้รุ่นพี่นี่มันไม่ธรรมดา
“เอาน่าแซม แกก็เบาก่อน” จีเซลเอ็ด
“ใช่แล้วเด็กใหม่ ที่นี่มีอะไรให้เธอสนุกอีกเยอะเลยล่ะ อย่าพึ่งรีบออกเลย”
“ว้าว ดูท่ามีอะไรน่าสนุกกว่าเดินขึ้นลงหอคอยสินะ”
คนปากไวพึมพำกับตัวเอง ที่ดูเหมือนคนอื่น ๆ จะได้ยินด้วยจีเซลได้แต่ส่ายหัวแล้วคิดหาคอร์สเรียนมารยาทแบบเร่งด่วนให้เพื่อนตัวเอง
“ว่าแต่รุ่นพี่คะ ที่นี่รับทั้งนักเรียนที่มีเวทและไร้เวทใช่ไหมคะแต่ทำไมในวิชาหลักถึงได้มีวิชาเรียนเวทมนตร์ล่ะคะ”
“เื่นั่นน่ะหรอ เป็ที่ถกเถียงกันเยอะมากเลยล่ะเห็นว่าจะสอนแค่ที่จำเป็ พวกใช้วัตถุเวทมนตร์ การปรุงยาเป็สิ่งที่คนไร้เวทสามารถเรียนรู้และทำได้น่ะ”
“แล้วถ้าคนที่มีเวทจะเรียนอะไรที่มากกว่านี้ได้ไหมคะ” คราวนี้เป็จีเซลที่ถามขึ้นบ้าง
“ได้สิ ในส่วนของวิชาเสรีไง เดิมทีวิชาพวกนี้เป็ชมรมที่นักเรียนก่อตั้งขึ้นมาเองจากนั้นเริ่มมีการจริงจังมากขึ้น ทางโรงเรียนเลยได้จัดให้เป็วิชาเสรีแทนก็จะมีพวกวิชาเวทมนตร์และคาถา การรักษา ปฐมพยาบาล การแสดง คหกรรม จิตวิทยาพืชสมุนไพร โห วิชานี้ยากมากเลยนะขอบอก ยังมี การเล่นแร่แปรธาตุ แล้วก็วิชาการต่อสู้และการฟันดาบ”เรียวเว้น่ให้เหล่าเด็กใหม่ย่อยข้อมูลที่พึ่งได้รับและดูท่าทางตอบรับของแต่ละคน น่าแปลกใจที่ไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงยัยหนูริคาร์โด้คนนั้นด้วยที่ทำครุ่นคิดคงจะพากันวางแผนสิ่งที่จะอยู่ในตารางเรียนของตัวเองกันอยู่สินะ จากนั้นเรียวก็เริ่มพูดต่อ
“เอ้อ อย่างที่บอกว่าก่อนมันจะมาเป็วิชาเสรี มันเคยเป็ชมรมที่นักเรียนดูแลมาก่อนตอนนี้มันก็ไม่ต่างจากเดิมหรอกนะ แค่มีเพิ่มในตารางเรียน แล้วก็มีอาจารย์เข้ามามีส่วนมากขึ้นแต่โดยรวมแล้วไม่ได้เป็อะไรที่ซีเรียสมาก” ประโยคสุดท้ายที่หวังปลอบใจแต่ดูเหมือนไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย
“วิชาพวกนี้ จำได้แม่นดีจัง พี่เรียนมาทุกวิชาเลยหรอ” นาน ๆ ทีประโยคสร้างสรรค์จะออกจากปากแซม ริคาร์โด้
“อ๋อเปล่าหรอก ฉันมีสคริปต์น่ะ” ไม่ว่าเปล่าเรียวล้วงมือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมา ชูกระดาษแผ่นเล็ก เขาพลิกหน้าหลังให้เห็นว่ามีตัวหนังสือเขียนไว้เต็มหน้ากระดาษ
กลุ่มของแซมเดินจากตัวปราสาท5 ชั้นออกมายังตัวอาคารที่เป็ทางเชื่อมไปยังสถานที่ต่อไปการใช้สีและรูปแบบของหน้าต่าง ทางเดินบนอาคารระเบียงยังคงเหมือนกันกับปราสาทสีขาวที่พวกเขาเจอในที่แรกแต่ที่แตกต่างกันคงจะเป็บริบทของห้องที่อาคารนี้ส่วนใหญ่จะเป็ห้องที่มีขนาดยาวมากกว่าห้องเรียนในปราสาทนั้น
“ตอนนี้ที่เรากำลังยืนอยู่คือชั้น 3 ของอาคารเรียนรวม อ้อ คนที่นี่เรียกปราสาทส่วนนี้ว่าอาคารเรียนรวมนะ”
“ทำไมต้องเรียกว่าอาคารเรียนรวมด้วยละคะ” ลินดาถาม
“อืม ลองดูห้องเรียนพวกนั้นดูสิ”
เรียวไม่ได้ตอบคำถามของรุ่นน้องตรง ๆ เขาชี้ไปยังห้องเรียนที่อยู่ใกล้กับพวกเขาแซมไม่รอช้ารีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ประตูห้องที่ใกล้ที่สุดเป็ห้องที่ส่งกลิ่นหอมของอาหารออกมาจากช่องลม เหนือประตูบานใหญ่มีป้ายเขียนเอาไว้ว่า
“วิชาคหกรรม”
หลังจากที่เงียบอยู่นาน ราฟาเอลอ่านตามป้ายเหนือประตู
“ใช่แล้ว นอกจากห้องนี้จะใช้เรียนวิชาคหกรรมแล้วยังเป็ห้องประจำของชมรมคหกรรมด้วย”
“คหกรรม เป็วิชาเสรี งั้นแสดงว่าทั้งชั้นนี้ เป็ห้องเรียนของวิชาเสรีสินะคะ”
คนหัวไวอย่างจีเซลเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้รับมาด้วยความรวดเร็ว ส่วนแซมหลังจากสนใจกับกลิ่นของอาหารในห้องคหกรรมก็ทำท่าเห็นด้วยกับสิ่งที่จีเซลพูดก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่อยู่ในใจ
“มีคนอยู่ในนั้นด้วย แล้วเราเข้าไปดู ได้ไหม”
“เอ่อ คืองี้...”
เรียวที่เริ่มกระอักกระอ่วนใจจะตอบ แซมเลยทำหน้าเจียมเจี๋ยมพร้อมสายตาลูกหมาทั้งสองคนส่งสายตาใส่กันอยู่สองสามนาที
“มันมีอะไรที่น่าลำบากใจกับห้องทำกับข้าวด้วยหรอ”
ราฟาเอลที่ไม่ทนกับการสื่อสารทางตาของทั้งสอง เดินผ่านแซมไปพร้อมกับใช้มือบิดลูกบิดประตูบานใหญ่เข้าไป โดยไม่เคาะขออนุญาตคนในห้องนั้นก่อนและยังไม่ทันที่เรียวจะได้ห้าม
“แค่เปิดเข้าไปก็สิ้นเื่ละ...”
“กระดาษไขที่ตกอยู่นี่มันอะไร!!หล่นแบบนี้จะเอาไปใช้ต่อได้ยังไงกัน!!!”
เสียงของผู้หญิงดังตวาดออกมาจากประตูห้องที่ราฟาเอลเปิดเข้าไปเล่นเอาเขาต้องดึงประตูกลับเข้าทันทีก่อนจะถอยหลังออกมาจากประตูให้เร็วที่สุดจนชนกับแซมอยู่ด้านหลัง
“เห้ย ไรอ่ะ”
“เธออยากเข้าไปไม่ใช่หรอ เอาดิ ไปก่อนเลย เลดี้เฟิร์ส”
“ใครจะเข้าไปให้โง่ล่ะ ป้าที่ไหนวีนแตกอยู่ก็ไม่รู้ ไม่เอาเว้ย”
ว่าแล้วทั้งแซมกับราฟาเอลก็ย้ายตำแหน่งจรลีมาอยู่หลังเรียวอย่างพร้อมเพรียง
“พี่คะ เมื่อกี้เสียงใครหรอคะ”
จีเซลที่ยังคงความเรียบร้อยอยู่เสมอเอ่ยถามคนเดียวที่น่าจะให้คำตอบพวกเธอได้ในตอนนี้
“ฉันก็กำลังจะบอกพวกเธอนี่ไง ไอ้พวกนี้ก็รีบเกิน นั่นน่ะเสียงของอาจารย์ทอตต์...แมรี่ทอตต์ อาจารย์ประจำภาควิชาคหกรรม พอดีแกเป็พวกเนี้ยบ แบบ สุด ๆ ไปเลย” เรียวอธิบายพร้อมกับทำมือลากเป็เส้นตรงเพื่อเน้นในท่อนหลังของประโยค
“สงสัยคงจะกำลังตรวจความสะอาดของห้องล่ะมั้ง อย่าพึ่งเข้าไปเลย ทางที่ดีอย่าเข้าไปตอนที่อาจารย์ทอตต์อยู่จะดีกว่าเห็นว่าแกไล่นักเรียนไปอาบน้ำก่อนจะมาเรียนทุกครั้ง”
“แล้วนี่จะไม่เตือนช้าไปหรอ” ราฟาเอลบ่นขึ้นทันทีเรียวหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วพูดไปเื่อื่น
“ที่สำคัญนะ ว่ากันว่า ถ้าหากใครได้กินขนมที่อาจารย์ทอตต์ทำล่ะก็พอกินแล้วจะสอบผ่านทุกวิชาเลยล่ะ”
“ขนมวิเศษงั้นหรอ” แซมถามด้วยท่าทีสนใจ
“ไม่รู้สิ มันเป็ข่าวลือ อาจารย์ทอตต์ไม่ใช่ผู้ใช้เวท คงจะไม่เสกด้วยเวทมนตร์ไม่ได้”
รุ่นน้องทั้งสี่คนฟังด้วยท่าทีใช้วิจารณญาณก่อนจะได้ยินเสียงอาจารย์คหกรรมที่พวกเขาพึ่งนินทาไปดังออกมาจากห้องเรียนอีกครั้ง
“เมื่อกี้ใครที่ไหนมาเปิดประตูกัน”
ไม่รอให้แมรี่ ทอตต์ได้คำตอบ พวกเขาก็รีบวิ่งออกไปจากที่เกิดเหตุ(?)ออกไปทันทีโดยไม่ได้นัดหมาย
ดูเหมือนว่าทางเดินบนอาคารเรียนรวมนี้จะแตกต่างจากทางเดินของปราสาทที่ผ่านมาตรงที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาพวกเขาเหล่านี้ไม่ต่างจากกลุ่มของพวกเธอเลย ให้ความสนใจกับห้องเรียนวิชาเสรีที่เปิดต้อนรับผู้มาเยือน
“ห้องนั้นที่คนเยอะ ๆ นั่น วิชาอะไรหรอ”
แซมชี้ไปที่ห้อง ๆ หนึ่งด้านหน้าเต็มไปด้วยผู้คนกำลังรายล้อมบอร์ดประกาศด้านหน้า ทำเอาคนมาทีหลังไม่เห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนบอร์ด
“ห้องชมรมการแสดงน่ะ ปกติคนก็แห่ไปดูอยู่แล้ว ยิ่งวันเปิดโรงเรียนแบบนี้คงจะมีโชว์การแสดงสักอย่างแหละ”
“มิน่าล่ะคนไปมุงดูเยอะเชียวค่ะ” ลินดาเอ่ย
“นึกว่าดูโชว์ประหลาด” แซมพูดตามฉบับคนปากดี
“ฉันว่าเป็เธอก็ลองดูได้ โชว์คนประหลาดน่าจะเหมาะกับเธอ บัตรคงขายดีแน่”และเรียวก็ยังคงมาตรฐานการต่อปากต่อคำได้อย่างทันท้วงที เล่นเอาคนที่ได้ยินหลุดขำพรืดส่วนจีเซลได้แต่ก้มหน้าใช้มือปิดปากแอบหัวเราะเบา ๆ
“ฉันจะช่วยซื้อบัตรนะ” ราฟาเอลหันไปพูดกับแซม เ้าตัวยิ้มแยกเขี้ยวรับคำตอบรับจากเพื่อนใหม่
หลังจากนั้นเรียวก็ทิ้งพวกเธอไว้ที่กลางทางเดินแล้วเดินแหวกฝูงชนเข้าไปที่ด้านหน้าของบอร์ดประกาศ เขาหายไปประมาณสองสามนาที จนแซมแอบคิดว่าเธอสามารถทิ้งเรียวไว้ที่นี่แล้วลากจีเซลหนีไปได้เลย แต่น่าเสียดายที่เรียวเดินกลับมาในวินาทีต่อมาพร้อมกับกระดาษแผ่นสีเหลืองอ่อนในมือ
“นี่ไงล่ะ วันนี้มีนักแสดงละครเวทีมาเป็แขกพิเศษ คนเลยมาเยอะกว่าปกติ”
เรียวชูกระดาษสีเหลืองในมือให้คนเด็กกว่าดู ในกระดาษเขียนรายละเอียดเวลา ชื่อการแสดงและที่เด่นเป็สง่าคือชื่อของนักแสดงสาวที่ถูกพูดถึง คิโทโกะ ยูระ
หลังจากที่ได้อ่านใครบางคนในหมู่พวกเธอก็ดูจะตื่นเต้นจนออกหน้าออกตา
“มาจริงดิ เข้าไปดูได้ไหม” ราฟาเอลหันซ้ายหันขวา เขย่งตัวดูด้านหน้า
“โห นี่โรงเรียนจ้างมาหรอ งบใช่ย่อยเลยนะ” แซมพูดขึ้น
“คนเยอะแบบนี้ จะเข้าไปไหวหรอ” จีเซลเอ่ยความเห็นหลังจากเห็นท่าทีตื่นเต้นของราฟาเอลคนที่มุงดูกันอยู่หน้าห้องชมรมไม่ได้น้อยลงไปเลย
“ไว้พวกเธออยู่ปี 2 จะได้จัดงานอะไรแบบนี้ ดูไว้ก็ไม่เสียหาย อีกสัก 15นาทีเราค่อยมาเจอกันตรงนี้ก็ได้ ห้องน้ำอยู่ฝั่งทางซ้ายมือนะ”
เมื่อเรียวเปิดไฟเขียวให้พวกเธอเดินสำรวจกันเอง ราฟาเอลพุ่งตัวไปยังฝูงคนหมายจะแทรกตัวเข้าไปในห้องชมรมการแสดงแซมกับจีเซลมองหน้ากัน
“สาว ๆ จะไปหาไหนกันล่ะ” เรียวถาม
“เอาไง จริง ๆ ฉันก็อยากเห็นคิโทโกะ ยูระนะ แต่คงไม่สู้หรอกมีหวังโดนเหยียบตายพอดี” แซมตอบ
“กลับไปห้องคหกรรมกัน” จีเซลชวน
“หะ”
“ฉันไปด้วย อยากไปเหมือนกัน” ลินดาตอบรับคำชวนของเพื่อนใหม่ด้วยท่าทีตื่นเต้นเล่นเอาแซมถึงกับถอนหายใจ อะไรทำให้เพื่อนของเธออยากจะกลับไปเจออาจารย์สายวีนคนนั้นนะ
“ไปด้วยกันสิ...ลินดา”
“อื้อ แล้ว เอ่อ.. แซม ไปด้วยกันไหมคะ เธอยังไม่ได้เข้าไปดูในนั้นเหมือนกันนี่”
“ได้ ๆ ไปก็ไป”
หลังจากผ่านไป20 นาทีกว่า ๆ เรียวกลับที่จุดนัดหมาย มือยังคงใช้โบร์ชัวร์พัดไล่ความร้อนปกติแล้วภายในอาคารเรียนรวมมีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอ แต่ในวันเปิดโรงเรียนวันนี้ทำให้คนมาเยี่ยมเยือนเป็จำนวนมาก พอคิด ๆ ดูแล้ว กว่าจะผ่านงานนี้ไปได้เขาก็เหนื่อยแทบแย่เอาเหมือนกัน งานเปิดโรงเรียนที่ให้คนนอกสามารถเข้าชมโรงเรียนได้ดันมาจัดวันเดียวกับวันรับนักเรียนใหม่ ทุกอย่างวุ่นวายเป็สองเท่านี่ยังไม่ต้องพูดถึงเื่ความปลอดภัยหรอกนะ ทั้งนักเรียนปัจจุบันและว่าที่นักเรียนใหม่ก็ต่างมีทั้งสามัญชนคนธรรมดาและคนมีฐานะ มีตำแหน่ง ความใส่ใจกับงานนี้ก็ไม่น้อยหน้าเลยสำหรับโรงเรียนที่ต้องทุ่มเททั้งงบประมาณและแรงงาน เพื่อเป็หน้าเป็ตา แล้วดูเหมือนว่าเด็กใหม่ที่เขาทำหน้าที่นำทัวร์อยู่ในตอนนี้ก็มีคนใหญ่คนโตอยู่ด้วยสินะถ้าเกิดอะไรขึ้นคงเป็เื่ใหญ่ระดับประเทศแน่ ๆ คิดไปพลางมองหาเด็กพวกนั้น ตอนนี้ควรจะกลับมารวมกันได้แล้วนะเรียวหันหลังไปทางทิศของห้องชมรมคหกรรม แล้วก็เป็ไปตามที่คาด เด็กสาวสามคนกำลังเดินมายังทางที่พวกเรานัดหมายกันไว้
“เป็ไงบ้าง” เรียวร้องทัก พร้อมกับสังเกตว่าแซมได้ขนมติดไม้ติดมือกลับมาด้วย“ว้าว นี่เธอได้ขนมจากอาจารย์ทอตต์หรอเด็กใหม่”
“ไม่อ่ะ พอกลับไปอาจารย์ขาวีนนั่นก็ไม่อยู่ที่ห้องพอดี โชคดีนะเนี่ย”
“ขนมนี่เราได้จากที่คนในชมรมเอามาแจกค่ะ รุ่นพี่ลองชิมดูไหมคะ” ลินดาขยายความ ก่อนจะยื่นคัพเค้กช็อกโกแลตให้เรียว เขายกมือบอกปฏิเสธทันที
“ขอบใจนะ ขอรับไว้แค่น้ำใจก็แล้วกัน”
“งั้นขอแทนล่ะกันนะ”
เมื่อรุ่นพี่ไม่เอาแซมก็ขอรับกับลินดาแทน เรียวมองตาม พลางคิดในใจว่า เจริญอาหารดีจริง แต่ขนมจากชมรมคหกรรมนี้ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ ไว้ปล่อยให้เ้าเด็กใหม่เจอกับตัวเองดีกว่า เรียวแอบขำกับความคิดของตัวเองก่อนจะส่ายหัว เรียกความสงสัยจากสาวหัวดำที่ถือขนมไว้ทั้งสองมือ
“ว่าแต่ราฟาเอลล่ะคะ” ลินดาถามขึ้นเมื่อสังเกตได้ว่าสมาชิกยังไม่ครบ
“สงสัยหมอนั่นโดนฝูงชนเหยียบในนั้นล่ะมั้ง”แซมพูดขึ้นเมื่อมีโอกาสแขวะคนไม่อยู่
“โทษทีนะพอดีเป็พวกหลบเท้าคนเก่งน่ะ”
น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดดังขึ้นหลังข้างหลังเล่นเอาเ้าคนขี้นินทาสะดุ้งโหยง แซมหันหลังไปมองพลางยักคิ้วขึ้นมองทำท่าเหมือนท้าทายแบบไม่รู้ร้อนหนาวไอ้หมอนี่แค่เป็พวกยั่วขึ้นง่าย ไม่มีอะไรให้เธอรู้สึกว่าต้องถอย
“อ้าวหรอคล่องแคล่วน่าดูเลยนะ”
คำพูดเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาราฟาเอลเมินคำพูดของแซม ไปคุยเื่ที่เขาเข้าไปดูชมรมการแสดงมากับเรียวแทน
“ไหน ๆก็มากันครบแล้ว เดินต่อกันดีไหมคะ” ลินดาเอ่ยถามขึ้น พอเห็นว่ารุ่นน้องพากันพร้อมแล้วเรียวเดินนำพวกเขาออกมา พอพ้นหน้าห้องชมรมการแสดงมาคนจึงเริ่มบางตาลงบ้างอากาศถ่่ายเทได้สะดวก ลมพัดผ่านหอบความสดชื่นเข้ามาอีกครั้ง เรียวแนะนำห้องชมรมอื่นๆ ในระหว่างทาง จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงห้องริมสุดของชั้นนี้ ป้ายด้านหน้าเขียนกำกับไว้ชมรมศิลปะป้องกันตัวและการต่อสู้